Get more detail for your trip
ภูผาวารี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]




Since Aug 2009
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ภูผาวารี's blog to your web]
Links
 

 

เปรียบเทียบเวลาและค่าโดยสารในการเดินทางจากสนามบินฮ่องกงถึงตัวเมืองด้วย Airport Express, รถบัส และMTR

เปรียบเทียบเวลาและค่าโดยสารในการเดินทางจากสนามบินฮ่องกงถึงตัวเมืองด้วย Airport Express, รถบัส และ MTR


กรณีที่มี Airport Express Shuttle Bus บริการถึงโรงแรม (ยกตัวอย่างเช่นโรงแรม City view)

1. รถไฟฟ้า Airport Express (AE) ใช้เวลาทั้งหมด 36 – 56 นาที ค่าโดยสาร 70 HKD(อ้างอิงจากตั๋ว 2-person Group Ticket) >>จากสนามบินฮ่องกงถึงเกาลูน MTR Kowloon (21 นาที) + รอ Airport Express Shuttle Bus (5 - 20 นาที) + Shuttle bus to City view (10 – 15 นาที)

2. รถบัส (รถเมล์) Public Buses สาย A21 ใช้เวลาทั้งหมด 50 – 70 นาที ค่าโดยสาร 33 HKD>>จากสนามบินฮ่องกงนั่งรถบัสสาย A21 จนถึงป้ายที่ 9

3.นั่งรถบัส S1 ไป MTR Tung Chung แล้วต่อ MTR ไป Yau Ma Tei ใช้เวลาทั้งหมด 53 – 67 นาที ค่าโดยสาย 3.5 + 13.8=17.3 HKD>>นั่งรถสาย S1 จากสนามบินฮ่องกงถึง MTR Tung Chung (15 - 20 นาที) + เดินไปรอรถไฟ (3 – 5 นาที) + นั่งรถไฟไป MTR Yau Ma Tei (35 - 43 นาที)

รายละเอียดการเดินทางแต่ละวิธี

1.รถไฟฟ้า Airport Express (AE)เป็นเส้นทางที่เร็วที่สุดในการเดินทางเข้าตัวเมือง แต่ก็เสียค่าใช้จ่ายมากกว่าวิธีอื่นด้วย แต่ก็สามารถประหยัดค่าตั๋วโดยสารได้ด้วยการซื้อตั๋วแบบไปกลับ, Group Ticket (2คนขึ้นไป) หรือ Airport Express Travel Pass (ตั๋ว Airport Express + ตั๋วขึ้นรถไฟฟ้า MTR 3 วันไม่จำกัด สามารถเติมเงินใช้แทนบัตร Octopus ได้) สามารถดูรายละเอียดรถไฟฟ้า Airport Express ได้จาก Link ด้านล่าครับ

ข้อดี: รวดเร็วละมี Airport Express Shuttle Bus บริการฟรีถึงหน้าโรงแรมหลายแห่ง
ข้อเสีย:ราคาแพง ค่าโดยสารต่อคน ประมาณ 55++ HKD และถ้าพักอยู่โรงแรมที่ไม่มี Airport Express Shuttle Bus บริการ อาจจะต้องเสียเวลาหรือเสียค่าเดินทางมากขึ้นในการเดินทาง เช่น ต่อ MTR หรือ ต่อรถแท็กซี่

วิธีประหยัดในการเดินทางด้วย Airport Expressที่หลายคนอาจไม่รู้ คือถ้าจ่ายค่า Airport Express ด้วยบัตร Octopus คุณสามารถขึ้น MTR ได้ฟรีภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากออกจากสถานีปลายทางเช่น ผมต้องการเดินทางจากสนามบินฮ่องกงไป Mong Kok ผมแค่เสียค่า Airport Express ไปสถานี Tsing Yi 60 HKD ส่วนการเดินทางจากสถานี Tsing Yi ไป Mong Kok นั้นไม่เสียค่าใช้จ่าย สามารถตรวจสอบค่าโดยสารและเวลาในการเดินทาง MTR เส้นทางอื่นได้ที่www.mtr.com.hk/jplanner/flash_eng/index.php?sid=&eid=&x=20&y=5(ตามรูปด้านล่างอาจจะต้องบวกเวลาเปลี่ยนขบวนเพิ่มอีก 10 – 15 นาที เนื่องจากต้องเปลี่ยนขบวนสองครั้ง)



รีวิวการเดินทางด้วย Airport Expressจากเวปฮ่องกงแฟนคลับ
www.hongkongfanclub.com/index.php?topic=14.0

ราคาและชนิดของตั๋ว Airport Express
www.mtr.com.hk/eng/airport_express/tf_index.html
ซื้อตั๋ว Airport Express แบบ Group Ticket ถูกกว่า
www.mtr.com.hk/eng/whatsnew/promotions_4persons.html
รายละเอียด Airport Express Travel Pass
www.mtr.com.hk/eng/fares_tickets/aepass_index.html
โปรโมชั่นนั่งแท็กซี่ 60 HKD แล้วมาลดราคาตั๋ว Airport Express ครึ่งราคา (expire 30 Jun 2012)
mtr.com.hk/eng/whatsnew/promotions_taxi.html
โปรโมชั่น MTR Airport Express Travel Pass (expire 31 Dec 2011)
www.mtr.com.hk/eng/whatsnew/valuepack2011.html
เส้นทาง Airport Express เวลาเปิด-ปิด ความถี่การให้บริการและเวลาเดินทาง
www.mtr.com.hk/eng/airport_express/timetable_index.html
เส้นทาง Airport Express Shuttle Bus สามารถเช็คได้ว่าผ่านโรงแรมอะไรบ้าง เวลาเปิด-ปิด ความถี่การให้บริการและเวลาเดินทาง
www.mtr.com.hk/eng/getting_around/complom_free_bus.html

2.รถบัส (รถเมล์) Public Busesเป็นเส้นทางที่สะดวกสบายที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าโรงแรมที่คุณพักอยู่ใกล้กับป้ายรถเมล์ ราคาถูกกว่า รถไฟฟ้า Airport Express แต่ใช้เวลานานกว่า สามารถดูรายละเอียดรถบัสได้จาก Link ด้านล่าครับ

ข้อดี: สะดวกเนื่องจากมีรถเมล์หลายสายที่อาจจะไปส่งคุณถึงหน้าโรงแรม
ข้อเสีย:ใช้เวลาในการเดินทางนานประมาณ 1 ชั่วโมง

รีวิวการเดินทางด้วยรถบัสจากเวปฮ่องกงแฟนคลับ
www.hongkongfanclub.com/index.php?topic=96.0

รายละเอียดทั้งหมดของรถบัสจากสนามบิน เส้นทาง, ป้ายที่จอด, ค่าโดยสาร, เวลาที่ให้บริการ, ความถี่การให้บริการและเวลาเดินทาง สามารถตรวจสอบป้ายที่จะลงได้ว่าเป็นป้ายที่เท่าไรwww.hongkongairport.com/eng/transport/to-from-airport/bus_from_hkia.html

ส่วนด้านล่างนี้คือแผนที่ที่บอกว่ารถเมล์สายไหนไปตรงส่วนไหนของฮ่องกง



3.แท็กซี่ (Taxi)เป็นวิธีที่สะดวกสบายที่สุด เนื่องจาก Taxi จะส่งคุณถึงหน้าโรงแรม ถ้าเดินทาง 4 คนค่าโดยสารพอๆ กับ Airport Express แต่ใช้เวลานานกว่า แท็กซี่ส่วนใหญ่ในฮ่องกงจำกัดผู้โดยสารที่ 4 คน

ข้อดี: สะดวกสบายที่สุด
ข้อเสีย:อาจใช้เวลาในการเดินทางนานกว่า Airport Express เนื่องจากรถติด และถ้าเดินทางน้อยคน ค่าโดยสารต่อคนจะแพงมาก

ค่าโดยสารแท็กซี่จากสนามบินฮ่องกงสู่จุดหมายต่างๆ ในฮ่องกงwww.hongkongairport.com/eng/transport/to-from-airport/taxi.html

4.ใช้การเดินทางสองต่อโดยนั่งรถบัสสาย S1 ไปลงที่ MTR Tung Chung แล้วต่อ MTR ไปสถานีที่ต้องการวิธีนี้เป็นวิธีที่ประหยัดที่สุด แต่อาจจะไม่เหมาะกับคนที่มีสัมภาระหลายชิ้น เพราะต้องเดินจากป้ายรถเมล์ไป MTR และเดินเปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้า

ข้อดี: ประหยัดที่สุดด้วยค่าโดยสารเพียง 3.5 + 13.8=17.3 HKD (ประหยัดกว่า Airport Express 40 – 70 HKD) และสามารถแวะขึ้นกระเช้า Ngong Ping 360 ไหว้พระใหญ่วัด Po Lin และช้อปปิ้งที่ห้าง City Gate ได้อีกด้วย (มีที่ฝากกระเป๋าไว้บริการที่ City Gate)
ข้อเสีย:ใช้เวลาเดินทางนานประมาณ 1 ชั่วโมงเท่ากับรถบัส และมีการเดินจากป้ายรถเมล์ไป MTR และเปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้า

รีวิวการเดินทางด้วยรถเมล์ S1 และ MTR
ออกมาจากสนามบินเดินตรงมาตามรูปซื้อบัตร Octopus ที่ดาวสีชมพูบนแผนที่เพื่อขึ้นรถเมล์และ MTRจากนั้นเลี้ยวขวาไปจุดจอดรถเมล์ ตามป้ายที่เขียนว่า Airbusแล้วจะเจอจุดขึ้นรถเมล์ (สามารถดูรีวิวเพิ่มเติมได้จาก รีวิวการเดินทางด้วยรถบัสจาก เวปฮ่องกงแฟนคลับwww.hongkongfanclub.com/index.php?topic=96.0)



รอขึ้นรถเมล์ S1ไป City Gate หรือสถานี MTR Tung Chung ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน



เมื่อรถเมล์มาจอดใต้ตึก (วงกลมสีส้มเลข 1) ให้ลงแล้วเดินตามลูกศรในแผนที่ จะเจอทางเข้า สถานี MTR Tung Chung ตามแผนที่ด้านล่างหมายเลขสองสีฟ้าคือ City Gate และด้านซ้ายของแผนที่คือ กระเช้า Ngong Ping 360





ทางเข้าสถานี MTR Tung Chung ซึ่งอยู่ข้างๆ กับห้าง City Gate และกระเช้า Ngong Ping ถ้าใครจะแวะขึ้นกระเช้า Ngong Ping 360 ไหว้พระใหญ่วัด Po Lin และช้อปปิ้งที่ห้าง City Gate ก่อนก็ได้ครับ มีบริการฝากกระเป๋าสำหรับนักช้อปตามกระทู้นี้เลยครับ
topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2010/05/E9278765/E9278765.html





จากนั้นผมก็ขึ้น MTR Tung Chung ไปที่สถานี MTR Hung Hom ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของผม ตามเส้นทางนี้เลยครับ แต่เสียเวลาตอนเปลี่ยนขบวนเพิ่มอีก 7 นาที สามารถตรวจสอบค่าโดยสารและเวลาในการเดินทาง MTR ตามรูปด้านล่างได้ที่www.mtr.com.hk/jplanner/flash_eng/index.php?sid=&eid=&x=20&y=5



เวลาที่ผมใช้เดินทางจริงตามนี้ครับ

15:00 – 15:33 (33นาที) เครื่องลงจอด ผ่านตม.ฮ่องกง รอกระเป๋า ซื้อ Octopus Card และเดินออกไปรอรถเมล์ S1
15:33 – 15:53 (20นาที) ขึ้นรถเมล์ S1 ไป MTR Tung Chung หรือ City Gate
15:53 – 15:56 (3นาที) ถึง MTR Tung Chung เดินเข้าไปรอ MTR
15:56 – 16:17 (21นาที) ขึ้น MTR ไปเปลี่ยนขบวนที่ MTR Nam Cheong
16:17 – 16:24 (7นาที) ถึง MTR Nam Cheong รอ MTR ไป Hung Hom
16:24 – 16:35 (11นาที) ขึ้น MTR ไป Hung Hom
16:35 – 16:40 (5นาที) ถึง MTR Hung Hom ออก Exit C2 ไปโรงแรม Habour Plaza Metropolis





 

Create Date : 16 มิถุนายน 2554    
Last Update : 22 ธันวาคม 2554 0:22:40 น.  

วิธีการแลกเงินและการใช้บัตรเครดิตในฮ่องกง-มาเก๊า

หลายคนที่ไปฮ่องกงครั้งแรก (หรือแม้แต่หลายครั้งแล้ว) คงสงสัยอยู่ว่า การแลกเงินและการใช้บัตรเครดิตในฮ่องกง-มาเก๊า อันไหนคุ้มกว่ากัน และอีกหลายคำถามเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ และการช้อปปิ้ง วันนี้ผมคำตอบจากประสบการณ์จริง และข้อมูลจริงมาให้ดูกันครับ

แลกเงินฮ่องกง (ดอลล่าฮ่องกง HKD) ที่ไหนดี

สำหรับคนที่เดินทางต่างประเทศบ่อยๆ หรือเคยอ่านรีวิวมามากแล้ว จะรู้กันดีว่า แลกเงินที่ Superrich คุ้มที่สุด เพราะได้อัตราทั้งแลกไป (ราคาขาย) และแลกกลับ (ราคารับซื้อ) ดีกว่าธนาคารอย่างแน่นอนในเกือบทุกสกุลเงิน Superrich ที่ว่านี้ตั้งอยู่ข้างบิ๊กซีราชดำริหรือตรงข้ามเซ็นทรัลเวิร์ด (Central World) ใกล้กับท่าเรือคลองแสนแสบ

แต่มีน้อยคนจะรู้ว่า Superrich มี 2 เจ้าที่ใช้ชื่อเดียวกันซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนไม่เท่ากัน คือ Superrichthailand (หน้าร้านสีเขียวมีสาขาเดียว) และ Superrich1965 (หน้าร้านสีส้มมี 3 สาขา) ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนจะต่างกันประมาณ 0.01 บาทต่อ HKD ร้านไหน rate ดีคนก็จะแน่น (ส่วนใหญ่จะเป็นร้านสีเขียว) ผมขี้เกียจต่อแถวเลยได้ rate ที่แพงกว่าประจำ ซึ่งมาคิดดูแล้วก็ต่างกันแค่ 0.01/4.00=0.25% หรือเทียบกับการแลกเงิน 10,000 บาทจะเสียเงินมากกว่าแค่เพียง 25 บาท

สามารถตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเงินของ Superrich ทั้งสองเจ้าได้ที่ www.superrich1965.com และwww.superrichthailand.com

แต่ถ้าคุณเดินทางไปฮ่องกงจากประเทศอื่นและต้องการแลกเงิน HKD ในฮ่องกง ที่ Tsim Sha Tsui มีร้านรับแลกเงินให้เรตดีหลัง The MIra Hotel ตามรีวิวนี้เลยครับ www.hongkongpackage.net/board/index.php/topic,46.0.html

แลกเงินมาเก๊า (MOP) ที่ไหนดี

ครั้งล่าสุดที่ผมใช้บริการ Superrich เมื่อเดือนพฤษภาคม 2554 (May 2011) เงินมาเก๊า MOP สามารถแลกได้ที่ Superrich แต่ยังเป็นอัตราที่ไม่ถูกเท่าไรนักเมื่อเทียบกับเงินฮ่องกง โดยที่ราคาซื้อเงินมาเก๊าและฮ่องกง (วันที่ 20 พฤษภาคม 2554) 1 MOP=3.88 บาท และ 1 HKD=3.90 ตามลำดับ

ที่มาเก๊ามีที่แลกเงินคล้าย Superrich เพราะให้ rate ดีกว่าแลกธนาคารซึ่งตั้งอยู่ติดถนนใกล้กับ Senado Square ตามแผนที่ด้านล่าง (รูปดาวสีน้ำเงิน) ถ้าหันหน้าเข้า Senado Square ที่แลกเงินจะอยู่ทางซ้ายมือ ซึ่งให้ราคาขายเงินมาเก๊า 1 HKD=1.02 MOP ถ้าคุณแลกเงินฮ่องกงที่ Superrich แล้วจึงนำเงินฮ่องกงมาแลกเงินมาเก๊าที่นี่เราก็จะได้ rate 1.02 MOP=3.90 บาท หรือ 1.00 MOP=3.82 บาทซึ่งถูกกว่าแลกที่ Superrich (แลก 10,000 บาทที่ Superrich จะเสียเงินมากกว่าประมาณ 300 บาท) อย่างไรก็ตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ Superrich อาจจะดีขึ้นในอนาคต ลองเช็คอัตราแลกเปลี่ยนของ Superrich ก่อนตัดสินใจครับ



การใช้บัตรเครดิตในฮ่องกง คุ้มกว่าเงินสดหรือไม่

เนื่องจาก Visa Exchange rate ซึ่งบัตรเครดิต Visa ใช้ในการเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศเป็นบิลเรียกเก็บเงินสกุลไทย มีราคาถูกกว่าราคาขายเงินดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) ที่ Superrich อยู่ 0.01 – 0.02 บาทต่อ 1 HKD เช่น Visa Exchange rate 1 HKD=3.89, Superrich 1 HKD=3.90 (แต่ในบางวัน Superrich ก็ขายเท่ากับ Visa Exchange rate) จึงทำให้คนส่วนใหญ่คิดว่าการใช้บัตรเครดิตคุ้มกว่าเงินสด เนื่องจากได้ rate ที่ดีกว่าและแถมยังได้แต้มจากการใช้จ่ายอีกด้วย สามารถเช็ค Visa Exchange rate ได้ที่ http://corporate.visa.com/pd/consumer_services/consumer_ex_rates.jsp

แต่บัตรเครดิตมีการเรียกเก็บเงินเพิ่มจาก Visa Exchange rate หรือที่เรียกว่า Bank Fee ซึ่งเมื่อโทรไปถามธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตจะได้คำตอบว่า Bank Fee อยู่ระหว่าง 0.0 % – 2.5% แล้วแต่ร้านค้าและประเทศที่คุณใช้ ผมลองใช้บัตรเครดิตอยู่ 3 ใบตามร้านต่างๆ และคำนวณกลับมาเป็นค่า Bank Fee ได้ตามตารางด้านล่างครับ


จากที่เคยอ่านรีวิวใน Hong Kong Fan Club มาHSBC น่าจะเป็นบัตรที่เรียกเก็บ Bank Fee ต่ำที่สุด และ SCB น่าจะเป็นบัตรที่เรียกเก็บ Bank Fee สูงสุด แต่ผมยังไม่เคยลองด้วยตัวเอง ไว้คราวนี้มีโอกาสจะมาอัพเดจให้ฟังอีกทีครับ

จะสังเกตุได้ว่า Bank Fee น่าจะขึ้นอยู่กับบัตรที่เราใช้ ซึ่งบัตรเครดิต Standard Charter ปี 2011 คิดค่า Bank Fee แพงที่สุด 2.5% และบัตรกสิการไทยกับกรุงศรีคิดค่า Bank Fee 2.0% ที่ผมใช้ SCBT มากที่สุดเนื่องจากได้แต้มสูงสุดและคิดไปเองว่า SCBT มีธนาคารอยู่ที่ฮ่องกง Bank Fee น่าจะถูก ความจริงไม่เป็นอย่างงั้นเลย ข้อสังเกตุอีกอย่างผมที่ยังไม่แน่ใจคือ Bank Fee ขึ้นกับประเภทของบัตรด้วยหรือเปล่า เพราะโดยปรกติร้านค้าจะถูกเรียกก็บเงินกับบัตร Platinum มากกว่าบัตรธรรมดา (เป็นสาเหตุให้บางร้านไม่รับบัตร Platinum)

ถ้าใช้บัตรเครดิตแล้วมีค่า Bank Fee 2.0% ก็เท่ากับว่าซื้อของแพงขึ้น 2.0% (หรือซื้อของ 10,000 บาท ด้วยราคา 10,200 บาท) แม้จะรวมผลประโยชน์จากแต้มสะสมแล้วบัตรเครดิตก็ยังจ่ายแพงกว่าใช้เงินสดแน่นอน เว้นเสียแต่บัตรเครดิตของคุณจะมี Bank Fee แค่ 0.0 – 1.0 %

อีกเรื่องที่ทุกคนจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับรูดบัตรเครดิตต่างประเทศ คือ เมื่อร้านค้ารูดบัตร ร้านค้าสามารถเลือกได้ว่าจะรูดบัตรด้วยสกุลเงินอะไรระหว่างเหรียญฮ่องกงหรือบาทไทย ซึ่งถ้าร้านค้ารูดด้วยสกุลเงินบาทไทย Exchange rate ที่ร้านค้าใช้จะแพงกว่า Visa Exchange rate ประมาณ 3.0 – 4.0 % ซึ่งถ้ารวมกับ Bank Fee อีก 2.5% คุณซื้อของ 10,000 บาทก็ต้องจ่ายเพิ่ม 550 – 650 บาท ดั้งนั้นเวลาซื้อของต้องย้ำกับร้านค้าทุกครั้งว่ารูดด้วยสกุลเงินฮ่องกงหรือ HKD ผมเคยเจอกรณีแบบนี้สองครั้ง ครั้งแรกที่ร้านค้าแถว Mongkok เนื่องจากเขารู้ว่าเราเป็นคนไทย แถมยังพูดภาษาไทยกับเราด้วย เลยหวังดีรูดบัตรผมด้วยสกุลเงินไทย โชคดีที่ซื้อของไปแค่สามพันกว่าบาท ส่วนครั้งที่สองที่เคาน์เตอร์ Turbo Jet เพราะลืมย้ำว่ารูดด้วย HKD

การใช้บัตรเครดิตในมาเก๊า คุ้มกว่าเงินสดหรือไม่

สำหรับมาเก๊า Visa Exchange rate จะถูกกว่า Superrich มากพอสมควร เช่น Visa Exchange rate 1 HKD=3.79, Superrich 1 HKD=3.88 ถ้าลองบวกเพิ่ม Bank Fee สูงสุด 2.5% ก็จะได้ Visa Exchange rate 1 HKD=3.79*1.025=3.88 ซึ่งเท่ากับการแลกเงินที่ Superrich และยังได้ผลประโยชน์จากแต้มสะสม จึงทำให้การใช้บัตรเครดิตที่มาเก๊าคุ้มค่ากว่าการแลกเงินสดที่ Superrich โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้า Bank Fee ของบัตรเครดิตคุณต่ำกว่า 2.5%

แต่ถ้าเทียบกับวิธีการแลกเงินที่ได้ rate ดีที่สุด (อ่านในหัวข้อ"แลกเงินมาเก๊าที่ไหนดี") จะเห็นว่า Visa Exchange rate ก็ยังถูกกว่าโดยที่ Visa Exchange rate 1 HKD=3.79, ส่วน rate ที่ดีที่สุด 1 HKD=3.82 ซึ่งทำให้การใช้บัตรเครดิตจะคุ้มกว่าเงินสดก็ต่อเมื่อ Bank Fee ไม่เกิน 1.5%




 

Create Date : 13 มิถุนายน 2554    
Last Update : 25 กันยายน 2554 20:26:19 น.  

วิธีเดินทางจากท่าเรือเฟอร์รี่มาเก๊าไปสนามบินฮ่องกงราคาถูก ประหยัดทั้งเงินและเวลา

วิธีเดินทางจากท่าเรือเฟอร์รี่มาเก๊า Macau Ferry Terminal ไปสนามบินฮ่องกง HKIA ราคาถูก ประหยัดทั้งเงินและเวลา


เก็บมาเล่าสู่กันฟังสำหรับคนที่ต้องการเดินทางจากท่าเรือมาเก๊า Macau Ferry Terminal ไปสนามบินฮ่องกง HKIA เพราะวิธีนี้เป็นวิธีที่ให้ความสะดวกสะบายพร้อมทั้งประหยัดเงินและเวลาอีกด้วย เพราะจ่ายเงินค่าเดินทางแค่เพียงคนละ 115 MOP (ปกติไปเกาะฮ่องกงก็เสียค่าเดินทางคนละ 134 MOP แล้ว) และใช้เวลาเดินทางนับจากเรื่อออกจนถึงหน้า gate พร้อมขึ้นเครื่องบินเพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่งเท่านั้น (รวมเวลารอเก้อแล้วด้วย) อาจจะเร็วกว่าเวลาเดินทางจากตัวเมืองฮ่องกงถึงหน้า gate ด้วยซ้ำ

ก็ไม่มีอะไรมากครับเพียงแค่ใช้บริการเรือ Turbo Jet ที่ท่าเรือมาเก๊า Macau Ferry Terminal เส้นทางที่ตรงไปยังสนามบินฮ่องกง ซึ่งต้องซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์ตามรูปภาพ

หลายท่านสงสัยว่าถ้าไม่ได้บินแล้วจะใช้บริการเส้นทางนี้ได้หรือไม่ ผมสอบถาม Turbo Jet แล้วได้คำตอบว่า เส้นทางนี้สำหรับคนที่ขึ้นเครื่องบินเท่านั้น ไม่สามารถใช้เส้นทางนี้ไปที่อื่นๆ เช่น City Gate ได้ครับ

เคาน์เตอร์นี้จะอยู่ชั้นสองของ Macau Ferry Terminal และอยู่ชั้นเดียวกับเคาน์เตอร์ปกติที่ขายตั๋วไปเกาะฮ่องกงซึ่งไปขึ้นฝั่งที่สถานี MTR Sheung Wan หรือตึก Shun Tak Centre ครับ

ผมมาถึงเคาน์เตอร์ซื้อตั๋วเวลา 12:56 ได้ตั๋วเรือรอบ 13:30 จะมีรอบเรือทุกๆ ชั่วโมง สามารถดูรอบเรือ Turbo Jet จากมาเก๊าไปสนามบินฮ่องกงได้ที่ http://www.turbojetseaexpress.com.hk/eng/schedule/airport.asp



เคาน์เตอร์นี้จะพิเศษกว่าเคาน์เตอร์ขายตั๋วปกติตรงมีที่โหลดกระเป๋า ถึงตรงนี้ก็แค่ซื้อตั๋วเรือที่ราคาคนละ 235 MOP (รูดบัตรได้) ยื่น e-ticker ตั๋วเครื่องบินให้พนักงาน แล้วจึงโหลดกระเป๋า เหมือนตอนที่เราไปโหลดกระเป๋าที่สนามบิน แต่ถ้าไม่ต้องการโหลดสัมภาระก็แค่ซื้อตั๋วอย่างเดียวครับ

อย่าพึ่งตกใจว่าทำไมราคาตั๋วเรือแพงว่าที่บอกไว้ตอนต้น อ่านต่อจนจบแล้วจะได้คำตอบครับ
ผมสังเกตุเห็นสายพานโหลดกระเป๋าค่อนข้างแคบจึงทำให้น้ำหนักสัมภาระที่ชั่งน้อยกว่าความเป็นจริง อย่างเช่น BackPack ที่ผมแบกเต็ม 55 ลิตรมีน้ำหนักแค่ 13 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งความจริงน่าจะประมาณ 20 กิโลกรัม ความกังวลเกี่ยวกับเรื่องสัมภาระเกินของผมจึงหมดไปทันที ผมโหลดกระเป๋าไปทั้งหมด 3 ใบซึ่งคาดว่าน้ำหนักจริงน่าจะเกิน 50 กิโลกรัมด้วยซ้ำ (ผมขนสัมภาระได้ 40 กิโลกรัม)

13:01 หลังจากโหลดสัมภาระเสร็จ จะได้ตั๋วเรือ 2 ใบและ Bag Identification Tag 3 ใบซึ่งพนักงานจะติดไว้กับ e-ticket ตั๋วเครื่องบินดังรูป



สังเกตุว่าตั๋วเรือใบแรกพิมพ์ว่า Checked Baggage: 1 ส่วนตั๋วเรือใบที่สองพิมพ์ว่า Checked Baggage: 0 ทำผมงงอยู่พักใหญ่ เนื่องจากผมโหลดกระเป๋าทั้งหมด 3 ใบมิใช่หรือ แล้วใยพิมพ์ตั๋วให้แบบนี้ แต่ก็หมดโอกาสถามแล้วเพราะอ่านเจอหลังจากขึ้นเรือ



13:07 ใช้เวลาผ่านตรวจคนออกเมืองมาเก๊า (ตม.) เพียงไม่กี่นาทีก็เข้ามาสู่ทางเดินไป gate 9 สำหรับขึ้นเรือไปสนามบินฮ่องกงครับ



13:10 บรรยากาศใน gate 9 รอขึ้นเรือ คนแน่นมากครับ ไม่มีที่นั่งเลย แต่ไม่เป็นไรยืนรอไม่กี่นาที



สังเกตุเห็นว่ามีแต่คนเอากระเป๋าขึ้นเรือ ไม่ค่อยเห็นมีใครโหลดกระเป๋าเหมือนผม ซึ่งทำให้ผมกังวลไปต่างๆ นานาว่าทำไมคนเหล่านี้เลือกที่จะแบกขึ้นเรือแทนที่จะโหลดสัมภาระ

หรือเป็นเพราะว่าถ้าสัมภาระเกินสายการบินจะเรียกเก็บเงินเรา เนื่องจากสายการบินนำสัมภาระไปชั่งอีกรอบ (สัมภาระที่ผมโหลดไปน่าจะเกิน 40 กิโลกรัม)
หรือเป็นเพราะว่าต้องรอกระเป๋านาน เนื่องจากเราต้องไปเอากระเป๋าไปโหลดสัมภาระอีกรอบที่สนามบิน
หรือเป็นเพราะว่ากระเป๋ามักจะหายระหว่างทาง (ตั๋วเรือผมระบุ Checked Baggage แค่ 1 ใบ ทั้งๆ ที่โหลดไป 3 ใบ)



13:24 ตัดความกังวลเหล่านั้นทิ้งไปแล้วขึ้นเรือ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด จะต้องเสียเงินค่าสัมภาระเพิ่มหรือต้องเสียเวลารอก็ไม่เป็นไร เพราะผมเผื่อเวลาไว้เยอะ เครื่องบินผมออกเวลา 17:10



ระหว่างนั่งเรือ อ่านหนังสือของ Turbo Jet เจอโปรโมชั่นของ Asia Mile ซึ่งเป็นไมล์สะสมของสายการบิน Cathay Pacific สามารถใช้ร่วมกับ Turbo Jet ได้ด้วย เช่นซื้อตั๋ว Turbo Jet ก็จะได้ Asia Mile และสามารถใช้ Asia Mile แลกตั๋ว Turbo Jet ได้ด้วย



อ่านเจอ Turbo Jet Airport Service ซึ่งระบุว่าผู้โดยสารต้องมาถึง Counter ก่อนเรือออก 60 นาที แต่ตอนที่ผมโหลดสัมภาระเป็นเวลาก่อนเรือออกแค่ 30 นาทีเอง



14:24 ประมาณ 1 ชั่วโมง เรือก็มาจอดเทียบท่าที่สนามบินฮ่องกง (Hong Kong International Airport: HKIA) ตรงส่วนที่เรียกว่า Sky Pier

เจอป้ายนี้เขียนว่า Baggage reclaim ทำให้ผมคิดว่า ผมคงต้องรอกระเป๋าเพื่อจะเอากระเป๋าไปโหลดสัมภาระที่เคาน์เตอร์ของสายการบินอีกรอบ



รอแล้วรอเล่าก็เห็นกระเป๋าออกมาแค่ 3 ใบซึ่งไม่ใช่ของผม



14:37 รออยู่ประมาณ 10 กว่านาที จึงเดินไปถามพนักงาน Check-in ของ Cathay Pacific ซึ่งเป็นสายการบินที่ผมใช้เดินทางกลับว่า “กระเป๋าผมอยู่ไหน” คำตอบที่ได้คือสัมภาระของผมจะถูกขนจากเรือไปขึ้นเครื่องบินโดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งปลอบใจผมด้วยคำว่า Don’t worry… Don’t worry.



และถามผมว่าจะโหลดสัมภาระอะไรเพิ่มไหม พร้อมกับชี้ป้ายให้ผมดูสิ่งที่ห้ามนำขึ้นเครื่อง



14:44 หลังจากดำเนิกการต่างๆ เสร็จสิ้น ก็ยื่น Boarding Pass พร้อมทั้งคูปอง Tax Refund คนละ 120 HKD มาให้ พร้อมทั้งอธิบายว่าตั๋วเรือที่ผมซื้อรวมภาษีที่จะเข้าประเทศฮ่องกงผ่านทาง HKIA แล้ว แต่เนื่องจากผมไม่ได้เข้าประเทศฮ่องกงจึงคืนเงินส่วนนี้ให้



14:46 ผ่านจุดตรวจสัมภาระขึ้นเครื่องมาเพียงไม่กี่ก้าวก็จะเจอจุดแลกคูปอง Tax Refund ให้เป็นเงินสด 120 HKD



เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมตั๋วเรือราคาเพียงคนละ 115 MOP เนื่องจากตอนซื้อตั๋วจ่าย 235 MOP แต่จะได้ภาษีคืน 120 HKD



14:49 เดินทางจาก Sky Pier ไปสู่ Gate 40 ที่ผมใช้ขึ้นเครื่องตามแผนที่ซึ่งพนังงาน Check-in ให้มาโดยต้องนั่งรถไฟฟ้า 2 ต่อ



14:50 รถไฟฟ้ามาแล้วครับ



ด้านในรถไฟฟ้าที่ขาดแคลนเก้าอี้ครับ



14:56 ต่อรถไฟฟ้าอีกขบวนเพื่อไป Gate 40 ครับ สำหรับคนที่ไม่ได้ไป Gate 33 – 80 ก็ไม่จำเป็นต้องต่อรถไฟฟ้าอีกขบวน สามารถขึ้นบันไดเลื่อนได้เลย



15:03 ถึงจุดหมายปลายทาง เรียบร้อยครับ ใช้เวลาเดินทางนับตั้งแต่เรือออกจากท่าเรือมาเก๊า (Macau Ferry Terminal) ทั้งหมด 1 ชั่วโมง 33 นาที หรือถ้านับจากซื้อตั๋วเรือก็เพียง 2 ชั่วโมง 7 นาทีเท่านั้น





 

Create Date : 10 มิถุนายน 2554    
Last Update : 1 กันยายน 2554 22:09:26 น.  

รีวิว บินหรู อยู่สบาย ช้อปกระจาย ที่ฮ่องกง-มาเก๊า: อยู่สบาย ที่ Royal Hotel มาเก๊า

รีวิว บินหรู อยู่สบาย ช้อปกระจาย ที่ฮ่องกง-มาเก๊า: อยู่สบาย ที่ Royal Hotel (Macau)


เนื่องในโอกาส ที่ปลายเดือนพฤษภาคมนี้ เป็นวันพิเศษสำหรับผมกับแฟน เลยอยากจะ Surprise เธอด้วยการพาเธอไปเที่ยวและช้อปที่ฮ่องกง แต่เนื่องด้วยความขี้ลืมจึงไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้าไว้ รู้ตัวอีกทีก็ปาเข้าไปวันที่ 20 พฤษภาคมแล้ว จึงจำเป็นที่จะต้องจัดทริปอย่างเร่งด่วน

โรงแรมในมาเก๊าวันอาทิตย์ราคาจะถูกกว่าวันศุกร์เสาร์ประมาณ 30 – 50% เป็นเหตุผลที่ผมเลือกค้างที่มาเก๊าในวันอาทิตย์ เนื่องจากแฟนผมอยากเดิน Senado Square ตอนกลางคืน จึงต้องเลื่อกโรงแรมที่อยู่ฝั่งมาเก๊า (มาเก๊าแบ่งเป็นสามส่วนคือ มาเก๊า, ไทปาและโคโลอาน) Royal Hotel หรือ Hotel Royal เป็นโรงแรมสี่ดาวที่ราคาถูกและมี Consumer rating หรือ Consumer Review ที่ดีในหลายๆ เวป จึงเลือกพักที่นี่ ห้องSuperior ที่นี่ราคาเพียง 2,600 บาท (คืนวันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม 2554) ที่เวปHotelTravel ซึ่งให้ราคาถูกที่สุด (เท่าที่หาได้) สำหรับโรงแรมนี้



ความสะดวกในการเดินทาง

Shuttle Bus สำหรับผู้นิยมเดินทางฟรีใน Macau ทางโรงแรมมีบริการ Shuttle Bus สองเส้นทาง

เส้นทางแรก: จากหน้าโรงแรมไปท่าเรือมาเก๊า Macau Ferry Terminal รับส่งทุกๆ 30 นาที จุดจอดรถ Shuttle Bus ของ Royal Hotel ที่ท่าเรือ Macau Ferry Terminal จะอยู่บริเวณเดียวกับ Shuttle Bus ฟรีของโรงแรมดังทั้งหลาย แต่จะไม่ได้จอดเทียบท่ารอผู้โดยสาย จะจอดอยู่บริกลางถนนตามรูปครับ



จากท่าเรือจะมุ่งตรงสู่โรงแรมทันที ไม่จอดแวะที่ไหน แต่เที่ยวจากโรงแรมมาท่าเรือจะจอดส่งนักท่องเที่ยว 6 จุดตามรูปด้านล่างครับ
จุดที่น่าสนใจคือ โรงแรม Wynn Macau ดูน้ำพุดนตรี และ Fisherman’s Wharf ถ่ายรูปสวยๆ กับโคลิเซียม



รอ Shuttle Bus บริเวณหน้าโรงแรม



เส้นทางที่สอง: จากหน้าโรงแรมไป City of Dream รถสายนี้จะออกจากหน้าโรงแรมแค่วันละ 2 เที่ยวเท่านั้นคือ 11:00 และ 17:30 และไม่แน่ใจว่าโดยสารกลับโรงแรมได้หรือไม่ รถสายนี้จะจอดส่งนักท่องเที่ยว 4 จุดคือ New Yaohan, Macau Tower, Venetian และ City of dreams



การไปเที่ยวยังที่ต่างๆ ในมาเก๊า สามารถทำได้โดยโดยสาร Shuttle Bus จากโรงแรมไปท่าเรือมาเก๊า Macau Ferry Terminal แล้วจึงต่อรถ Shuttle Bus ฟรีของโรงแรมอื่นเช่น ถ้าต้องการไปเที่ยวหมูบ้านไทปา Taipa Village, ถนนสายอาหาร Food Street, ถนนสายโรแมนติก (ซึ่งอยู่ระแวกเดียวกัน) สามารถขึ้นรถ Shuttle bus ของ City of Dream หรือ Galaxy แล้วไปต่อ Shuttle bus ของโรงแรมทั้งสองไป Taipa Village ได้ ในกรณีของโรงแรม Galaxy อยู่ใกล้ Taipa Village มากสามารถเดินได้สบายๆ

ด้านล่างคือจุดขึ้นรถ Shuttle bus ชั้นใต้ดินของ City of Dream ไปไทปา



รถเมล์

เดินทะลุผ่านสวนสาธารณะหน้าโรงแรมแล้วเลี้ยวขวาไปนิดนึงจะเจอป้ายรถเมล์ซึ่งมีรถเมล์อยู่หลายสายที่สามารถโดยสารไป Senado Square และวัดอาม่าได้ เท่าที่ผมจำได้คือสาย 2 และ 7 จะผ่านทั้ง Senado Square และวัดอาม่า ค่าโดยสาร 3.2 MOP ใครอยากรู้ข้อมูลรถเมล์ที่มาเก๊ามากขึ้น ผมเคยรีวิวไว้เข้าไปดูคลิ๊กที่นี่ครับ



มีป้ายบอกรถเมล์ที่ผ่านหน้าโรงแรมอยู่สองป้าย ป้ายหนึ่งคือป้ายนี้ อีกป้ายไม่ได้ถ่ายรูปมาครับ



ด้านล่างเป็นแผนที่ครับ วงกลมสีน้ำเงินเบอร์ 3 คือโรงแรม Royal Hotel, ดาวสีน้ำเงินคือป้ายรถเมล์ ส่วนดาวสีชมพูคือ Senado Square และ ซากโบสถ์เซนต์ปอล์ Rui'nas de Sao Paulo ซึ่งจะเห็นว่าสามารถเดินจาก Royal Hotel ไป Senado Squareได้ด้วยระยะทางประมาณ 500 เมตร ระหว่างทางก็จะเจอแหล่งช้อปปิ้งมากมายด้วย



บรรยากาศและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพัก
ห้องที่จองคือ Superior แต่ทางโรงแรม upgrade เป็นห้องDeluxe ห้องกว้างขวาง แต่วิวไม่สวยเอาเสียเลย มองออกไปเห็นแต่ตึกร้าง



เตียงขนาด King sizeนุ่มสบาย



บริเวณทางเข้ามีตู้เสื้อผ้าซึ่งข้างในมีตู้เซฟ รองเท้าสำหรับใส่ในห้อง ชุดคลุม แต่ไม่มีไม้แขวนเสื้อและบริการซักรีด ข้างตู้เสื้อผ้ามีที่วางกระเป๋า



ไม่ได้ถ่ายรูปด้านโต๊ะทำงาน ทีวี และตู้เย็นมาให้ดู แต่บรรยายรายละเอียดได้ครับ ที่โต๊ะทำงานมีสาย LAN ซึ่สามารถเล่น Internet ฟรี และ Adaptor ไว้เสียบไฟฟรีเช่นกัน (ที่เมืองไทยและมาเก๊าใช้ปลั๊กเสียบไฟรูขนาดต่างกันต้องใช้ Adaptor เพื่อให้เสียบไฟได้) ส่วนทีวีเป็น LCD ขนาด 32 นิ้วพร้อมเครื่องเล่น DVD ด้านล่างมีตู้เย็นซึ่งว่างเปล่า ไม่มี Mini Bar

Complimentary (ของฟรี) นอกจาก Internet แล้ว ยังมีน้ำสองขวดซึ่งวางอยู่ในห้องน้ำและชุดชงชากาแฟสองชุด



ห้องน้ำกว้างขวาง มีไดร์เป่าผม ที่โกนหนวด น้ำร้อน-เย็น ผ้าขนหนูผืนเล็กและใหญ่ แปรงสีฟัน ยาสระผม หมวกคลุมผม โลชั่นทาผิว สบู่ก้อน สบู่เหลว cotton buds และ กระจกขยายส่องหน้า เห็นกันทุกรูขุมขนทีเดียว



มีอ่างอาบน้ำ พร้อมแผ่นยางกันลื่นให้ด้วย



ระบบระบายน้ำเสียของห้องนี้ไม่ดี ทำให้น้ำที่อาบไหลลงท่อช้าและนองอ่างอยู่ซักพัก



สิ่งอำนวนความสะดวกรอบๆ โรงแรม

ข้างสวนสาธารณะหน้าโรงแรมมีห้างเปิดใหม่ (ดาวสีเขียวในแผนที่) ซึ่งตอนผมไปห้างนี้ยังไม่เปิดเลยไม่สามารถเก็บบรรยากาศมาฝากได้

ออกจากโรงแรมมาทางซ้ายมือจะเจอ 7-11 และร้านอาหาร (ดาวสีส้มในแผนที่)

ไกลจากโรงแรมนิดหน่อยจะมี Supermarket (ดาวสีฟ้าในแผนที่) เหมาะมากสำหรับซื้อของฝากและของหลายอย่างราคาถูกกว่าประเทศไทยเช่น โมจิญี่ปุ่น เบียร์ ช๊อกโกแล็ต ผมหมดเงินไปกับที่นี่หลายร้อย MOP อยู่ สามารถใช้บัตรเครดิตได้เมื่อซื้อ 100 MOP ขึ้นไป ซึ่งรอบๆ Supermarket มีโรงแรมอยู่มากมายแสดงด้วยสี่เหลี่ยนสีฟ้าเลข 8. Metropark 9. Holiday Inn 10. Emperor 11. Beverly Plaza 12. Fortuna 13. President 24. Landmark 30. Rio 43. Grand Lisboa และสามารถขึ้นรถเมล์สาย 3 จากไป Supermarket ทั้งสองแห่งนี้เช่นกัน



บรรยากาศภายในโรงแรม

บริเวณ Lobby การบริการก็ไม่ติดขัดอะไร มัดจำห้องรับเป็นบัตรเครดิต มีพนักงานขนกระเป๋าให้ เสียอย่างเดียวตรงที่ห้องผมเช็คอินได้หลังบ่ายสามโมง ทั้งๆ ที่ผมมาถึงโรงแรมตอนเที่ยงครึ่ง



มีบริการฝากกระเป๋าและสัมภาระ



พนักงานสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีและคอยแนะนำการท่องเที่ยวมาเก๊าสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นกันเองพร้อมแจกแผนที่และหนังสือแนะนำการท่องเที่ยวมาเก๊าด้วย



ส่วนร้านอาหารและ Bar บริเวณ Lobby มีเค้กขายราคา 12 – 15 MOP



เห็นว่าทางโรงแรมมีสระว่ายน้ำด้วย แต่ผมไม่ได้ไปส่วนนั้นเลยไม่มีรูปถ่ายครับ

โดยรวมแล้ว Royal Hotel คุ้มค่าราคาที่จ่ายไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในห้องพัก ความสะดวกในการเดินทาง และการบริการของพนักงาน เสียอย่างเดียวที่วันที่ผมไปไม่สามารถเช็คอินตอนบ่ายโมงได้ ต้องรอจนถึงบ่ายสามโมง




 

Create Date : 10 มิถุนายน 2554    
Last Update : 1 กันยายน 2554 22:12:56 น.  

รีวิว บินหรู อยู่สบาย ช้อปกระจาย ที่ฮ่องกง-มาเก๊า: อยู่สบาย ที่ Harbour Plaza Metropolis (HK)

เนื่องในโอกาส ที่ปลายเดือนพฤษภาคมนี้ เป็นวันพิเศษสำหรับผมกับแฟน เลยอยากจะ Surprise แฟนด้วยการพาเธอไปเที่ยวและช้อปที่ฮ่องกง แต่เนื่องด้วยความขี้ลืมจึงไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้าไว้ รู้ตัวอีกทีก็ปาเข้าไปวันที่ 20 พฤษภาคมแล้ว จึงจำเป็นที่จะต้องจัดทริปอย่างเร่งด่วน

การจองโรงแรมที่ดีและราคาเหมาะสมจึงเป็นเรื่องยากเข้าไปอีก ค้นหาอยู่พักใหญ่จึงได้โรงแรม Harbour Plaza Metropolis ย่าน Tsim sha Tsui ห้อง Superior(ห้องถูกที่สุด) ในราคาประมาณ 3700 บาทต่อคืนไม่รวมอาหารเช้า (คืนวันพฤหัส ศุกร์ เสาร์ที่ 26 – 29 พฤษภาคม 2554) ที่เวปHotelTravel ซึ่งให้ราคาถูกที่สุด (เท่าที่หาได้) สำหรับโรงแรมนี้ เวปไซต์ส่วนใหญ่ให้เครดิตโรงแรมนี้เป็นโรงแรมสี่ดาว



ความสะดวกในการเดินทาง

โรงแรมนี้ อยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้า MTR Hung Hom เป็นรถไฟฟ้าสายสีฟ้าและม่วง ซึ่งดูแล้วน่าจะสะดวกเพราะใกล้ใจกลางเมืองและแหล่งช้อปแหล่งกินย่าน Tsim Sha Tsui, Yau Ma Tei, Jordan และ Mongkok เพียงไม่กี่สถานี ติดอยู่ตรงที่ว่าการเปลี่ยนขบวนจากสถานี East Tsim Sha Tsui ไปยังสถานี Tsim Sha Tsui นั้นเดินค่อนข้างไกล (บางช่วงจะมีทางเลื่อนให้) และต้องเสียเงินตีตั๋วสองครั้งเพราะสองสถานีนี้ไม่สามารถเปลี่ยนขบวนได้โดยไม่ออกจากสถานี



การเดินจากสถานีรถไฟฟ้า MTR Hung Hom มาถึงโรงแรมนั้นใช้เวลาประมาณ 7 นาที ออกทางออกExit C2 จากนั้นก็ข้ามสะพานลอย เดินเข้าห้าง The Metropolis เข้ามาในห้างเดินทะลุห้างไปทางขวามือก็จะเจอโรงแรม (เดินตามเส้นสีแดงในแผนที่ด้านล่าง)



แต่ทาง โรงแรมก็มี Shuttle bus คอยบริการรับส่งจากสถานี Tsim Sha Tsui ถึงโรงแรมทุกๆ 20 นาที โดยรถจะจอดอยู่ด้านหน้าของโรงแรม (ต้องแสดง key card ในการใช้บริการ)



จุดจอด Shuttle bus ของโรงแรม (รูปดาวในแผนที่) ที่สถานี Tsim Sha Tsui ใกล้ประตูทางออก Exit L4 จะจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงแรม The Kawloon Hotel (เบอร์ 21) ตามแผนที่ด้านล่างครับ







สำหรับการเดินทางจากสนามบินมาโรงแรมด้วย Airport Express ก็สามารถลงที่สถานี Kowloon และต่อรถBus K1 ซึ่งเป็นรถของ Airport Express มาส่งถึงหน้าโรงแรมเลยครับ แต่กระนั้นผมก็ยังใช้บริการรถเมล์สาย S1 แล้วมาต่อ MTR อยู่ดีเนื่องจากค่าโดยสารถูกกว่าหลายร้อยบาท
  • ดูรีวิวเปรียบเทียบเวลาและค่าโดยสารในการเดินทางจากสนามบินฮ่องกงถึงตัวเมืองด้วย Airport Express, รถบัส และ MTR คลิ๊กที่นี่


  • ส่วนรถเมล์ ที่ผ่านบริเวณสถานี MTR Hung Hom (ซึ่งต้องเดินออกจากโรงแรมไปประมาณ 7 นาที) มีสาย 5C, 8, 8A, 11K, 11X และ 21 ที่ตำแหน่งวงกลมสีแดง และ สาย 6 และ 6A ที่ตำแหน่งวงกลมสีน้ำเงินตามแผนที่ ซึ่งรถเมล์สาย 6 และ 6A สามารถไปศาลเจ้าแม่กวนอิมที่รีพลัสเบย์ (Repulse Bay)ได้

    สังเกตุเห็นว่าที่สถานี MTR Hung Hom จะมีบริษัททัวร์ของจีนมาเปิดบริการด้วย เข้าใจว่ามีรถไฟฟ้าจาก MTR Hung Hom ไปเสินเจิ้นได้ด้วย



    บรรยากาศและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพัก

    ขนาดห้องไม่ใหญ่ตามสไตล์โรงแรมในฮ่องกง แต่ไม่อึดอัด และสะอาดดี มีแม่บ้านทำความสะอาดให้ทุกวัน ตามเวปไซด์บอกว่าห้องนี้ขนาด 25 ตารางเมตร







    เตียงนุ่มสบายดีมีหมอนให้คนละ 2 ใบ ข้างตู้เสื้อผ้ามีที่วางกระเป๋า ส่วนข้างในตู้เสื้อผ้ามีตู้เซฟ รองเท้าสำหรับใส่ในห้อง ไม้แขวนเสื้อ บริการซักรีด และ ชุดคลุม



    อีกด้านของห้องมีตู้เย็น, เคเบิ้ลทีวีซึ่งมีบอล, หนัง และ MV ให้ดู และโต๊ะเขียนหนังสือมีปากกาและชุดเข็มด้ายสำหรับเย็บผ้า มีสัญญาณ Wifi ให้ แต่ไม่ฟรีครับ ถ้าจะใช้ Wifi ต้องเสียเงิน



    Complimentary (ของฟรี) ภายในห้องพักมีน้ำสองขวดและชุดชงชากาแฟสองชุด ซึ่งไม่ว่าจะอยู่กี่วันก็จะได้น้ำแค่สองขวด แต่ชุดชงกาแฟจะเติมให้ทุกวัน อาจจะต่างกับบ้านเราที่จะได้น้ำฟรีวันละสองขวด

    ส่วนขนมและของในตู้เย็น (รวมทั้งน้ำเปล่า) ไม่ฟรีนะครับ คิดเงินตามบิลที่แนบไว้ด้านข้าง

    มี Adaptor ไว้บริการ (ที่เมืองไทยและฮ่องกงใช้ปลั๊กเสียบไฟรูขนาดต่างกันต้องใช้ Adaptor เพื่อให้เสียบไฟได้) แต่ต้องเสียเงินซื้อค่อนข้างแพง ถ้าจำไม่ผิดราคาประมาณ 99 HKD นำไปเองดีกว่าครับ ซื้อเมืองไทยไม่น่าเกิน 50 บาท



    Complimentary (ของฟรี) อีกอย่างคือผลไม้ครับ รสชาติธรรมดามาก แถวบ้านผมอร่อยกว่า



    มองจากหน้าต่างห้องออกไป วิวสวยดีครับ



    และเห็นสระว่ายน้ำและอ่างจากุสซี่ของโรงแรมจากหน้าต่างห้อง



    มาดูห้องน้ำกันบ้างดีกว่า ห้องน้ำค่อนข้างใหญ่ มีไดร์เป่าผม น้ำร้อน-เย็น ผ้าขนหนูผืนเล็ก, กลางและใหญ่ (3 ผืน) แปรงสีฟัน ยาสระผม หมวกคลุมผม โลชั่นทาผิว สบู่ก้อน สบู่เหลว cotton buds



    มีอ่างอาบน้ำ พร้อมแผ่นยางกันลื่นให้ด้วย



    อีกด้านของห้องน้ำครับ ชักโครกไซส์มาตราฐาน ไม่เล็กครับ



    สิ่งอำนวนความสะดวกรอบๆ โรงแรม

    บริเวณโรงแรมอยู่ติดกับห้างThe Metropolis ซึ่งมีทั้ง 7-11 และร้านอาหารมากมาย แต่ผมยังไม่เคยเข้าไปลิ้มลองซักร้านเดียวเนื่องจากออกไปเที่ยวแต่เช้าทุกวัน ข้ามฝั่งมาที่สถานีรถไฟฟ้า MTR Hung Hom ก็จะเจอกับ 7-11 ร้านขายของฝากและร้านค้าอีกมากมาย



    ชั้นสองของสถานี MTR มี McDonalds และ Maxim’s Express ผมยังไม่มีโอกาสได้ชิม Maxim’s Express แต่ได้ทาน McDonalds ไปหนึ่งมื้อ รสชาติอร่อยกว่าบ้านเราเล็กน้อย ราคาใกล้เคียงกับเมืองไทย แต่ถ้าเทียบกับที่นั่นถือเป็นอาหารราคาถูกทีเดียว




    บรรยากาศภายในโรงแรม

    บริเวณ Lobby การบริการก็ไม่ติดขัดอะไร มัดจำห้องรับเป็นบัตรเครดิต มีพนักงานขนกระเป๋าให้ พนักงานสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี



    บริเวณ Bar และอาหารเช้า ผมใช้บริการแค่ welcome drink (ซึ่งขอเป็นเบียร์ได้) ที่เป็น Complimentary (ของฟรี) ของโรงแรมเท่านั้น ไม่ได้ทานอาหารเช้าที่นี่



    สระว่ายน้ำและอ่างจากุสซี่ ของโรงแรม น่าเล่นดี แต่ไม่มีโอกาสได้เล่นครับ เพราะมัวแต่ช้อปจนเหนื่อย



    ขึ้นลิฟท์กระจก มีสวนตรงกลางให้ชม สบายตาดี



    โดยรวมแล้ว Harbour Plaza Metropolis ถูกใจผมทั้งด้านราคา ห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แต่อาจจะไม่ได้อยู่ใจกลางแหล่งช้อปปิ้งเช่น Mongkok หรือ Tsim Sha Sui จึงทำให้มีเวลาเดินเล่นกลางคืนจำกัดแค่เพียงห้าทุ่มครึ่งเพราะกลัวรถไฟฟ้าหมดครับ
    249




     

    Create Date : 08 มิถุนายน 2554    
    Last Update : 8 ตุลาคม 2554 22:54:44 น.  

    1  2  3  4  
     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.