Group Blog
 
All blogs
 

เดินไปทำงานอย่างมีความสุข ...ได้อย่างไร?

คุณสามารถพบกับชีวิตที่มีความสุข
ชีวิตแห่งความอิสระได้ ณ ที่นี่ ตอนนี้


มนุษย์เราต่างจำเป็นต้องดื่มกินอาหาร ต้องสวมใส่เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มเพื่อปกปิดร่างกาย ต้องนอนหลับพักผ่อนเพื่อการดำรงชีวิต ดังนั้นมนุษย์เราไม่ว่าใครก็ตามต่างต้องทำงานเพื่อแก้ปัญหาเรื่องปัจจัยในการดำรงชีวิตต่างๆเหล่านี้ อีกทั้งการช่วยกันทำงานหลายๆคนย่อมได้ผลดีกว่าการทำงานคนเดียวมาก มนุษย์เราจึงอาศัยอยู่ร่วมกัน และปรารถนาจะให้ผู้อื่นทราบว่าตัวเองกำลังทำงานอะไรอยู่เช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้าหากใครสักคนมีทรัพย์สมบัติมากที่สุด เป็นใหญ่ที่สุดในกลุ่มชน และมีคนรับรู้ในสิ่งนั้นมากแล้วล่ะก็ ในที่สุดคนนั้นจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ “มีความเป็นอยู่ที่ดี” หรือที่เรียกกันว่าเป็นผู้ที่มีความร่ำรวย เกียรติยศ และชื่อเสียงนั่นเอง

ดังนั้น ไม่ว่าใครก็ตามจึงปรารถนาและพยายามตั้งใจ “ทำงาน” เพื่อที่จะสามารถเป็นเจ้าของความร่ำรวย เกียรติยศ และชื่อเสียง เหล่านี้ให้ได้ ทว่าปัญหาที่เกิดตามมาก็คือ การเกิดความทุกข์ทรมานใจอันเนื่องมาจากการทำงานนั่นเอง ชาวนาทำนาไปพร้อมกับความทุกข์ใจ นักธุรกิจก็ทำธุรกิจไปพร้อมกับทุกข์ใจ พนักงานประจำต่างก็ทำงานไปพร้อมกับทุกข์ทรมานใจ ทั้งๆที่การอยู่ร่วมกันของมนุษย์เราดีกว่าการอาศัยอยู่ตามลำพังคนเดียว แต่กลายเป็นว่าเกิดความขัดแย้งขึ้นมาจากการอาศัยอยู่รวมตัวกันของคนหลายๆคนในที่สุด นอกจากนั้นแล้วคนเราแต่ละคนต่างปรารถนาจะให้ผู้อื่นรู้จักตัวเองมาก แต่เมื่อไม่เป็นไปอย่างที่ใจต้องการก็เกิดความรู้สึกต่ำต้อย น้อยเนื้อต่ำใจและมีความทุกข์ทรมานใจขึ้นมาเช่นกัน คนเราจำเป็นต้องทำงานจึงจะสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข แต่สุดท้ายคนเรากลับเกิดความทุกข์ขึ้นมาจากการทำงานจนได้ คนเราจำเป็นต้องอาศัยอยู่ร่วมกัน แต่พออาศัยอยู่ร่วมกันเข้าจริงๆกลับเกิดความขัดแย้งขึ้นมาในกลุ่มชน ก่อให้เกิดความทุกข์ขึ้นมาอีก นอกจากนั้นความต้องการของคนเราที่อยากให้ผู้อื่นรู้จักและยอมรับในตัวเรา เมื่อมันไม่เป็นไปดังที่ใจคิดและจินตนาการเอาไว้ก็พานทำให้เกิดความทุกข์ขึ้นมาในที่สุด

ที่ทำงานเป็นสถานที่ที่ผู้คนมากหน้าหลายตามาอยู่ร่วมกัน ดังนั้นที่ทำงานจึงเป็นสถานที่ที่เกิดปัญหาหลากหลายได้ง่ายเช่นกัน แต่หากเวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันของชีวิตต้องมาใช้อยู่ในที่ทำงานที่เต็มไปด้วยความทุกข์แล้วล่ะก็ มันก็ดูราวกับว่าเรากำลังใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมานอยู่นั่นเอง

หนึ่งในคำถามของแบบสอบถามหนึ่งมีอยู่ว่า “ทำไมคนเราต้องทำงาน” และคำตอบที่คนส่วนใหญ่ตอบกันคือ “ทำงานเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง” ดังนั้นความรู้สึกภาคภูมิใจและความสมหวังในตัวเองจากการทำงาน จึงเป็นได้แค่ความฝันเท่านั้น ท้ายที่สุดแล้ว ยิ่งใช้ชีวิตไปกับการทำงานมากขึ้นเท่าไหร่ ร่างกายกับจิตใจก็ยิ่งอ่อนแรงลงไปมากขึ้นเท่านั้น การที่มนุษย์เราทำงานเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องนั้นเป็นเรื่องจริง จะว่าไปแล้วคำตอบที่ได้รับในแบบสอบถามข้างต้นนี้ เป็นคำตอบที่จริงใจที่สุดก็ว่าได้ แต่การทำงานที่ต้องใช้เวลาและชีวิตส่วนใหญ่หมดไปกับที่ทำงานแล้วล่ะก็ ในบางครั้งก็อาจจะเกิดคำถามขึ้นมาได้ว่า “ถ้าอย่างนั้น เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไรกันนะ?” “มีชีวิตอยู่เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเพียงอย่างเดียวอย่างนั้นหรือ?”

เดินไปทำงานอย่างมีความสุข เป็นหนังสือที่กล่าวถึงปัญหาความทุกข์ใจหลากหลายปัญหา ซึ่งปัญหาต่างๆเหล่านั้นล้วนเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมา ณ ที่ทำงาน นอกจากนี้หนังสือเล่มนี้ยังกล่าวถึงปัญหาต่างๆ อันเกิดจากการประกอบอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นความหวาดหวั่นต่ออนาคตที่ไม่สดใสของธุรกิจ การงาน ความไม่สบายใจอันเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน ความกดดันและความเครียดอันเกิดมาจากรายรับที่ได้ในแต่ละปี ความเครียดความกดดันเรื่องการเลื่อนขั้นหรือเลื่อนตำแหน่ง ความไม่สมดุลระหว่างชีวิตครอบครัวและชีวิตการงาน ระยะห่างระหว่างอุดมคติและความเป็นจริง ตำแหน่งหน้าที่ที่โดนบีบทับจนมีสภาพราวกับแซนด์วิชชั้นหนึ่งในที่ทำงานของตัวเอง ปัญหาทับซ้อนวุ่นวายที่ยากเกินจะเข้าใจได้ภายในสถานที่ทำงาน งานหนักเกินไปจนทำให้ทั้งร่างกายและจิตใจอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง ...แน่นอนมนุษย์ทำงานทั้งหลายอยากจะปลดปล่อยตัวเองให้พ้นจากสิ่งเหล่านี้ เมื่อไหร่ที่คนเรารู้สึกว่าความทุกข์ทรมานใจหนักหนาสาหัสเกินกว่าจะรับได้ ก็มักจะต้องการปลดปล่อยตัวเองออกไปจากหน้าที่การงาน ธุรกิจ หรือแม้แต่ความเครียดอันเกิดมาจากการแข่งขันเหล่านั้นไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่พอหยุดพักผ่อนไปได้สักหน่อย ก็กลับไปเริ่มงานใหม่ พยายามสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ และในที่สุดก็เกิดการแข่งขันครั้งใหม่ขึ้นมา ซ้ำไปซ้ำมาเหมือนเดิม แม้ว่าการยกเลิกทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนจะเป็นการพยายามแก้ปัญหา แต่ท้ายที่สุดนอกจากมันจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้แล้ว ยังกลายเป็นการเดินวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ที่ปัญหาเดิมก็ว่าได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกท้อแท้หรือผิดหวังขึ้นมาพร้อมกับรำพึงรำพันอยู่ภายในใจว่า “นี่หรือคือชีวิต” ขึ้นมาก็ได้

เมื่อเป็นเช่นนี้ เราน่าจะลองมาค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหากันดูไหมว่าเป็นอย่างไร? ตอนที่เราเกิดความขัดแย้งและความทุกข์ทรมานนั้นอย่าเอาแต่ไปโทษผู้อื่น ลองหันมาพิจารณาตัวของเราเองกันสักครั้งดีกว่า ถ้าหากเราลองพิจารณาสาเหตุแห่งความทุกข์ทั้งหลายภายในตัวของเราเองแล้วล่ะก็ เราจะตระหนักได้ว่า ความทุกข์ทั้งหลายเหล่านั้น มิได้เกิดจากผู้อื่นหรือสิ่งที่อยู่รอบๆหรือนอกตัวเราเลย แต่มันเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาด้วยตัวของเราเอง หากคิดได้เช่นนี้ เราจะสามารถค้นพบเงื่อนงำของปัญหาด้วยตัวของเราเองในที่สุด

หากเราคิดว่าชีวิตการทำงานกับชีวิตที่มีความสุขของเราแยกกันอยู่คนละส่วน เราจะไม่มีวันพบชีวิตที่มีความสุขได้เลยเป็นอันขาด หากคิดว่าทรัพย์สินเงินทองที่หามาได้จากการทำงาน เป็นเพียงขั้นบันไดที่จะปูทางให้พวกเราปีนขึ้นไปสู่ความสุขและความอิสระได้แล้วล่ะก็ ความสุขและความอิสระนั้นจะค่อยๆห่างไกลออกไปเรื่อยๆ ขอให้คุณทั้งหลายละทิ้งความคิดว่าจะมีชีวิตอยู่เพื่อวันพรุ่งนี้ออกไปเสียเถิด คุณทั้งหลายควรต้องสร้างสรรค์สิ่งที่จะทำให้ตัวเองมีความสุขขึ้นมาด้วยตัวของตัวคุณเองตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นอีกก้าวหนึ่งที่ช่วยให้คุณผู้อ่านสามารถเดินทางไปค้นพบความสุขในชีวิตที่ดีกว่าได้


ฤดูใบไม้ผลิ พ.ศ.2552
พระครูพ็อบ-รยูน


(จาก คำนำผู้เขียน
หนังสือ MY HAPPY WAY TO WORK
เดินไปทำงานอย่างมีความสุข
(แฮงบกฮัน ชุลกึนกิล)
โดย พระครูพ็อบ-รยูน)




 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2554 18:24:06 น.
Counter : 278 Pageviews.  


poohdern
Location :
เชียงราย Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Wassup Baby
^w^

.................

จะรีบไปไหน

เวลาเป็นของใคร

ใยรีบใช้คืน

....................
รักนะจุ๊บจุ๊บ
Friends' blogs
[Add poohdern's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.