Group Blog
 
All blogs
 

โมจิ

" โมจิ "  

  และแล้วบ้านเราก็ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ "โมจิ" เป็นหมาลูกครึ่ง(แต่ระหว่างหมาป่า กะ หมาบ้าน) เป็นสมาชิกลำดับที่เท่าไหร่ในบ้านก็ไม่แน่ใจนัก  และด้วยความที่เป็นเลือดผสมนี่แหละเป็นต้นเหตุที่ทำให้วันหนึ่ง เราต้องตัดสินใจให้ " โมจิ "  ไปจากเราตลอดไป
  อย่าที่บอก โมจิ ไม่ใช่หมาตัวแรกของครอบครัว แต่รับรองได้ว่า โมจิ เป็นหมาตัวแรกที่แม่กล้าการันตีว่าเลี้ยงดีกว่าลูกแน่นอน T^T  เริ่มจากชื่อ "โมจิ"  
" แม่ๆ ทำไมหมาชื่อ โมจิ อ่ะ "  " เพราะมันจะได้เข้ากับชื่่อลูกไง " ( ._.)!!  แต่แม่คงไม่ทันสังเกตว่าชื่อลูกมันบ้านๆสุดๆ หลังจากนั้น โมจิ ก็กลายเป็นลูกรักไปโดยปริยาย
เวลาโทรกลับบ้านมักจะได้ยินเสียงแม่พูดคนเดียว " แม่คุยกะใครอ่ะ "  " โมจิไง "
 ( ._.)!! เป็นเรื่องเป็นราวมากกก  ไม่ได้เป็นกับแม่คนเดียว พ่อก็ด้วย คงเพราะลูกสาวสุดที่รักต้องระเห็จตัวเองออกมาเป็นเด็กเมืองกรุง 
   โมจิ มีชีวิตสะดวกสบายเกินหน้าเกินตาหมาแถวๆบ้าน ชีวิตโมจิเพียบพร้อมไปด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาหารหลัก อาหารเสริม จนถึงของเล่นแก้เหงา เราไม่ค่อยปล่อยโมจิออกไปคบค้าสมาคมกับหมาข้างบ้านนัก เพราะอาจถูกรังแกด้วยความอิจฉา โมจิเลยต้องอยู่แต่ในบ้าน โชคดีที่บริเวณบ้านเราก็กว้างพอให้มันวิ่งไปวิ่งมาได้ และสิ่งที่มันโปรดปรานมากก็คือ การวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่หมาตัวนึงจะวิ่งได้ไปรอบๆบ้าน(โชว์พลังว่างั้น) แม่เราก็นั่งดูมันด้วยความภาคภูมิใจ มิเสียแรงที่ให้หมากินข้าวกับหมูปิ้งไก่ปิ้ง (ส่วนลูกแม่ให้กินปลาทูหน้าตาบ้านๆไปตามยถากรรม เพราะแค่เหลือบตามองก็จะได้ยินเสียงแว่วๆมา "ของโมจิๆ"  T^T ) แล้ววันดีคืนดีมันก็วิ่งไปเสยเข้ากับเสาบ้านเสียงดังสนั่น โชคดี เอ้ย..บังเอิญ ที่เราก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วยพอดี เพราะหลังจากที่มันวิ่งไปแล้วซะหลายรอบ จะเป็นเพราะเหนื่อยหรือเวียนหัวจนงงก็ไม่รู้ ก็เลยไปบวกเข้ากับเสาบ้านพอดิบพอดี แม่เรางี้ตกตะลึงอึ้งไปพักใหญ่ แล้วก็ร้องเรียกชื่อมันซะยกใหญ่ เพราะคิดว่ามันตายแน่ๆ เพราะนอนหงายท้อง ขาชี้ ตาค้างไปเลย ลำบากเราต้องมุดเข้าไปลากมันออกมา แม่ก็ตบที่หน้ามันซ้ายทีขวาที แล้วก็เรียกชื่อมันไปด้วย สักพัก..ปาฏิหาริย์ก็เกิด.. มันฟื้น พลิกตัวขึ้นมากระดิกหางอ้อนแม่ได้ต่อ (*O*) และนี่ก็ไม่ได้เป็นครั้งเดียวที่มันได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง ฟังดูชีวิตมันก็ปกติ มีความสุขดี แต่ทุกอย่างมันก็อาจจะมีจุดเปลี่ยนของมันอยู่ ไอ้จุดเปลี่ยนนี่เองที่ทำให้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป




 

Create Date : 23 มิถุนายน 2555    
Last Update : 26 มิถุนายน 2555 14:42:49 น.
Counter : 230 Pageviews.  

บ้านของฉัน

              บ้านของฉันอาจไม่ใหญ่โต ไม่เจริญหรือสวยงามมากไปกว่าบ้านหลังอื่นๆ อาจมีหลายๆครั้งที่ฉันแอบมองบ้านหลังอื่นๆด้วยความอิจฉา แต่ท้ายที่สุดแล้ว..ที่ที่ฉันจะสามารถนอนหลับตาได้อย่างอบอุ่น ปลอดภัย และเป็นสุขที่สุด ก็คือบ้านของฉันเอง 


              ณ วันนี้ ฉันคงไม่สามารถบอกได้ว่า.. ฉันรัก และภูมิใจในบ้านของฉันมากแค่ไหน แม้มันจะยังคงไม่ใหญ่โต ไม่เจริญ หรือสวยงามมากกว่าบ้านหลังอื่นๆ       


ขอบคุณจากหัวใจ


   " ราตรีสวัสดิ์ "
วันนี้ฉันมีนิทาน อยากเล่าให้เธอฟัง
นิทานเรื่อง ท ทหาร อดทน
เวลาเขายืน เขาแนบปืนกลไว้ข้างกาย
ทั้งที่เขาไม่เคยใจร้ายและไม่เคยคิดฆ่าคน


แต่เป็นอีกคืนที่เขาต้องออกลาดตระเวน
เป็นหน้าที่ของกองพันทหารราบ
ผู้รักตัวเองน้อยกว่าชนในชาติไทย
เพราะรู้ว่าเลือดเนื้อ เขาจะสละไม่ให้เราเป็นทาสใคร


ในขณะนั้น ผู้ก่อการร้ายซุ่มโจมตี
เสียงปืนดังสนั่น ตอนเวลาในเที่ยงคืนกว่า
เสียงระเบิดดังก้องกึกไปทั่วทั้งป่า
พร้อมเสียงกระสุนปืนทะลุตัวจ่า


เขารีบยกปืนกลข้างกายประทับบ่า
ในขณะที่ยิงสวนไปเขาคิดแต่ว่า
ถ้าคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายของชีวิต
เขาก็ยินดีที่จะสละทุกอย่างด้วยยศอันน้อยนิด


ขอเพียงคนในชาติได้หลับสบาย
เขาจะยืนหยัดปกป้องแผ่นดินแม้ชีพมลาย
ในราตรีที่ด้ามขวานลุกเป็นไฟ
ประเทศไทยเจ้าเอ๋ย มีคนฝากเพลงนี้มาให้


หลับตาเถอะนะ ขอให้เธอหลับฝันดี
คืนนี้ไม่ต้องห่วง ตรงนี้ฉันจะดูแลด้วยชีวิตของฉัน


ในคืนที่ผมกินเหล้าอยู่นั่งเล่น
ในคืนที่ป้าข้างห้องยังตั้งวงป๊อกเด้ง
คืนที่เด็กมัธยมนั่งท่องตำราเอนท์จุฬาฯ
คืนที่ใครหลายคนลืมชื่อคนเดือนตุลา


คืนที่คุณนอนหลับอยู่บนเตียง
ทั้งหมดคือคืนเดียวกันกับเสียงปืนที่ดังเปรี้ยง
ของทหารต่อต้าน ข.จ.ก.
ผู้ไม่ยอมให้ใครมาเผาโรงเรียน เผาตำรา ส.ป.ช.


และยังไม่มีตอนจบของนิทาน
มีเพียงแต่ตอนรุ่งสางไม่เป็นศพก็พิการ
เพราะในทุกเช้าที่เราตื่นมาเมาขี้ตา
มันคือเช้าแห่งการสูญเสียที่ 5 องศา 37 ลิปดา


เขาตายเพื่อคนในชาติจนหลับสบาย
เขาจะยืนหยัดปกป้องแผ่นดินแม้ชีพมลาย
ในราตรีที่ด้ามขวานลุกเป็นไฟ
ประเทศไทยเจ้าเอ๋ย มีคนฝากเพลงนี้มาให้


หลับตาเถอะนะ ขอให้เธอหลับฝันดี
คืนนี้ไม่ต้องห่วง ตรงนี้ฉันจะดูแลด้วยชีวิตของฉัน
ฝากดาวบนฟ้า ร้องเพลงนี้ให้เธอฟัง
หากฉันไม่ได้กลับ อย่างน้อยให้เธอหลับสบายก็พอแล้ว


ขอขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องกับเพลงๆนี้ทุกๆคน


ไม่เคยคิด อยากจับปืน มายืนเฝ้า
เพื่อประหาร ใครเขา ให้อาสัญ
ปรารถนา สันติสุข ทุกคืนวัน
แต่ความฝัน ความจริง ใช่สิ่งเดียว
 
รับอาสา มาปกป้อง พี่น้องใต้
มีชีวิต อันตราย ในป่าเปลี่ยว
หลับไม่รู้ ดูไม่ดี นาทีเดียว
อาจถูกเหนี่ยว ไกปลิด ชีวิตไป
 
จำจากบ้าน ญาติมิตร เคยชิดอุ่น
จากสัมผัส รักละมุน เคยคุ้นได้
จากบิดร มารดา ยอดยาใจ
จากความสุข สบาย ในครอบครัว
 
ขออุทิศ ชีวิตนี้ ที่มีอยู่
เพื่อเชิดชู ชาติดำรง องค์เหนือหัว
หากชีพดับ ลับไป ไม่มีกลัว
ขอมอบตัว หัวใจ ให้แผ่นดิน



  By ploypee.exteen.com



"นักรบ ปจว."


เพื่อแผ่นดินไทยขอยอมพลีกาย..เพื่อชาติ
ด้วยความองอาจนักรบ ปจว. ไทย
เสียสละเลือดเนื้อ เพื่อแผ่นดินไทย
ขอพลีชีพวายจารึกไว้ในปฐพี


เป็นสิ่งเตือนใจ ให้พี่น้องไทยทุกคน
อย่าได้สับสน วกวนกับความเป็นไทย
เราเกิดร่วมท้องเป็นพี่น้อง ร่วมแผ่นดินไทย
จงอย่าให้ใคร มาทำร้ายใจทุกดวง


ร่วมร้อยดวงใจของคนไทย.. ให้คงมั่น
อย่ายอมแบ่งปันขวานทองของไทย..ให้ใคร
บรรพบุรุษท่านได้ร่วมสร้าง เอาไว้
ปู่ย่าตายาย ท่านได้นอนตายบนผืนดินนี้


**ถึงตัวจะตาย ไม่เคยเสียดาย แม้ชีวี
เพื่อปฐพีด้ามขวานทอง..ของไทย
ขอทดแทน พระคุณแผ่นดินไทย
ขอน้อมถวายแด่พระภูวนัย..พระราชินี


(ซ้ำ) เพื่อแผ่นดินไทย ขอยอมพลีกาย เพื่อชาติ
ด้วยความองอาจ นักรบ ปจว. ไทย
เสียสละเลือดเนื้อ เพื่อแผ่นดินไทย
ขอพลีชีพวาย จารึกไว้ในปฐพี


ไว้เป็นสิ่งเตือนใจให้ พี่น้องไทย ทุกคน
อย่าได้สับสน วกวนกับความเป็นไทย
เราเกิดร่วมท้อง เป็นพี่น้อง ร่วมแผ่นดินไทย
จงอย่าให้ใคร มาทำร้ายใจ ไทยทุกดวง
ร่วมร้อยดวงใจ ของคนไทย ให้คงมั่น
อย่ายอมแบ่งปัน ขวานทองของไทย ให้ใคร
บรรพบุรุษ ท่านได้ร่วมสร้าง เอาไว้
ปู่ย่าตายาย ท่านได้นอนตาย บนผืนดินนี้


**ถึงตัวจะตาย ไม่เคยเสียดาย แม้ชีวี
เพื่อปฐพี ด้ามขวานทอง..ของไทย
ขอทดแทน พระคุณ แผ่นดินไทย
ถึงตัวจะตาย ขอไว้ลายนักรบ ปจว
ถึงตัวจะตาย... ขอให้ชาติไทยนั้นได้รุ่งเรือง
ถึงตัวจะตาย..... ขอร้องคนไทย “อย่าแยกแตกกัน”


ขอทดแทนแผ่นดินไทย ถึงตัวจะตายไม่เคยเสียดาย...แม้ชีวี
ขอ...ร้องพี่น้องคนไทย จงร่วมใจ รู้รักสามัคคี
ถวายเป็นราชสดุดี แด่พระผู้มี...พ่อพระภูมิพล
ขอทดแทนแผ่นดินไทย ถึงตัวจะตายไม่เคยเสียดาย...แม้ชีวี
ขอ...ร้องพี่น้องคนไทย จงร่วมใจ รู้รักสามัคคี
ถวายเป็นราชสดุดี แด่พระราชินี พ่อภูมิพล



แด่ทหารกล้าผู้จากไป


 






Free TextEditor




 

Create Date : 21 มกราคม 2554    
Last Update : 21 มกราคม 2554 18:30:57 น.
Counter : 199 Pageviews.  

พ่อ

หลังจากหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของพ่อจบลง แต่หน้าที่อย่างหนึ่งที่ไม่มีวันจบก็คือ..หน้าที่ของความเป็นพ่อ พ่อทำหน้าที่นี้มาอย่างดีที่สุดตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่ามันจะเหนื่อยยากแค่ไหน วันนี้ฉันก็อยากให้พ่อได้พักบ้าง ถ้าจะให้พ่อหยุดทำเพื่อลูกไปเลยมันคงเป็นไปไม่ได้ วันนี้..ฉันจึงขอแค่ให้พ่อทำเพื่อลูกให้น้อยลง แล้วฉันจะเป็นฝ่ายทำเพื่อพ่อบ้าง
ฉันรู้จากแม่เมื่อไม่กี่ปีมานี้เองว่าพ่อไม่สบาย มีโรคประจำตัวและต้องกินยาไปหาหมออยู่ตลอดเวลา หมอบอกว่า..พ่อเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือก็คือกล้ามเนื้อหัวใจของพ่อทำงานได้เพียงข้างเดียว ก็คือ สองห้องด้านบนและล่างด้านใดด้านหนึ่ง แต่ฉันไม่แน่ใจว่าด้านไหน นี่ฉันกลายเป็นคนที่ไม่รู้อะไรเลย พ่อไม่เคยบอกไม่เคยเล่าว่า..พ่อไม่สบายยังไงเลยสักครั้ง ทุกครั้งที่ฉันโทรกลับบ้าน ทุกคำของพ่อคือ..พ่อสบายดี พ่อห้ามแม่ไว้ไม่ให้บอกลูก บอกว่าเดี๋ยวลูกไม่สบายใจ บางครั้งถ้าอาการกำเริบพ่อก็ต้องอมยาใต้ลิ้น เจ็บแน่นหน้าอก เมื่อฉันได้ยินแม่แม่เล่าให้ฟัง ฉันไม่มีคำพูดอะไร ..ไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไร หรือไม่รู้ว่าจะทำอะไรเพื่อตอบแทนพ่อได้บ้าง ฉันรู้ว่า...ถึงฉันจะทำอะไรไปเท่าไหร่ ใช้เวลานานทั้งชีวิตของฉัน.. มันก็คงไม่ได้เศษเสี้ยวหนึ่งที่พ่อทำให้ฉัน
ตอนที่ฉันเข้ามาเรียนต่อที่กรุงเทพ ฉันเลือกที่จะเรียนที่รามคำแหง ไม่ได้คิดอยากที่จะเรียนมหาลัยเอกชนอย่างคนอื่นเขา ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องทำให้พ่อกับแม่ลำบากมากมายอย่างที่สุด พ่อต้องแบ่งเงินเกือบครึ่งของทั้งหมดเพื่องส่งมาให้ฉันใช้จ่าย โดยส่วนที่เหลือจะเป็นทั้งหมดของคนที่บ้าน แม่เล่าว่าพ่อคงเป็นตำรวจคนเดียวที่นั่นที่ต้องห่อข้าวไปกินทุกๆครั้ง ไข่ต้มคืออาหารประจำของพ่อ แม่ว่าพอพักเที่ยง พ่อก็จะลงมานั่งกินข้าวในรถ ขณะที่คนอื่นๆเค้าก็จะไปกินที่ร้าน ได้เลือกกินอาหารอร่อยๆ แม่บอกว่าที่เล่าให้ฉันฟัง ไม่ใช่อยากให้ฉันรู้สึกผิดหรือน้อยเนื้อต่ำใจอะไรทั้งสิ้น แค่อยากให้ฉันรู้ว่า เงินทุกๆบาทที่ส่งให้ฉันทุกๆเดือน มันมีค่ามากแค่ไหน แม่อยากให้ฉันใช้มันอย่างคุ้มค่าและมีประโยชน์ที่สุด ให้สมกับความเสียสละของพ่อ ทุกๆเรื่องราวของพ่อได้ถูกบอกเล่าผ่านมาทางแม่ แม่เองก็ต้องขายสร้อยทองและข้อมือที่แม่สะสมมาตั้งแต่ตอนที่ยังทำขนมขาย เพื่อส่งไปให้ฉัน
ตอนนี้ฉันเรียนจบแล้วแม้จะแบบไม่สวยหรูเท่าไหร่ก็ตาม ใช้ลิมิทเวลาตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยให้ไว้เป๊ะพอดี 8 ปี จากสาขาบัญชี ตอนนี้ฉันทำงานที่ไม่ค่อยเกี่ยวกันเลยกับที่เรียนมา และวันนี้ฉันพยายามทำทุกอย่างเท่าที่ฉันจะสามารถทำให้พ่อกับแม่ได้ ฉันอยากให้พ่อกับแม่อยู่อย่างสุขสบาย ถึงแม้มันอาจไม่ดีที่สุดแต่มันก็มากเท่าที่ฉันทำได้ในวันนี้ และฉันจะพยายามให้มาก มากไปกว่านี้อีก ให้สมกับที่พ่อแม่รักฉัน
สิ่งที่ฉันภูมิใจที่สุด ไม่ใช่เพราะฉันเรียนจบ มีงานทำ มีเงินเดือนสูงๆ มีบ้าน มีรถขับ สิ่งที่ฉันภูมิใจที่สุด ก็คือ ฉันได้เกิดมาเป็นลูกพ่อกับแม่ รักครอบครัวมากๆนะคะในวันที่เรายังมีโอกาศ เพื่อวันข้างหน้าเราจะได้ไม่ต้องมาเสียใจที่วันนี้เราพลาดอะไรไป




 

Create Date : 25 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 12 เมษายน 2554 11:28:10 น.
Counter : 133 Pageviews.  

พ่อ ( ตอนที่ 1 )

   ตั้งใจจะเข้ามาเขียนหัวข้อนี้นานมากกก แต่ก็หาเวลา(อู้งาน )มาไม่ได้สักที วันนี้ได้โอกาศ(อู้Smiley)ซะที นี่ก็ใกล้วันพ่อเข้ามาทุกที เข้ามาเขียนอะไรดีๆ เกี่ยวกับพ่อกันดีกว่า


   พ่อฉันเป็นตำรวจ ตอนนี้อาจพูดได้ว่าเคยเป็น เพราะพ่อขอเกษียรอายุออกมาก่อนกำหนด 1 ปี จริงๆ เรา (แม่ น้อง และฉัน) อยากให้พ่อออกมาอยู่บ้านนานแล้ว พ่อเป็นตำรวจมาเกือบจะสี่สิบปี ฉันเห็นพ่อทำงานหนักมาตลอด หลายคนที่มีพ่อเป็นตำรวจก็คงคิดเหมือนกัน แม้ใครจะว่าเป็นตำรวจสบาย..ฉันไม่รู้ แต่นั่นไม่ใช่กับพ่อ


   ตั้งแต่จำความได้ ฉันรู้แค่..พ่อฉันเป็นตำรวจ แม่เคยเล่าว่า  ตอนที่แม้ท้องฉันพ่อก็ต้องไปอยู่บนดอย คล้ายๆ กับตำรวจตระเวนชายแดนประมาณนั้น พ่อกลับลงมาเมื่อฉันอายุได้สองขวบ แม่ว่าตอนนั้นพ่อผอมและก็ตัวดำมาก ผมหนวดเครายาวไปหมด ฉันไม่ยอมเข้าใกล้พ่อเลย พ่อใช้เวลานานมากกว่าที่ฉันจะยอมให้อุ้มได้ ก็นับว่าดีที่หลังจากนั้นพ่อไม่ต้องกลับไปอีก หลังจากที่ไปอยู่ที่นั่นมาตั้งสองปี พ่อเล่าแบบติดตลกว่า เวลานอนก็ต้องนั่งพิงกับต้นไม้ กอดปืนไว้ตลอด ทาตัวทาหน้าสีดำ กับข้าวที่ดีที่สุดบนนั้นก็คือ ปลากระป๋อง พ่อว่าพอกินเสร็จเขาจะเก็บกระป๋องเปล่ามาเจาะรูร้อยกับเชือกแล้วก็เอาไปผูกไว้กับต้นไม้ใกล้ๆ กับเขตชายแดน เป็นเหมือนสัญญาณเตือนถ้ามีใครเข้ามาเราก็จะรู้ พ่อมีรูปที่ถ่ายตอนอยู่ที่นั่นมาด้วย ฟังพ่อเล่าไปเหมือนเรื่องสนุก ขำๆ รูปแต่ละใบที่หยิบขึ้นมาก็จะมีเรื่องตื่นเต้นมาเล่าได้ตลอด แต่ที่ทำให้ขำไม่ออกก็คือ หลายคนในรูป..ขึ้นไปแล้วก็ไม่ได้กลับลงมาอีก และนั่นทำให้ฉันรู้ว่า ฉันโชคดีมากที่วันนี้ฉันยังมีพ่ออยู่





Free TextEditor




 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2553 17:27:58 น.
Counter : 140 Pageviews.  

หลานรัก บทที่ 1

ครั้งแรกที่น้าเจอหนู (ตอนนั้นหนูประมาณ 6-7 เดือน ) หลังจากที่ฟังยายโอ้อวดสรรพคุณ ความน่ารักต่างๆนานาของหนูมานาน (อันนี้ขอพูดจากความรู้สึกจริงๆเลยนะ) ตอนนั้น(ที่เราได้เจอกันครั้งแรก) ตกใจมากกกก เด็กอะไรเนี่ย..ตาโตมากกกก ตัวก็นิดเดียว แต่ตานี่กินพื้นที่บนหน้าไปมากมาย หน้าตาเลยดูแปลกๆชอบกล (แอบค้านในใจนิดนึง..ไหนแม่-ก็ยายของหนูแหละบอกว่าน่ารักหว่า) น้าก็ชั่งใจอยู่สักพักนึง เอาล่ะเป็นไงเป็นกัน.. ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ลองเพ่งพิจารณาดูอีกทีก็ได้ อ่ะ..ยิ้มได้ด้วยแฮะ ขอมือหน่อยสิ อื่อๆๆ..เริ่มส่องประกายความน่ารักขึ้นมาละ จับหมุนซ้ายหมุนขวา หมุนไปหมุนมา โอ้..ก็น่ารักใช่ย่อยนะเรา ไหนดูมืออีกทีสิ อือ..ก็น่ารักดีนะ เล็กๆ นิ่มๆ ดี ไหน...... (เหมือนสำรวจอะไรสักอย่างที่หล่นมาจากนอกโลก) ใครผ่านไปผ่านมา..ก็จะเห็นหญิงสาว(สวยมาก-น้าเอง 555)T-T คลานก้มๆ เงยๆ กลับไปกลับมา.. จนในที่สุด... น้าก็ได้บทสรุปว่า.. ชีวิตนี้น้าขาดหนูไม่ได้ซะแล้ว (ประมาณนั้นเลย ) ก็หนูน่ะเล่นน่ารักขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันๆ น้าน่ะนั่งนับวันรอที่จะได้กลับไปเจอหนูทุกครั้ง.. พร้อมกับเสาะแสวงหาของขวัญของเล่นแปลกๆ ใหม่ๆ เท่าที่น้าจะสามารถได้ ไม่ต้องบอกว่าตอนกลับมา น้าจะเศร้าโศกสักแค่ไหน T-T ที่ทำได้ก็มีแต่โทรไปฟังเสียงหนูเท่านั้นเอง ตอนนั้นหนูยังไม่ถึงขวบ นิ่งมากกกก ไม่ส่งเสียงอ้อแอ้อะไร ไม่คลาน ไม่อะไรเลย น้ากลัวสุดชีวิตว่าหนูจะพูดไม่ได้ เพราะเด็กข้างบ้าน เกิดทีหลัง พูดอ้อแอ้ได้ละ..กลุ้มๆๆๆ ก่อนกลับน้าไม่ลืมกำชับยายให้หากบมาตบปากหนู ตามคำโบราณเค้า เผื่อมันจะช่วยได้ และตอนนี้หนูก็ 2 ขวบกว่าละ พูดได้ชัดถ้อยชัดคำ น้าว่าน่าจะเลยไปถึงพูดมาก(เคยแอบถามยายว่าได้เอากบมาตบปากหนูตอนนั้นรึเปล่า..ยายก็ว่าไม่ หรือว่าตอนที่หัดเดินแล้วหนูบังเอิญหกล้มกบไปจุ๊บกบพอดีล่ะ..มีไหม ยายก็บอกไม่คำเดิม โอ้..ถ้าตอนนั้นเอากบมาทำจริงๆ น้านึกภาพไม่ออกเลย) หนูฉลาด(แกมโกงสุดๆ) มีความคิดเป็นของตัวเองสูงมากกกก ตอนนี้หนูถูกส่งไปโรงเรียนซะแล้ว เราทุกคนแอบหนักใจแทนคุณครูของหนูเล็กน้อย(ซะเมื่อไหร่) เราภูมิใจในตัวหนูจริงๆ ทุกวันนี้พอกลับจากโรงเรียนหนูร้องเพลงชาติ สวดมนต์ และนั่งสมาธิ หนูเป็นเด็กดีและไม่ดื้อเลย(มั้ง) คิดถึงหนูมากกกกกเลย ตอนนี้ขอสารภาพว่า.. หลงรักหนูหมดหัวใจ




 

Create Date : 23 สิงหาคม 2553    
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2553 16:04:32 น.
Counter : 159 Pageviews.  


POOHRITA
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add POOHRITA's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.