ผลส้ม...ผลหนึ่ง
Group Blog
 
All blogs
 

คือ...คำรัก1

โอ้ย ยัยลินนะยัยหลิน นัดกันเป็นดิบดีแล้วว่าเจ็ดโมงครึ่งต้องถึงหน้าคณะแล้วป่านนี้ยังไม่เห็นแม้แต่ผุ่นมันเลย ถ้าเป็นวันอี่นนะจะไม่หัวเสียเท่านี้เลยให้ตายสิ แต่นี่มันเป็นวันที่จะต้องไปออกค่ายของชมรมถ้ามันสายก็แสดงว่าฉันจะต้องโซโล่เดี่ยวอ่ะดิ แง่ง รู้งี้ไปนอนบ้านมันแล้วออกมาพร้อมกันดีกว่า ขณะที่ปรางค์กำลังหงุดหงิดหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่หลินก็วิ่งมาด้วยอาการกระหืดกระหอบมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของปรางค์ "ปรางค์โทษทีวะช้า" หลินพูดไปหอบไปยิ่งทำให้ปรางค์โกรธเพื่อนไม่ลงแต่ก็ยังไม่หายเคืองอยู่ดี "เออ ไงทำไมช้าอะแกขืนช้ากว่านี้อีกนิดนะฉันได้ไปคนเดียวแล้วฉันจะแช่งแกให้ท้องเสียทั้งอาทิตย์เลย"ปรางค์พูดไปค้อนเพื่อนไปด้วยอารมณ์ "เออ แกกรรมมันไม่ตกที่ฉันวะ แต่เป็นไอ้ลุยแทนตอนนี้นอนพะงาบๆอยู่ที่บ้านวะ" หลินบอกหลังจากหายเหนื่อยจากการวิ่งร้อยเมตรมาหาเพื่อนของตน"อ้าว ลุยเป็นไร"ปรางค์ถามหลินด้วยความเป็นห่วงลุยซึ่งเป็นน้องชายของหลินอย่างจริงใจเนื่องจากทั้งสองคนสนิทกันมากถึงขั้นไปนอนที่บ้านของกันและกันได้ ดังนั้นปรางค์จึงสนิทกับลุยไปด้วย "ไม่มากหรอก ตอนนี้ป้าบัวดูแลอยู่ มันก็โอดโอยไปงั้นแหล่ะหาเรื่องอ้อนป้าบัวหล่ะไม่ว่า"หลินหมายถึงแม่บ้านที่ดูแลครอบครัวของตนอยู่นั่นเอง"ว่าแต่ว่าแกจองที่นั่งยังวะปรางค์" หลินถามพลางชะเง้อมองดูรถบัสที่จอดเรียงกันอยู่สามคันแต่ดูเหมือนว่าอีกคันที่นั่งจะเต็มซะแล้ว"เฮ้ยปรางค์ คันนั้นอ่ะทำไมเต็มเร็ววะ เสียงดังด้วยทอดผ้าป่าป่ะ" ด้วยความข้องใจหลินถามเพื่อนด้วยความที่ว่าเพื่อนของตนมาถึงก่อนนั่นเอง "ก็คนดังนั่งคันนั้นนิ"ปรางค์ตอบเพื่อนอย่างหน่ายๆพลางชี้ไปอีกคันแทน"ขึ้นคันนั้นเหอะว่างดีอยากนอนวะง่วงเมื่อเช้าตื่นเช้าไปหน่อย"ปรางค์บอกเพื่อนแล้วเดินนำไปขึ้นรถก่อนโดยไม่ถามความเห็นแม้แต่น้อย " เง้อ ไอ้นี่แล้วแกไม่คิดจะถามกันก่อนรึไงวะ รอด้วย" หลินโวยวายแต่ก็ยอมขึ้นรถคันนั้น "ว่าแต่ว่าปรางค์พอจบค่ายนี้แล้วแกคิดจะทำอะไรต่อว่ะ"หลินถามเพื่อนหลังจากหาที่นั่งกันได้แล้ว "ฉันจะไปดอยวะอยู่เงียบๆสักเดือนเปิดเทอมค่อยว่ากัน"ปรางค์บอกเพื่อนของตนพลางเอนหลังหลับตาลงอย่างง่วงงุน "ฉันขอพักสายตาแป๊ปนะหลินไม่ไหวแล้ววะ"แล้วปรางค์ก็ไม่ได้สนใจหลินอีก...

"ไงวะนนท์ เหนี่อยหน่อยนะเพื่อน" ฬีซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับปัทธนนท์ หรือ พี่นนท์ ของสาวๆที่คลั่งไคล้เค้านั่นเอง "นิดหน่อยวะ แต่เหนื่อยใจมากกว่า แกกันพวกนี้ให้ไปไกลๆฉันได้รึเปล่าวะ" นนท์บอกเพื่อนของตนอย่างหน่ายๆกับท่าทีของสาวๆต่างคณะที่แต่ละคนงัดความสวยออกมาโชว์ตนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนี่อย "ฮ่าๆๆ ทำไมไม่ชอบหรอ" ฬีพูดกับเพื่อนแม้จะไม่ค่อยชอบใจนักที่สาวๆต่างเทคะเเนนให้เพื่อนของตน แต่เพื่อนของตนก็ไม่ได้หลงไปในรูปลักษณ์ของตนเองจนทำให้คนอื่นด้วยค่าไป "เออ" นนท์พูดได้แค่นั้นแล้วไม่พูดอะไรอีกปล่อยให้เพื่อนของตนดูแลงานของตนไป สักพักตาของเค้าเหลือบไปเห็นคนๆหนึ่งคล้ายๆเจอกันที่ไหน แต่พอเธอหันหน้ามาเขาก็จำเธอได้ เธอคนนั้นนั่นเองที่มีเรื่องกับดรีมที่โรงอาหารเมื่อวันก่อน ที่จริงเค้าก็พอรู้ว่าดรีมนิสัยยังไง แต่ช่วยไม่ได้จริงๆที่เค้าเข้าไปประคองดรีมให้ลุกขึ้นมาเพราะตอนนั้นดรีมเริ่มแปลงร่างแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยิ่งทำให้เรื่องของเค้ากับดรีมไปกันใหญ่ทั้งที่จริงๆเค้าไม่ได้เป็นอะไรกับดรีมเลยแค่แม่ดรีมรู้จักกับแม่ของเขาเท่านั้นเอง แม่ของดรีมแนะนำให้ทั้งเขาและดรีมรู้จักกันในเลี้ยงสักงานที่แม่ของเขาให้ไปเป็นเพื่อนในงาน หลังจากนั้นดรีมก็เข้ามาทำเป็นสนิทกับเค้ามากทั้งๆที่เค้ายังงงๆ กับเธออยู่ (สรุปพระเอกฉันเอ๋อหรอเนี่ย...) เขาจำดวงตาของเธอได้ดี ยิ่งหน้าหวานอย่างนั้นด้วยแล้ว เธอก็อยู่ชมรมนี้หรอเขาไม่นึกมาก่อนว่าเขาจะได้เจอเธอเร็วอย่างนี้ทั้งๆที่เขาคิดว่าจะไม่ได้เจอเธออีกแล้ว ยิ่งเห็นท่าทางเหมือนรอคอยใครอยู่ ทำให้เขาคิดว่าถ้าเธอกำลังรอคอยเขาอยู่มันคงจะดีไม่น้อยเลย ครู่หนึงคำตอบก็ออกมาเธอรอคอยเพื่อนของเธอนั่นเอง แถมท่าทางที่เธอแสดงกับเพื่อนของเธอทำให้เขาอดหัวเราะไม่ได้จนฬีที่กลับมานั่งข้างๆเขาอดสังเกตุไม่ได้ว่าเพื่อนของตนหัวเราะอะไร "แกเป็นไรวะนนท์ หัวเราะอะไร" ฬีถามพลางหันไปดูทิศทางที่นนท์หันไป พอรู้แล้วว่าเพื่อนของตนมองอะไรอยู่ก็อดสงสัยไม่ได้ "แกมองสาวๆ แล้วหัวเราะด้วย แปลกวะ" นนท์ถามเพื่อนแต่ก็ยังไม่หันกลับมามองเพื่อนของตนที่นั่งข้างๆ "ทำไม แปลกหรอฉันก็ว่าฉันไม่แปลกนะนั่นเด็กที่ชมรมหรอ" ฬีหันไปมองอีกครั้งแล้วบอกเพื่อนของตน "อืม นั่นปรางค์ สูงๆ อ่ะ แล้วอีกคน ไอ้หลิน ทำไมสนใจหรอบอกไว้ก่อนนะโว้ยจีบยากมาก ถ้าไม่โดนปรางค์ด่า ก็โดนไอ้หลินถีบออกมาซะก่อน" ฬีเตือนนนท์ด้วยความหวังดีเพราะเคยเห็นเหตุการณ์เหล่านั้นมากับตาตอนที่เพื่อนในคณะของตนเข้าไปจีบปรางค์นั่นเอง "เหรอ" แล้วนนท์ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกจนรถเคลื่อนย้ายออกจากคณะเพื่อไปยังจุดหมายปลายทาง...

**********************************





 

Create Date : 24 ตุลาคม 2553    
Last Update : 24 ตุลาคม 2553 12:26:01 น.
Counter : 151 Pageviews.  

คือ...คำรัก

บทนำ


“ปรางค์...เธอรักใคร” คำนี้มันช่างบาดหัวใจเสียเหลือเกิน แล้วเธอไม่รู้หรอว่าฉันรักใคร...


“เฮ้ยปรางค์ เข้าชมรมเหอะได้เวลาแล้ว” ยัยหลินเพื่อนร่วมสถาบันส่งเสียงบอกขณะที่ปรางค์ หรือนางสาวปรางค์วลี กำลังขมักเขม้นกับการ เอ่อ ลอกการบ้าน “เออ แป๊ปอีกข้อเดียว” สักพักการโรงเรียนหรือที่เรียกว่าการบ้านของปรางค์ก็เป็นรูปร่างขึ้นมาเตรียมส่งในบัดดล ปรางค์เก็บสมุดสะพายกระเป๋าเตรียมตัวพร้อมกับลุกขึ้นพลางชวนหลิน “ป่ะ หลิน เรียบร้อยแล้ว” ว่าแล้วก็เดินนำเพื่อนไปก่อนอย่างไม่รีรอว่าเพื่อนจะตามทันหรือไม่
“อ้าว ไปโน่นเลย รอด้วย ไอ้ปรางค์” หลินร้องเรียกเพื่อนแล้ววิ่งตามอย่างเหนื่อยหอบพลางถามเพื่อนอย่างนึกขึ้นได้
“เออปรางค์ วันนี้ได้ข่าวว่ามีรุ่นพี่ที่จบไปแล้วมาประชุมด้วยแก” หลินชวนคุยเมื่อทั้งสองเดินคู่อยู่ในระดับเดียวกันแล้ว “หรอ ใครอ่ะ แล้วเราเคยเห็นหน้าป่าววะ” ปรางค์ถามใถ่ด้วยอาการอยากรู้ แต่ก็ได้รับคำตอบเป็นการส่ายหัวของเพื่อนแทน “หรอ งั้นเดี๋ยวเราคงได้เจอเค้าพร้อมกันเนอะหลิน” “เออ ก็ว่างั้น ไปเหอะปรางค์เดี๋ยวไม่ทัน” ว่าแล้วทั้งสองก็เดินไปยังชมรมที่ทั้งสองใช้เป็นบ้านหลังที่สองได้เลย เมื่อมาถึงก็พบว่ามีพี่น้องพ้องเพื่อนในชมรมมากันเกือบครบแล้ว จะขาดก็เพียงประธานและรองประธานเท่านั้นเอง (สรุปมันสองตัวมาสายสุด)
“น้องครับ ฟังทางนี้” พี่ฬี หนึ่งในคณะกรรมการชมรมร้องเรียกเพื่อเรียกร้องความสนใจจากทุกคนในชมรมเนื่องจากตอนนี้สภาพในชมรมกลายเป็นตลาดสดไปแล้ว เมื่อสิ้นเสียงคนคุยกัน พี่ฬีจีงเอ่ยต่อไป
“เอาหล่ะครับ ตอนนี้พวกเราก็มาพร้อมกันแล้วเนอะ พี่มีข่าวดีให้พวกเราๆถึงสองเรื่องด้วยกัน เรื่องแรก ออกค่ายปีนี้จะมีพี่ๆที่จบไปแล้วมาช่วยพวกเราอีกแรงนึง ส่วนเรื่องที่สองเอ้าสาวๆทำใจดีๆนะ คือว่า เอกสถาปัตถ์ น่ะเค้าจะไปออกค่ายกับเราด้วย” และปรางค์กับหลินก็ได้ยินที่รุ่นพี่พูดเพียงเท่านี้ เพราะนอกนั้นได้ยินแต่เสียงกรี๊ดสลับกับคำพูดที่ว่า “แล้วพี่นันท์ เค้าไปด้วยหรือเปล่า” เท่านั้นเอง
“แกรู้กำหนดไปหรือยังหลิน”ปรางค์หันหน้ามาถามเพื่อนอย่างสงสัย
“ก็อยากรู้เหมือนกันแก แต่คงไม่ได้ยินหรอกเสียงยังกะตลาดสดซะขนาดนั้น” หลินบอกพลางทำหน้าเซ็งๆ
“แล้วค่อยถามแล้วกันไปข้างนอกเหอะ ปวดหู” หลินพยักหน้าอย่างเห็นด้วยมากถึงมากที่สุด ทั้งสองเดินมายังโรงอาหารของวิทยาลัย “หิวอ่ะปรางค์ กินไรดีเลี้ยง” หลินถามปรางค์ ในขณะที่ปรางค์กำลังมองหาที่นั่งให้กับตัวเองและเพื่อนอยู่ “ทุกอย่าง จะให้ดีส้มตำรสเด็ดเจ้าเก่าสักสองครกจะรักแกที่สุดเพื่อน”
“ว่าแล้วแกต้องพูดอย่างนี้ งั้นฉันแถมหมูปิ้ง กับสาคู ให้แกแล้วกันเผื่อแกจะรักฉันมากขึ้น” หลินเสนอให้อย่างใจป้ำ “เออ เอาไปเลยยกกำลังสอง เดี๋ยวฉันไปซื้อน้ำให้ละกันเผื่อคนเผ็ด”ปรางค์ล้อเพื่อนไปยิ้มไป เนื่องด้วยรู้ดีว่าเพื่อนตนนั้นทานเผ็ดไมได้แต่ก็ยังมีน้ำใจที่จะสั่งอาหารรสจัดมาทานด้วยกันอีก “รู้ดี น้ำแข็งด้วยละกัน”หลินบอกเพื่อนแล้วทั้งสองก็แยกกันไปซื้อของใส่ท้องสำหรับเที่ยงนี้
“อุ้ย”ปรางค์อุทานได้แค่นั้นเนื่องจากเธอยืนเพื่อซื้อน้ำของเธออยู่ดีๆก็มีคนเดินมาชนเธออย่างจัง
“ว้าย...นี่หล่อนเดินยังไงมาชนชั้น ไม่มีมารยาทเลย”อ้าว นี่เธอยืนอยู่ดีๆก็เดินมาชนเธอแล้วบอกว่าเธอเดินชนอีกหรอเนี่ย ปรางค์ได้แต่อ้าปากค้าง ด้วยที่ยัง งงๆ กับผู้หญิงสวยแต่เอาแต่ใจอยู่
“ว่าไง หล่อน ขอโทษฉันได้หรือยัง” อ้าวอย่างนี้ก็สวยสิคุณผู้หญิง
“เรื่องอะไรคะ หรือว่าเรื่องที่ฉันยืนไม่ระวังทำให้คุณเดินไม่ดูตาม้าตาเรือมาชนฉันงั้นหรอ” ปรางค์ตอบกลับไปอย่างใจคิด และได้เสียงตอบรับมาดีเกินคาด
“กรี๊ดดดดดดดดดดด เธอว่าฉันเดินไม่ดูเธองั้นหรอ ยัยบ้า” ว่าแล้วเธอก็ยิ่งเพิ่มเสียงและลีลาเข้าไปอีก กะอีแค่เดินชนคนอื่นเค้า ตัวเองก็ถูกได้ด้วย คิดได้ไงวะเนี่ย
“อ้าวคุณ งั้นคนอื่นที่ยืนแล้วถูกคนอย่างคุณชนเค้าก็เป็นบ้าไปหมดแล้วมั้ง ว่าแต่ว่าคงไม่ใช่ฉันมั้งที่บ้า เพราะคนดีที่ไหนเค้า เต้นเร้งเต้นกาซะขนาดนี้หล่ะคุณ” แน่นอนต้องมีเสียงที่เพิ่มเดสิเบล ขึ้นอีกอย่างน้อยร้อยแปดสิบเดสิเบลจากปากของผู้หญิงคนนี้อย่างแน่นอน แต่ปรางค์ไม่อยากสนใจคนสวยๆแต่บ้าคนนี้อีก เพียงแค่ปรางค์ทำท่าจะเดินหนี ก็โดนหญิงสาวคู่กรณีจับข้อมือไว้ก่อน “หนอยยัยนี่ ชนฉันแล้วยังไม่ขอโทษอย่างนี้ต้องโดนสั่งสอน” ว่าแล้วหญิงสาวเงื้อมือหมายจะตบปรางค์อย่างเต็มแรง แต่ก็ได้หวดแค่อากาศเท่านั้น เพราะปรางค์หลบทันก่อนมือจะถึงตัวเธอ เป็นเหตุให้หญิงสาวรายนั้นเสียหลักไปกองที่พื้น พอหล่อนตั้งสติได้ ก็ตั้งหน้าตั้งตากรีดเสียงอีกรอบ เอ้า คนดูจนจะครบวิทยาลัยอยู่แล้ว อายบ้างไหมเนี่ย ขณะที่ปรางค์กำลังระอากับท่าทางของหญิงสาวคนนี้อยู่ก็ได้ยินเสียงนุ่มของใครคนหนึ่งดังมา “น้องดรีม” แล้วเค้าคนนั้นก็ก้มลงประคองหญิงสาวให้ลุกขึ้นยืน พอชีเธอลุกขึ้นได้เท่านั้นแหล่ะ มหกรรมการฟ้องแห่งชาติก็เกิดขึ้น “พี่นันท์ขา”ใครวะ “ช่วยน้องดรีมด้วย ยัยคนนี้เค้าเดินมาชนดรืมแล้วไม่ยอมขอโทษดรืมแถมยังจะตบดรีมด้วย” หา นี่ฉันจะตบเค้างั้นหรอ แล้วที่ยัยนี่เงื้อมือมา เค้าจะตบยุงหรอเนี่ย พี่นันท์ขาของน้องดรีมหันมา ก็สบตากับสายตาที่บ่งบอกประมาณว่า ทำคนของฉันทำไม สรุปฉันยืนอยู่ที่นี่แล้วผิดใช่ใหมเนี่ย “ทำไมคุณไม่ขอโทษ” เสียงนุ่มๆไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ของคนถาม แต่ทำให้อารมณ์ของปรางค์พุ่งเหมือนกัน “อ้าวคุณคะ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าไอ้การที่ฉันยืนซื้อของอยู่ดีๆ แล้วมีคนสติแตกเดินมาชนฉันแล้วให้ฉันขอโทษเนี่ยถือเป็นความผิดอย่างร้ายแรง แล้วที่คุณคนนี้ลงไปกองที่พื้นเพราะตบฉันไม่ได้มันทำให้ฉันต้องสำนึกผิดด้วยหรือเปล่าคะ” ปรางค์ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่กำลังบ่งบอกว่า อย่านะ เดี๋ยวแม่งับหัวให้หายไปกันทั้งคู่เลย “พี่นันท์ มันโกหก” อ้าว ยัยคนนี้
“ถ้าฉันโกหก คนทั้งโลกคงไม่มีใครพูดความจริงแล้วคุณ” ชายหนุ่มหันมามองที่ปรางค์สักครู่ แล้วพาคนของตัวเองไปอีกทางนึง โดยไม่สนใจอาการประท้วงของอีกฝ่ายแต่อย่างใด ผู้ชายคนนี้จัดอยู่ในประเภทหล่อขั้นเทพทีเดียว แต่ท่าทางไม่น่าถูกชะตาด้วยเลยยิ่งมีแฟนอย่างนี้ โอ้ย ขออยู่คนละซีกโลกดีกว่า
“เป็นไรแก ได้ยินแต่เสียงนกหวีด ใครมาเป่าแถวนี้วะปรางค์”
“นกหวีดบ้านแกสิ มียัยบ้าที่ไหนไม่รู้เดินมาชนชั้นแล้วบอกให้ฉันขอโทษ แถมยังย้ำด้วยนะว่าฉันไม่มีมารยาทเป็นแกๆว่าไง หลิน” ปรางค์เล่าให้ฟังอย่างเหลืออด
“ได้เสีย ตายกันไปข้างไง ถ้าสู้ไม่ได้ส้มตำลาดโลด” หลินตอบอย่างเห็นเป็นเรื่องที่ง่ายดายสำหรับเธอ
“เสียดายของ ถ้าหมดแล้วว่าไปอย่าง ฉันก็เลยว่ากลับไปบ้างแม่กรี๊ดยังกะอะไรนี่ถ้าไม่มีแฟนเค้ามาช่วยละก็ ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง”
“ใครหรอ” หลินถามพลางจ้องหน้าปรางค์อย่างสงสัย
“ก็คนหน้าตาดีๆ ที่เดินจูงมือไปกับผู้หญิงตัวสูง ผมเป็นลอนใหญ่ๆนั่นไง” ปรางค์คิดถึงชายหนุ่มที่เดินไปพร้อมกับหญิงสาวอย่างอารมณ์ไม่ดี
“อ๋อ เฮ้ย งั้นก็พี่นันท์นะสิ” ปรางค์หันกลับมามองเพื่อนแล้วขมวดคิ้วอย่าง งงๆ หลินก็เลยเล่าให้ฟังเพิ่ม
“พี่นันท์ ที่สาวๆในชมรมเรากรี๊ดนักกรี๊ดหนาไง แล้วถ้าฉันเดาไม่ผิดก็คงเป็นยัยดรีม การตลาด ใช่ไหมแก
“ได้ยินเค้าเรียกอย่างนั้นนะ แต่แกฉันไม่อยากคุยเรื่องงี่เง่าบ้าบออีกแล้วหล่ะ สงสัยฉันใช้พลังงานมากไปหน่อยตอนนี้ฉันหิวมากเลยแก ขอส้มตำเบิ้ลอีกสอง ขนมจีนด้วยด่วนเพื่อน” ว่าแล้วปรางค์ก็ไม่สนใจใครหน้าไหนอีก ก้มหน้าก้มตาทานอาหารที่เพื่อนรักซื้อมาอย่างเอร็ดอร่อย


“พี่นันท์ ทำไมไม่จัดการยัยคนนั้นให้ดรีมคะ เห็นมั๊ยว่าดรีมอายคนอื่นเค้าจะแย่ที่พี่นันท์ไม่จัดการให้ดรีม” ดรีมหันมาโวยวายกับนัทธนันท์ หรือนันท์ คู่ควงคนล่าสุดที่หล่อนภูมิใจหนักนา และสำคัญตัวเองว่าเค้ารักตัวเองที่สุด
“ดรีม โตแล้วนะถ้าดรีมอาย แล้วดรีมไปทำอย่างนั้นทำไม” นันท์ถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่บ่งบอกถึงความรู้สึก “ก็ เค้าไม่ขอโทษดรีม” ดรีมยังไม่ละความพยามที่จะโยนความผิดให้คนอื่น นัทธนันท์ไม่พูดโต้ตอบหญิงสาวแต่อย่างใด แต่เค้ากลับหวนนึกถึงดวงหน้าหวานอีกครั้งหนึง สายตาที่ดูหยิ่ง ถือตัว และไม่ก้มหน้ายอมรับผิดเพียงเพราะแค่อยากให้เรื่องมันจบโดยไว ผู้หญิงคนนั้นมีอะไรบางอย่างทำให้เค้าลืม....ไม่ลง

****************************************




 

Create Date : 20 ตุลาคม 2552    
Last Update : 20 ตุลาคม 2552 16:50:51 น.
Counter : 121 Pageviews.  


ผลส้ม
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สาวน้อย อ้วนกลม ๆๆ
Friends' blogs
[Add ผลส้ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.