อย่าเอาบาป เวรของเขา มาทำให้ใจเราเศร้าหมอง
Group Blog
 
All blogs
 

บริจาค โลหิต ณ วัดนิมมานรดี 17 มิถุนายน 2550

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2550 ที่ผ่านมา ได้มีโอกาส ไปทำบุญปล่อยปลา ถวายสังฆทาน และบริจาคโลหิต ที่วัดนิมมานรดี บางแค ถือว่า เป็นการทำบุญปล่อยปลา ครั้งแรกในชีวิต โดยให้น้องที่ Office พาไป (น้องคนนี้เค้าน่ารัก ทำบุญประจำ ใส่บาตร ทุกเช้า ปล่อยปลาทุกเดือน) โดยไปรับ น้องเค้าที่ปากซอยหน้าบ้าน ประมาณ ๐๘.๓๐ น. แล้วก็ไปซื้ออาหารถวายสังฆทานที่ ร้านหม้อดิน จากนั้นก็ขับรถไปจอดที่หลังห้าง Wonder เพื่อไปซื้อปลาที่ตลาด ตอนซื้อต้อง Comment แม่ค้าว่า เอาตัวที่แข็งแรงหน่อยนะค๊ะ จะเอาไปปล่อย แม่ค้าเค้าก็เลือกมาให้ ๙ ตัว แล้วก็ใส่น้ำมานิดหน่อย (อ้อ ลืมบอกว่าปลาที่ซื้อมาเป็นปลาช่อน) ๙ ตัว ก็ตกประมาณ ๙๐ บาท พอซื้อปลาเสร็จก็ไปซื้อขนมถวายพระ จากนั้นก็ขับรถไปจอดที่วัดนิมฯ ไปถึงประมาณ ๐๙.๐๐ น. คนมาเยอะแล้ว ส่วนมากจะมาถวายสังฆทานกัน ส่วนเราก็ถือปลาไปท่าน้ำ ไปเห็นเค้าขายปลาสำหรับปล่อย ตัวละ ๑๐ บาท เห็นแล้วรู้สึกว่าทำไมมันแพงจัง ปลาตัวเล็กนิดเดียว ขายตัวละ ๑๐ บาท ปลาช่อนเราตัวใหญ่กว่าตั้งเยอะ ราคาพอกันเลย แล้วก็คิดต่อไปว่า ที่เราไปซื้อปลาช่อนมาน่ะดีแล้ว เพราะปลาพวกนี้ถ้าเราไม่ไปซื้อมาปล่อยมันก็ตาย ส่วนปลาที่เค้าขาย ถ้าเราไม่ซื้อ เค้าก็คงต้องเลี้ยงเอาไว้รอคนมาซื้อ เค้าคงไม่ปล่อยให้ตาย คิดไป เดินไป ถึงท่าน้ำพอดี พอไปถึงท่าน้ำ ปรากฏว่า มีปลาสวายเต็มไปหมด มีคนมาโยนขนมปังให้ปลากินกันอยู่ ๒ - ๓ คน พอเห็นปลาสวายเราก็คิดอีกแล้วว่าถ้าปล่อยปลาช่อนไปนี่ ปลาช่อนมันจะกินปลาสวายหรือเปล่า เอ๊ย! ไม่ใช่ ปลาสวาย มันจะกินปลาช่อนหรือเปล่า แต่คิดว่าคงไม่ เพราะปลาสวายพวกนี้กินขนมปังจนเคย แล้วมันคงไม่กินปลาช่อนหรอก ก็เลยให้น้อง กับแม่เค้าปล่อยก่อน แล้วเราค่อยปล่อยของเรา ก็ OK ตอนปล่อยก็มีความรู้สึกที่ดี ดูปลาช่อนว่ายน้ำ ดุ๊ก ดิ๊ก ๆ เออก็ดีหมือนกัน ปล่อยปลาเสร็จ ก็ไปซื้อขนมปังมาให้ปลาสวายกิน
พอเสร็จภารกิจที่ท่าน้ำ ก็ไปถวายสังฆทาน เป็นครั้งแรกอีกเหมือนกันที่ถวายสังฆทานเวียน ปกติเวลาถวาย ก็ซื้อแล้วถวายไปเลย แต่คราวนี้ลองไปถวายสังฆทานเวียนก็แปลกดีแต่ละรอบของการถวายคนค่อนข้างเยอะ เราก็ทำอะไรไม่ค่อยเป็นหรอก ก็พึ่งน้องเค้า โดยการถวายก็จะมีถังสังฆทาน, พระประจำวันเกิด, ดอกไม้, แล้วก็อาหารที่เตรียมไป ก็ทำตามเค้า ไปจนเสร็จ
พอถวายสังฆทานเสร็จ ก็มาถึงเวลาระทึกขวัญ นั่นคือการบริจาคโลหิต อันที่จริงมันก็ไม่ได้ระทึกขวัญอะไรหรอก เพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่ ๒๕ แล้ว แต่จะเป็นครั้งแรกของน้องเค้า เค้าบอกว่า กลัวเลือด กลัวเข็ม เค้าเลยขอไปนั่งดูก่อน ว่าจะทำใจได้หรือเปล่า ก็เลยพาน้องเค้า ขึ้นไปบนศาลาการเปรียญ ซึ่งศาลานี้จำได้ว่าเมื่อ ๓ - ๔ ปีที่แล้ว คนจะถอดรองเท้าไว้ข้างนอก แล้วค่อยขึ้นไปบนศาลา แต่ปัจจุบันนี้ปรากฏว่า ไม่มีใครถอดรองเท้าแล้วเห็นใส่กันหมด เราก็เลยต้องใส่ขึ้นไป แล้วก็เข้าสู่ Step ของการบริจาคโลหิต โดยเริ่มจากการกรอกแบบสอบถาม แล้วก็เอาแบบไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ พอยื่นเสร็จ เจ้าหน้าที่แจ้งว่า วันนี้ได้รับเข็ม ๒๔ ครั้งนะค๊ะ แล้วเดี๋ยวคราวหน้าค่อยมารับประกาศนียบัตร เสร็จจากตรงนี้ ก็ไปวัดความดัน ปรากฏว่าสูงนิดหน่อย แต่ยังบริจาคได้ เสร็จแล้วก็ไปต่อที่จุดเจาะวัดความเข็มของเลือด ก็ผ่านไปได้โดยปกติ จากนั้นก็ไปนั่งรอคิวบริจากโลหิต ก็มีคนประกาศว่า ถ้าเราถนัดข้างไหน ให้ใช้ข้างนั้นในการบริจาค แต่ผมไม่เห็นด้วย ของผมถนัดขวา แต่เวลาบริจาค ผมให้เค้าเจาะที่แขนซ้าย เพราะ ถ้ามาเจาะแขนที่เราถนัดเวลาทำอะไรก็ลำบาก เช่นเวลาขับรถกลับบ้าน ถ้าขับมือขวามือเดียว ก็ยังขับได้ แต่ถ้าขับมือซ้ายไม่ไหวครับ มันจะคอยไปทำความรู้จักกับรถคันอื่น เรื่อย เราก็รอจนได้เตียงที่พอใจ ก็ขึ้นไปนอนรอพยาบาลสาว ขณะที่รอพยาบาลเตรียมตัวอยู่นั้น สายตาก็เหลือบตัวไปเห็นน้องเค้ากำลังเข้าคิวรอวัดความดัน แสดงว่าทำใจได้ เราก็ดูเค้าเข้ากระบวนการต่าง ๆ เผลอแผลบเดียว ก็เราก็บริจาคเลือดเสร็จแล้ว ก็เลยลงไปนั่งรอให้กำลังใจน้องเค้า ก็ไม่มีอะไรมากน้องเค้าก็บริจาคเลือดปกติ แต่จะนานกว่าคนอื่น ๆ คือเตียงข้าง ๆ ลุกไป สองคนแล้วน้องเค้าเพิ่งเสร็จ เราก็ไปยืนรออยู่ข้าง ๆ เตียง บอกเค้าว่าให้นอนซักพักก่อนอย่าเพิ่งลุก เค้าก็ถามว่าต้องนอนนานแค่ไหน ก็เลยตอบไปว่า อันนี้ต้องถามตัวเองว่า ลุกไหวมั๊ย ถ้าไหว ก็ลุกได้เลย แต่ถ้าไม่ไหว ก็นอนไปซักพัก ปรากฏว่าน้องเค้าก็นอนซักพัก แล้วก็บอกว่า OK พี่ แล้วก็ลุกขึ้นมา ปรากฏว่า พอลุกจากเดินจากเตียงบริจาคได้ ๔-๕ ก้าว เค้าก็บอกว่าจะเป็นลม ก็เลยพาเค้ากลับไปที่เตียง เตรียมให้พยาบาล ดูดเลือดอีกครั้ง อ้อ ไม่ใช่ ให้เค้านอนพัก เจ้าหน้าที่ก็ให้เราไปเอาน้ำมาให้น้องเค้า เจ้าหน้าที่บอกว่า "น้องเค้าดื่นน้ำน้อยไปไม่มีอะไรหรอก คราวหน้าก่อนมาบริจาค ต้องดื่มน้ำมามากหน่อย" แล้วก็ให้น้องเค้านอนพักนอนไปซักพักเค้าก็บอกว่า ไม่เป็นไรแล้ว แต่ของน้ำอีกแก้ว เราก็ไปเอามาให้ดื่ม พอดื่มเสร็จน้องเค้าก็เตรียมตัวจะลุกขึ้น จังหวะที่น้องเค้าจะลุกขึ้นจากเตียงเราก็ได้ยินเสียงคนอุทานด้วยความตกใจ พอหันไปมองปรากฏว่า เห็นเลือดพุ่งกระฉูดออกมาเปื้อนเต็มเสื้อไปหมด พอน้องเค้าจะหันไปมองเราก็บอกว่าอย่ามอง กลัวเค้าจะเป็นลมรอบสองเพราะเค้าเป็นคนกลัวเลือด แล้วก็เห็นพยาบาล ๒ คนวิ่งมา ส่วนพยาบาลที่ยืนอยู่ข้าง ๆ น้องเค้าอยู่แล้ว พูดกับเตียงข้าง ๆ ว่า "ขอโทษด้วยค่ะ พอดีทำหลอดเลือดหลุดมือค่ะ เดี๋ยวเอาเสื้อคลุมไปเปลี่ยนก่อนน๊ะค๊ะ" พอบริจาคเลือดเสร็จก็ถามน้องเค้าว่าจะไปไหนต่อมั๊ย หรือว่าจะกลับบ้านเลย น้องเค้าขอไปเดินซื้อของที่โลตัสต่อ ก็เลยพาเค้าไปให้เค้าไปกับแม่เค้า ส่วนเราก็ไปยืนอ่านหนังสือที่ร้านหนังสืออ่านอยู่ชั่วโมงครึ่ง อ่านไป ก็คิดไปว่า พนักงานสาว ๆ ต้องเห็นเราหน้าตาดีแน่นอน เห็นแอบชอบมองเรา บางที่กำลังยืนอ่าน อยู่เค้าก็แกล้งเดินมาจัดหนังสือใกล้ ๆ สงสังอยากอยู่ใกล้คนหน้าตาดีแน่นอน พออ่านหนังสือเสร็จ กำลังจะเดินไปดูว่าน้องเค้าเป็นลมไปแล้วหรือยัง เค้าก็โทรมาพอดีว่า Shop เสร็จแล้วรออยู่ที่ประตู เราก็คิดอยู่ว่าทำไม Shop นานจัง พอลงไปเห็นของก็ยิ่งแปลกใจคิดว่าน้องเค้าจะย้ายบ้านเหรอนี่ ทำไมซื้อเยอะจัง คุยกับเค้า ๆ ก็บอกว่าอันนี้แบบเกรงใจแล้วนะพี่ ปกติซื้อเยอะกว่านี้อีก จากนั้นก็พาน้องเค้าไปส่งของที่บ้าน ระหว่างทางแวะซื้อก๋วยเตียวยายงุ่มง่าม (อร่อยสุดยอด แต่ชาสุด ๆ ) กลัยไปกินที่บ้าน พอส่งน้องเค้าแล้วก็เดินทาง กลับบ้านโดยสวัสดิภาพ พร้อมด้วยประสบการณ์ชีวิต ปล่อยปลา, ถวายสังฆทานเวียน, เจอคนเป็นลม, เห็นพยาบาลทำเลือดสาด,
คนเป็นลม เดินซื้อของได้ ๙๐ นาที Fit กว่านักบอลทีมชาติไทย ที่ลงเล่น ๙๐ นาทีไม่ค่อยจะไหว และที่ขาดไม่ได้คือได้ซื้อก๋วยเตี๋ยวยายงุ่มง่ามกลับไปกินที่บ้าน




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 16 กรกฎาคม 2550 11:20:19 น.
Counter : 200 Pageviews.  

มาทำบุญสร้างพระประธานกันเถอะ

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2550 ที่ผ่านมา ผมได้ชวนเพื่อน ๆ และญาติโยม ไปทำบุญสร้างพระประธานกับโครงการ "บูรณะพระพุทธรูปชำรุดทั่วประเทศ" โดยมีหลวงพ่อวิชญ์จุฑา เป็นเจ้าของโครงการ ที่จังหวัดกาญจนบุรี ก็เลยอยากเชิญชวนเพื่อน ๆ ให้ไปทำบุญกับโครงการนี้กัน

โดยหลวงพ่ดวิชญ์จุฑา (ต่อไปขอเรียกว่าหลวงพ่อวิชญ์) ท่านมีปณิธานที่จะบูรณะพระที่ชำรุดทุกองค์ให้ได้มากที่สุด องค์ใดชำรุดที่จุดใหนท่านก็ซ่อมให้หมด โดยการซ่อมทั้งหมดนี้ท่านไม่เคยคิดค่าใช้จ่าย ใด ๆ แต่ถ้าองค์ไหนซ่อมไม่ได้ ส่วนใหญ่จะเป็นพระบูชาตามบ้าน ท่านก็จะนำมาปั้นเป็นพระพุทธรูปองใหม่ หน้าตัก 1.80 เมตร (โดยการนำพระที่ซ่อมไม่ได้ประมาณ 80 - 90 องค์มาบรรจุเป็นเนื้อในแล้วเทปูนทับด้านนอกครับ พอเสร็จท่านค่อยทาสี พอทำเสร็จทุกอย่างเป็นองค์พระที่สมบูรณ์แล้ว ท่านก็จะนำไปให้กับวัดที่กันดารที่ไม่มีพระประธาน ซึ่งตอนนี้ท่านมีรายชื่อวัดที่ไม่มีพระประธาน และได้ทำหนังสือขอมากับหลวงพ่อประมาณ 50 วัด ก็เลยอยากเชิญชวนเพื่อน ๆ ไปร่วมทำบุญสร้างพระประธานกัน โดยถ้าจะเป็นเจ้าภาพสร้างพระประธาน หน้าตัก 1.80 เมตร ตามที่กล่าวมาข้างต้นนั้น หลวงพ่อท่านบอกว่า
"ถ้าโยมอยากเป็นเจ้าภาพสร้างพระ หน้าตักประมาณ 1.80 เมตร ก็มีค่าใช้จ่ายประมาณ 15,000 บาท แต่ถ้าโยมมีไม่ถึง หรือว่าโยมไม่มี ขอมาฟรี ๆ อาตมาก็ให้ เพราะปกติอาตมา ก็ไม่ได้คิดค่าใช้จ่าย ใด ๆ อยู่แล้ว"
อ้ออีกนิดนึงตอนนี้สถานที่ ๆ ท่านอยู่นั้น ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง ท่านต้องจุดเทียนทำงานในตอนกลางคืน เนื่องจากเครื่องปั่นไฟที่มีคนถวายให้ท่านมันกินน้ำมันเหลือเกิน ตอนกลางคืนท่านก็เลยต้องจุดเทียนทำงาน โดยเทียนที่ใช้ท่านก็ได้รับบริจาคมาจาก วัดแถวนั้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นเทียนเก่า ท่านต้องก็จะนำมาหล่อมใช้ใหม่ แต่ว่าตอนนี้ท่านติดต่อกับการไฟฟ้าได้แล้ว การไฟฟ้าแจ้งท่านว่าจะต่อไฟให้ท่านใช้ แต่ว่าท่านต้องหาอุปกรณ์ในการนำไฟเข้ามาเอง โดยระยะทางในการเดินไฟ เข้าโครงการของท่านอยู่ที่ 2,000 เมตร ถ้าใครอยากทำบุญนำไฟเข้าวัดก็ร่วมบริจาคใด้ ครับ
อันนี้เป็นลิงก์ รายละเอียดที่ผม กับเพื่อน ๆ ไปทำบุญกับท่านมา ลองเข้าไปดูแล้วกันครับ

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E5457945/E5457945.html




 

Create Date : 04 มิถุนายน 2550    
Last Update : 4 มิถุนายน 2550 12:21:05 น.
Counter : 209 Pageviews.  

1  2  

หมูตอนน้อย
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add หมูตอนน้อย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.