อย่าเอาบาป เวรของเขา มาทำให้ใจเราเศร้าหมอง
Group Blog
 
All blogs
 
ถวายเทียนจำนำพรรษา ที่ สุพรรณบุรี วันที่ 15/07/50

วันอาทิตย์ที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๐ เป็นอีกวันนึงที่ไม่ได้อยู่บ้าน เพราะวันนี้มีนัดกับเพื่อน ๆ ไปทำบุญถวายเทียนจำนำพรรษา ที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยคราวนี้มีผู้ร่วมเดินทางทั้งสิ้น ๑๓ ท่าน โดยเริ่มออกเดินทางจาก กทม.(ตลาดบางแค) เวลา ๐๖.๐๐ น. แต่ต้องตื่นนอนตั้งแต่ตี ๔ เพราะต้องไปรับเพื่อที่จะนั่งรถไฟมา โดยรถไฟจะมาถึง สถานีบางบอนตอน ตีห้าครึ่ง ปรากฏว่าขับรถไปถึงสถานีรถไฟ ตอนตีห้าสิบห้านาที รอจนตีห้าครึ่งแล้วรถไฟก็ยังไม่มา เราก็คิดว่ารถไฟคง Delay มั้ง แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ซักพักเพื่อนโทรมาบอกว่าตกรถไฟตอนนี้กำลังนั่ง Taxi มาให้เรารอ รอได้ซักพักเพื่อนมาถึง แต่รถไฟยังไม่มาเลยสงสัย Delay จริง ๆ พอรับเพื่อนคนนี้แล้ว ก็แวะรับรายทางอีก ๓ คน จากนั้นก็แวะไปรับกับข้าวที่สั่งเค้าเอาไว้ ไปถึงจุดนัดพบก็หกโมงเช้าพอดี ก็ไล่เพื่อนให้ขนของลงจากรถเสร็จแล้ว เราก็วนรถไปจอดในตลาด ค่าจอดรถที่นี่โหดมาก ๑๐ จอดได้ทั้งวัน พอจอดรถเสร็จเดินมาที่จุดนัดพบรถตู้ที่นัดไว้ก็มาถึงแล้วเราก็โดดขึ้นรถโดยไปนั่งหน้าคู่กับคนขับ เพราะต้องบอกทาง ตอนแรกนึกว่าจะได้นั่งหน้ากับคนขับแค่สองคน แต่ว่าที่นั่งด้านหลังไม่พอ ก็เลยต้องมีเพื่อนมานั่งข้างหน้าด้วยอีกคนนึง ไอ้เราก็ดีใจนึกว่าจะมีสาว ๆ มานั่งเบียดด้วย แต่ดันเป็นผู้ชายมานั่งด้วยซะนี่
เราไปเติมน้ำมันกันที่ปั๊มเชลล์ตรงข้าม The Mall บางแค แล้วก็ขับรถไปทางถนนวงแหวน ผ่านบางบัวทอง แล้วใช้ถนนเส้น 340 เดินทางสู่สุพรรณบุรี ขณะที่นั่งไปก็ถามคนขับว่าพี่ไปดอนเจดีย์ถูกมั๊ยครับ พี่เค้าก็ตอบด้วยความมั่นใจเลยว่า ไปไม่ถูก แต่ดูแผนที่แล้วน่าจะไปได้ เดี๋ยวไปถามคนแถวนั้นดูก็ได้ สรุปว่าหลงครับ หลงทางไปซัก สิบนาที ก็วนรถหาปั๊มน้ำมัน เพราะสาว ๆ อยากเข้าห้องน้ำมั๊ง หรือว่าหิวก็ไม่รู้ ส่วนเราก็จะได้ถามเด็กปั๊มด้วย
พอไปถึงปั๊มน้ำมันเราก็คิดว่าให้เข้าห้องน้ำ แล้วก็หาซื้ออะไรมาทานรองท้องบนรถกัน ส่วนเราก็ไปถามทางเด็กปั๊ม พอกลับมาก็เจอภาพอันบาดตาบาดใจ คณะผู้ร่วมเดินทางท่านนึง ไปซื้อมาม่าคัพ มานั่งกินที่โต๊ะหิน ตอนนั้นอารมณ์พุ่งปรี๊ดเลยครับอยากจะเดินไปนั่งกินด้วย เอ๊ย! ไม่ใช่อยากจะเดินไปบอกเค้าว่า เจ๊ครับ นัดพระแปดโมงครึ่งนะครับ นี่ก็ปาไปแปดโมงแล้ว เจ๊ยังมานั่งใจเย็นกินมาม่าอีก แต่ก็ได้แค่คิดครับ แล้วก็เดินไปกดดันคนขับรถ บอกว่าเหยีบหน่อยครับพี่นัดพระไว้ เดี๋ยวท่านจะรอนาน
พอเจ๊ท่านนั้นฉันมาม่าเสร็จแล้ว เราก็ขึ้นรถแล้วก็วิ่งตามทางที่เด็กปั๊มบอกไปจนถึงอนุสรณ์สถานดอนเจดีย์ พอดีมีป้อมตำรวจอยู่ ก็เลยลงไปแจ้งความ เอ๊ย! ลงไปถามทางพี่ ๆ ตำรวจก็ใจดีช่วยบอกทางให้ สรุปไปถึงพอรู้ทางแล้วพี่คนขับรถก็เหยียบเต็มที่เพื่อให้ทันเวลา เหยียบจนเลยทางเข้าต้องวนรถกลับมาใหม่ สรุปแล้วไปถึงสำนักสงฆ์แปดโมงครึ่งพอดีเป๊ะ พอลงจากรถได้เราก็รีบเอาอาหารไปถวายพระก่อน แล้วก็ยกข้าวของที่จะถวายท่านลงมาจัดเรียง พอพระท่านฉันเสร็จก็ให้เราเอาเทียน แล้วก็เครื่องสังฆทานมาถวาย ท่านก็ให้เรากล่าวคำบูชาพระ คำถวายเทียน/สังฆทาน เราก็กะว่าให้เพื่อนที่ไปกับเราเป็นคนกล่าวแล้วกันเค้าเคยบวชเรียนมาแล้วน่าจะพอเป็นบ้าง แต่น่าเสียดายที่เค้าบอกว่าลืมหมดแล้วก็เลยต้องพึ่งพระท่านก็นำกล่าวคำบูชาพระรัตนไตร จากนั้นท่านก็เปิดหนังสือมนต์พิธี แล้วก็ส่งมาให้เราบอกให้เรากล่าวคำถวายเทียนจำนำพรรษา ตอนนั้นก็อึ้งเลยครับ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีคำถวายเทียนจำนำพรรษาด้วย ไอ้เราก็นึกว่าเราชัวร์แล้วเห็นที่ข้างกล่องหลอดไฟมีคำถวายสังฆทาน ก็นึกว่าใช้คำถวายสังฆทานได้ พอเจอคำถวายเทียนก็เลยงง แต่พอที่จะก็นำกล่าวผ่านไปได้ พอกล่าวคำถวายเทียนเสร็จ พระท่านก็นำกล่าวคำถวายสังฆทาน แล้วก็ถวายของ เสร็จแล้วพระท่านก็ให้พร จากนั้นท่านก็ชวนทานข้าว เราก็เลยหันไปถามเพื่อน ๆ ว่าจะทานมั๊ย หรือจะไปต่อเลย เพราะยังต้องไปอีกหลายที่ ก็ได้ข้อสรุปว่าไม่ทานครับ พระทานก็บอกไม่เป็นไร เราก็เลยกราบลาพระออกมา









เอารูปของที่ทำบุญมาให้ดูครับจะได้ร่วมกันอนุโมทนา



รูปคณะทัวร์ครับ มีครบทุกคนยกเว้นผมตนเดียว

พอออกจากสำนักสงฆ์เราก็แวะไปถ่ายรูปกันที่อนุสรณ์สถานดอนเจดีย์ ตอนแรกกะว่าจะแวะซักสิบนาที ทำไปทำมาเดินกันเกือบชั่วโมงเหมือนกัน











พอเสร็จจากดอนเจดีย์แล้วเราก็นั่งรถไปต่อกันที่ตลาดร้อยปีสามชุกพอลงจากรถเราก็กำหนดกันว่าอีกสองชั่วโมงมาเจอกันที่รถ แล้วก็แยกกันไปเป็นกลุ่ม เราก็ไปเดินเทียวแล้วก็แวะกินข้าวห่อใบบัวที่ใคร ๆ ก็บอกว่าอร่อย นั่งรอประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าจะได้กิน พอกินเข้าไปคำแรกรู้สึกเลยว่าเวลาครึ่งชั่วโมงที่เสียไปนั้น ช่างเสียเวลาเปล่าจริง ๆ ไม่เห็นมันจะอร่อยตรงไหน พอกินเสร็จข้าวเสร็จก็ไปเดินต่อที่บ้านขุนจำนงค์จีนารักษ์ ก็ OK ก็เก่าดีแต่อาจจะเป็นพระเราเพิ่งจะไปเมืองโบราณมาเมื่อ ๓ เดือนที่แล้ว ก็เลยไม่ค่อย ดี๊ด้า กับที่นี่เท่าไหร่ เดินจนเบื่อแล้วก็เลยกลับไปรอที่รถ แต่รู้สึกว่าตรงนี้น่าจะมีการเข้าใจเรื่องเวลากันผิด เพราะบางคนบอกว่าสองชั่วโมงครบ ตอนเที่ยง แต่บางคนได้ยินว่าเที่ยงครึ่ง ก็เลยมีการสับสนกันเล็กน้อย
พอออกจากตลาดร้อยปีเราก็มุ่งหน้าสู่บึงฉวากพอไปถึงพวกเราก็กำหนดเวลากันว่าเดี๋ยวบ่ายสองโมงมาเจอกันที่รถ จะได้ไม่ต้องสับสนเรื่องเวลากันอีก แล้วก็แยกย้ายกันไปเป็นกลุ่ม ก่อนเข้าไปเราก็ไปดูป้ายเค้าเขียนว่าแสดงการให้อาหารปลาตอน ๑๓.๓๐ - ๑๔.๓๐ เราก็เลยรีบไปดูปลาก่อนเพระตอนนั้นบ่ายโมงเศษแล้ว ก็ไปยืนแออัดอยู่ในอุโมงค์ปลา กว่าจะมีคนมาว่ายน้ำให้ดูก็ปาเข้าไปบ่ายโมงสี่สิบห้านาทีแล้ว ถ่ายรูปได้สองสามรูป ก็รีบออกมาไปดูจรเข้ต่อดีกว่า จะบ่ายสองแล้วเดี๋ยวไม่ทัน พอไปถึงเค้ามีประกาศว่าการแสดงจรเข้เริ่มบ่ายสองโมง อ้าวเวรกรรมนัดเพื่อนไว้บ่ายสองที่รถ ก็เลยโทรเช็คว่าคนอื่น ๆ อยู่ที่ไหนกัน ถ้ายังอยู่ข้างในจะได้ชวนมาดูจรเข้ แต่ปรากฏว่ามีบางคนออกไปด้านนอกแล้ว เราก็เลย Confirm ที่เวลาเดิม แล้วก็ไปเข้าห้องน้ำ เตรียมจะออกไปข้างนอก แต่เจ้ากรรม เจ๊ที่กินมาม่าที่ปั๊มน้ำมัน หายตัวไป ไอ้เราก็คิดในใจ "บ่ายสอง แล้วยังจะหายไปไหนอีก มือถือก็ไม่มี ยังจะเปรี้ยวไปคนเดียวอีก มือถือไม่มี แต่ก็มีนาฬิกานี่หว่า" (รู้สึกว่าผมจะจองล้างจองผลาญเจ๊แกจัง จริง ๆ ก็ไม่ค่อยปลื้มแกซักเท่าไหร่หรอก แต่พูดมากไม่ได้ เลยมาระบายครับ) ก็ต้องไปเดินหาแก้ สรุปว่าออกมาจาก Zone นั้นก็เกือนจะสองโมงครึ่ง แล้วเราก็ไปต่อกันที่ Zone สวนสัตว์ ตอนนี้บางคนเริ่มไม่ไหวแล้ว(จริง ๆ ก็เริ่มมีไม่ไหวตั้งแต่ตลาดแล้วล่ะครับ) เราก็เลยขึ้นรถรางเที่ยวกัน ๒๐ บาท ไปชมสวนผัก แล้วก็วนกลับที่เดิม อันที่จริงไม่อยากขึ้นรถรางแต่อยากจะให้รถตู้ไปจอด แล้วเข้าไปเดินมากกว่า เดินดูมันได้อารมณ์ มากกว่า รถรางวิ่ง ๑๕ กิโลเมตร/ชั่วโมงจะถ่ายรูปก็ไม่ทัน ขากลับยังเจอฝนอีก เล่นเอาเปียกไปตามกัน พอลงจากรถรางก็รีบไปขึ้นรถตู้กัน ตอนแรกว่าจะไปเดินต่อในสวนสัตว์ แล้วก็กรงนก เพราะว่าเพิ่งจะบ่ายสามโมงเศษ แต่ปรากฏว่าพระพิรุณมาไล่เสียก่อน ก็เลยต้องกลับ ขากลับก็ไม่มีอะไรมากแวะซื้อของที่เอกชัย แล้วก็กลับกรุงเทพฯ เลย ฝนตกหนักตลอดทาง จะมีก็แต่ที่เอกชัยที่ฝนไม่ตก สงสัยมีมือดีไปปักตะไคร้ถึงกรุงเทพฯประมาณ ทุ่มครึ่ง ก็เติมน้ำมันคิดค่าใช้จ่าย สรุปรวมค่ารถค่าน้ำมันวันนั้น ๒,๕๐๐ บาท พอดี หารกันคนละ ๒๐๐ กว่าบาทก็ถือว่าโอเค

เล่ามาซะยาว สรุปว่าวันนี้ได้อะไรกลับมาเยอะเลย ได้รู้ว่าเรายังปล่อยวางไม่พอ คงต้องฝึกฝนตัวเองให้มากกว่านี้, ได้รู้ว่าจะทำอะไรควรตรวจสอบให้แน่นอนเสียก่อน เช่นควรจะเช็คให้ชัวร์ก่อนว่าเวลาถวายเทียนจำนำพรรษาเค้ามีคำถวายเทียนหรือเปล่า ไม่ใช่ไปเห็นที่ข้างกล่องหลอดไฟก็คิดว่าเค้าใช้คำถวายสังฆทานกัน หรือว่าที่บึงฉวากควรจะเช็คให้แน่ใจว่าการแสดงต่าง ๆ นั้นเค้ามีตอนกี่โมง ไม่ใช่ไปดูที่หน้างาน, ได้รู้ว่าการไปไหนเป็นหมู่มากเรื่องเวลาเป็นเรื่องสำคัญ ควรจะกำหนดให้แน่นอนตายตัวว่ากี่โมง ไม่ใช่บอกว่า อีกสองชัวโมงเจอกัน
สรุปแล้ว Trip นี้มีปัญหารเรื่องการจัดเวลาไม่ดี ซึ่งคนผิดคงไม่ใช่ใคร ก็คงเป็นผมเองแหละ เพราะเป็นคน Set เองตั้งแต่ต้น เอาเป็นว่าไว้แก้ตัวในโครงการทำบุญเดือนหน้าแล้วกัน


Create Date : 17 กรกฎาคม 2550
Last Update : 17 กรกฎาคม 2550 15:46:04 น. 0 comments
Counter : 444 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

หมูตอนน้อย
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add หมูตอนน้อย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.