just can't {imagine} our ends
Group Blog
 
All blogs
 

เที่ยวงานหนังสือ ตุลาฯ49

ย้อนกลับไปอ่านบล็อคเก่าๆ แล้วก็อึ้ง
โดยเฉพาะบล็อคที่เขียนถึงคุณกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ค่ะ

คือ เราไปงานหนังสือมาเมื่อ วันที่ 19 ต.ค. 49 ที่ผ่านมา
และได้หนังสือมาพอควร
ถึงกับลางานเพื่อไปงานหนังสือเลยนะเนี่ย เอากะเขาสิ


ความจริงต้องทำงานนอกยันสว่าง ไปทำงานไม่ไหวด้วยค่ะ
ก็เลยต้องลาซะงั้นล่ะ

แล้วทีนี้ เหตุที่อึ้ง คือเมื่อกี๊ ที่ลองกลับไปอ่านบล็อคนั้นแล้ว
เจอข้อมูลที่น่าสนใจค่ะ

คือ เจ้าหนังสือเล่มหนึ่ง คุณกนกพงศ์ เค้าบอกว่า(ในบทสัมภาษณ์ค่ะ)เป็นแรงบันดาลใจให้กับเค้าเป็นอย่างมากในการเป็นนักเขียน
และเจ้าเล่มนั้น เราก็ซื้อมาด้วยในครั้งนี้ค่ะ
ซื้อมาโดยที่ลืมข้อความที่ตัวเองเคยหามาเองนั่นล่ะค่ะ

“ถนนนักเขียน” เออร์สกิน คอลด์เวลล์ เขียน
สิทธิชัย ธาดานิติ แปล

ก่อนที่จะมาพิมพ์บล็อค ก็อ่านเรื่องสั้นเรื่องแรกใน “แผ่นดินอื่น” ที่ซื้อมาด้วย จบไปค่ะ



มันช่างบังเอิญจริงๆค่ะ

เอาล่ะ ต่อไปเป็นรายนามหนังสือที่ซื้อมา ไม่เรียงตามอะไรทั้งนั้น เพราะถึงเรียงก็ไม่ถูกค่ะ

1.เล่นแร่ แปรธาตุ
มุกหอม วงษ์เทศ

ชอบตัวอักษรของเธอคนนี้จัง มันแสบดี อ่านแล้วสะใจ เอาไปอ่านที่ทำงานวันละเรื่อง2เรื่อง แต่มักจะเพลินอ่านไปเป็น 10 เรื่องแล้ว

(เป็นหนังสือรวมความเรียงยั่วประสาท คัดจากคอลัมน์ “คุยความคิด” มติชนวันอาทิตย์


----ตอนกำลังจะจ่ายตัง มีน้องคนนึงที่ต่อคิวเรา ดูมีท่าทีสนใจเล่มนี้มาก ถึงกับถามเราว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับอะไร น้องช่างเลือกคนถามได้ผิดจริงๆ เพราะกะลังมึนงงอยู่ จู่ๆเจอคำถาม เลยตอบน้องเค้าไปแบบห้วนๆมั้ง คนที่ไปด้วย(แฟน)เลยสะกิดว่า ทำไมดูไม่ค่อยเป็นมิตรกะน้องเค้าเลย ตอบดีๆก็ได้นี่

อ้าว เมื่อกี๊ตูตอบแบบไหนไปฟะ จำไม่ได้แล้ว ก็ตอบธรรมดาไม่ใช่เหรอ แต่เจอเข้าแบบกะทันหันง่ะ




2.เรื่องเล่าของซากี
ซากี เขียน รัชยา เรืองศรี แปล

อ่านจบแล้ว สนุกดีพอใช้ ชอบอยู่เรื่องเดียว เรื่องประมาณรองสุดท้าย ออกเป็นเรื่องเล่าตลกร้าย และเกือบทุกเรื่องมักมีสัตว์ป่าเป็นส่วนประกอบด้วยล่ะ



3.แผ่นดินอื่น
4.ถนนนักเขียน

ไม่ขอบรรยาย 2 เล่มนี้ ขออ่านก่อนดีกว่า



5.เยิรเงาสลัว
จุนิจิโร ทานิซากิ เขียน สุวรรณา วงศ์ไวศยวรรณ แปล
คำโปรยหน้าปก“ข้าพเจ้าขอเรียกร้องเอาโลกแห่งความสลัวที่เรากำลังสูญเสียไปกลับคืนมา”



6.คนมีเขา
เจมส์ ลาสดัน เขียน อัครมุนี วรรรณประไพ แปล แพรวสนพ.
คำโปรย “เรื่องราวยอกย้อน สะท้อนจิตใจมนุษย์ผู้มีเขา”
คำนิยมโดย คำ ผกา



7.แบล็ค เอลค์ พูด
พจนา จันทรสันติ แปล โครงการจัดพิมพ์คบไฟ
“จิตวิญญาณอินเดียนแดงผ่านวาทะบุคคลศักดิ์สิทธิ์เผ่าซู”




8.นก
ดาฟเน ดู โมริเย เขียน กิติกร มีทรัพย์ แปล
นวนิยายเชิงจิตวิทยา-นิเวศวิทยา ที่นำไปสร้างเป็นหนัง
โดยอัลเฟรด ฮิทช์ค็อค The birds (1963)
พร้อมบทวิจารณ์ภาพยนตร์ โดย สิทธิรักษ์ ตุลาพิทักษ์


9.ศัพท์วรรณกรรม
รวบรวมโดย กอบกุล อิงคุทานนท์ (อยากรู้ก็เลยซื้อมา)



10.ลัตเท่อ เม่นน้อยผจญภัย
เซบัสเตียน ลือเบ็ค เขียน สามพร แปล
วรรณกรรมเยาวชนจากเยอรมัน
(เล่มนี้ ซื้อเพราะชอบเม่นเป็นการส่วนตัว อิๆ)



11.สนทนากับพระเจ้า การพูดคุยที่ไม่ธรรมดา เล่ม1
นีล โดนัลด์ วอลซ์ เขียน รวิวาร โฉมเฉลา แปล

ทราบว่ามีเล่มนี้ขายในงาน จากมติชนสุดสัปดาห์ที่ขายอยู่บูธมติชนนั่นล่ะ ดีที่หมดแรงเดิน ก็เลยหาที่นั่งอ่านอะไรไปพลางๆ เห็นโฆษณาเจ้าเล่มนี้ ก็เลยสนใจไปดูเค้าที่บูธดีกว่า

ชื่อสนพ.ก็กินขาดแล้ว “โอ้ พระเจ้า” นี่ล่ะชื่อสนพ.ล่ะ พูดจริงๆนะ ไม่รู้ว่าเนื้อหาข้างในเป็นยังไงเลย แต่อ่านคำนำแล้วน่าสนใจ ดูไม่ใช่ยัดเยียดคำสอนของศาสนาไหนๆ ไว้อ่านแล้วจะมาคุยแล้วกันค่ะ



12.หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว
ในที่สุดก็ซื้อมาจนได้ >__<

เป็นหนังสือเก่าของดวงกมล ราคาปก 68 เค้าขาย 200 แน่ะ แต่ก็ยังซื้อน่ะนะ
(หาเล่ม พิมพ์ใหม่ไม่เจอเลยยยยยยย
อยากอ่านมากกก็เลยซื้อเลยดีกว่า)


แล้วก็ยังมีนิตยสารสารคดีอีกเล่มสองเล่ม
หมดแล้ว
อ้าว ทำไมน้อยจังล่ะ

อยากไปโฉบที่งานอีกซักรอบจังเลย
บูธที่ฮอทๆ คนเยอะๆขี้เกียจเข้าไปเบียดเสียด ก็เลยไม่ได้อะไรมามากน่ะแหละ



หวาย ! ตีสามกว่าแล้ว
พอเห็นเวลา ก็ง่วงทันที
ไปนอนแล้วจ้า
ราตรีสวัสดิ์





 

Create Date : 23 ตุลาคม 2549    
Last Update : 23 ตุลาคม 2549 3:24:45 น.
Counter : 198 Pageviews.  

เจ้าเล่มนี้นำทางฉันกลับบ้าน

เหตุเกิดขึ้นก่อนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

...
ฉันซื้อหนังสือมาเล่มหนึ่ง

ซึ่งจริงๆก็สองจิตสองใจว่า จะซื้อมาดีรึเปล่า

แต่ในที่สุดก็ได้มันใส่ในกระเป๋ากลับที่พักมาด้วย

(ฉันไม่ได้มีบ้านอยู่กท.นะ บ้านจริงๆอยู่ที่ชลบุรีน่ะ)

เก็บไว้ประมาณ 2-3 วัน ไม่รู้นึกยังไง
ก็หยิบเจ้าเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน
ทั้งๆที่มันก็ดึกพอสมควรแล้ว

คืนนั้นฉันนอนตี 3ได้
เพราะยังไงก็จะอ่านให้จบ

ระหว่างนั้น
...
น้ำตาไหลพร่างพรู
จากทีแรกอินกับหนังสือ
แต่ไหงไปๆ มาๆ มันกลับเป็นเรื่องส่วนตัวไปได้ฟะ
เจ้าเล่มนี้
ทำให้ฉันร้องไห้คิดถึงแม่ คิดถึงบ้าน
อย่างมาก...







แล้ววันอาทิตย์(1อาทิตย์จะวันแม่)ตอนเกือบเที่ยง
ฉันก็มายืนอยู่ที่บ้าน(ชลบุรี)



ทั้งๆที่วันจันทร์ก็ต้องไปทำงาน
แต่ก็ออกเช้าวันจันทร์น่ะล่ะ


เลยมาถึงออฟฟิศเช้าเป็นประวัติการณ์

8โมงเช้า
เพราะออกจากชลฯมาตั้งแต่ตี 5ครึ่ง




นี่ล่ะคือหนังสือตัวดี
ที่ทำให้ฉันเป็นเด็กขี้แง
รู้สึกว่าตัวเองทำตัวงี่เง่ายังไงก็ไม่รู้







"ความสุขของกะทิ"
ตอน
ตามหาพระจันทร์









 

Create Date : 09 สิงหาคม 2549    
Last Update : 9 สิงหาคม 2549 17:03:31 น.
Counter : 177 Pageviews.  

ได้หนังสือมาน้อยกว่าที่คิดไว้--อ่านจบไปสองเล่มแล้ว- _-*

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ไปงานหนังสือเมื่อวันศุกร์
แต่วันเสาร์ก็หาเวลาไปจนได้ค่ะ
รายงานชื่อหนังสือที่ได้มาจากงานสัปดาห์หนังสือค่ะ

เรียงตามลำดับที่ซื้อเลยละกัน

1. bioscopeเล่มล่า โป๊มั้ยพี่! ที่บูธ (คนค้นคน...น่ะค่ะ)

2. ความสุขของกะทิ(เล่ม1) ณ บูธนายอินทร์

3. อมตะ - มิลาน คุนเดอรา (แบบว่าน่าอ่านมากกกกก)

4. คือพจนาซาราทุตรา - นีทเช่

5. อลินา - อลาอิส นิน (วรรณกรรมอีโรติคคลาสสิค)

6. แตงดองแกล้มชอคโกแลต - สเตฟานี (บันทึกของเด็กก็ไม่ใช่สาวก็ไม่เชิง ยังกะเพลงแม่บริทนิ แต่เขียนดีจังเลย แอบอิจฉาน้องเค้า ตอนนี้เค้าคงเป็นน้าเราได้แล้วล่ะมั้ง แปลจากภาษาฝรั่งเศส หนึ่งในภาษาที่เราอยากเข้าใจ+เรียนมากกกกกกก)

7. จินตนาการย้อนศร - ฉัตรเฉลิม ตันติสุข




8. ฟาเรนไฮต์ 451 อุณหภูมิเผาหนังสือ - เรย์ แบรดบิวรีย์ เขียน / ชาญ คำไพรัช แปล

"หนังสือต่อต้านเผด็จการเล่มนี้ จินตนาการถึงสังคมมนุษย์ยุคที่มีการห้ามอ่านหนังสือ ใครมีหนังสือในครอบครองถือว่าผิดกฎหมาย...ผู้รักษากฎหมายสูงสุดคือ พนักงานดับเพลิง ซึ่งมีหน้าที่สอดส่องเอาหนังสือไปเผา (แปลกไหม!) หนังสือเล่มนี้เป็น "หนึ่งในสิบ" ของนิยายวิทยาศาสตร์ที่"สิงห์" ยกให้"

(สิงห์สนามหลวง : โลกหนังสือ พฤษภาคม 2525)


ยังไม่ได้อ่าน แต่เคยได้ยินกิตติศัพท์มาพอควร ยกความมาจากปกหลัง

9. ปีศาจ - เสนีย์ เสาวพงศ์ (เขาว่าเป็นหนึ่งในหนังสือดีร้อยเล่มที่คนไทยควรอ่าน ) คำที่ปรากฏในหน้าที่ 3 "...ไม่เป็นการเกินเลยนักที่จะถือว่าหนังสือเล่มนี้เป็น สงครามและสันติภาพ ของไทย..."


อันดับ 3-9 ได้จากบูธ โฆษิต และที่กล้าซื้อเยอะๆที่บูธนี้ เพราะว่าเขาขายราคา 50 % จากราคาปกค่ะ (จริงๆ อยากได้มากกว่านี้อีกค่ะ แต่กลัวไม่มีเวลาเดินจนทั่วงานแล้วพลาดหนังสือดีๆไป)


(จริงๆมีเล่มที่อยากอ่านมากๆ คือ หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว กับ ก่อนรัตติกาลจะดับสูญ เจอเล่มแรกแล้ว แต่ไม่กล้าซื้อค่ะ ไว้รอราคาลงกว่านี้อีกหน่อยดีกว่า ส่วนเล่มที่สองหาไม่สำเร็จ)

อยากมีเวลาเดินมากกว่านี้ เพราะไปถึงงานก็ประมาณทุ่มนึงเห็นจะได้ ...แต่รอเดือนตุลาที่จะถึงดีกว่า



ตอนนี้อ่าน แตงดองแกล้มชอคฯ กับ ความสุขของกะทิ จบแล้ว
สำหรับแตงดองฯ รู้สึกชอบมาก+ทึ่งเด็กอายุ13ที่เขียนอะไรได้อย่างนี้ ถึงจะมีคนเก่งช่วยเรียบเรียงให้ก็เถอะ
แต่... ไม่ค่อยประทับใจกับตอนจบนัก (เพราะเรื่องนี้มีน้องแมวเข้ามาเกี่ยวข้องและ...
ใครที่อ่านแล้วก็น่าจะรู้ว่าเป็นยังไงต่อค่ะ)

ส่วน ความสุขของกะทิ
ทำให้เราปริ่มๆว่าจะร้องไห้ตั้งหลายตอน
เขียนดีค่ะ แต่เราอ่านแล้วรู้สึกหน้าหมอง อ่านแล้วยิ่งรู้สึกเศร้ากว่าเดิม( ขณะที่อ่านมีเรื่องส่วนตัวที่ทำให้ไม่ค่อยสบายใจอยู่ด้วยค่ะ) ทั้งจริงๆ เรื่องนี้มีแง่งามอยู่มากมายค่ะ

คิดไว้ว่า...เล่มนี้ต้องอ่านมากกว่าหนึ่งรอบแน่นอน
คงเพราะแค่เปิดอ่าน ก็ต้องอ่านจนจบ เลยอาจมีบางทีที่ต้องเร่ง (เริ่มอ่านตอนดึกแล้ว)


วันนี้ เริ่มจับ "อมตะ"ค่ะ รู้สึกว่าต้องขอตัวไปอ่านต่อแล้วค่า

มีเรื่อง "โก๊ะ"สุดๆ เกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง
คือ เรามีเรื่องไม่ค่อยสบายใจน่ะค่ะ ก็เลยหาเรื่องออกไปข้างนอก ซึ่งที่คุ้นๆให้ไปได้ก็มีไม่กี่ที่หรอก
...เราเดินจากราชเทวี มาที่สยามสแควร์...
แต่ไปหาที่นั่งแถวๆหน้าโรงลิโดค่ะ
นั่งอ่านแตงดองฯไปซักพักก็คิดว่า ไปเดินต่อดีกว่า
ก็เลยเตร็ดเตร่ไปแถวคลองบุญมา
เดินดูโน่นนี่ไปเรื่อยๆ

ในที่สุดก็ย้อนกลับมาหาที่นั่งพักแถวโรงหนังอีกที
แต่คราวนี้เป็นสกาลาค่ะ

แล้วก็คิดว่า น่าจะดูหนังสนุกๆซะหน่อย
จะได้ลืมๆ เรื่องในหัวไปบ้าง แค่ชม.สองชม.ก็ยังดี
แล้วเห็นรอบหนังใกล้ถึงก็เลยเดินไปจองเลย

ในใจคิดว่าตัวเองกำลังจะดูเรื่อง she's the man เต็มที่เลย (ไม่ได้เอะใจอะไรเลย เอ แต่จะว่าไปก็ตะหงิดๆนิดนึง เพราะรอบมันน่าจะเป็น 18.30 มากกว่า 18.45 นี่หว่า แล้วก็ทำไมหนังมันนานจังหว่า แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรต่อ ช่างไร้สติแล้วก็หัวกลวงมากๆตอนนั้น)

...เข้าโรงไปก็จบโฆษณาน้ำดำยี่ห้อหนึ่งพอดี
พอจบเพลงสรรเสริญปุ๊ป

เอ ทำไมหลังจากตย.หนังแล้วยังมีตย.ไม่จบไม่สิ้นอีกนะ
เอาแล้วไงล่ะ มีเสียงโหยหวน(ประมาณหนังอินเดีย หรือแนวๆนั้น ชักยังไงๆ แล้วสิ) โอ แล้วไม่ต้องสงสัยเลย หน้าclive owen โผล่ขึ้นมาเปิดเรื่อง

นึกขำตัวเอง แล้วก็คิดว่า ถ้าทนความหนักของหนังไม่ได้ก็คงต้องยอมเสียตังค์ คงต้องเดินออกกันบ้างล่ะ

แต่ก็ผิดคาดแฮะ
หนังสนุกมาก
3 ดารานำ เล่นได้ไม่ผิดหวังเลยแหละ
ชอบทั้งสามคนเลย

แถมหนังยังจิกกัด ความหวาดระแวง การเหมารวม(กรณีที่ชาวมุสลิมและคนที่ดูเหมือน ทั้งๆที่ไม่ใช่ เป็นผู้ถูกกระทำหลังจาก 9/11)

และยังมีปม ที่ลูกอีช่างเดาอย่างฉัน เดาไงก็เดาไม่ถูก


ออกจากโรงด้วยรอยยิ้ม
และความประทับใจกับตัวหนัง ตัวแสดง เพลงเปิดและปิดเรื่อง

รู้สึกจะเป็นเพลง gowinda (ถ้าผิดขออภัย)

และยังก้องอยู่ในหัวตอนนี้เลยแหละ




สบายใจขึ้นแล้ว
โก๊ะซะขนาดนี้




 

Create Date : 10 เมษายน 2549    
Last Update : 11 เมษายน 2549 0:43:57 น.
Counter : 191 Pageviews.  

อยากไปงานหนังสือ(อีกแล้วโว้ย)

จริงๆไปมาแล้วเมื่อวันพฤหัสน่ะ แต่ไม่ได้อะไรกลับมาด้วยเลย (แล้วไปทำไมเนี่ย ---)

เป็นเพราะว่ากว่าจะถึงงานก็ทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว แถมพกท้องกิ่วเข้างานมาด้วย เลยต้องไปหาอะไรประทังชีวิตก่อน (นัดเพื่อนเอาไว้เจอกันที่งานเลย ก็มีเราไปช้าสุดอยู่คนเดียว ซวยจิ๊บเป๋งงงง)

เดินไปได้แค่หนึ่งในสามส่วนของงานเท่านั้น ทำให้รู้สึกเจ็บใจมากกกก ดีนะที่มีอีกจุดประสงค์ในการไป นั่นคือไปเพื่อยืมกล้องจากเพื่อนเอาไปใช้เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา


เมื่อเย็นวันศุกร์ - ตีสี่วันจันทร์ที่ผ่านมา
ไปเกาะสมุยมา แต่ก็ไม่ได้ไปเที่ยวอีกนั่นล่ะ

ได้อยู่ที่เกาะประมาณ 1 วัน

แถมขากลับได้ที่นั่งในรถทัวร์สองที่ท้ายสุดของรถ ป.1
(ขาไปไปกับรถ vip ยังรู้สึกเมื่อยขบไปทั้งตัว ลองคิดดูก็แล้วกันว่า รถออกเมื่อวันอาทิตย์ที่เกาะตอนบ่ายสามครึ่ง พาไปลงเรือประมาณชม.นิดๆ แล้วนอกนั้นต้องดำรงชีวิตอยู่บนรถทัวร์ 40 ที่นั่งประมาณ 10 ชม. (อ่ะ มีแวะกินข้าวตอนประมาณทุ่มกว่าๆ แค่นั้นน่ะ) ฉันว่าฉันก็ยังไม่ถือว่าแก่นะ แต่มันทรมานกันเกินไปรึเปล่า

ไอ้ที่นั่ง 4 ที่สุดท้ายน่ะ มันไม่น่าจะให้คนนั่งเลยนะ
เพราะ
1. เสียงแอร์ดังมากกกกกกก
2. รถกระเด้งกระโดดมากกว่าข้างหน้าๆน่ะ
3. เอ่อ อยู่ใกล้ห้องน้ำ ที่มีผู้ใช้บริการบ่อย เพราะเค้าไม่แวะให้เข้าที่ไหนเลยนี่นา

แถมให้ตรงที่นั่งเรา น้ำจากแอร์ยังลงมาใส่หัวให้ไม่ได้หลับได้นอนอีกตะหาก

กลับถึงปุ๊ป อาบน้ำเสร็จปั๊ป ไม่ปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ ต้องนอนเอาแรง เพราะมนุษย์เงินเดือนอย่างเรายังไงก็ต้องไปทำงานในวันจันทร์ (ซึ่งในที่สุดก็ต้องลาครึ่งเช้า)


เดือนนี้ ถือเป็นสวรรค์ของมนุษย์เงินเดือนเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะได้หยุดตามปกติ ยังได้หยุดเลือกตั้งสว.กันอีกหนึ่งวัน ซึ่งถ้าใครกล้าลาจันทร์อังคารด้วย ก็หยุดได้ยาวตั้งแต่สงกรานต์เลยเชียว


อยากมีเวลามาเล่าเรื่องที่ไปสมุยจัง

แต่ขอเล่าสักเรื่องตรงนี้เลยดีกว่า
วันที่ 1 เมษา อยู่บนเกาะแล้ว นั่งรถไปรอบเกาะกัน ก็เจอกับกลุ่มผู้ชุมนุมร่วม"กู้ชาติ" มีทั้งนั่งมาบนหลังกระบะ และกลุ่มชอปเปอร์ แทบทุกคนคาดผ้าเหลือง และมีป้ายถือกันคนละป้ายสองป้าย รู้สึกดีที่เค้าตื่นตัวกันเรื่องการเมือง และที่สำคัญ เราวนรอบเกาะอีกทีก็สวนกับกลุ่มนี้อีก


วันนี้ นายทักษิณ ประกาศไม่ขอรับตำแหน่งแล้ว ก็ไม่รู้จะเป็นไงต่อไปนะประเทศไทย


(รู้สึกว่าตัวเองกระตือรือล้นกับเรื่องการเมืองมากขึ้นมากๆ ทั้งที่แต่ก่อนไม่คิดว่าจะรู้เรื่องแบบนี้ได้เลย)




 

Create Date : 05 เมษายน 2549    
Last Update : 5 เมษายน 2549 3:05:16 น.
Counter : 147 Pageviews.  

ได้...แรงบันดาลใจ...ในการเขียนรอบสอง

10 ตุลาคม 2548 เขาเขียนจดหมายฉบับหนึ่งถึงผม

"ผมเองก็ยังคง 'ดิ้น' และ 'ยุ่ง' อยู่กับงานเขียน ไม่เป็นอันทำอย่างอื่นเช่นเดียวกับคุณ เพียงแต่เป็นการเขียนเพื่อเอาอะไรออกจากตัว ไม่เขียนไม่ได้ รู้สึกปั่นป่วนอยู่ข้างใน คล้ายจะป่วย

ดูเหมือนเราจะต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องเหมือนกันแน่ๆ คือการค้นพบความสุขในโลกของการเขียน"

ใช่ เขาค้นพบความสุขในโลกใบเล็กของเขาเองแน่นอน



พิมพ์ครั้งที่สอง
หลังจากครั้งแรก
กด publish ทั้งๆยังไม่มีหัวข้อบล็อค


หายเรียบ


เอาล่ะ
พิมพ์ใหม่ก็ได้ (วะ)



ข้อความด้านบน คัดมาจากหน้าเวบ
http://www.winbookclub.com

ในช่วงที่คุณวินทร์ กล่าวถึงจดหมายจากคุณกนกพงศ์


...อ่านแล้ว

มันใช่เลยน่ะ
'Yes'


ทำให้อยากลงมือเขียนทันที
ไม่อยากปล่อยทิ้งไว้ อีกแล้ว
นี่เมื่อกี๊ว่าพิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้วหายไป
ส่วนใหญ่คนอย่างเรามักจะ
...ไม่เอาล่ะ ไม่พิมพ์แล้ว ช่างมัน
เพราะรู้สึกว่า เขียนแบบเดิมได้หนเดียวน่ะ

แต่ครั้งนี้ รู้สึกมีแรงกระตุ้นและแรงใจในการพิมพ์ใหม่

ห้ามหายไปแล้วนะ




อยากให้เข้าไปอ่านกัน แบบเต็มๆ
ดูตรงลิงค์บล็อคเราก็ได้



(จริงๆแล้ว ขอสารภาพตรงนี้เลยว่า
ไม่เคยอ่านงานของคุณกนกพงศ์ มาก่อนเลยค่ะ
แต่แค่ได้เห็นจดหมายฉบับนี้
เราก็ตั้งใจแล้วว่า
อย่างน้อย สักเล่มสองเล่มที่คุณวินทร์กล่าวถึง
ต้องหามาอ่านให้ได้

ทั้งเล่มซีไรท์





"แผ่นดินอื่น"




และเล่มเมื่อไม่นานมานี้ "โลกหมุนรอบตัวเอง"



...ใช้เนทให้เป็นประโยชน์
หาข้อมูลหนังสือ แต่เจออีกข้อมูลหนึ่ง

...เขาเกิดวันเดียวกับเรา...

กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ เกิด 9 ก.พ. 2509 ที่อำเภอควนขนุน จ.พัทลุง จบชั้นประถมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนวัดพิกุลทอง มัธยมศึกษาจากโรงเรียนพัทลุง ที่อำเภอบ้านเกิด จากนั้น เอ็นทรานซ์เข้าคณะวิทยาการจัดการ สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยสงขลานคริทร์ เรียนได้พักหนึ่งก็หยุด เพราะรู้สึกสับสนว่าไม่ใช่สิ่งที่อยากเรียน


วันหนึ่งจึงเริ่มเขียนหนังสือ แล้วก็เขียนเยอะขึ้นนับแต่นั้น ก่อนจะไปทำงานที่สำนักพิมพ์ และหันไปใช้ชีวิตคลุกคลี กับชาวบ้านแถบเทือกเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช กระทั่งปัจจุบัน พร้อมกับทุ่มเทให้งานเขียนเต็มตัว


ผลงานด้านกวีบทแรก "ความจริงที่เป็นไป" ตีพิมพ์ใน"สยามใหม่" ขณะเรียนชั้นมัธยมต้น พ.ศ.2523


ขณะเรียนชั้นมัธยมปลาย พ.ศ.2527 เป็นสมาชิกยุคก่อตั้งของ "กลุ่มนาคร" กลุ่มทำงานด้านศิลปะวรรณกรรมอันสำคัญของภาคใต้


สำหรับผลงานเรื่องสั้นเรื่องแรกได้แก่ "ดุจตะวันอันเจิดจ้า" ตีพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ เมื่อปี 2527 จากนั้นมีเรื่องสั้นตีพิมพ์ตามหน้านิตยสารสม่ำเสมอในฐานะนักเขียนที่มาแรงที่สุดในยุคนั้น


ปี 2531 มีผลงานร่วมเล่มลำดับแรก เป็นรวมบทกวี "ป่าน้ำค้าง" สำนักพิมพ์นาคร


จากนั้นในปี 2532 ออกหนังสือรวมเรื่องสั้นชุดแรกเรื่อง "สะพานขาด" สำนักพิมพ์นกสีเหลือง ได้รับรางวัลเรื่องสั้นช่อการะเกด และคัดเลือกแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น


ปี พ.ศ. 2533 เรื่องสั้น "โลกใบเล็กของซัลมาน" ได้รับรางวัลเรื่องสั้นนช่อการะเกดอีกครั้งในปี 2539

ตามด้วยผลงานชุดที่สอง "คนใบเลี้ยงเดี่ยว" รวมเรื่องสั้นสำนักพิมพ์นกสีเหลือง ปี 2535


รวมเรื่องสั้นชุดที่ 3 "แผ่นดินอื่น" ของสำนักพิมพ์นาคร คว้ารางวัลซีไรท์ในปี 2539


เอามาจาก คอลัมน์ รู้ไปโม้ด น้าชาติ ประชาชื่น











เสียดาย คนมีคุณค่าแบบนี้เหลือเกิน


...ไม่เหมือนใครบางคน
ไม่เคยเห็นแก่ประโยชน์สุขของประชาชนชาวสยามเลย
...แม้แต่น้อย








ขอไว้อาลัย คุณกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ






 

Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2549 2:43:18 น.
Counter : 214 Pageviews.  

1  2  3  

quin toki
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




everything has a begining , has an end.

link to my thought
~~*http://pompom67.bloggang.com*~~




บล็อกน้อยอิเหละเขะขะ
เก็บ+กระจุกของไว้สารพัด
สารบัญก็ไม่มีให้กดง่ายๆ ขออภัยด้วยเน้อ




เคยมีคนบอกกับเราว่า
ถ้าเราไม่ได้ดูหนัง
คงหายใจไม่ออกสินะ

...
ขาดหนัง
ก็ขาดใจ
(ไอ้บ้าเอ๊ย!)

เข้าใจพูดนะเนี่ย
>_<








นิตยสารดีโอ DE.O. Magazine E-Book

issue 6

L.O.V.E.







คุณป้าสุวคนธ์ ไม้แดง

และหมาแมวจรนับร้อย

ที่กำแพงเพชร



เล่นกับแกรี่ได้นะจ๊ะ (แต่แกรี่ตัวนี้ไม่มีเขี้ยวเท่านั้นแหละ)
Friends' blogs
[Add quin toki's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.