รีวิวอยู่ไฟกับแผนไทย
รีวิวอยู่ไฟกับแผนไทย ดีลิเวอร์รี่ทั้งสองครั้งค่ะ
ไม่ได้อัพบล๊อกซะนาน จนตอนนี้มีน้องอีกคน เลยอยากเล่าประสบการณ์อยู่ไฟของสองท้อง เผื่อใครอยากรู้ว่า ทำไมต้องอยู่ไฟ? อยู่เองได้ไหม? จะได้เป็นไอเดียนะคะ

ก่อนอื่นสิ่งที่คุณควรจะเตรียม
1.กางเกงในกระดาษ หรือกางเกงในเก่าๆที่พร้อมจะทิ้ง จะดีมากถ้าเป็นจีสตริงเพราะจะได้ขัดคราบไคลสะดวก อันนี้เขาจะไม่แจ้งมาแต่ควรเตรียมไว้ค่ะ ไม่งั้นคุณอาจจะต้องโป๊เปลือยหรือเสียกางเกงในตัวใหม่ไป

2.ที่นอนปิกนิกหรือฟูกซ้อนๆกัน เพื่อใช้นอนนวดค่ะ คุณคงไม่อยากให้เตียงนอนคุณมีกลิ่นติดหรอกใช่ไหมคะ อีกอย่างคนนวดเขาก็ไม่ถนัดนวดบนเตียงด้วย เขาจะเตรียมผ้าพลาสติกไว้ ไม่ต้องกลัวว่ามันจะเปื้อนค่ะ เอาหมอนใส่ไว้ใต้ผ้าอย่างนี้


3.พื้นที่ในตู้เย็น เนื่องจากสมุนไพรสดต้องแช่เย็นค่ะ มันกินพื้นที่พอควรเลย และทำให้ตู้เย็นคุณมีกลิ่นด้วย เราแช่รวมกับกรวยปั๊ม กรวยปั๊มมีกลิ่นติดเลยอ่ะ ไม่ชอบเลย ดังนั้นควรจัดพื้นที่ไว้แต่เนิ่นๆค่ะ

อันนี้ถ่ายตอนวันสุดท้ายแล้วยังมีสมุนไพรเหลือให้ใช้ต่อได้อีกเป็นอาทิตย์แน่ะ ถ้าอยากเก็บนานกว่านั้น ก็เตรียมพื้นที่ช่องฟรีซไว้ด้วยค่ะ

4.การจัดการเวลาให้นมลูกแต่เนิ่นๆ เพราะเวลาตัวเปียกเหนียวเหนอะมันให้นมลำบากมากค่ะ การเตรียมการเรื่องเวลาที่ดีจะช่วยตรงนี้ได้เยอะ

มาดูขั้นตอนกันนะคะ
เขามาถึงประมาณ 9 โมงก่อนหน้านั้นเราก็กินข้าวเช้า ให้นม ปั๊มนมออกซะให้เกลี้ยงเต้า มาถึงระหว่างรอเรากินข้าว เขาก็เตรียมอุปกรณ์ประมาณนี้ไว้ค่ะ


พอกินข้าวเสร็จก็อาบน้ำสมุนไพรสีเหลืองอุ่นที่เขาเตรียมไว้ ประมาณว่าเพื่อปรับสภาพ(เราต้องเตรียมกาละมังกะขันไว้ด้วยนะคะ ของเรามีที่นั่งด้วยจะได้นั่งสบายๆ)



เสร็จแล้วก็ใส่ผ้าถุงที่เขาเตรียมไว้ให้ค่ะ ผ้าถุงนี้เขาให้มาอันเดียวหลังใช้เสร็จมันจะเปื้อนก็ต้องซักแล้วเอามาใช้วันรุ่งขึ้น ถ้าหน้าฝนซักไม่ทันก็น่าจะเตรียมไว้อีกผืนค่ะ

เราว่าเขาเลือกโทนเหลืองส้มเพราะเวลาเปื้อนขมิ้นมันจะมองไม่ค่อยชัด

มานอนบนฟูกแล้วก็เริ่มดึงผมกันค่ะ มันจะตึงๆหนังศีรษะ ก็สบายดี แต่ถ้าผมสั้นไปก็คงไม่ค่อยเวิร์คค่ะ ดึงแป๊บนึง เสร็จแล้วก็นวดเข้าตะเกียบแล้วก็นวดทั้งตัวเหมือนนวดไทยแผนโบราณนั่นแหละค่ะ แต่ขั้นตอนมันจะรวบรัดกว่าใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง แต่ก็สบายผ่อนคลายกล้ามเนื้อดีมากค่ะ

หลังจากนั้นก็ทาบหม้อเกลือ

เอาไอ้หม้อดินเล็กๆที่ข้างในมีเกลือนี่แหละค่ะ นาบๆไปตามร่างกายทั้งตัว ต่อด้วยนาบอิฐร้อนๆที่เอาผ้าพันไว้นี่แหละค่ะ เขาจะอุ่นหม้อเกลือกะอิฐด้วยเตาไฟฟ้าอย่างนี้ค่ะ เพราะมันสะดวกดี ถ้าเป็นชาวบ้านตามตจว.ทั่วไปเขาจะใช้เตาถ่านเล็กๆอันละสองร้อยก็ใช้ได้ค่ะ

ช่วงเวลานี้เป็นช่วงตัวแห้ง ดังนั้นควรหยุดให้นมหรือปั๊มนมในช่วงนี้หนึ่งรอบ แต่พอท้องสองเราผ่าท้องมาเกือบสามเดือนแล้วจึงไม่ต้องให้นมบ่อยขนาดทุกสองสามชม.จึงรอจนเสร็จการนาบอิฐแล้วก็หยุดพักกลางวันทีเดียว

พักตอนประมาณเกือบบ่ายโมง ปั๊มนมออกให้เกลี้ยง กินข้าวกลางวัน เข้าห้องน้ำ ถ้าปกติคนที่มานวดเขาจะเตรียมของกินของเขามาเอง คนแรกเขามีข้าวกล่องของเขา ส่วนคนที่สองเขาเอามาแค่นม เราเลยเตรียมอาหารเผื่อให้เขาด้วยทุกวัน เป็นอาหารจานเดียวง่ายๆ เราจะพักทำธุระส่วนตัวประมาณครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงก็ได้เขาก็ไม่ได้เร่งอะไร ว่างๆยังไปช่วยพี่เลี้ยงดูลูกเราให้อีกด้วยค่ะ

พอพักเสร็จเราก็มาประคบ โดยใช้ลูกประคบมานาบๆทุบๆ ขั้นตอนนี้เริ่มเปียกแล้วค่ะ เพราะลูกประคบนั้นเขาเอาแช่น้ำสมุนไพรในหม้อไว้อย่างนี้

บางคนมีซึ้งนึ่งวางไว้ด้านบนซึ่งเราชอบมากกว่าเพราะลูกประคบจะไม่ร้อนมากสามารถเอามานาบเนื้อได้เลย ลักษณะการประคบแต่ละคนก็ต่างกันนะคะ จากการทำสองครั้ง
คนแรกประคบโดยกดๆไปตามกล้ามเนื้อซึ่งเราชอบมากกว่า คนที่สองลากๆถูๆลูกประคบแล้วทุบๆตามกล้ามเนื้อ จะว่าดีก็ดีตรงที่การใช้ลูกประคบขัดนั้นนัยว่าเป็นการขัดเซลล์ผิวเก่าๆให้หลุดออกวิธีหนึ่ง การทุบก็ทำให้ไอ้ที่ปวดนั้นผ่อนลงได้ แต่ไม่ได้สบายนะคะ เหมือนเราเป็นกระท้อนโดนทุบมากกว่า

และแล้วก็มาถึงขั้นตอนสำคัญคือประคบหน้าอก ที่เขาเรียกกันว่านวดเปิดท่อน้ำนมนั่นแหละค่ะ อันที่จริงแล้วมันก็คือใช้ความร้อนจากลูกประคบกดๆดันๆรอบๆเต้า เพื่อทำให้ก้อนที่อุดตันตามเต้านมสลายไป ซึ่งเราจะบอกว่ามันเวิร์คมากค่ะ เนื่องจากช่วงเดือนแรกๆนี้จะเป็นช่วงน้ำนมผลิต หากเอาออกมาไม่ทันหรือลูกกินไม่หมด หลายคนก็จะเกิดอาการท่อน้ำนมอุดตันได้ ดิฉันประคบเองก็ไม่ค่อยจะออก แต่คนมาทำอยู่ไฟแกจะใช้ความซาดิสต์และแรงที่มากกว่ากดๆ คลึงๆ เค้นๆๆ จนก้อนมันสลายตัวลง หรืออย่างน้อยก็ก้อนเล็กลง แล้วก็บีบๆๆนม ซึ่งพอมันร้อนนมมันก็จะพุ่ง เขาก็จะช่วยพยายามเค้นออกให้หมดค่ะ

มีข้อคิดหลังจากเราทำประคบเต้า(จนนมพุ่งเละเทะทั่วห้อง) คนทำบอกว่า "ทำมาสิบกว่าปีแล้ว ไม่เห็นมีใครอดทนเหมือนเราเลย" คือเธอบอกว่าคนส่วนใหญ่พอมีก้อนแล้วมันเจ็บก็จะไม่สามารถทนการกดคั้นของคนนวดได้ แล้วก็ปล่อยให้ก้อนค้างอยู่อย่างนั้น เท่ากับท่อน้ำนมไม่เปิด=นมไม่ไหลออกดี=น้ำนมจะลดลงในที่สุด
ถ้าอยากให้นมแม่ ถ้าไม่อยากทรมานเป็นเต้าอักเสบ ทนเจ็บแต่ตอนนี้เถอะนะคะ ของเรานั้นเจ็บมากๆๆ(ก้อนแข็งเป็นไตหลายวันแล้ว)อยู่ไฟแล้วก็หายและนมไหลดีขึ้นเยอะค่ะ มีคนช่วยประคบดีกว่าต้องมาประคบเอง(แล้วเอาไม่ออก)ในตอนหลังนะคะ

อีกอย่าง..คนทำบอกว่าแม่ๆที่ทำส่วนมากจะไม่ไปปั๊มนมออกในช่วงที่นมไหลดี บางคนทำอยู่ไฟหลายชั่วโมงไม่ไปเอาออกเลย แถมบางคนยังห้ามบีบออกทิ้งเสียอีก เพราะรู้สึกเสียดาย โถๆๆพวกแม่ๆคะ น่าเสียดายมากเลยค่ะ ช่วงเวลานี้กะช่วงเข้ากระโจมล่ะเป็นนาทีทองช่วงที่ต้องเอานมออกให้มากที่สุด ให้เขาช่วยบีบทิ้งไปเถอะ กลไกการสร้างน้ำนมจะได้ทำงานดี รอเขากลับบ้านแล้วค่อยไปปั๊ม ตอนนั้นมันก็ไม่ออกดีแล้วค่ะเพราะผ่านช่วง let down reflex มาแล้ว(ไปศึกษาอาการนี้มานะคะจากเวบนมแม่สำหรับคนที่ไม่รู้จัก มันคืออาการจี๊ดนมพุ่งค่ะ) ซึ่งไอ้ช่วงนี้มันจะเกิดขึ้นดีตอนตัวเราร้อนๆนี่แหละค่ะ ถ้าไม่มีอาการนี้ปั๊มยังไงก็ไม่ออกดีค่ะ

เผลอวกไปเรื่องนมแม่อีกล่ะ กลับมาว่าเรื่องขั้นตอนต่อ พอคั้นนมจนหมดเต้า(จริงๆก็ไม่เกลี้ยงเท่าไหร่แต่เอาเป็นว่าก้อนหลุด นมหยุดพุ่งละ) เขาก็จะเอาน้ำมันงามาลงแล้วนวดๆๆค่ะ เราชอบขั้นตอนนี้จัง มันแสนสบาย กลิ่นน้ำมันงาของที่นี่ก็หอมค่ะ สูตรเขาคงผสมอะไรเข้าไปด้วย เมื่อสองปีที่แล้วยังไม่ใช่กลิ่นนี้ ตอนนี้คงพัฒนาแล้ว เสียดายที่ขั้นตอนนี้มันก็ไม่นานเท่าไหร่ ประมาณค่อนชั่วโมง แต่ก็นวดครบทั้งตัวนะคะ อย่างละนิดละน้อย ผู้นวดอาจใช้กำลังลงบางส่วนเพื่อช่วยในการสลายเซลลูไลต์ซึ่งอันนี้อาจเจ็บหน่อยแต่ดีค่ะ แล้วเขาก็เอาสมุนไพรลดหน้าท้องมาทาให้เรา เขาการันตีว่าสูตรเขาเจ๋งมาก(ซึ่งเราไม่รู้ว่าเจ๋งจริงไม่จริง) ถึงตอนนี้ถ้าปวดเมื่อยตรงไหนแล้วไม่หาย ก็บอกเขาเน้นตรงนั้นได้ค่ะ ของเราปวดเอวกะต้นขา กะคอ เขาก็เน้นๆให้ค่ะ ไม่ต้องกังวลว่ามีเวลาหมดเหมือนตามร้านนวด ก็เน้นๆจนอาการโอเคขึ้น ก็ได้เวลาลุกจากเตียงแล้ว

เสร็จแล้วตอนนี้ก็ประมาณบ่ายสาม ก็เตรียมเข้ากระโจมค่ะ เขาเอาหม้อใส่สมุนไพรมาไว้ในกระโจมโดยที่กระโจมต้องอยู่ในจุดที่เสียบปลั๊กหม้อถึง และมีที่ร้อยเชือกเพื่อตรึงไว้ด้านบนด้วยค่ะ

เราเอาราวแขวนผ้าเช็ดตัวใช้ตรึงค่ะ หาเก้าอี้ตัวนึงใส่ไว้นั่งสบายๆ พอปิดกระโจมไอน้ำจากหม้อก็จะกรุ่นอยู่ในนั้น พยายามอย่าให้เกิดรูค่ะ เอาอะไรมาหนีบไว้ก็ได้


พอปิดแล้วมันจะมีรูนิดนึงค่ะ แต่จัดผ้าดีๆก็โอเค

อยู่ในนั้นซักยี่สิบนาทีถึงครึ่งชั่วโมงก็เสร็จค่ะ ถ้าร้อนทนไม่ไหวก็ยื่นหน้าออกมาหายใจได้ค่ะ จุดสังเกตุเรื่องความร้อนในกระโจม...คือ จุดติดตั้งกระโจม
ในห้องน้ำเหมือนกันแต่เมื่อตอนอยุ่ไฟเดือนตุลาร้อนมากๆๆ เหงื่อไหลไม่หยุด แต่พอเดือนธันวาที่บางวันอากาศข้างนอกหนาวๆ ในกระโจมก็ไม่ร้อนซักทีค่ะ นั่งอยู่นานมากเหงื่อก็ไม่ไหล เราว่าคนอยู่ภาคเหนือตอนหนาวๆคงเป็นปัญหาตรงนี้แน่ค่ะ ทางแก้เราว่าคงต้องเอาหม้อเข้าไปทิ้งไว้ในกระโจมล่วงหน้านานๆก็พอจะช่วยได้ค่ะ สำหรับหม้อเราลองเอาหม้อหุงข้าวไฟฟ้าแบบอัตโนมัติมาใช้แล้วมันไม่เวิร์คค่ะ มันต้องหม้อรุ่นเก่าๆอย่างที่เห็นในรูปนี่แหละค่ะ ร้อนดี ร้อนเร็ว

เทคนิคที่อยากแนะนำนะคะ นำเครื่องปั๊มนมกับลูกประคบเข้าไปด้วย ประคบนมร้อนๆแป๊บเดียวนมจะพุ่ง ก็ควรปั๊มออกมาให้หมดค่ะ นมที่ตันๆจะออกมาก็ช่วงนี้ค่ะ บีบด้วยมือก็ได้ค่ะ เราเข้าไปยี่สิบนาทีก็ได้นมเต็มขวดเลยค่ะ(ไม่รวมกับที่บีบทิ้งเละเทะ)

แต่นมนี้กินไม่ได้นะคะ ทั้งน้ำมันสมุนไพร เหงื่อทั้งนั้น ต้องเททิ้งค่ะ ที่สำคัญคือ "ห้ามเสียดายนะคะ ทิ้งก็ทิ้ง เอานมออกเดี๋ยวมันก็ผลิตใหม่ค่ะ"

ออกมาเสร็จเขาก็เตรียมสมุนไพรขัดตัว นำมาผสมกับโยเกิร์ตไว้ค่ะแล้วเราก็แก้ผ้า(ถึงต้องบอกให้เตรียม กกน.ไว้ไงคะ) แล้วเขาก็ขัดๆๆ ทุกส่วนค่ะ ถ้าคนผิวไม่แพ้ก็ผสมสมุนไพรเยอะหน่อย คราบไคลก็จะออกดี ส่วนเราผิวแพ้ง่าย เขาก็จะผสมเนื้อโยเกิร์ตเยอะหน่อยค่ะ ก็ไม่แพ้ค่ะเกล็ดค่อนข้างละเอียดดี กลิ่นก็ดีด้วย เสร็จแล้วเขาก็จะทิ้งให้เราอาบน้ำแต่งตัว ออกมาเขาก็เตรียมเข็มขัดคาดไฟชุดไว้แล้วค่ะ

คาดเข็มขัดนี้เพื่อให้หน้าท้องยุบ มดลูกเข้าอู่ และสามารถหมุนไปข้างหลังเพื่อให้ความร้อนโดนที่ปวดหลัง คลายกล้ามเนื้อด้วยค่ะ ความร้อนจากไอ้เข็มขัดนี่ นานค่ะสองสามชั่วโมงแน่ะ

เสร็จแล้วก็จบขบวนการในหนึ่งวันค่ะ กินเวลาทั้งหมดประมาณ 7 ชั่วโมงค่ะ(เวลานี้รวมเวลาเรากินข้าว อาบน้ำสองรอบ ปั๊มนมสองที ไม่รวมปั๊มในกระโจมอีกที) คุณจะเริ่มตอน 9 โมงหรือสิบโมงก็แจ้งเขาได้ แนะว่าเลือกเวลาหลังลูกกินนมหรือหลังปั๊มนมพอดี มันจะได้กะเวลาง่ายๆค่ะ เพราะถ้าตัวเปื้อนแล้วต้องหยุดให้นมคงไม่หนุกเลย สำหรับคนที่ผ่าคลอดเราแนะว่าให้ลูกกินขวดช่วงคุณอยู่ไฟ แล้วคุณปั๊มนมเอามันจะง่ายกว่าเยอะค่ะ
สำหรับคนคลอดธรรมชาติ คงหนีไม่พ้นต้องให้นมเองเพราะเขาให้อยู่หลังคลอดอาทิตย์นึง ถ้ากินขวดก็คงติดขวดก่อนแน่นอน ดังนั้นต้องจัดการเรื่องเวลาดีๆอย่างที่บอกค่ะ

เราเลือกอยู่แค่ห้าวัน(มีให้เลือกแค่ห้ากะเจ็ดวัน) เพราะแค่สามวันก็เริ่มเบื่อแล้วค่ะ ราคาห้าวัน 8,500 เจ็ดวัน 10,000 ที่แพงเพราะราคานี้ศูนย์จะหักไปห้าพันที่เหลือค่อยให้คนนวด แพงกว่าเจ้าอื่นเพราะเขาเสียค่าโฆษณาเยอะ
แล้วสมุนไพรเป็นสูตรของเขาซึ่งเราว่าเจ๋งดี

ตอนแรกเราก็ว่าแพง แต่คิดๆดูเวลาไปนวดสปาชั่วโมงนึงก็พันสองพันแล้ว มีคนมาทำให้ที่บ้านทั้งวัน หารเป็นวันๆแล้วไม่แพงเลย

-นวดกับตามศูนย์ หรือจ้างฟรีแลนซ์มานวดดี ?
เราชอบที่นี่ เพราะสูตรสมุนไพรเขาดีค่ะ กลิ่นดี และหลังทำก็รู้สึกว่าผิวดีขึ้นด้วย ถ้าไม่พอใจคนนวดก็โทรไปขอเปลี่ยนได้ เขามีคนทำอยู่เป็นร้อยคนค่ะ
ของแถมที่เขาแถมให้เราก็ค่อนข้างน่าสนใจ เคยได้มีเป้อุ้ม กะครั้งนี้เลือกหมอนรองให้นมซึ่งหมอนก็คุณภาพดี แน่นใช้ดีค่ะ ส่วนตัวเราชอบใช้คนที่ศูนย์ค่ะ มันดูไว้ใจได้ดี ที่อื่นไม่รู้ แต่ที่นี่ติดใจเลยใช้สองคนเลยค่ะ

-จำเป็นต้องอยู่ไฟไหม?
สมัยนี้ไม่จำเป็นค่ะ เพราะเวลาคลอดตามรพ.หมอได้ทำความสะอาด เย็บแผลอย่างดีแล้ว แต่ทำแล้วดีไหม บอกเลยว่าดี เห็นชัดๆคือ
1.น้ำคาวปลาที่ค้างอยู่ ออกมาหมดเร็วขึ้น(แต่ถึงไม่ทำ เดี๋ยวมันก็ค่อยๆหมดอยู่ดี)

2.ตัวเบา สบายขึ้น เพราะได้ขับของเสียออกจากเหงื่อ

3.ผิวดีขึ้น อันนี้คอนเฟิร์มค่ะ คราบไคลตกค้างหลุดออก รอยผื่นแพ้ที่เกิดจากการท้องลดลง ผิวเนียนนุ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

4.รู้สึกกระชับขึ้น อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับคนทำว่าช่วยนวดๆตบๆให้เราแค่ไหน บางคนถ้าขี้เกียจเขาก็ไม่ค่อยออกแรงค่ะ

5.น้ำนมไหลดีขึ้น อันนี้จริงแท้ค่ะ แต่ต้องทำตามที่เราบอกไว้ด้านบนนะคะ ที่เขาบอกว่าทำแล้วน้ำนมเพิ่มขึ้นนั้นไม่ใช่ แต่ทำแล้วนมไหลออกสะดวกขึ้นเลยดูเหมือนนมเพิ่มขึ้นค่ะ ช่วยเรื่องท่อน้ำนมอุดตันได้มากเลยค่ะ

6.น้ำหนักอาจจะดูเหมือนลดลงนิดนึงจากการเข้ากระโจม แต่มันก็เป็นผลแค่พักเดียวค่ะ ความบวมน้ำก็ดูเหมือนลดลง

7.ความปวดเมื่อยล้า ลดลง โดยเฉพาะการปวดกล้ามเนื้อจากการอุ้มท้อง อุ้มลูก

จะเห็นว่าผลลัพธ์ก็ค่อนข้างดี ถ้ามีเวลา มีคนเลี้ยงลูกตอนทำ และสามารถจ่ายได้ ทำไปเถอะค่ะ

ท้องแรกเราอยู่ตอนเดือนครึ่ง ท้องสองเราอยู่ตอนเกือบสามเดือนค่ะ เนื่องจากติดหนีน้ำท่วมไปตจว. ซึ่งจริงๆเขาก็ส่งคนไปได้คิดเพิ่มพันนึง
จะเห็นว่าอยู่ตอนเดือนนึงเห็นผลชัดกว่าอยู่ตอนสามเดือนค่ะ
แต่ถึงสามเดือนแล้ว แผลผ่าในท้องก็ไม่ได้แข็งแรงพอให้เขากดแรงๆได้นะคะ ใครเจ็บต้องบอกเขาด้วย

สรุป เราค่อนข้างชอบ บริการก็ดีค่ะ เอาเป็นว่าชอบแล้วก็เลยไม่ไปเสี่ยงกับเจ้าอื่นละ ทั้งชีวิตก็ได้ใช้บริการเขาแค่สองทีเท่านั้นล่ะ

แต่ถ้าหาคนทำได้ ซื้ออุปกรณ์ทำเองก็ประหยัดเงินได้เยอะ ก็ลองพิจารณากันดูละกันนะคะ

เครดิตคุณ rada nene's



Create Date : 15 ธันวาคม 2554
Last Update : 15 ธันวาคม 2554 15:19:54 น.
Counter : 9469 Pageviews.

1 comment
ทางออกให้ 'แม่มือใหม่'
ไขสารพัดปัญหา 'การให้นมลูก' คลี่ทางออกให้ 'แม่มือใหม่'

เอามาฝากอีกแล้วค่ะ

เชื่อได้เลยว่า หนึ่งในเรื่องที่คุณแม่เป็นกังวล ในช่วงหลังคลอด โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่นั้น คงหนีไม่พ้น เรื่อง 'การให้นมลูก' เพราะเป็นภารกิจสำคัญ ที่คุณแม่ทุกคนจำเป็นต้องให้ลูกทุกวัน

และแน่นอนว่า ระหว่างการให้นมลูก ย่อมต้องมีปัญหาเกิดขึ้นไม่มากก็น้อย เห็นได้จากคุณแม่บางคน อาจเคยเกิดปัญหาขึ้นกับตัวเองมาบ้างแล้ว เช่น น้ำนมไม่ไหล น้ำนมน้อย เป็นต้น รวมไปถึงข้อปัญหาอื่นๆ ในบางเรื่อง ที่ไม่สามารถไขข้อสงสัยได้ด้วยตัวเอง

ดังนั้น เพื่อคลี่ทางออกให้กับคุณแม่มือใหม่ทุกคน ทีมงาน Life and Family จึงรวบรวมคำถาม ที่จะเกิดขึ้นระหว่างการให้นมลูก พร้อมกับคำตอบ มาส่งต่อความรู้ให้ทราบกัน ว่าแต่จะมีอะไรบ้างนั้น ไปร่วมกันหาคำตอบพร้อมๆ กันเลยครับ

1. การให้นมลูกดีอย่างไรกับแม่

การให้นมลูก นอกจากจะดีกับลูกแล้ว ยังดีกับผู้เป็นแม่โดยตรงด้วย เพราะจะช่วยให้มดลูกเข้าอู่ได้เร็ว ป้องกันการตกเลือด ลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็ง และที่สำคัญ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เพราะลูกจะไม่เจ็บป่วยบ่อย อีกทั้งยังประหยัดค่านมผงได้เดือนละมากกว่า 3,000 บาท


2. ทำไมต้องกินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน

นั่นเพราะนมแม่ มีไขมันที่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของสมองลูก สร้างภูมิคุ้มกันจากโรคภูมิแพ้ ท้องร่วง ท้องเสีย เป็นหวัด หรือปอดบวมได้ดี และนมแม่ยังช่วยการย่อยอาหาร ป้องกันอาการท้องอืด ท้องเฟ้อให้ลูกได้ดี


3. วิธีกระตุ้นให้น้ำนมไหล ทำอย่างไร

ให้คุณแม่ใช้หลัก 3 ดูด คือ 1.ให้ลูกดูดนมจากเต้าทันที ภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด 2. ให้ลูกดูดบ่อยๆ (ดูดทุกๆ 2 ชั่วโมงหลังคลอด) และ 3.ดูดอย่างถูกวิธี (ดูดไม่ให้หัวนมแตก และไม่ทรมานตัวเอง ขณะให้นมลูกน้อย หมายความว่า คุณแม่จะต้องให้ลูกงับบริเวณลานนม (วงกลมสีดำล้อมรอบหัวนม) ให้ลึกที่สุดเท่าที่ปากเด็กจะงับได้ เพราะจะไม่ทำให้หัวนมแตก


4. รู้ได้อย่างไรว่าลูกดูดถูกวิธี

ให้คุณแม่สังเกตลูกว่า อมเต้านมลึกถึงลานนมไหม โดยปากลูกครอบลานนม และการดูดการกลืนเป็นจังหวะ


5. ทำไมลูกเบือนหน้าหนีนมแม่

สาเหตุส่วนใหญ่เป็นเพราะน้ำนมแม่ไหลเร็ว หลังจากลูกดูดได้สักพักจนลูกดูดกลืนไม่ทัน เลยต้องถอยดีกว่า แสดงว่าคุณแม่ให้ลูกดูดนมในท่าที่ถูกต้องแล้ว จึงเกิดกลไกการไหลพุ่ง และมีการสร้างน้ำนมที่เพียงพอ เหลือแต่ว่า เจ้าตัวเล็กจะปรับตัวรับได้ทันหรือยัง ถ้าวันนี้ยังไม่ทัน สักพักก็จะทันเองครับ


6. ทำอย่างไรถ้าน้ำนมไหลเร็วเกินไป

ถ้าน้ำนมไหลเร็วเกินไป ลูกกินไม่ทัน แม่อาจเอานิ้วกดเบาๆ ที่เต้านมเหนือบริเวณที่ลูกดูด หรือหนีบรักแร้แน่นๆ ถ้าลูกทำท่าจะสำลัก ก็ให้หยุดพักก่อน แล้วค่อยเริ่มใหม่


7. ก่อนให้ลูกกินนมควรทำอย่างไร

ให้คุณแม่บีบน้ำนมออกเล็กน้อย เพื่อลดแรงดันในท่อน้ำนม น้ำนมจะได้ไหลช้าลง แล้วลูกก็จะมีความสุข กินอิ่ม และนอนหลับ


8. น้ำนมมี แต่ทำไมดูเหมือนไม่ไหล

สาเหตุมีด้วยกัน 2 อย่าง คือ รู้สึกว่าน้ำนมไม่ไหล ให้ลองสังเกตมุมปากของลูกเวลาดูดนม ว่ามีน้ำนมออกมาอยู่ในปากลูกหรือไม่ ซึ่งถ้ามี ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ก็แสดงว่า น้ำนมไหล ถ้าลูกกินแล้วหลับได้ ไม่งอแง ก็เลิกกังวลได้


9. เคล็ดลับที่ทำให้น้ำนมไหลดี

คุณแม่ต้องทำใจให้สบาย เปิดเพลงฟัง ดื่มน้ำอุ่น น้ำผลไม้ สร้างบรรยากาศให้หายเหนื่อย รับประทานอาหารเรียกน้ำนม


10. ทำไมสีน้ำนมแม่เปลี่ยนไป

น้ำนมแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงของสี และลักษณะความข้นใสอยู่บ้างตามวัน เวลา เช่น ในระยะแรก จะเป็นหัวน้ำนมที่มีสีออกส้ม ค่อนข้างข้น มีจำนวนน้อย ระยะ 3-5 วันหลังคลอด จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีของน้ำนมมากขึ้น และปริมาณก็จะมีมากขึ้น


11. แม่ป่วยให้นมลูกได้หรือไม่

การป่วยเล็กน้อย เช่น เป็นหวัด เป็นไข้ หรือท้องเสีย ยังคงให้ลูกกินนมได้ตามปกติ เพราะร่างกายของคุณแม่จะสร้างภูมิคุ้มกันมาทำลายเชื้ อโรค ซึ่งระบบการคุ้มกันนี้ นอกจากจะทำให้คุณแม่หายป่วยแล้ว ยังทำให้ลูกได้รับเกราะป้องกันด้วย ถ้าต้องกินยาควรบอกแพทย์ว่าช่วงนี้กำลังให้นมลูกอยู่


12. รู้ได้อย่างไรว่าลูกกินนมพอ

จะรู้ได้อย่างไร ว่าลูกกินนมเพียงพอหรือไม่นั้น ดูได้จาก 1. ลูกกินนมไม่น้อยกว่า 10 ครั้งต่อวัน ในช่วง 2-3 เดือนแรก 2. ลูกปัสสาวะมากกว่า 6-8 ครั้งต่อวัน 3. ลูกถ่ายอุจจาระมากกว่าวันละ 1 ครั้ง ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก และ 4.น้ำหนักลูกเพิ่มขึ้นเป็นลำดับหลังจาก 3-4 วันหลังคลอด


13. ลูกมีอาการอย่างไรเมื่ออิ่มนม

หลับสบาย ไม่งอแง การร้องไห้ไม่ได้หมายความว่า ลูกจะหิวเสมอไป อาจจะเป็นเพราะไม่สบายตัว อยากให้อุ้ม หรือลูกตกใจก็ได้ คุณแม่ควรจะสัมผัส กอดลูกให้รู้สึกอุ่นใจอยู่ตลอดเวลา


14. น้ำนมน้อยเพราะอะไร

สาเหตุของน้ำนมน้อยนั้น มาจากการดูด หรือการกระตุ้นที่ไม่เพียงพอ ดูดมาก ดูดบ่อยก็มีน้ำนมมาก อย่างไรก็ดี ความวิตกกังวลของคุณแม่มีผลต่อการผลิตน้ำนมด้วย ดังนั้นทำใจให้สบาย ไม่เครียด จะช่วยให้น้ำนมไหลออกมาได้ดีขึ้น


15. คุณแม่ควรดูแลตัวเองอย่างไร

ถ้ากลัวน้ำนมไม่พอ ก็ให้ลูกดูดบ่อยๆ และดูดให้นานๆ ส่วนคุณแม่ก็รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รวมทั้งพักผ่อนให้เพียงพอด้วย


16. กินนมแล้วลูกไม่เรอ ทำอย่างไรดี

สาเหตุน่าจะมาจากการอุ้มเรอไม่ถูกท่า คุณแม่ควรจับลูกอุ้มเรอนมทุกครั้งเวลาจะเปลี่ยนข้างใ ห้ลูกดูด


17. วิธีการอุ้มเรอนมที่ถูกตัอง ควรทำอย่างไร

สำหรับการอุ้มเรอนมทำได้หลายแบบ แต่ที่ง่ายที่สุดคือ จับลูกนั่งบนตักแม่ ประคองคางลูกไว้ โดยให้มือคุณแม่วางอยู่บริเวณหน้าอก และลิ้นปี่พอดี จากนั้นโน้มตัวลูกมาข้างหน้า ลูบหลังลูกเบาๆ หรือจะอุ้มพาดบ่าก็ได้เช่นกัน


18. ทำไมลูกกินนมน้อย และเอาแต่นอน

ธรรมชาติของทารกแรกเกิด ในเดือนแรกนั้น จะนอนประมาณวันละ 18-20 ชั่วโมง และจะตื่นก็ต่อเมื่อปวดปัสสาวะ ปวดท้องอุจจาระ หิว หรือไม่ก็สบายตัว เนื่องจากยังตัวเล็กอยู่ ลูกจึงกินได้ทีละน้อย แต่จะกินบ่อย


19. ถ้าลูกหลับควรปลุกลูกให้กินนมหรือไม่ อย่างไร

ช่วงแรกเกิด-2 สัปดาห์ คุณแม่ควรปลุกลูกขึ้นมาดูดนมทุกๆ 2-3 ชั่วโมง หลังจากนั้นจึงค่อยปล่อยให้ลูกกินตามเวลาที่รู้สึกหิ ว


20. เจ็บหัวนม ทำยังไงดี

ลองมาหาสาเหตุกันก่อนว่า อาการเจ็บมาจากอะไร เช่น ทำให้นมไม่ถูกต้อง ทำให้ลูกอม ไม่ลึกถึงลานนม ริมฝีปากจึงไม่บานพอที่จะครอบเต้านม หรืออาจจะเกิดจากลูกดูดแรงจนแม่รู้สึกเจ็บ แต่พอดูดไปสักพัก อาการเจ็บลดลง และหายไปเอง หรือเกิดจากหัวนมแฉะตลอดเวลา ทำให้ติดเชื้อราก็เป็นได้


21. ควรทำอย่างไร ถ้าหัวนมแฉะ

คุณแม่ควรใส่เสื้อชั้นใน และหมั่นเปลี่ยนผ้าซับน้ำนม แต่ถ้าหัวนมแตกให้บีบน้ำนมสีเหลืองทาที่หัวนม และลานนมทั้งสองข้าง อาการจะดีขึ้น


22. คุมกำเนิดอย่างไร ระหว่างให้นม

การให้นมแม่อย่างสม่ำเสมออย่างเดียวทุกๆ 3-4 ชั่วโมง จะทำให้เกิดภาวะระงับการหลั่งของฮอร์โมนที่ทำให้ผู้ห ญิงตกไข่ และไม่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์ รวมทั้งไม่มีประจำเดือน ซึ่งมีงานวิจัยบอกว่า สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึง 95 เปอร์เซ็นต์ เป็นวิธีการคุมกำเนิดตามธรรมชาติได้ 70 วันหลังคลอด


23. เมื่อคุณแม่ต้องกลับไปทำงาน จะให้นมลูกได้หรือไม่

เมื่อต้องกลับไปทำงานนอกบ้าน คุณแม่สามารถให้นมลูกได้อย่างต่อเนื่อง ถ้าได้เรียนรู้ เข้าใจวิธีเก็บน้ำนมให้ลูก ขอรับคำปรึกษาได้ที่คลินิกนมแม่ในโรงพยาบาลต่างๆ


24. คุณแม่ควรเตรียมตัวอย่างไรช่วงคลอด

1. ให้ลูกดูดนมจากเต้านมแม่อย่างเดียวสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นให้สร้างน้ำนมได้เต็มที่
2. หลัง1-2 เดือน เมื่อมีน้ำนมมากพอ ให้เริ่มบีบเก็บน้ำนม
3. ฝึกคนเลี้ยงให้มีความชำนาญในการป้อนนมด้วยถ้วย
4. ในกรณีที่ไม่สามารถป้อนนมด้วยถ้วย จะเลือกป้อนจากขวด ควรเริ่มหลัง 1-2 เดือนเมื่อลูกดูดนมแม่ได้ดีแล้ว และ
5. 1-2 สัปดาห์ ก่อนกลับไปทำงาน ฝึกให้คนเลี้ยงคุ้นเคยกับลูก และเริ่มป้อนนมบีบให้ลูก


25. เมื่อไปทำงานควรทำอย่างไร

สิ่งแรกที่ควรทำคือ ให้ลูกดูดนมแม่ 1 มื้อหลังตื่นนอน จากนั้นก่อนไปทำงานให้ลูกดูดอีกครั้ง หรือบีบเก็บน้ำนม และเมื่ออยู่ที่ทำงาน ควรบีบน้ำนมอย่างน้อยทุกๆ 3 ชั่วโมงในช่วงสาย หลังอาหารเที่ยง และบ่าย สำหรับตอนกลางวันให้คนเลี้ยงป้อนนมที่บีบเก็บไว้ และสุดท้าย ให้ลูกกินนมจากอกอย่างเดียวขณะอยู่ที่บ้าน (เป็นวิธีการกระตุ้นที่ดีที่สุด ช่วยทำให้ร่างกายสร้างน้ำนมได้มาก)


26. การเก็บรักษาน้ำนม ควรทำอย่างไร

1. ถัาตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง เก็บได้นาน 1 ชั่วโมง 2. ใส่ในกระติกน้ำแข็งที่มีน้ำแข็งตลอดเวลา ซึ่งจะเก็บได้ 1 วัน 3. เก็บในตู้ช่องเย็นธรรมดา จะเก็บได้นาน 1-3 วัน และถ้าเปิดตู้เย็นบ่อย ระยะเวลาที่เก็บจะสั้นลง 4. เก็บในช่องแช่แข็ง จะเก็บได้นานขึ้น และ 5. ตู้แช่ชนิดเย็นจัด เก็บได้นาน 6-12 เดือน


27. ภาชนะเก็บนมมีอะไรบ้าง

สำหรับภาชนะที่ใช้ใส่นมแม่ ควรมีฝาปิดมิดชิด ต้มในน้ำเดือด 10 นาที เพื่อฆ่าเชื้อโรค เช่น ขวดแก้วขนาด 120 ซีซี หรือแก้วยาขนาด 30 ซีซี หรือใช้ถุงเก็บน้ำนม


28. อุปกรณ์เสริมไม่พึ่งขวดนม มีอะไรบ้าง

1. ถ้วย สำหรับเทน้ำนมใส่ถ้วยแก้ว หรือถ้วยพลาสติกเล็กๆ อุ้มลูกวางบนตัก โดยให้ศีรษะสูง ค่อยๆ เอียงถ้วยให้น้ำนมแตะริมฝีปากลูก ห้ามเทนมใส่ปากลูกเด็ดขาด 2. ช้อน ใช้ช้อนเล็กป้อนนมทีละน้อย หรือ 3. กระบอกฉีดยาขนาด 5 ซีซี ทำได้โดย คุณแม่ค่อยๆ ฉีดน้ำนมใส่มุมปากลูกครั้งละน้อยๆ ให้ศีรษะอยู่สูง


29. ลูก 2 ขวบแล้ว ยังขอกินนมแม่ น้ำนมยังมีประโยชน์อยู่หรือไม่

นมแม่ ยังคงมีคุณค่า ตราบที่แม่รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ในขณะเดียวกัน นมแม่มีการปรับเปลี่ยนตามอายุของลูก สีสันอาจเปลี่ยนไปบ้าง แต่เป็นของดีทั้งนั้น เป็นสูตรเฉพาะ ไม่ต้องเขย่า หรืออุ่น เพราะจะใหม่สดตลอดเวลา



Create Date : 02 มิถุนายน 2554
Last Update : 2 มิถุนายน 2554 16:59:34 น.
Counter : 1020 Pageviews.

0 comment
สาระ น่ารู้สำหรับแม่มือใหม่
ทริกเลี้ยงลูกด้วยนมแม่.... จุดเล็กๆ ที่แม่ควรรู้
จากการหาข้อมูล อ่านหนังสือ อบรมเกี่ยวกับนมแม่มา พอจะสรุปสั้นๆ ให้แม่มือใหม่ที่ตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อ่านกันง่ายๆ ไม่กี่ข้อนี่แหละ..... ไอ้จุดหลักๆ ที่เค้ารณรงค์กันคงไม่ต้องเขียนอะนะ เอาจุดที่มี๊จีนคิดว่าเป็นจุดเด่นๆ เท่าที่ศึกษามา มาสรุปแชร์ก็แล้วกันจ้า

ปล. ข้อมูลที่สรุปออกมานี่ มีที่ไปที่มาอ้างอิงได้นะคะว่ามีการวิจัยกันจริงๆ คุณหมอรับรองแน่นอนมิได้นั่งเทียน หลักๆ ก็คุณหมอสุธีรา เจ้าแม่นมแม่แห่ง BNH และข้อมูลจากศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยค่า....!!!

1. เบบี๋แรกเกิด จะมีอาหารสะสมมาจากท้องแม่ สามารถอยู่ได้โดยไม่กินอะไรเลยเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ถ้านมแม่ยังไม่มาให้ดูดกระตุ้นเรื่อยๆ ทุก 2 ชม. ไม่ต้องล่กรีบชงนมให้หม่ำก็ได้จ้า

2. ขนาดเต้า บึ้มไม่บึ้มไม่เกี่ยวกับปริมาณน้ำนม.... นมบึ้มๆ ส่วนใหญ่คือ FAT!!!

3. ถ้านมคัดจนไม่ไหว บรรเทาด้วยการใช้กาบกะหล่ำปลีรองไว้ด้านในเสื้อใน กะหล่ำปลีมีสารช่วยลดการอักเสบ ลดการสร้างน้ำนม ช่วยได้จริงๆ นะ เจ๋งกว่าประคบร้อนเย็นอีกล่ะขอบอก.....อันนี้คุณแม่ที่จะหย่านมก็เอาไปใช้ใด้ค่ะ โดยใช้กาบกระหล่ำขนาดเท่าไซด์เต้าของเรา(ตอนนมคัด กะให้ครอบแล้วกระชับเต้าค่ะ) เอาไปแช่ช่องฟรีซซซซซ ให้เย็นแล้วเอามาประกบปิดเต้าค่ะ ...

4. แม่สามารถดื่มชากาแฟ วันละแก้วโอเคนะ ไม่อันตราย อาหารเผ็ดก็หม่ำได้แต่อย่าเผ็ดเกินไปเดี๋ยวลูกแสบตรูด ยกเว้นอาหารที่เสี่ยงต่อการกระตุ้นภูมิแพ้ 5 ชนิดคือ นมวัว นมถั่วเหลือง ไข่ อาหารทะเล ถั่วลิสง

5. รู้มั้ยว่าในเต้าหู้แผ่นมีแคลเซียมมากกว่านมวัว แม่ให้นม ฉะนั้นแม่ท้องควรกินเต้าหู้ๆๆๆๆ

6. แม่ที่โด๊ปนมวัวเยอะ อาจมีนมวัวรั่วมาสู่เบบี๋ได้ ควรงดกินนมวัวตั้งแต่ท้องระยะ 3 เดือนสุดท้ายเลยนะจร้า

7. เบบี๋ที่ดูดนมจากเต้าไม่ได้ เช่นแม่หัวนมแตก ต้องป้อนด้วยการจิบจากแก้วยา หลอดฉีดยา หรือช้อนเท่านั้น ห้ามใช้ขวดนมในเด็กอายุไม่ถึง 1 เดือนเพราะจะทำให้สับสนการดูดเต้าและขวด

8. เบบี๋อายุครบ 1 เดือนครึ่งควรเริ่มหัดให้กินนมจากขวด เพื่อไม่ให้ติดเต้า แม่ก็จะได้เตรียมตัวไปทำงานได้ในเดือนที่ 3 สบายๆ

9. วิธีอุ้มให้เบบี๋ดูด ลำตัวต้องตะแคงเสมอ ไม่ใช่นอนหงายบิดแต่หัวเข้าดูดนมนะจ๊ะ

10. การดูดนมผิดวิธีจะทำให้หัวนมแตกได้ การดูดนมที่ถูกคืองับเข้าไปให้มิดลานนมให้ปากคุณลูกบานเหมือนปากปลา

11. ถ้าหัวนมแตก ช่วยได้โดยบีบน้ำนมทาหัวนมแล้วพัดให้แห้งไม่ต้องล้างออก (อันนี้ช่วยได้จริงนะ ลองมาแล้ว เวิร์คค่า!!!)ระยะที่ให้นมลูกห้ามฟอกสบู่ที่หัวนมเพราะจะทำให้ผิวบริเวณนั้นแห้ง เป็นแผลได้ง่าย ให้ล้างน้ำเปล่าก็พอ

12. กินนมแม่ ไม่ต้องกินน้ำตาม เพราะในนมแม่มีสารเคลือบในปากเพื่อไม่ให้ติดเชื้ออยู่ และปริมาณน้ำในนมแม่มีอยู่ถึง 80% แก้กระหายไปในตัวเรียบร้อยแล้วค่ะ

13. เบบี๋ที่กินนมแม่จะมีอึสีเหลืองเสมอ... เพราะธาตุเหล็กที่มาพร้อมนมแม่ย่อยหมดไปได้กำลังดีไม่มีตกค้างในลำไส้ (ธาตุเหล็กทำให้อึกมีสีเข้ม) ในนมผสมจะมีธาตุเหล็กที่มากเกินไป อาจจะตกค้างในลำไส้เป็นอาหารของจุลินทรีย์ในกรณีติดเชื้อท้องร่วงได้

14. นมแม่สามารถเทสะสมในช่องธรรมดาได้ 24 ชั่วโมงแล้วแช่ จะสะดวกกว่าปั๊มแช่ ปั๊มแช่ทุกครั้ง

15. ที่ปั๊มนมก็ไม่ต้องปั๊มล้าง ปั๊มล้างทุกครั้ง... สามารถปั๊มเสร็จแล้วใส่ทัพเปอร์แวร์แช่ฟรีซไว้ได้เพื่อพร้อมใช้ครั้งต่อไปได้จ้า วันนึงล้าง นึ่งครั้งเดียวก็พอแระ

16. การเก็บนมควรแยกฟรีซเป็นถุงแบบพอกินใน 1 มื้อเช่น 3 ออนซ์ 4 ออนซ์

17. ช่องฟรีซตู้เย็น 1 ประตูเก็บนมได้ 1 เดือน, 2 ประตูเก็บนมได้ 3 เดือน, ตู้แช่ไอติมได้ 6 เดือน - 1 ปี

18. นมที่ฟรีซไว้จะแยกชั้น ไขมัน และน้ำ ไม่ต้องตกใจคิดว่านมเสียถ้าเห็นมีชั้นไขมันเหลืองๆ อยู่ด้านบนของนมที่แช่

19. ระยะเวลาการให้นมหลัง 2 เดือนควรปรับให้เป็นเวลา + ปริมาณต่ออายุเช่น 2 เดือน = 3 ออนซ์/3ชั่วโมง, 3 เดือน = 4 ออนซ์/4 ชั่วโมง จะทำให้แม่สามารถจัดแบ่งเวลาเพื่อเตรียมตัวไปทำงานได้สะดวกขึ้น

20. นมที่ฟรีซไว้ ก่อนใช้งานให้ย้ายลงมาชั้นธรรมดาเพื่อให้ละลายก่อนอุ่นในน้ำดีที่สุด

21. ห้ามเทนมใส่ในภาชนะที่เป็นโลหะ เพราะแร่ธาตุในนมจะไปเกาะทำให้หมดคุณค่า ให้อุ่นทั้งถุงหรือขวดนั่นแหละ

22. นมที่ฟรีซไว้สามารถละลายแล้วเตรียมรอกินได้ประมาณ 4 ชั่วโมงที่อุณหูมิห้อง และ 24 ชั่วโมงที่ช่องแช่ธรรมดา แต่ห้ามนำไปฟรีซใหม่อีกครั้ง

23. ควรดื้อๆๆๆๆๆ กับปู่ย่าตายายที่พยายามจะให้เลี้ยงด้วยนมชง หนักแน่นเข้าไว้แล้วจะประสบความสำเร็จเด้อค่า



สูตร คำนวนปริมาณนมลูก

150 * น้ำหนักลูก (กก.)/ จำนวนมื้อ เป็นซีซี

ถ้าคิดเป็นออนซ์ให้เอา 30 มาหาร ซีซี ค่ะ
อายุ 6 เดือน ให้กิน 6 มื้อจ้า
เช่น ลูกหนัก 7.15 กก.
150 * 7.15 / 6 มื้อ
เท่ากับ 178.75 ซีซี ต่อมื้อ
หรือเท่ากับ 178.75/30=5.96 ประมาณ 6 ออนซ์ ต่อมื้อ

แรกเกิด - 1 อาทิตย์ 6-10 มื้อต่อวัน / อายุเด็ก 1 อาทิตย์ - 2 อาทิตย์ มื้อละ 2-3 ออนซ์
1 อาทิตย์ - 1 เดือน 6-8 มื้อต่อวัน / อายุเด็ก 3 อาทิตย์ - 2 เดือน มื้อละ 4-5 ออนซ์
1 เดือน - 3 เดือน 5-6 มื้อต่อวัน / อายุเด็ก 2 เดือน - 3 เดือน มื้อละ 5-6 ออนซ์
3 เดือน - 7 เดือน 4-7 มื้อต่อวัน / อายุเด็ก 3 เดือน - 4 เดือน มื้อละ 6-7 ออนซ์
7 เดือน - 9 เดือน 3-4 มื้อต่อวัน / อายุเด็ก 4 เดือน - 12 เดือน มื้อละ 7-8 ออนซ์

ที่มา blog แม่น้องข้าวตัง



Create Date : 02 มิถุนายน 2554
Last Update : 2 มิถุนายน 2554 16:56:45 น.
Counter : 340 Pageviews.

2 comment
นมแม่ นมแม่ เท่านั้น
ก่อนที่จะคลอดมีโอกาสหาข้อมูลเกี่ยวกับนมแม่ค่อนข้างเยอะค่ะว่ามันดีอย่างไรกับแม่และลูกและได้เข้าอบรมหลายที่อยู่ค่ะว่าจะต้องทำอย่างไรบ้างที่จะให้นมแม่ได้สำเร็จซึ่งทุกที่บอกเหมือนกันค่ะว่าต้องอดทนต้องใช้ความพยายามอย่างมาก......

นึกในใจเราทำได้อยู่แล้วโรงพยาบาลที่จะไปคลอดก็สนับสนุนนมแม่หลังคลอดอย่างไรเค้าก็ต้องเอาลูกมาให้ดูดกระตุ้นแน่นอน.....และมันก็เป็นไปอย่างที่เราวาดฝันไว้ค่ะหลังคลอดครึ่งชั่วโมงเค้าก็
เอาลูกมาให้ดูดจากเต้าเพื่อกระตุ้นค่ะ แต่ไม่มีน้ำนมหรอกนะค่ะลูกสาวดูดอยู่ 15 นาทีเห็นจะได้ค่ะ เวลาที่คลอดลูกเป็นช่วงบ่ายสามโมงครึ่ง

คืนแรกทางโรงพยาบาลยังไม่ได้เอาลูกมาให้เราเลี้ยงค่ะเนื่องจากเห็นว่าเพิ่งคลอดมั๊งค่ะบวกกับต้องตรวจเช็คเบาหวานลูกด้วยเนื่องจากช่วงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรกเราเป็นเบาหวานด้วยค่ะแต่ก็ไม่รุนแรงต้องคุมอาหารและเจาะเลือดเช็คน้ำตาลตลอดจนคลอดเลยค่ะ แต่ก็คุมอยู่ไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ

คืนแรกสำหรับการนอนโรงพยาบาลครั้งแรกในชีวิตก็ผ่านไปแบบว่านอนไม่หลับทั้งคืนค่ะเนื่องจากภาพต่างๆที่อยู่ในห้องคลอดฉายวนเวียนอยู่ในหัวตลอดค่ะ มัวแต่ งงว่าเราคลอดลูกออกมาได้อย่างไรนี่เราจะเป็นแม่คนแล้วเหรอเนี่ย!!! ประกอบกับคุณพยาบาลที่คอยเดินวันความดันและถามตลอดว่าปัสสาวะได้หรือยัง

ท้องนี้มีการใช้เครื่องสูญญากาศช่วยในการคลอดซึ่งจะทำให้แผลฝีเย็บค่อนข้างใหญ่กว่าคลอดปกติและดันมีริดสีดวงพ่วงออกมาอีกค่ะไอ้เราก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าไอที่เจ็บระบมอยู่เนี่ยมันมาจากแผลฝีเย็บหรือจากริดสีดวงรู้แต่ว่านอนตะแคงได้อย่างเดียวเจ็บมากๆเดินแทบไม่ไหว แต่ก็ต้องพยายามเดินเข้าห้องน้ำเพื่อพยายามฉี่ให้ออกให้ได้กินน้ำเยอะมากๆแต่ก็ฉี่ไม่ออกซึ่งเราก็กังวลมากเพราะกลัวโดนสวนปัสสาวะเห็นเค้าบอกกันว่ามันเจ็บนี่หน่า

สรุปแล้วคืนแรกเดินไปเข้าห้องน้ำอยู่ 5 ครั้ง 3 ครั้งแรกฉี่แบบกระปริบกระปอยมาก 2 ครั้งหลังเริ่มเยอะขึ้น นึกในใจคงรอดแล้วหล่ะและก็รอดจริงๆค่ะ

ช่วงบ่าย ๆ ของวันที่สองที่อยู่ รพ. พยาบาลก็นำลูกมาให้เราเลี้ยงเองทั้งๆที่เราเดินแทบไม่ได้เลยค่ะเนื่องจากเจ็บแผลฝีเย็บอยู่ค่ะ แต่ตอนเช้าพยาบาลก็มาดูแผลให้นะค่ะ
บอกว่าแผลสวยมากและก็ไม่บวมเลย ด้วยวิญญาณแม่เข้าสิงมั๊งค่ะแปลกแฮะทำไม่เหมือนเดินได้คล่องขึ้นหน่อยเนื่องจากลูกร้องต้องอุ้มพาดบ่า ท่าอุ้มก็เก้ๆกังๆเหมือนเกิน
อยากให้นมลูกแต่ก็เอาเข้าเต้าไม่เป็นทำอย่างไรดีล่ะ เดินไปหาพยาบาลเลยดีกว่า คุณพยาบาลค่ะให้นมลูกไม่เป็นอ่ะค่ะ คุณแม่ท้องแรกหรือเปล่าค่ะ ใช่ค่ะท้องแรก
ฮ๋อต้องอุ้มแบบนี้นะค่ะ และแล้วลูกก็ได้ดูดนมค่ะ แต่คิดว่าน้ำนมยังไม่มีหรอกค่ะคุณแม่แต่ต้องในลูกดูดกระตุ้นแบบนี้ทุก 2 ชม.เลยนะค่ะ ค่ะค่ะ

คืนที่สองเราก็ให้ลูกดูดทุก 2-3 ชม.สรุปว่าไม่ได้นอนทั้งคืนเหมือนเดิมค่ะ เราก็เริ่มเป็นห่วงลูกแล้วค่ะที่น้ำนมไม่มาซักทีแต่ก็พอทราบมาว่าเด็กอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องกินอะไรเลยเป็นอาทิตย์แต่ถึงกระนั้นก็เหอะ เห็นตัวลูกเริ่มจะเหลืองบ้างแล้วก็กลัวว่าจะโดนส่องไฟอีก

หลังคลอดเสร็จก็พยายามกินแต่ของร้อน อาบน้ำอุ่น กินน้ำเยอะๆทั้งๆที่ปกติเป็นคนกินน้ำน้อยค่ะ ทำทุกทางเพื่อให้มีน้ำนมจนกระทั่งช่วงบ่ายวันที่สาม เริ่มนมคัดคือมันมีก้อนแข็งๆอยู่ในเต้าอ่ะค่ะแต่เราก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าต้องทำอย่างไรทนจนกระทั่งไข้เริ่มขึ้นเต้านมก็เริ่มร้อน มันเป็นอะไรที่ทรมานมากนอนก็ไม่หลับเพราะปวดเต้านมมาก

คุณพยาบาลเข้ามาบอกว่าทางเดียวที่จะหายต้องไปบีบเอาน้ำนมออก ณ ขณะนั้นเราไม่รู้หรอกการบีบออกต้องทำอย่างไรแต่พยาบาลบอกว่ารอแป๊บหนึ่งนะค่ะต้องเตรียมเครื่องนึงก่อนเห็นเอาผ้าขนหนู
ผืนเล็กๆซัก 3 ผืนเอามานึ่งในหม้อนึ่ง คุณพยาบาลบอกว่าเราต้องทำการประคบร้อนก่อนคือเอาผ้าขนหนูมาประคบรอบๆเต้า(ความร้อนขนาดที่ว่าเราทนได้สูงสุดเลยค่ะ...ร้อนมาก)เพื่อทำให้ท่อน้ำนมขยายตัวก่อนก้อนๆแข็งก็จะละลายหายไปฟังกระบวนการแล้วเหมือนง่ายๆเลย

พอประคบเสร็จพยาบาลก็เอามือโป้งนี่แหละค่ะบี้ลงไปที่ก้อนแข็งๆเรางี้นั่งไม่ติดเบาะเลยค่ะเจ็บมากๆ
เจ็บแบบต้องเอี้ยวตัวหนีเลยค่ะแต่ก็ต้องทนนั่งทำแบบนี้อยู่ 4 ชม.น้ำนมออกมาก็ไม่เห็นจะเยอะเท่าไหร่เลยหนำซ้ำพอทำเต้าขวาเสร็จก็ไปทำเต้าซ้าย ไอ้เต้าขวาก็สร้างน้ำนมมาอีกแล้วค่ะเพราะมันแข็งเป็นก้อนอีกแล้วจนพยาบาลบ่นว่าทำไม่น้ำนมถึงสร้างเร็วขนาดนี้

แต่ก็พยายามให้ลูกดูดกระตุ้นอยู่ตลอดนะค่ะแต่ลูกคงได้น้ำนมไม่เพียงพอจนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นก็พาลูกลงไปตรวจสุขภาพตอนเช้าซึ่งตลอดเวลาที่อยู่รพ.จะต้องตรวจทุกเช้าเพื่อดูน้ำหนัก ดูว่าเกิดอาการตัวเหลืองหรือเปล่า เช้านี้ก็โดนจนได้คุณหมอบอกว่าลูกเริ่มตัวเหลืองแล้วค่ะ...ก็ได้เจาะเลือดเพื่อดูค่าเป็นการ Confirm อีกครั้งในใจก็คิดว่าไหนๆตาเราก็เห็นแล้วว่าเหลืองเครื่องมือที่ใช้ส่องที่ผิวค่าที่ได้ก็บอกว่าเริ่มเหลืองแล้วทำไมต้องเจาะเลือดลูกอีกนะ(ด้วยความสงสารลูกที่ต้องโดนเจาะเลือด
ที่เท้าอ่ะค่ะ) ตกลงว่าก็เจาะไปแหละค่ะช่วงบ่ายๆผลถึงจะออก สรุปว่าตัวก็เหลืองจริงๆอ่ะค่ะ ต้องโดนส่องไฟแต่ที่น่าสงสารลูกก็คือขณะส่องไฟต้องโดนปิดตาทั้งสองข้าง เพราะแสงที่ใช้ส่องเป็นอันตรายต่อดวงตาเสื้อก็ต้องถอดออกหมดเหลือแต่ผ้าอ้อมผืนเดียวต้องส่องตลอด 24 ชม. ให้ดูดนมเสร็จก็ต้องรีบเอาไปส่องไฟต่อ มันเป็นภาพที่ทรมานแม่กับพ่อจังค่ะดูเค้าไม่มีความสุขเสียเลยที่ต้องโดนปิดตา

เราก็เกิดแรงฮึดขึ้นไปใหญ่ที่จะต้องทำทุกทางให้นมไหลออกมาให้ลูกดูดให้ได้ ทั้งคืนนั้นก็เลยนั่งประคบและบีบนมทั้งคืน เรานั่งเอาผ้าร้อนๆประคบเต้าขวาที่สามีคอยบีบน้ำนมออกให้ ลูกสาวนอนปิดตาแต่ปากก็ช่วยดูดเต้าซ้าย มันเป็นคืนที่ทรมานมากแต่ก็มีความสุขมากๆเช่นกันค่ะ ทำอยู่แบบนี้ทั้งคืนจนเช้าก็ถึงเวลาพาลูกไปตรวจสุขภาพผลปรากฎว่าลูกหายตัวเหลืองและน้ำหนักเพิ่มขึ้นแล้วคะแถมหมอให้กลับบ้านได้อีก โอ๊ย!!! ทั้งพ่อทั้งแม่ดีใจสุดๆรีบพากันขึ้นมาบอกพยาบาลที่ห้องว่าคุณหมอบอกให้เอาที่ปิดตาออกได้แล้ว ค่อยๆนั่งแกะที่ปิดตาลูกออกสิ่งที่สังเกตุเห็นคือว่าลูกก็ดีใจเหมือนกันดูเค้าร่าเริงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ

แต่เนื่องจากเรายังมีไข้เนื่องจากนมคัดและน้ำนมเรายังไหลแบบไม่เข้าที่อ่ะค่ะก็เลยบอกคุณพยาบาลเองว่ายังไม่ขอกลับบ้านนะค่ะรอจนกระทั่งน้ำนมเริ่มไหลดีขึ้นและไม่มีไข้ในที่สุดวันรุ่งขึ้นเราก็ได้กลับบ้านแล้วค่ะทั้งๆที่ยังเจ็บไอ้ริดสีดวงอยู่มากเจ็บขนาดกลับบ้านต้องไปหาซื้อห่วงยางของเด็กมารองนั่งอยู่เกือบ 2 อาทิตย์อ่ะค่ะกว่าจะเริ่มเดิน ลุกนั่งคล่องๆ

สรุปว่าท้องครั้งนี้สิ่งที่ทรมานอันดับแรกยกให้เรื่องนมคัด อันดับ 2 ยกให้ริดสีดวง อันดับสุดท้ายทรทานน้อยสุดคือเบ่งคลอด ซะงั้น!!!



Create Date : 25 มีนาคม 2554
Last Update : 25 มีนาคม 2554 22:46:31 น.
Counter : 258 Pageviews.

0 comment

pook@pai
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]