Group Blog
 
All Blogs
 
ผู้เฒ่าเล่าอดีต (๑๙) เรื่องของนักเขียนชรา

ผู้เฒ่าเล่าอดีต

เรื่องของนักเขียนชรา

เราเข้ามาเขียนเรื่องเล่าในเวปพันทิป เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๕๔๘ และต่อมาก็มีความรู้ที่จะสร้างบล็อก เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๐ แล้วเรื่องของเราก็มีเสนอใน หลายห้องไม่เว้นแต่ละวัน ไม่เคยที่จะขาดหายไป ทีละหลาย ๆ วันนอกจากครั้งหนึ่ง ที่ขอลาพักเพราะเริ่มป่วยเจ็บที่หัวไหล่ขวา ก็มีเพื่อนนักอ่านเข้ามาปลอบใจ ให้คำแนะนำ และเสนอว่า อย่าหยุดเขียนเลย ได้เท่าไรก็เอาเท่านั้น วันละหน้าครึ่งหน้าก็พอ ไม่ต้องหักโหม

เราก็เชื่อ แต่ตามวิสัยของคนชอบเขียน เห็นอะไรนิดอะไรหน่อย ก็เก็บเอามาเขียน เพราะถ้าไม่ได้เขียนแล้ว เราอาจจะป่วยเป็นโรคอื่น ๆ ที่ร้ายแรงกว่าเจ็บหัวไหล่ อย่างเช่นโรคมะเร็ง ก็ได้ เราจึงยังเขียนต่อไปทุกวัน วันละนิดหน่อย สามเวลาหลังอาหารและก่อนนอนเท่านั้น จนได้ บันทึกของผู้เฒ่า และผู้เฒ่าเล่าอดีต เพิ่มขึ้น แล้วผลก็ปรากฏว่า ความเจ็บได้ลามจากหัวไหล่ ลงไปที่สะบักข้างขวา และรวมไปถึงซี่โครงแถบขวาทั้งแทบ แถมบางทียังมีการเจ็บหน้าอกอีกด้วย ไม่ทราบว่าปอด ตับ หัวใจ ม้าม หรือขอบกระด้ง จะพลอยเป็นไปด้วยหรือเปล่า

เพื่อที่จะบรรเทาหรือระงับอาการเหล่านั้น เราจึงงดเขียน เพียงแต่เข้ามาอ่านกระทู้ของเพื่อน และตอบบ้างสั้น ๆ เท่านั้น แต่พอหยุดได้แค่สองวัน ก็มีเพื่อนผู้หวังดี ส่งหลังไมค์เข้าไปเยี่ยม ทำให้กิเลสฟูขึ้นมาเป็นอันมาก

จึงตกลงใจว่า เอาละวะ อย่าหยุดอย่างเด็ดขาดเหมือนการเลิกบุหรี่เลย เอาเพียงว่า ค่อย ๆ ลดลงทีละน้อยจะดีกว่า แต่ถ้าลงเขียนวันเว้นวันก็คงจะไม่ได้พักสักเท่าไร เพราะเขียนวันนี้เพื่อไปลงวันพรุ่งนี้ ก็เคยทำมาแล้ว อย่ากระนั้นเลย เปลี่ยนจากคอลัมน์รายวัน เป็นคอลัมน์รายสัปดาห์ท่าจะดีขึ้น

คิดได้ดังนั้นแล้วก็เลือกว่าจะเขียนในวันไหน ให้จำได้แม่นหน่อย เพราะความหลงลืมได้เข้ามาครอบงำมากขึ้นทุกที อย่างที่กำหนดว่าจะใส่บาตรทุกเช้าวันอาทิตย์ เพราะคนที่เดินผ่านสวนอ้อยน้อยกว่าวันอื่น ๆ เมื่อเช้านี้ก็ยังลืมออกจากบ้านเกือบเจ็ดโมง ดีแต่ว่ายังทันได้ใส่ท่านองค์สุดท้ายพอดี

คิดไปคิดมาตกลงใจเอาวันเกิดดีกว่า พอถึงวันเกิดในรอบสัปดาห์ ก็หาเรื่องมาลงสักเรื่องหนึ่ง ระหว่างนั้นก็คิดและเขียนวันละบรรทัดสองบรรทัดก็พอจะได้พักมาก ๆ เพราะเรานั้นถ้าไม่เปิดคอมพ์ ก็นอน เท่านั้น ไม่สามารถจะเปิดกะลาออกไปท่องโลกได้เหมือนเดิมเสียแล้ว

แต่ความคิดนี้ก็ทำไปได้ไม่เท่าไร ก็รู้สึกว่าช้าเหลือเกิน เอาว่าหาเรื่องได้เมื่อไรก็เอามาวางเลยดีกว่า และที่เคยวางเช้ามืด ตั้งแต่ตีสี่ ตีห้า หรือหกโมงเช้า ก็อย่าไปคิดว่าจะแน่นอน เพราะเดี๋ยวตื่นดึกไป พอนอนต่อก็สว่างโร่ อะไรพันยังงี้ เอาแน่ไม่ได้เสียแล้ว

ส่วนวีนเกิดในสัปดาห์คือวันพฤหัสบดี หมอดูเขาเคยทำนายชะตาชีวิตตามวันเกิดของเรา ไว้ในหนังสือพิมพ์ นานมากแล้วมีความว่า

การงาน เป็นคนที่ชอบยกยอให้เกียรติ จึงมักชอบทำงานนั่งโต๊ะ หรือนั่งบริหารออกคำสั่ง มากกว่าจะออกไปตากแดดเป็นกรรมกร งานเกี่ยวกับกฎหมาย การปกครอง การแนะนำแนวทางกับผู้คนได้อย่างดี จึงมักเป็นคนที่มีสมอง เสธ. ได้อย่างดีเยี่ยม งานที่ทำต้องท้าทายและเติบโต แต่ถ้าเป็นงานที่ถูกจับยัดให้นั่งทำงานอย่างไร้ค่า หยากไย่แมงมุมขึ้นแล้วละก็ อย่าเสียใจ เพราะผู้ชายวันนี้ชอบทำงาน รักศักดิ์ศรีมากกว่าเงินตรา งานที่เด่นชัดและเหมาะสม เช่น วิศวะ แพทย์ สถาปัตย์ นักกฎหมาย หรืออยู่ในเครื่องแบบทหาร ก็ไปได้รุ่งเรืองเช่นกัน

รู้สึกว่าเป็นคนมีชตาชีวิตดีพอสมควร ก็ไม่ทราบว่าจะมีท่านใด ที่ทำนายปีเกิดคือปีมะแม เดือนห้า ไว้ว่าอย่างไรบ้าง จะดีหรือแย่กว่านี้ก็ไม่สามารถจะทราบได้

เพราะไม่เคยไปให้หมอดูพยากรณ์ ไม่ว่าจะเป็นแบบใดเลย ในชีวิต.

################


Create Date : 08 พฤษภาคม 2555
Last Update : 8 พฤษภาคม 2555 17:21:46 น. 1 comments
Counter : 657 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะพี่ปู่


"ไม่ทราบว่าปอด ตับ หัวใจ ม้าม หรือขอบกระด้ง จะพลอยเป็นไปด้วยหรือเปล่า"


ฮ่าๆๆๆ .. นาถว่า กึ๋น อีกอย่างด้วยนะคะ


"หรืออยู่ในเครื่องแบบทหาร ก็ไปได้รุ่งเรืองเช่นกัน"

ทายแม่นเป็นบ้า...


"รู้สึกว่าเป็นคนมีชตาชีวิตดีพอสมควร ก็ไม่ทราบว่าจะมีท่านใด ที่ทำนายปีเกิดคือปีมะแม เดือนห้า ไว้ว่าอย่างไรบ้าง จะดีหรือแย่กว่านี้ก็ไม่สามารถจะทราบได้

เพราะไม่เคยไปให้หมอดูพยากรณ์ ไม่ว่าจะเป็นแบบใดเลย ในชีวิต."


แม่หมอนาถจะเป็น "ด๊อก..เต่อ ซี" สักครา

คนเกิดวันปร๊ะหัดสระผมบ่อดี เป็นวันครู
ครูมักจิตใจดี มีเมตตาต่อศิษย์ ได้สอนสั่งด้วยใจเม็ดตา
ดีจริงหนา ครูสอนให้ศิษย์บริหารข้อมือ...เอิ๊ก เอิ๊ก


คนเกิดเดือนห้า..อื๋อ ของพี่ปู่มันน่าจะเดือนสี่นะคะ
ไม่ทายดอกข้อนี้ เดี๋ยวมิแม่น

คนเกิดปีมะแมแพะ ร้องแบ๊ะแบ๊ะ ทำงานแยะ
แอบเฉยแฉะแต่น้อย...ฮิฮิ ล้อเล่น


ผ่านวันเสาร์ห้าเดือนห้าปีห้าห้าห้ามาหยกๆ
พระอาทิตย์ พระจันทร์ยก พระอังคารแอ่นอกดัน
พระพุธมาทันช่วยดึง พระพฤหัสมาถึงก็ช่วย
มาศุกร์ พระเสาร์ วิ่งมาเสริมด้วย ช่วยกันดึงขึ้นสวรรค์

เทพธิดาน้อยๆ พลันมาเติมเต็มสุข
ยืนเดินนั่งลุกมีแต่สุขจนยิ้มแต้
โอ้แม่ทูนหัวของปู่เอ๋ย ไฉนเลยยังวิ่งมิได้
ตัวปู่ไซร้ใจเต็มเปี่ยม นั่งเอี้ยมเฟี้ยมรอหลานรัก
จักควรรีบโตแต่เร็วไว ใจปู่นี้เป็นสุขแสน
ดั่งวิมานแมนชะลอต่อตรงหน้า โอ้อนัญญาหลานน้อยๆ
ปู่รอคอยเจ้าทุกลมหายใจ ชวนพ่อแม่มาเยี่ยมปู่เร็วไว
จิตใจปู่สู้ได้สบาย จนสายสวาดิ์น้อยๆ โตเอย.



โดย: nart (sirivinit ) วันที่: 8 พฤษภาคม 2555 เวลา:23:04:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เจียวต้าย
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




เชิญหารายละเอียดได้ ที่หน้าบ้านชานเรือนครับ
Friends' blogs
[Add เจียวต้าย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.