ราดหน้าหมูหมัก 2 สูตรเด็ด พร้อมเคร็ดลับการหมักหมูให้อร่อย


ราดหน้าหมูหมัก (Noodles in Thick Gravy) อีกหนึ่งเมนูอาหารจานดียวที่เป็นที่นิยม ด้วยความอร่อยนุ่มของเนื้อหมูหมักที่หมักมาเป็นอย่างดี ผนวกเข้ากับเส้นก๋วยเตี๋ยวที่นุ่มหนึบหรือเส้นหมี่กรอบและน้ำราดหน้าอันกลมกล่อม ทานร้อนๆ อร่อยแซ่บเวอร์จนต้องขอเบิ้ลอีกจาน วันนี้ zabwer.com ก็ได้นำขั้นตอนและวิธีทำอย่างละเอียดของสูตรราดหน้าหมูหมัก 2 สูตร พร้อมเคล็ดลับความอร่อยมาฝาก  ซึ่งทำง่าย และที่สำคัญรสชาติต้องอร่อยเด็ดแน่นอน



สำหรับผักหลักๆ ที่มักปรุงเป็นราดหน้าหมูหมักนั่นก็คือผักคะน้า ซึ่งคะน้าเป็นผักที่มีวิตามินหลายชนิด เช่น มีเบต้าแคโรทีนสูง มีสรรพคุณช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งที่กระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มีวิตามินซีช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อให้ชุ่มชื้น และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคมีความแข็งแรงสมบูรณ์ นอกจากนี้ ยังมีแคลเซียมช่วยเสริมสร้างกระดูก นับว่าเป็นผักที่อุดมไปด้วยประโยชน์มากมาย ใครที่ไม่ชอบกินผักคะน้าลองหันมารับประทานเมนูราดหน้าหมูหมักอร่อยๆนี้ดู ไม่แน่คุณอาจจะหลงรักผักคะน้าขึ้นมาก็ได้^^ อย่างไรก็ตามท่านที่ไม่ชอบผักคะน้า อาจใส่ผักอื่นแทนก็ได้ เช่น หน่อไม้ฝรั่ง ผักหวาน ผักกาดขาว กวางตุ้ง ข้าวโพดอ่อน เป็นต้น อร่อยแถมได้สุขภาพที่ดีด้วย ทั้งนี้นทั้งนั้นควรเลือกใช้ผักที่ปลอดสารพิษ ปลอดยาฆ่าแมลงด้วยนะคะ


ราดหน้าหมูหมัก สูตรที่ 1
ราดหน้าหมูหมักรสอร่อยเด็ดสูตรนี้ เป็นสูตรมาจากคุณ Pinang Malaysia สมาชิกเว็บบล็อกแกงค์ดอทคอมที่มีรสชาติราดหน้าหมูหมักออกเข้มข้นนิดหน่อย รสอร่อยกำลังดีแทบไม่ต้องเติมอะไรเลย ซึ่งได้บอกวิธีทำเอาไว้อย่างละเอียดตามนี้

ส่วนผสม
  1. ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ 1 กิโลกรัม
  2. ผักคะน้าต้นกลาง (นำไปปอกเปลือกและหั่นเฉียง)850 กรัม
  3. ซีอิ๊วดำ
  4. น้ำ 1.5 ลิตร
  5. พริกไทยขาวป่น
  6. เครื่องปรุงรสมี น้ำส้มพริกดอง(พริกชี้ฟ้าหั่นแว่นดองน้ำส้มสายชู) พริกป่น น้ำปลา และน้ำตาลทราย
ส่วนผสมหมักหมู
  1. หมูส่วนสันนอกใกล้สันคอ (จะมีมันแทรกอยู่) 500 กรัม
  2. พริกไทป่น 2 ช้อนชา
  3. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  6. ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ (เด็กสมบูรณ์สูตรหนึ่ง)
  7. น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ (ตราแม่ครัว)
  8. ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา (ภูเขาทอง)
  9. แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
  10. ผงฟู ¼ ช้อนชา (แป้งใส่ Baking Soda)
(ผงฟูปรับสูตรตามนี้ ที่ขึ้นอยู่กับวิธีหั่นหมู 2 แบบ คือ…1) หากหั่นชิ้นพอคำก็ใส่ 1/4 ช้อนชาตามสูตร..2) แต่หากหั่นชิ้นใหญ่หนา รีบใช้ก่อนให้เพิ่มเป็น 1/2 ช้อนชา…ถ้าหากหมักข้ามคืน หมูที่ได้จะนุ่มเด้งมากๆ เหมือนตามร้านดังๆเลย)
** ข้อควรระวัง อย่ากลัวหมูไม่นิ่มแล้วเพิ่มผงฟู (baking Soda)…ไม่อย่างนั้นรสชาดจะเฝือนมากๆ…หากไม่นุ่มโดนใจให้ลองเอามาต้มหรือผัดสักนิดก่อน…ไม่พอก็ค่อยเพิ่มนะ

ส่วนผสมน้ำราดหน้า (เข้มข้น)
  1. กระเทียมบุบสับหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
  2. เต้าเจี้ยว 3 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ + 1 ช้อนชา
  4. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ+ 1 ช้อนชา
  5. ซีอิ๊วขาว 5 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมันหอย 4 ช้อนโต๊ะ
  7. ไข่ไก่ ตีพอแตก1 ฟอง
  8. แป้งมัน ½ ถ้วยตวง + น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง (ละลายและคนให้เข้ากันดี)
  9. น้ำเปล่า 1.5 ลิตร ( 8 ถ้วยตวง) (ต้มให้เดือด หรือร้อนจัด)
วิธีทำราดหน้าหมูหมัก


1. ทำหมูหมักโดยเคล้าเนื้อหมูกับเครื่องปรุงทั้งหมดนวดให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อ เสร็จแล้วใส่กล่องนำเข้าตู้เย็นหมักไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง หรือถ้าแช่ข้ามคืนจะอร่อยมากขึ้น


2. หั่นมาเตรียมผัก เริ่มด้วยนำคะน้ามาปลอกเปลือกและหั่นเฉียง แล้วนำไปลวกและช็อกผักคะน้าพอกรอบ พักไว้...วิธีลวกผักให้กรอบอร่อยมี 2 วิธีคือ
  1. ตั้งน้ำให้เดือด ใส่น้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย ใส่ผักลงไปคนให้ทั่ว ตักขึ้นใส่แช่ในน้ำแข็ง หรือน้ำเย็นจัดสักพัก…ตักขึ้นพักไว้ในตระกร้า ให้สะเด็ดน้ำ
  2. วิธีลวกผักก็เหมือนที่เราลวกผักทั่วๆไปคือ เติมเกลือในน้ำและตั้งน้ำให้เดือดจัด ใส่ผักลงไปคนให้ทั่ว เพื่อรักษาสีผัก เมื่อลวกเสร็จแล้วตักขึ้นใส่แช่ในน้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัดสักพัก เพื่อให้ผักหยุดสุก…ตักขึ้นพักไว้ในตระกร้า ให้สะเด็ดน้ำ 
3. ผัดเส้นใหญ่ที่ใช้เส้นใหญ่ 1 กิโล…ลอกเส้นใหญ่ไม่ให้จับตัวกันเป็นปึก…และเคล้าซีอิ๊วดำเล็กน้อยพอให้มีสีน้ำตาลนิดๆ จากนั้นตั้งกระทะให้ร้อนจัดมากๆ ใส่น้ำมันพืชลงไป (ร้อนจนเมื่อใส่น้ำมันลงไปแล้วควันขึ้นจะดีมาก)…นำเส้นใหญ่ลงไปผัด…ใช้ตะหลิวสองอันเกลี่ยเส้นในกระทะจนทั่วกันดี…จะเห็นเส้นเดือดปุดๆ…เมื่อระอุทั่วดีแล้ว…ปิดไฟ ตักใส่อ่างผสม
4. ทำน้ำราดหน้า…ให้ทำตามขั้นตอนที่บอกไว้โดยละเอียดด้านล่างนี้นะครับ^^
5. จัดเส้นใหญ่ผัดใส่จาน วางคะน้า ราดด้วยน้ำราดหน้าโรยพริกไทยป่น เสิร์ฟร้อนๆกับเครื่องปรุงรส


วิธีทำน้ำราดหน้า 
1. เตรียมต้มน้ำ 1.5 ลิตรไว้ก่อน จากนั้นตั้งกระทะใส่น้ำมันพืช…เมื่อร้อนดีแล้วใส่กระเทียมลงไปไม่ต้องรอให้เหลืองตามด้วยเต้าเจี้ยวและเนื้อหมู ค่อยๆผัด ไม่ต้องลดไฟใช้ปานกลางค่อนไฟแรง…หากข้างกระทะมีสีน้ำตาลอ่อน ให้ใส่น้ำที่ต้มไว้ลงไปทีละ ¼ ถ้วย …ราดข้างๆกระทะ (เพื่อที่กระทะจะไม่ไหม้) ผัดจนหมูสุกประมาณ 30%
2. ใส่น้ำร้อนที่เหลือลงไปทั้งหมด ใส่เห็ดที่ลวกแล้วตามลงไป…เติมเครื่องปรุงรส
3. เมื่อเดือดให้ค่อยๆใส่แป้งมันที่ละลายไว้แล้วลงไป…คนแรงและเร็วเพื่อให้แป้งกระจายตัว ไม่เกาะกันเป็นก้อน (อย่าลืมคนแป้งมันที่ผสมไว้ในถ้วยให้ละลายดีก่อนเทลงกระทะนะคะ)
4. รอให้เดือดอีกครั้งใช้มือที่ไม่ถนัดยกชามไข่ที่ตีไว้ให้สูงเหนือกระทะ…เทลงไปเป็นสายเล็กๆ…ใช้มือที่ถนัดจับตะหลิวคนในกระทะเป็นวงกลมเร็วๆทำจนไข่หมด…คนให้ข้นเหนียว…รอให้เดือดอีกครั้งปิดไฟ…ยกลงพร้อมเสิร์ฟ (หากใช้น้ำธรรมดาที่ไม่ใช่น้ำเดือดหรือน้ำร้อน…จะทำให้ต้องใช้เวลานานกว่าน้ำในกระทะจะเดือดอีกครั้งซึ่งจะทำให้หมูที่เราผัดไว้แล้วโดนเคี่ยวนานอาจจะกระด้างได้นะ)


ราดหน้าหมูหมัก สูตรที่ 2
อีกสูตรราดหน้าหมูหมัก สูตรนี้ทำง่ายรสชาติอร่อยถูกปากแน่นอน มีสูตรและวิธีทำดังนี้

ส่วนผสม (สำหรับ 2 คน)
  1. ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ 300 กรัม
  2. น้ำมันหอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
  3. คะน้าต้นกลางหั่นชิ้นพอคำผัดน้ำมัน 250 กรัม
  4. พริกไทยขาวป่น 1/2 ช้อนชา
  5. เครื่องปรุงรสมี น้ำส้มพริกดอง(พริกชี้ฟ้าหั่นแว่นดองน้ำส้มสายชู) พริกป่น น้ำปลา และน้ำตาลทราย
ส่วนผสมหมูหมัก
  1. เนื้อหมูส่วนสันนอกหั่นชิ้นบาง 200 กรัม
  2. แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
  3. ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
  4. ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมันงา 1/2 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  8. พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา
  9. ไข่ขาวไข่ไก่ 2 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำ 1/4 ถ้วย
ส่วนผสมน้ำราดหน้า
  1. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  2. กระเทียมไทยสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  3. เต้าเจี้ยวบด 1 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำซุปหมู 21/2 ถ้วย
  5. หมูหมัก 200 กรัม
  6. ซอสปรุงรส น้ำมันหอย อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  8. แป้งมัน แป้งเท้ายายม่อม อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำราดหน้าหมูหมัก
  1. ทำหมูหมักโดยเคล้าเนื้อหมูกับเครื่องปรุงทั้งหมดนวดให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อ หมักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานานข้ามคืน
  2. ตั้งกระทะบนไฟแรงจนร้อนจัด ใส่น้ำมันปริมาณเล็กน้อย กลอกให้ทั่วกระทะ แล้วตักออก ใส่เส้นก๋วยเตี๋ยวลงคั่วให้ทั่ว ใส่น้ำมันหอย ผัดคั่วจนเส้นมีสีน้ำตาล และเกรียมเล็กน้อย…ปิดไฟ ตักใส่อ่างผสม
  3. ทำน้ำราดหน้าโดยตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำมันและกระเทียมลงเจียวพอเหลือง ใส่เต้าเจี้ยว ผัดพอหอม ใส่น้ำซุปหมู เคี่ยวให้เดือด ใส่หมูหมัก…คนพอสุก…ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส น้ำมันหอย น้ำตาล คนให้ทั่วและเดือด ชิมรสละลายแป้งมันและแป้งเท้ายายม่อมกับน้ำเล็กน้อย…ค่อยๆเทใส่ลงในน้ำราดหน้าให้เป็นสาย…คนให้ข้นเหนียว…ปิดไฟ
  4. จัดเส้นใหญ่ผัดใส่จาน วางคะน้า ราดด้วยน้ำราดหน้าโรยพริกไทยป่น เสิร์ฟร้อนๆกับเครื่องปรุงรส

เคล็ดลับวิธีทำราดหน้าหมูหมักให้อร่อย

1. การหมักหมูแต่ละแบบขึ้นอยู่กับประเภทของอาหารที่ต้องการปรุง และเนื้อส่วนที่ใช้ และอาจจะมีกลิ่นหรือรสของสิ่งที่ใช้หมักอยู่จางๆ ดังนี้
  • หมักด้วยไข่และนมจะให้ผลคล้ายๆกัน คือ เนื้อหมูจะนุ่มและดูชุ่มชื้น เหมาะกับหมักเนื้อในส่วนที่ไม่มีไขมัน หรือ มีมันน้อย เช่น เนื้อสัน
  • หมักด้วยสับปะรดและเบียร์จะให้ผลคล้ายกัน คือ เนื้อจะนุ่มแบบอ่อนนุ่มแต่เนื้อที่ได้จะแห้งกว่าหมักด้วยไข่หรือนม เหมาะจะหมักกับเนื้อส่วนที่มีเส้นใยมากๆ (ส่วนที่จะเนื้อแน่นและแข็ง) แต่พอจะมีมันปนอยู่บ้าง เช่น เนื้อสะโพก 
  • สำหรับการหมักหมูนุ่มอร่อยทำราดหน้า นิยมใช้หมักด้วยไข่ หรือ ไข่ผสมแป้ง เพราะเวลาที่นำไปทำน้ำราดหน้าจะมีความข้นของน้ำโดยไม่ต้องเติมแป้งมากนัก 
2. ราดหน้าอร่อยๆบางสูตรที่ทำขาย เขาจะใช้น้ำซุปต้มกระดูกหมู เพราะถ้าน้ำซุปอร่อยก็ทำให้ราดหน้าออกมาอร่อยด้วย

3. เส้นราดหน้าก็มีเสน่ห์อยู่ในตัว…ผัดเส้นใช้ไฟแรงๆ กระทะเหล็กหนาๆ …ใส่น้ำมันปาล์มแค่ฉาบผิวกระทะ…เอาเส้นใหญ่ที่คลี่ออกแล้วลงผัด…ไม่ต้องใส่ซีอิ๊วดำ ให้หอมแค่กลิ่นเส้นที่ผัดด้วยไฟแรง (กลิ่นไหม้ของเส้นใหญ่)

4. แป้ง...ใช้ได้ทั้งนั้น แป้งมัน, แป้งข้าวโพด, แป้งท้าวฯ แป้งสองอย่างผสมกัน ลองทำดู มันจะมีข้อแตกต่างกัน

5. อีกอย่างที่น่าจะมีคือ พริกชี้ฟ้าดอง (ไม่ใช่พริกชี้ฟ้าแช่น้ำส้ม) ซอยพริกชี้ฟ้าเขียวเป็นแว่นๆ เคล้ากับเกลือป่น หมักทิ้งไว้1คืน รุ่งเช้าเทน้ำส้มสายชูใส่ (นี่ถึงจะเรียกพริกดอง)

6. ผักต้องลวกให้กรอบอร่อยและยังคงสีเขียวสดของผัก…ด้วยการช๊อคผัก…เราสามารถใช้ผักต่างๆได้ตามชอบในราดหน้า…แต่ควรแยกลวกผักทีละชนิด (เพราะผักจะสุกไม่พร้อมกัน)…หากใช้ กระหล่ำดอก และข้าวโพดอ่อน ให้ลวกทีหลังนะคะ เพราะหากลวกก่อนจะมีเศษเล็กๆไปเปื้อนผักอื่นๆได้ ทำให้ไม่สวย และผักที่ลวกแล้วสามารถจัดใส่จานเพื่อรอรับประทานได้เลย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.zabwer.com/2015/12/noodles-pork-in-thick-gravy.html



Create Date : 26 ธันวาคม 2559
Last Update : 26 ธันวาคม 2559 17:46:15 น.
Counter : 288 Pageviews.

0 comment
3 สูตรหมูหวานเลิศรส ทานกับอะไรก็อร่อย


หมูหวาน (Moo Wan or Sweet Pork) อีกสูตรอาหารไทยที่ทำง่ายและอร่อย มีรสหวานกลมกล่อมตัดเค็มนิดๆ บวกกับความนุ่มอร่อยของเนื้อหมู ไม่ว่าเราจะทานกับข้าวสวย หรือข้าวต้มร้อนๆก็อร่อยจนไม่อยากวางมือเลย รับประทานแล้วก็อยากรับประทานอีก นอกจากนี้ หมูหวานสามารถรับประทานกับสาระพัดน้ำพริกก็อร่อยเข้ากันดี ทานกับแกงส้ม หรือกับสาระพัดอาหารได้แทบทั้งสิ้น ยิ่งถ้าเป็นเมนูข้าวคลุกกะปิยิ่งไม่ต้องพูดถึง ถ้าทำข้าวคลุกกะปิแล้วไม่มีหมูหวานนี่คงหาความอร่อยครบรสได้ยาก

สำหรับหมูหวานแต่ละสูตรก็มีวิธีทำแตกต่างกันไป แล้วแต่ใครเห็นว่าสูตรไหนอร่อย สำหรับหมูหวานทั้ง 3 สูตรที่เรา zabwer.com นำมาฝากนี้ เป็นสูตรหมูหวานที่รับรองว่าอร่อยนุ่ม แต่มีขั้นตอนวิธีทำที่แตกต่างกัน จึงอยากนำมาฝากเผื่อใครที่กำลังสนใจหาสูตรหมูหวานอร่อยๆทำทานเองที่บ้าน ก็ตามไปดูกันเลย


หมูหวานสูตรที่ 1

หมูหวานสูตรนี้ เป็นการนำกระเทียมมาผัดพอหอม ตามด้วยหมูสามชั้นผัดพอสุก นำมาปรุงรสนู่นนี่นั่น แล้วก็เคี่ยวไปเรื่อยๆจนเนื้อนุ่ม จากนั้นถึงนำมาผัดกับน้ำตาลปี๊บจนเครื่องปรุงเข้าเนื้อ มีรสหวานกลมกล่อมตัดเค็มนิดๆ นุ่มอร่อย แต่ถ้าใครที่ ไม่ชอบทานเนื้อติดมันก็สามารถใช้เนื้อส่วนสันคอหมูแทนก็ได้ ให้ความอร่อยนุ่มเช่นกัน (ใครกลัวอ้วนยิ้มออกแล้วละซิ^_^)

ส่วนผสมหมูหวาน (สำหรับ 4 ที่)
หมูสามชั้น 400 กรัม
หอมแดงปอกเปลือก 12 หัว
น้ำมันถั่วเหลือง 4 ช้อนโต๊ะ
ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊ป 200 กรัม
ซีอิ๊วดำ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 1 ถ้วย

วิธีทำ
1. เตรียมวัตถุดิบต่างๆไว้ให้พร้อม ดังนี้
  • ล้างเนื้อหมู และหั่นหมูสามชั้นตามขวางเป็นชิ้นเล็กประมาณหนา 1 เซนติเมตร ยาว 1 นิ้ว 
  • ปอกหอมแดง นำไปล้างให้สะอาดและซอยเป็นแว่นบางๆ 
2. ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง เติมน้ำมันพืชสักเล็กน้อยลงไป ใส่หอมแดงลงไปเจียวให้หอม
3. แล้วจึงใส่หมูสามชั้นตามลงไปผัดให้เข้ากันเกือบสุก
4. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสถั่วเหลือง ถ้าอยากให้หมูหวานมีสีเข้มขึ้นให้ใส่ซีอิ๊วดำลงไป ผัดทั้งหมดให้เข้ากัน
5. เติมน้ำเปล่าลงไป ผัดให้เข้ากัน ปิดฝาเคี่ยวประมาณ 10 นาที…ให้น้ำซอสงวด (คือเมื่อน้ำเริ่มแห้ง)
6. จึงค่อยเติมน้ำตาลปี๊ปลงไป ผัดให้เข้ากัน จนกระทั่งน้ำตาลปี๊ปละลายหมด ปิดไฟ
7. ตักหมูหวานใส่จาน…พร้อมเสิร์ฟ…จะทานกับข้าวสวย หรือข้าวต้มร้อนๆ ก็อร่อยทั้งนั้น

## หมูหวานควรใส่น้ำตาลปี๊บในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อไม่ทำให้หมูสามชั้นรัดตัวแข็งกระด้างเวลาทาน ##

ขอขอบคุณรูปภาพและสูตรจาก:https://www.facebook.com/media/set/?set=a.182871331839223.36875.122876307838726&type=3)

หมูหวานสูตรที่ 2

ขั้นตอนวิธีทำหมูหวานสูตรนี้จะคล้ายกับสูตรที่ 1 แต่จะต่างกันที่ส่วนผสม รับรองสูตรนี้อร่อยไม่ผิดหวัง ยิ่งถ้านำไปทำเป็นเครื่องเคียงข้าวคลุกกะปิยิ่งอร่อยกลมกล่อมเข้ากันดีนัก เป็นสูตรจากเปิดตำราทำอาหารกับแม่อบเชย By Pakavadee Siriprasert ลองนำสูตรไปทำดูนะครับ…เป็นอีกสูตรที่อยากแนะนำ

ส่วนผสม (สำหรับ 6-7 ที่)
สันคอหมู 700 กรัม
น้ำตาลมะพร้าว 3/4 ถ้วย
หอมแดงซอย 3/4 ถ้วย
เกลือ 3 ช้อนชา
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
รากผักชีกระเทียมพริกไทยตำละเอียด (1: 1: ¼) 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. เตรียมวัตถุดิบต่างๆไว้ให้พร้อม ดังนี้
  • ล้างเนื้อหมู และหั่นหั่นสันคอหมูตามขวางเป็นชิ้นเล็กหนาประมาณ 1 เซนติเมตร ยาว 2 เซนติเมตร
  • ปอกหอมแดง นำไปล้างให้สะอาดและซอยเป็นแว่นบางๆ
2. ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง เติมน้ำมันพืชสักเล็กน้อยลงไป ใส่หอมแดงลงไปเจียวให้หอมจนสุกใส
3. จากนั้นจึงใส่รากผักชีกระเทียมพริกไทยตำละเอียด และหมู…ลงไปผัดให้เข้ากัน
4. แล้วเติมน้ำเปล่าลงไปพอท่วมหมู…แล้วต้มหมูไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเปื่อยนุ่ม
5. ใส่น้ำตาลมะพร้าวเคี่ยวจนน้ำตาลละลาย ปรุงรสด้วยเกลือ เคื่ยวไฟกลางไปเรื่อยๆ…จนน้ำตาลเข้าเนื้อหมู
6. ตักหมูหวานใส่จาน…พร้อมเสิร์ฟ

## หมูหวานควรใส่น้ำตาลปี๊บในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อไม่ทำให้หมูสามชั้นรัดตัวแข็งกระด้างเวลาทาน ##

ขอขอบคุณรูปภาพและสูตรจาก: http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=pookhakae&month=04-2013&date=01&group=11&gblog=98

หมูหวานสูตรที่ 3

วิธีทำหมูหวานสูตรนี้แตกต่างจากสูตรที่ 1 และ 2 เริ่มจากต้องเคี่ยวน้ำตาลปี๊บให้ละลายและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงเข้ม…จากนั้นจึงใส่หมูที่เราหั่นเตรียมไว้ลงไปผัดให้เข้ากัน ใส่น้ำเปล่าลงไปพอท่วมหมู แล้วจึงปรุงรสนู่นนี่นั่น ลดไฟลงใช้ไฟอ่อนๆ ปิดฝา เคี่ยวไปเรื่อยๆและหมั่นคนเป็นระยะๆ ประมาณ 20-30 นาที…เคี่ยวไปจนกระทั่งหมูหวานเป็นประกาย เงาใสสวย สีเข้มสวยงาม...(บางคนอาจจะนึกสงสัย เคี่ยวน้ำตาลเป็นคาราเมลแล้วใส่หมูลงไปผัดอย่างนั้นหมูจะไม่แข็งกระด้างเหรอ คำตอบคือไม่แข็งกระด้าง…เพราะเราใช้หมูสามชั้นหรือเนื้อหมูติดมันครับ) หมูหวานที่ได้จากสูตรนี้จะอร่อยนุ่ม ไม่เปื่อยยุ่ย รสชาติก็เข้มข้นหวานกลมกล่อม เค็มตามมาห่างๆกำลังพอดี อีกทั้งกลิ่นหอมของน้ำตาลเคี่ยวทำให้หมูหวานจานนี้น่ารับประทานยิ่งนัก เป็นสูตรจากคุณปูขาเก เซมารู ว่าแล้วก็ไปดูวิธีการทำหมูหวานกันเลยครับ

ส่วนผสมหมูหวาน (สำหรับ 8 ที่)
หมูสามชั้น 850 กรัม
หอมแดงซอย ½ ถ้วยตวง
กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 300 กรัม
ซีอิ๊วขาว 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
เกลือป่น เล็กน้อย
ซีอิ๊วดำ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืชสำหรับผัด 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำหมูหวาน
1. เตรียมวัตถุดิบต่างๆไว้ให้พร้อม ดังนี้
  • ล้างเนื้อหมู และหั่นหมูสามชั้นตามขวางเป็นชิ้นเล็กประมาณหนา 1 เซนติเมตร ยาว 1 นิ้ว
  • ปอกหอมแดง นำไปล้างให้สะอาดและซอยเป็นแว่นบางๆ
  • กระเทียมนำไปล้างและสับหยาบ
2. ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลางและใส่น้ำมันพืช ตามด้วยหอมแดงกับกระเทียมลงไปเจียวให้หอม ใส่น้ำตาลปี๊บลงไป เคี่ยวไปเรื่อยๆ…จนน้ำตาลปี๊บละลายและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงเข้มมีกลิ่นหอม (ระวังอย่าปล่อยให้ไหม้ เดี๋ยวจะขม)เคี่ยวน้ำตาลปี๊บให้ละลายและเคี่ยวต่ออีกสักนิดจนกระทั่งน้ำตาลปี๊บกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม
3. ตามด้วยใส่เนื้อหมูสามชั้นลงไปผัดให้เข้ากัน จึงค่อยเติมน้ำเปล่าลงไปใส่แค่พอท่วมหมูเท่านั้น ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว และเกลือป่น(ชิมรสดูตามชอบ) ถ้าอยากให้สีของหมูหวานเข้มขึ้น ให้ใส่ซีอิ๊วดำลงไปด้วย
4. จากนั้นจึงลดไฟลง…ใช้ไฟอ่อนๆ ให้กระทะหมูหวานเดือดแค่ปุดๆ แล้วจึงเคี่ยวหมูไปเรื่อยๆและหมั่นคนหมูเป็นระยะๆ (เคี่ยวประมาณ 40-50 นาที) เพื่อให้หมูสุกทั่วถึงไม่ไหม้และน้ำตาลเข้าเนื้อหมู…เคี่ยวไปจนกระทั่งหมูหวานเป็นประกาย สีเข้ม เงาใสสวย และน้ำแห้งลงโดยน้ำที่เหลือจะมีลักษณะเป็นยางมะตูม…ก็เสร็จเรียบร้อย…ปิดไฟพักไว้…
5. ตักหมูหวานใส่จาน…พร้อมเสิร์ฟ…จะทานกับข้าวสวย หรือข้าวต้มร้อนๆ ก็อร่อยทั้งนั้น

แนะนำเพิ่มเติม
  • หมูสามชั้นเป็นเนื้อหมูที่นิยมนำมาทำหมูหวาน แต่ถ้าท่านที่ไม่ชอบทานหมูติดมัน…ใช้เป็นสันคอหมูหรือสะโพกหมูแทนก็ได้ ทำมาแล้วเนื้อหมูไม่แข็งกระด้างครับ เพียงแต่อาจให้ความนุ่มๆหนึบๆน้อยกว่าที่ใช้หมูสามชั้น
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.zabwer.com/2015/05/3-moo-wan-or-sweet-pork.html



Create Date : 26 ธันวาคม 2559
Last Update : 26 ธันวาคม 2559 17:34:56 น.
Counter : 322 Pageviews.

0 comment
สมาชิกในกลุ่ม


นางสาวรัชนีวรรณ หงส์ศิริ เลขที่ 9
นางสาวศิริรัตน์ โทคำเวช เลขที่ 10
นางสาวปิยวรรณ มาวัน    เลขที่ 16



Create Date : 26 ธันวาคม 2559
Last Update : 26 ธันวาคม 2559 17:27:51 น.
Counter : 458 Pageviews.

1 comment
สูตรข้าวผัดหมู และวิธีผัดข้าวให้อร่อย


สูตรอาหารไทย ข้าวผัดหมู เมนูอาหารนี้อาจฟังดูเป็นอาหารพื้นๆ แต่คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การจะหาข้าวผัดหมูอร่อยๆถูกใจนั้นก็ไม่ง่ายเช่นกัน ปกติแล้วมักจะเจอแบบพอกินได้เท่านั้น ทั้งที่วิธีทำข้าวผัดหมูนั้นสามารถทำได้ง่ายไม่ยุ่งยากเลย แต่ทำไมความอร่อยและน่าทานจึงแตกต่างกัน วันนี้ครัว zabwer.com มีวิธีการทำข้าวผัดให้อร่อยมาฝาก...เคล็ดลับของข้าวผัดหมูนั้นอยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ของผู้ปรุง ว่าจะเพิ่มเสริมรสอย่างไรให้ถูกใจผู้บริโภค และที่สำคัญข้าวผัดจะต้องแห้งหมาด รสชาติเข้มข้น สีสันสวยงาม และสิ่งหนึ่งที่ชวนให้รับประทานนั้น ได้มาจากผักและเครื่องปรุงที่เสริมลงไป นอกจากแปลกใหม่ไม่เหมือนใครแล้วยังให้รสชาติเลิศถูกอดถูกใจได้ไม่ยากอีกด้วย

เครื่องปรุง
  1. ข้าวสวย (ไม่แฉะ) ¾ ถ้วยตวง
  2. หมูสับ 50 กรัม
  3. หมูแฮมหั่นเป็นเส้นฝอย 1 แผ่น
  4. หมูยอหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ
  5. กระเทียมสับ 8 กลีบ
  6. แครอทหั่นเป็นเส้นฝอย 3 ช้อนโต๊ะ
  7. มะเขือเทศผ่าตามยาว 1 ลูก
  8. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  9. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  10. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  11. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  12. ซอสปรุงรสถั่วเหลือง 1 ช้อนชา
  13. มะนาว 1 ซีก
  14. แตงกวา ต้นหอม ผักชี พริกไทยป่น
(ถ้าบางอย่างไม่มีไม่เป็นไรครับ ใส่อย่างอื่นแทนได้ หรือถ้ามีแค่ข้าวกะไข่ ก็พอกล้อมแกล้มได้เหมือนกัน)

วิธีทำ
1. เริ่มต้นด้วยการตั้งกระทะ ใส่น้ำมันลงไปพอเริ่มร้อนใส่กระเทียมสับลงไปเจียวให้เหลือง
2. จากนั้นจึงใส่หมูสับลงไปผัดพอสุกตามด้วยหมูแฮมและหมูยอลงไปผัด
3. เสร็จแล้วใส่ข้าวสวยลงผัดให้ส่วนผสมเข้ากันจึงใส่แครอทและมะเขือเทศลงไปผัด ปรุงด้วยซอสปรุงรส และซีอิ๊วขาวผัดให้เครื่องปรุงเข้ากัน จากนั้นใช้ตะหลิวดันข้าวผัดขึ้นไปอยู่ข้างๆกระทะ เว้นที่ก้นกระทะไว้ตอกไข่ใส่ลงไป ใช้ตะหลิวตีไข่ให้แตก จากนั้นตักข้าวที่อยู่ข้างกระทะกลบทับไข่ไว้ รอจนไข่สุกแล้วจึงช้อนกลับให้ไข่อยู่ด้านบน ใส่น้ำมันหอยลงไปผัดให้ส่วนผสมเข้ากันอีกครั้ง ปิดไฟ
4. ตักใส่จาน จัดเรียงแตงกวาและมะนาวไว้ข้างๆจานเสิร์ฟได้ทันที

เคล็ดลับวิธีทำข้าวผัดให้อร่อย
  • สิ่งสำคัญ ข้าวสวยที่ใช้ผัดต้องไม่แฉะ นอกจากนี้ เมื่อข้าวสุกใหม่ร้อนๆ ควรเกลี่ยใส่ถาด ให้ข้าวเย็นก่อนจึงนำมาผัด ข้าวจะไม่เกาะตัวเป็นก้อน 
  • น้ำมันไม่ควรใส่มากเกินไป เพราะจะทำให้แฉะและเลี่ยน ไม่น่ากิน 
  • ต้องใช้ไฟกลางในการเจียวกระเทียมจนเหลือง ใส่เครื่องปรุงที่เป็นเนื้อสัตว์ผัดจนสุกก่อน จึงใส่ข้าวผัดให้ทั่ว ถ้าข้าวผัดชนิดใดมีส่วนผสมของไข่ต้องใส่ไข่ทีหลังข้าวพอผัดข้าวจนทั่วเกลี่ยข้าวไว้อีกด้าน หนึ่งต่อยไข่ใส่กลบข้าวบนไข่พอสุกจึงค่อยผัดไข่ ในขั้นตอนนี้ต้องผัดเร็วๆ ไข่จะเกาะเม็ดข้าวดี และไม่แฉะ เช่น ข้าวผัดปู ข้าวผัดทะเล ข้าวผัดกุ้ง ข้าวผัดหมู ในกรณีที่เป็นข้าวผัดที่นำน้ำพริกมาประยุกต์ คลุกน้ำพริกกับข้าวให้ทั่วก่อน จึงค่อยผัดทีหลังจะทำให้ส่วนผสมเข้ากันได้ดี 
  • “กระทะ” เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการทำข้าวผัดเลยทีเดียว กระทะเหล็กรับความร้อนได้เร็วและดี แต่ข้าวจะติดกระทะ ต้องผัดเร็วๆเหมาะสำหรับแม่ครัวที่ชำนาญในการผัดขัาว เพราะข้าวผัดที่ได้จะมีกลิ่นหอม ถ้าเป็นแม่ครัวมือใหม่ต้องใช้กระทะเทฟล่อน แต่กลิ่นหอมจะสู้ข้าวที่ผัดจากกระทะอะลูมิเนียม กระทะเหล็ก หรือกระทะเหล็กเคลือบไม่ได้ “ตะหลิว” ก็เช่นกันต้องเลือกด้ามที่ติดแน่น ทนความร้อน
  • พวกผักต่างๆนั้น ควรหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าหรือชิ้นเล็กๆ จะช่วยทำให้ข้าวผัดอร่อยกว่าใส่ชิ้นใหญ่ เช่น หอมใหญ่ คะน้า แครอท มะเขือเทศ ต้มหอม หั่นชิ้นเล็ก

เรียบเรียงข้อมูลโดย: zabwer.com
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.zabwer.com/2013/08/fried-rice-with-pork.html



Create Date : 26 ธันวาคม 2559
Last Update : 26 ธันวาคม 2559 17:19:42 น.
Counter : 73 Pageviews.

0 comment

สมาชิกหมายเลข 3605390
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]