เพื่อน
ว่ากันว่าช่วงเวลาของเพื่อนแท้ คือ สมัยเรียนประถม กับ มัธยม ถามว่าจริงไหม อันที่จริงมันเป็นความจริงเพียงบางส่วนเท่านั้น ถ้าเพื่อนแท้เกิดได้เฉพาะตอนเรียนประถม กับมัธยม แล้วเพื่อนตอนนี้ล่ะ คือ เพื่อนชนิดไหน

อันที่จริง มนุษย์เราพบกับคนที่สามารถเป็นเพื่อนกันได้ตลอดเวลา ตลอดช่วงอายุ แต่มันขึ้นอยู่กับตัวของบุคคลนั้น มีทัศนคติ ยินที่ที่จะพัฒนา และฝ่ายตรงข้ามยินดีที่จะพัฒนาไหมเท่านั้น แต่มันก็ไม่ใช่ว่า ยินดีที่จะพัฒนา แต่ไม่จริงๆใจ แล้วจะเรียกว่าเพื่อน คนประเภทนี้เป็นได้แค่คนรู้จัก ยังดีไปด้วยซ้ำ เพราะไม่ได้ใช้ใจแลกใจ แต่เอาความเห็นแก่ตัวมาแลกใจ

เวลาที่มีผู้ใหญ่ หรือคนอื่น เตือนเรื่องการคบหาบุคคลอื่น อันที่จริงเรามักมองข้าม เพราะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่จริงๆมันเป็นสัญญาณที่ดีนะ เพราะ เท่ากับว่า เป็นเสียงที่ทำให้เราได้มีโอกาสทบทวน เรื่องต่างๆได้ดี สังเกตว่าเมื่อเวลาที่เราคบใครสักคนใหม่ๆ เราจะพบบางสิ่งที่ทำให้ตื่นเต้น และเราก็จะเหลิงไปตามสิ่งนั้น บางอย่างจะฉุดเราให้รู้สึกตัว ก็ต่อเมื่อ บางอย่างนั้นกระทบกระเทือนจิตใจเรา

เวลาที่เราปรับทุกข์ กับใครสักคน เราก็อาจจะพิสูจน์ได้ว่า คนนั้นเหมาะที่จะเป็นเพื่อน หรือจริงใจกับเราแค่ไหนได้ และการปรับทุกข์นั้น บางครั้งเราอาจโดนหลอกด่า หรือถูกเหน็บแนมมาก็เป็นได้ เพราะคนที่จ้องจะซ้ำเติมคนอื่น มีอยู่จริง

แต่กระนั้นเพื่อนก็เป็นสิ่งที่พิเศษอยู่เสมอ เพราะเพื่อนทำให้บุคคลไม่โดดเดี่ยว ตามธรรมชาติของมนุษย์แล้วเป็นสัตว์สังคม ดังนั้นมนุษย์จึงต้องมีเพื่อน หรือมีใครสักคนที่คอยเคียงข้าง เพราะจริงๆแล้วมนุษย์ต้องการตอบสนองของสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะสิ่งตอบสนองทางใจ

ส่วนจำนวนของเพื่อนนั้นไม่จำเป็นต้องมีมาก เพราะการมีมากไม่ได้หมายความว่า คุณไม่โดดเดี่ยว แต่เพื่อนที่แท้จริงแล้วไม่ได้สำคัญที่จำนวน แต่สำคัญที่คุณภาพทางจิตใจ เราคงไม่สามารถเรียกคนที่ห้อมล้อม คอยถามหาเรา แต่มีใจริษยา คอยแต่จะพูดให้คนเข้าใจผิดเรา ว่าเพื่อนได้หรอก เพราะคุณภาพใจมันด้อยค่า ไม่คู่ควร แต่คนที่แม้จะไม่ได้ถามหาเรา แต่เมื่อใจเราเกิดสะดุด แล้ววิ่งเข้ามาหาเรา เพื่ออยู่เคียงข้างนั้นละ คือ เพื่อน คนที่มีคุณภาพทางใจ และน่าทะนุถนอมรักษาไว้อย่างนานเท่านาน .



Create Date : 24 กรกฎาคม 2554
Last Update : 24 กรกฎาคม 2554 21:14:45 น.
Counter : 192 Pageviews.

1 comment
เวลา

เวลาเป็นสิ่งที่เดินเท่ากันทุกวัน แต่บางวันเรารู้สึกว่า มันเดินช้า และบางวันเดินเร็ว เราอาจไม่รู้วาคนอื่นใช้เวลาไปอย่างไรบ้าง แต่ที่สำคัญคือ เราต้องรู้ว่าเราใช้เวลาทำอะไรบ้าง


การใช้ชีวิตบางครั้งมันก็ไร้สาระ เราอาจนำเอาปรัชญาอันนั้นอันนี้ มาใช้บอกกับคนอื่น หรือบอกกับตัวเองได้ว่า อย่างนั้น อย่างนี้ แต่สิ่งนั้นมันก็ไร้สาระอยู่ดี ถ้ามันไม่ถูกนำมาใช้


มนุษย์ถ้าเปรียบเทียบดีๆก็เหมือนพวกคลั่งกฏ เราสร้างกฏกันตลอดเวลา แต่อยากฉีกกฏที่คนอื่นสร้าง เพราะเราอาจไม่ชอบที่จะมีคนอื่นมาควบคุม แต่เราชอบควบคุมคนอื่น เพราะเรามักรู้สึกว่าเวลาที่ได้อยู่เหนือคนอื่นมันช่างหอมหวาน แต่เราอาจลืมไปว่า ช่วงเวลานั้นมันไม่ได้คงอยู่ตลอดไป เพราะอย่างน้อยๆเราก็ตกอยู่ภายใต้ความคิดเรื่องกฏบ้าๆบอๆที่ตัวเองสร้าง


เวลาที่เราเจอเรื่องเลวร้าย บางครั้งเราเจ็บปวดมากจนอยากตัดรากถอนโคนต้นเรื่องไปเลยก็มี แต่มันจะมีประโยชน์อะไร ความจริงคือสิ่งที่ทุกคนต้องการ แต่ในความเป็นจริง หลายคนพอใจกับความลวงที่ฟังดูสนุกสนาน และมีอารมณ์ร่วม มากกว่า


แล้วอย่างนั้นความจริงจะสำคัญตอนไหน อาจเป็นตอนนี่มีใครสักคนนอนตาย เพื่อเป็นอุทาหรณ์ก็เป็นได้ กรณีแบบนี้มันไม่ได้เกิดเพียงหนึ่ง หรือ สองครั้ง แต่มันเกิดมาหลายครั้ง ผลที่ได้คือ หลายก็จะทำเป็นเรื่องตลกไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สุดท้ายมันก็จะกลายเป็นเรื่องไร้สาระไปอีก


บางครั้งการที่เราทำผิดพลาดจนส่งผลให้คนอื่นเสียหายไป แทนที่จะขอโทษแต่กลับทำให้เรื่องนั้นกลายเป็นเรื่อตลก หรือพยายามอธิบายเหตุผลของตัวเองอันดับแรกนั้น  มันก็ใช้ไม่ได้กับทุกคน โดยเฉพาะกับคนที่ถูกกระทำ


ต่อให้มองข้าม แต่ในใจก็รู้สึกกันทุกคนนั่นแหละ ถ้าจะมีใครสักคนพูดว่า ฉันโดนตบหน้าแต่ฉันเข้าใจว่าอีกฝ่ายรักเพื่อน และไม่ได้รู้สึกอะไร สิ่งหนึ่งที่ติดอยู่บนหน้าผากคนพูดอย่างชัดเจน คือ "ดิฉันกำลังตอแหละอยู่ค่ะ " ให้ตายเหอะ หยุดสร้างภาพ แล้วยอมรับความจริงกันเหอะ อีโก้สูง มันไม่ได้หมายความว่า สำนึกบกพร่องนะคะ 






Free TextEditor



Create Date : 24 กรกฎาคม 2554
Last Update : 24 กรกฎาคม 2554 21:12:24 น.
Counter : 131 Pageviews.

4 comment

ผู้หญิงที่ยิ้มได้กลางสายฝน
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com
Enjoy with me Enjoy with your word ^^