โยงศิลปะเข้ากับคณิตศาสตร์
แนวทางหนึ่งในการเรียนแบบบูรณาการ

หากคุณมีภาพความทรงจำที่แสนจะโหดร้ายในห้องเรียนซึ่งมีเพียงกระดานดำกับคุณครูดุๆ ลบอดีตนั้นทิ้งไปเสีย ผู้จัดการวิทยาศาสตร์จะพาคุณไป “ร้อยลูกปัด” การเรียนรูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงโลกของคณิตศาสตร์ซึ่งไม่ได้มีเพียงตัวเลขเข้ากับศิลปะและชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

“การร้อยลูกปัด” เป็นแนวทางหนึ่งในการเรียนแบบบูรณาการที่ทำให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาได้เข้าเนื้อหาคณิตศาสตร์เรื่อง “แบบรูป” อย่างเป็นรูปธรรม โดยเป็นเนื้อหาหนึ่งของ “พีชคณิต” ซึ่งเกี่ยวกับ “จำนวน” และ “รูปทรงเรขาคณิตกับรูปทรงอื่นๆ” ที่ทางสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้พัฒนาตั้งแต่ พ.ศ.2544 และทางกระทรวงศึกษาธิการได้บรรจุลงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2546 ทั้งนี้หลักจากนักเรียนได้เรียนรู้แบบรูปมากพอที่จะจำแนกจำนวนและรูปทรงต่างๆ แล้ว ขั้นต่อไปคือลงมือปฏิบัติเพื่อแสดงสารพัดจินตนาการอันบรรเจิด โดยการร้อยลูกปัดให้มีรูปแบบคละขนาด รูปแบบ และสีตามความชอบ

นางนงลักษณ์ ศรีสุวรรณ ผู้ชำนาญสาขาคณิตศาสตร์ประถมศึกษา (สสวท.) ผู้บุกเบิกการสอนหลักสูตร “แบบรูป” จากการร้อยลูกปัดกล่าวว่าเป็นการเชื่อมโยงคณิตศาสตร์เข้ากับศิลปะ ทำให้นักเรียนได้เข้าใจคณิตศาสตร์อย่างสนุกสนานและยังได้ประสบการณ์ทางด้านวิชาชีพพื้นฐานด้วย ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการสอนคณิตศาสตร์หรือวิชาชีพพื้นฐานนั้นก็ต้องสอนเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว แต่ครูจะต้องรู้จักการเชื่อมโยงความรู้ทั้ง 2 ด้านเข้าหากัน ซึ่งอาจเป็นรูปแบบอื่นก็ได้ เช่น การเรียงกระดาษรูปร่างและสีต่างๆ ให้การเป็นธงประดับ หรือการถอผ้าก็เป็นอีกรูปแบบของการประยุกต์ศิลปะเข้ากับคณิตศาสตร์ได้

“วิธีการสอนดังกล่าวช่วยให้นักเรียนได้มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักออกแบบ วางแผนและได้ลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งนอกจากนักเรียนจะได้ความรู้คณิตศาสตร์แล้ว ยังได้รู้จักศิลปะและประยุกต์ใช้เข้ากับชีวิตจริงด้วย แต่ทั้งนี้การร้อยลูกปัดเป็นเพียงปลายทางของการเรียนรู้ซึ่งการออกแบบต่างหากที่เป็นต้นทาง แต่ทั้งนี้ครูต้องออกแบบการสอนให้เป็นและเชื่อมโยงความรู้ให้ได้ จะเป็นครูคณิตศาสตร์หรือครูการงานก็ได้แต่ต้องว่าบอกเด็กได้ว่าเชื่อมโยงอย่างไร การเรียนที่ผ่านมาไม่สำเร็จเพราะเราไม่ได้เชื่อมโยงกัน”

มาดูทางด้านนักเรียนกันบ้าง ด.ช.ชัชวาลย์ ครองธรรมหรือน้องปราย นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนดาราคาม เป็นเด็กที่ชื่นชอบการเรียนคณิตศาสตร์ เพราะทำให้ได้รับความรู้ใหม่ๆ หลายอย่าง และยังได้ฝึกคิด สังเกต ตีความโจทย์ปัญหา รวมถึงได้ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ใช้บวก-ลบเงินทอนในการซื้อของจากพ่อค้า-แม่ค้าได้ เป็นต้น

น้องปรายเพิ่มเติมว่าชอบการเรียนคณิตศาสตร์ด้วยการร้อยลูกปัด ซึ่งสอนเรื่องการนับเลขว่าใส่ลูกปัดเท่าไหร่แล้ว และยังนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เช่น ทำโมบายตกแต่งห้อง หรือทำสร้อยคอ กำไลเป็นของขวัญวันเกิดให้เพื่อนได้

ที่มา ... http://www.aksorn.com



Create Date : 04 ตุลาคม 2551
Last Update : 4 ตุลาคม 2551 16:47:43 น.
Counter : 664 Pageviews.

2 comment
ทำไมของ 1 โหลต้องมี 12 ชิ้น?!?
ทีมงานคุ้ยประวัติกันจนตาปูดตาบวม และก็สรุปกันว่าจำนวน 12 ในหนึ่งโหลของไทยนั้นสัมพันธ์กับระบบนับจำนวนของต่างชาติ ซึ่งมีคำว่า dozen (โดซเซ่น) หมายถึง 12 เช่นเดียวกัน

ย้อนกลับไปหาที่มาคำว่า dozen ถือกำเนิดจากชาวสุเมเรียนในเมโสโปเตเมีย ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นชนชาติแรกที่สร้างสัญลักษณ์การนับตัวเลขในชีวิตประจำวันด้วยการเปล่งเสียงเรียก

ต่อมาในช่วง 3,100 ปี ก่อนคริสตกาล ชาวสุเมเรียนเขียนจำนวนตัวเลขเป็นรูปลิ่ม และสร้างระบบจำนวนขึ้นมา จากฐาน 60 ซึ่งง่ายต่อการหารด้วยจำนวนต่างๆ แบ่งเป็นแฟ็กเตอร์ (ส่วนที่คูณกันขึ้นเป็นจำนวน) ได้แก่ 2, 3, 4, 5, 6, 10, 12, 15, 20, และ 30

คำว่า dozen มีความหมายมาจาก "5 ส่วนของ 60" (12 คูณ 5 เท่ากับ 60) ภาษาละตินหมายถึง 12 ขณะที่ชาวโรมันถือว่าเลข 12 เป็นเลขศักดิ์สิทธิ์ จึงนำมาสร้างระบบการนับปี แบ่งให้มี 12 เดือน ส่วนพ่อค้าแม่ขายในในสมัยโบราณก็นิยมใช้ 12 ขายของ เพราะสะดวกและแยกส่วนได้ง่ายกว่าเลข 10 และใช้เรื่อยมาจนทุกวันนี้

นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าว่า ในช่วงยุคกลางของอังกฤษ พ่อค้าขนมปังจะต้องถูกลงโทษหนัก หากตัดขายขนมปังในน้ำหนักที่ต่ำกว่าความเป็นจริง ขณะที่พ่อค้าขนมปังในยุคนั้นก็ไม่ได้มีความรู้นับจำนวนอะไร กลัวจะพลาดระหว่าง 11 ก้อนกับ 12 ก้อน จึงหันไปใช้วิธีกันเหนียว คือตัดขนมปัง 13 ก้อนเวลาที่จะขายขนมปังหนึ่งโหล กรณีนี้หนึ่งโหลเลยมี 13 ชิ้น ซึ่งไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก

ส่วนนักจิตวิทยาบางคนเคยทดสอบความแตกต่างระหว่างคนที่ชอบเลข 12 มากกว่าเลข 10 ว่าเป็นคนที่ยืดหยุ่นและอ่อนโยนกว่า อันนี้ก็ฟังไว้เล่นๆ ได้

ข้อมูลจากเว็บไซต์วิกิพีเดีย ระบุว่า โหลมาจากภาษาอังกฤษว่า Dozen รากศัพท์ภาษาละตินว่า duodecim เชื่อว่าเป็นการนับเลขรวมกลุ่มแบบแรกๆ เพราะตัวเลข 12 มาจากฐานการนับรอบดวงจันทร์โคจรรอบดวงอาทิตย์ รู้จักว่าเป็นระบบจำนวนฐานสิบสอง หรือทวาทิศนิยม (duodecimal system) 12 โหลเรียกว่า 1 กุรุส (a gross) การนับโหลสะดวกสบาย เพราะตัวคูณและพหุคูณคิดได้ง่าย เช่น 12 เท่ากับ 3 X 2 X 2 หรือ 360 เท่ากับ 20 X 3 (ตอบเมื่อ 23 ม.ค. 2545)

ที่มา : คอลัมน์รู้ไปโม้ด โดยน้าชาติ ประชาชื่น




Create Date : 30 กันยายน 2551
Last Update : 30 กันยายน 2551 11:10:39 น.
Counter : 132 Pageviews.

1 comment

Between น้องหมู
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



นักศึกษาแพทย์วชิระ รุ่นที่ 19
BM - Bangkok Metropolis
Medical College

Curing illness with the best service
...
Counter
Counter