ยิ้มไว้...ไม่ว่าอะไรก็ขอให้...ยิ้มไว้....
Group Blog
 
All Blogs
 

My Fair Lady ... บุษบาริมทาง

The difference between a lady and a flower girl is not how she behaves but how she is treated.




นำแสดงโดย Audrey Hepburn / Rex Harrison

เป็นหนังเก่าที่เราซื้อมาเก็บไว้ตั้งนานมากแล้ว แต่เพิ่งจะมีโอกาสหยิบขึ้นมาดู...ไม่รู้ว่าอารมณ์ไหนเหมือนกัน คงเพราะละครช่อง 3 5 7 9 11 ช่างไม่มีอะไรน่าสนใจถึงปานนี้...

และแล้ว... My Fair Lady ก็ไม่ได้ทำให้เราผิดหวังจริงๆ แม้ว่าในช่วง 15 นาทีแรกของเรื่องก็ทำเราใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ว่าเสียเงินเปล่าแน่เรา ก็คงเพราะยังไม่ชินกับวิธีการถ่ายทำและบทของหนังสมัยก่อนเท่าไรนั่นเอง...

สมกับที่ My Daddy confirms ว่า หนังเรื่องนี้ดังมากนะในสมัยก่อน แล้วก็มีคุณพ่อที่น่ารักคนนี้แหละนั่งเป็นกำลังใจอยู่ เพราะลุ้นว่าคุณมามี้จะสั่งให้ปิดเมื่อไร...แต่พอดูผ่านไปเรื่อยๆ เรากลับรู้สึกอินไปกับตัวละครได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังรู้สึกเหมือนกับว่าเรากำลังนั่งดูละครเวที The Musical ของคุณบอย ถกลเกียรติ ยังไงยังงั้นเลย ทั้งฉาก ทั้งบท ทั้งเพลงที่แทรกเข้ามา จังหวะตัวประกอบทั้งหลายเนี่ย...ใกล้เคียงมาก...

เรื่องราวของ Eliza Dolittle เด็กสาวเร่ขายดอกไม้ ชนชั้นล่างของสังคมผู้ดีอังกฤษก็ว่าได้ เธอใช้ชีวิตและหาเลี้ยงตัวเองด้วยไม่สามารถพึ่งพาพ่อขี้เหล้าของเธอที่อยู่กับแม่เลี้ยงได้ ไม่ได้รับการศึกษา ไม่ได้ความอบอุ่นจากความรักหรือแม้แต่เตาผิง ในแต่ละวันไม่ได้มีความหวังมากไปกว่าขายดอกไม้ให้ได้เงินสักครึ่งถึงหนึ่งคราวน์ (หน่วยเงินตราของอังกฤษ 1 คราวน์ เท่ากับ 5 ชิลลิ่ง และ 20 ชิลลิ่ง เท่ากับ 1 ปอนด์) เพื่อหาเลี้ยงปากท้องของตน

คงเป็นโชคของเธอที่ในวันนั้นได้พบกับชายสองคนที่จะพลิกชีวิตเธอจากดินให้เป็นดาวที่เจิดจรัสดวงหนึ่งบนฟากฟ้า... ผู้พันพิกเกอร์ลิ่ง ชายสูงอายุท่าทางใจดีมีเมตตาแม้แต่กับเด็กสลัมขายดอกไม้เช่นเธอ และ Professor Henry Higgins ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาศาสตร์ หนุ่มใหญ่ที่แสนจะปากร้ายและดูถูกเธอราวกับเธอเป็นเพียงเศษขยะเน่าๆ จากสลัม เพียงเพราะสำเนียงภาษาอังกฤษที่เธอใช้นั้นแปร่งปร่า และบกพร่องด้านไวยากรณ์ ด้วยความยากจนและไร้การศึกษา

และเพราะความเย่อหยิ่งในความสามารถของตน ทำให้ศ.ฮิกกิ้นส์ พลั้งปากเดิมพันกับผู้พันใจดีว่า เขาสามารถเปลี่ยนแปลงผู้หญิงข้างถนนเช่นอิไลซ่าให้กลายเป็นสาวสังคมชั้นสูงของอังกฤษได้ภายในเวลา 6 เดือน เมื่อเป็นเช่นนี้อิไลซ่ายินดีเข้าร่วมการเดิมพัน เดาว่าความคิดของเธอในขณะนั้นไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า เธอจะได้อยู่ในบ้านที่อบอุ่นด้วยเตาผิง มีช็อกโกแลตเป็นของหวานให้เธอได้ทานมากเท่าที่ต้องการ และที่สำคัญเธออยากที่จะคว้าโอกาสที่ทำให้เธอสามารถเป็นได้มากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน...

วันผ่าน สัปดาห์ผ่าน การฝึกฝนเธอในเรื่องการใช้ภาษา การออกเสียงและการวางตัวในสังคม เป็นเรื่องที่ยากเย็น แต่อิไลซ่าไม่เคยท้อ เธอสนุกสนานกับมันโดยไม่รู้ตัว เธอมีความสุขในบ้านหลังนี้กับผู้ชายสองคนที่ล้วนเคี่ยวกรำเธออย่างหนัก กับคุณแม่บ้านใจดี ล้วนทำให้เธอมีใจที่อยากทำให้ดีขึ้นทุกวันที่ผ่านไป

อิไลซ่าทำได้ดีในบทบาทที่เธอได้รับ ในงานบอลล์เธอได้รับความสนใจจากพระราชินีและได้รับเกียรติให้เปิดฟลอร์เต้นรำคู่กับเจ้าชาย เธอสวยสง่ามาก ...ลูกเป็ดน้อยได้แปลงร่างเป็นหงส์แล้ว... เธอประสบความสำเร็จในค่ำคืนนี้...แต่...เธอกลับถูกละเลยจากชายสองคนผู้ปลุกปั้นเธอมา เพราะเขาเหล่านั้นมัวแต่ดีใจในความสำเร็จของตัวเองที่เปลี่ยนแปลงคนอย่างเธอได้..

คืนนั้นอิไลซ่าเริ่มไม่แน่ใจว่า...เธอเป็นอะไรกันแน่...เธอเป็นใคร...หรือว่า..เธอเป็นเพียงแต่ตุ๊กตามีชีวิตที่ถูกจับแต่งตัวกัน...คืนนี้เธอได้รู้ว่า..เธอไม่ได้ต้องการเป็นดาว...ไม่ได้ต้องการเป็นหงส์ฟ้า..เธอแค่ต้องการเป็นผู้หญิงธรรมดาสักคนที่มีความสำคัญต่อใครบ้างเท่านั้น...และดูเหมือนว่า..เธอจะตกหลุมรักคุณครูที่แสนจะปากร้ายของเธอคนนั้นเสียแล้ว...

เธอตัดสินใจออกจากบ้านหลังนั้น เพราะภารกิจจบสิ้นแล้ว แต่เธอยังไม่มีที่ไป ไม่มีที่ไหนที่เป็นของเธออย่างแท้จริง...น่าสงสารเด็กสาวนัก...เธอไม่อาจกลับไปที่สลัม เพราะไม่มีใครจดจำเด็กขายดอกไม้ตัวสกปรกคนนั้นได้อีกแล้ว แต่เธอก็ไม่ใช่ดอกฟ้า เธอไม่สามารถเชิดหน้าหลอกผู้คนได้อีก...เธอแค่ต้องการคนที่รักเธอ...อยู่กับเธอตลอดไป...ที่ไหนสักแห่ง...

...................................


เราชอบบทเพลงในเรื่องนี้มากเลย มันอาจจะไม่ได้เพราะและติดหูอย่างเพลงดังๆ ในหนังเรื่อง The Sound of Music แต่ก็มีทำนองที่แปลกหูดี มีกลิ่นของลูกทุ่งฝรั่งอยู่ค่อนข้างเยอะเชียว... อีกทั้งเนื้อหาที่ถ่ายทอดออกมาเป็นเพลงนั้นถูกใจเรายิ่งนัก...ไม่ว่าจะเป็นฉากแรกๆ ที่อิไลซ่ายังอยู่ในตลาดดอกไม้ เธอบอกเล่าความฝันของเธอเป็นเสียงเพลง....

Wouldn't it be loverly?

All I want is a room somewhere
Far away from the cold night air
With one enormous chair
Oh, wouldn't it be loverly
Lots of chocolate for me to eat
Lots of coal makin' lots of heat

Warm face, warm hands, warm feet
Oh, wouldn't it be loverly
Oh, so loverly sittin' Abso-bloomin'-lutely still
I would never budge 'Til spring crept over the window sill

Someone's head restin' on my knee
Warm and tender as he can be
Who takes good care of me
Oh, wouldn't it be loverly


Loverly
Loverly
Loverly
Loverly

ความฝันของผู้หญิงทุกคน มักจะจบลงด้วย...ขอแค่ใครสักคนที่จะซบหนุนนอนบนตัก อบอุ่นและอ่อนโยน ผู้ซึ่งอยู่เคียงข้างและคอยดูแลเธอด้วยหัวใจ..แค่นั้นเอง...

++++++++++++++


เพลงอีกบทที่กระแทกใจผู้หญิงอย่างเรามากๆ ก็คงเป็นตอนที่ ศ.ฮิกกินส์ ให้เหตุผลร้อยแปดประการที่ซึ่งทำให้เขาครองความเป็นหนุ่มโสดมาจนป่านนี้ เหตุที่เขาไม่ยอมรับผู้หญิงคนใดเข้ามาในชีวิต

Let a woman in your life

I'm an ordinary man who desires nothing more
Than just an ordinary chance to live exactly as he likes
And do precisely what he wants

An average man am I of no eccentric whim
Who likes to live his life free of strife
Doing whatever he thinks is best for him
Well, just an, an ordinary man

But let a woman in your life
And your serenity is through
She'll redecorate your home from the cellar to the dome
Then go on to the enthralling fun of overhauling you

Let a woman in your life
And you're up against a wall
Make a plan and you will find
she has something else in mind


And so rather than do either
you do something else
that neither likes at all

You want to talk of Keats or Milton
She only wants to talk of love

You go to see a play or ballet
And spend it searching for her glove

Let a woman in your life
And you invite eternal strife
Let them buy their wedding bands
For those anxious little hands

I'd be equally as willing for a dentist to be drilling
Than to ever let a woman in my life

I'm a very gentle man
Even tempered and good-natured
whom you never hear complain
Who has the milk of human kindness by the quart in every vein

A patient man am I down to my fingertips
The sort who never could ever would
Let an insulting remark escape his lips
A very gentle man

But let a woman in your life
And patience hasn't got a chance

She will beg you for advice
Your reply will be concise
And she'll listen very nicely
then go out and do precisely what she wants


You are a man of grace and polish
Who never spoke above a hush
Now all at once you're using language
That would make a sailor blush

Let a woman in your life
And you're plunging in a knife
Let the others of my sex
Tie the knot around their necks

I prefer a new edition of the Spanish Inquisition
Than to ever let a woman in my life

I'm a quiet-living man
Who prefers to spend the evenings in the silence of his room
Who likes an atmosphere as restful as an undiscovered tomb


A pensive man am I of philosophic joys
Who likes to meditate contemplate
Free from humanity's mad, inhuman noise
A quiet-living man

But let a woman in your life
And your sabbatical is through
In a line that never ends
come an army of her friends
Come to jabber and to chatter
and to tell her what the matter is with you


She'll have a booming boisterous family
Who will descend on you en masse
She'll have a large Wagnerian mother
With a voice that shatters glass

Let a woman in your life
Let a woman in your life

I shall never let a woman in my life

เป็นเพลงเสียดสีที่จริงที่สุดในโลกเลยเชียว...คุณผู้ชายทั้งหลายที่รักสงบและหวงชีวิตโสดมากมายก็คงคิดไม่ต่างจากนี้สักเท่าไรล่ะมั้งนะ แต่ก็เป็นความจริงอีกเช่นกันที่ผู้หญิงเกือบร้อยละร้อย ที่ในท้ายที่สุดก็คงไม่ต่างจากเพลงนี้สักเท่าไร หลบยังไงก็หลบไม่พ้นหรอกนะคะ...ดูอย่างคุณพระเอกของเราสิ..ใจแข็งแค่ไหน ถึงวันหนึ่งก็ยังต้องยอมจนมุมให้กับความรักเลย...


******************


และแล้วก็มายังเพลงที่สำคัญที่สุด..โดนใจเรามากที่สุด...ก็คือ...แต่น..แตน..แต๊นนนนน...

Show Me Now

Words, words, words
I'm so sick of words
I get words all day through
First from him, now from you

Is that all you blighters can do?
Don't talk of stars burning above
If you're in love
show me

Tell me no dreams filled with desire
If you're on fire
show me

Here we are together
in the middle of the night
Don't talk of spring
Just hold me tight


Anyone who's ever been in love'll tell you that
This is no time for a chat

Haven't your lips longed for my touch
Don't say how much
Show me

Show me

Don't talk of love lasting through time
Make me no undying vow
Show Me now


Sing me no song
Read me no rhyme
Don't waste my time
Show me

Don't talk of June
Don't talk of fall
Don't talk at all
Show me


Never do I ever want to hear another word
There isn't one I haven't heard

Here we are together in what ought to be a dream
Say one more word and I'll scream

Haven't your arms hungered for mine
Please don't explain
Show me


Show me

Don't wait until wrinkles and lines
Pop out all over my brow
Show Me now


พอเถอะ..หยุด "พูด" คำว่ารักสักที...ฉันเหน็ดเหนื่อยกับคำพูดหรือคำบรรยายใดๆ ของคุณแล้ว..ไม่ต้องบอกเล่าความฝันของคุณที่ปราศจากความปรารถนา...ไม่ต้องพูดว่าจะรักชั่วนิรันดร์..ไม่ต้องให้คำสัญญา ...เพราะคำพูดไม่มีความหมายเท่ากับการกระทำแม้แต่นิดเดียว...และฉันก็ไม่ต้องการเพียงแค่ "คำพูด"....ไม่ต้องพูดถึงเดือนหน้า..เดือนไหน..หรือแม้แต่ฤดูกาลถัดไป...เมื่อเราสามารถอยู่ด้วยกันในวันนี้ได้จนตลอดกาล....แค่คุณ "ทำ"...เท่านั้น...

ถ้ารักก็จงรัก....ถ้าอยากจะกอดก็จงกอดฉันให้แน่น...

...แสดงมันออกมา...แสดงให้ฉันเห็นสิ...เดี๋ยวนี้...โชว์มีนาว...

....ได้โปรดเถอะนะ...ได้ไหม....


******************


แล้วก็มาถึง...เพลงสุดท้ายที่อยู่ในหนังเรื่องนี้ เป็นบทเพลงที่อิไลซ่าร้องให้กับเฮนรี่ เมื่อเฮนรี่ตามหาเธอจนเจอที่บ้านของแม่เค้าเอง แต่เรากลับคิดว่า....จริงๆ แล้วอิไลซ่าไม่ได้ร้องเพลงนี้ให้กับเฮนรี่หรอก...เธอร้องเพลงนี้เพื่อบอกตัวเธอเองต่างหาก เพื่อให้กำลังใจตัวเอง พร้อมทั้งย้ำเตือนถึงความจริงกับตัวเองว่า...โลกใบนี้ยังคงหมุนอยู่ต่อไป แม้ไม่เค้า...ที่สำคัญที่สุด คือ....เธออยู่ได้ แม้ไม่มีเค้า...เฮนรี่...

Without You

What a fool I was. ฉันช่างเป็นคนโง่
What a dominated fool คนโง่ที่ถูกครอบงำ
To think you were the earth and sky โดยความคิดที่ว่า คุณเป็นโลกทั้งใบและท้องฟ้า

What a fool I was. ฉันช่างเป็นคนโง่
What an addle pated fool. ฉันมันเป็นคนหัวโง่เง่า
What a mutton-headed dolt was I. ฉันมันเป็นคนโง่ที่หัวเต็มไปด้วยเนื้อแกะ

No, my reverberating friend. ไม่หรอก เพื่อนผู้ขับไล่ไสส่งฉัน
You are not the beginning and the end. คุณไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นหรือจุดจบทั้งนั้น

You impudent hussy. คุณก็เป็นแค่ผู้หญิงโอหัง
There's not an idea in your head ไม่ได้มีความคิดอะไรอยู่ในหัวคุณ
or a word in your mouth that I haven't put there. กระทั่งคำพูดจากปากคุณซึ่งฉันไม่ได้เป็นคนพูดด้วยซ้ำ


There'll be spring every year without you ยังคงมีฤดูใบไม้ผลิทุกปี...แม้ปราศจากคุณ
England still will be here without you ประเทศอังกฤษยังคงอยู่ตรงนี้...ถึงไม่มีคุณ
There'll be fruit on the tree and a shore by the sea ยังคงมีผลไม้บนต้นไม้ และฝั่งทะเล
There'll be crumpets and tea without you ยังคงมีขนมปังจืดพร้อมน้ำช้า..ถึงจะไม่มีคุณ

Art and music will thrive without you ศิลปะและดนตรียังคงบรรเลง...แม้ปราศจากคุณ
Somehow Keats will survive without you บางทีคีตกวี คีทส์ ก็ยังอาจมีชีวิตอยู่ ...โดยไม่มีคุณ

And there still will be rain on that plain down in Spain และฝนก็ยังตกอยู่บนทุ่งหญ้าในสเปน
Even that will remain without you แม้ว่าจะต้องคงอยู่...โดยไม่มีคุณ

I can do without you. ฉันสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้...ไม่มีคุณ

You, dear friend, who talk so well, คุณ เพื่อนรักเอ๋ย ผู้ซึ่งพูดจาได้อย่างไพเราะ
You can go to Hartford, Hereford and Hampshire คุณสามารถไปยังฮาร์ทฟอร์ด เฮียร์ฟอร์ด และแฮมเชอร์
They can still rule the land without you เมืองเหล่านี้ก็ยังคงปกครองต่อไปได้...ถึงปราศจากคุณ

Windsor Castle will stand without you ปราสาทวินด์เซอร์ยังคงตั้งตระหง่าน ... ไม่มีคุณ
And without much ado และโดยไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น
we can all muddle through เราก็สามารถผ่านความยุ่งยากทั้งปวงไปได้
Without you โดยไม่มีคุณ

You brazen hussy. ผู้หญิงหน้าด้าน

Without your pulling it, the tide comes in
แม้ไม่มีคุณคอยดึงไว้...คลื่นก็ยังซัดเข้ามา
Without your twirling it, the earth can spin
แม้ไม่มีคุณคอยหมุน โลกก็ยังคงหมุนไปได้
Without your pushing them, the clouds roll by
แม้ไม่มีคุณคอยผลัก เมฆก็ยังคงลอยผ่านเอง


If they can do without you, Ducky, so can I.
ถ้าสิ่งทั้งหลายในโลกสามารถดำรงอยู่ได้โดยไม่มีคุณ อย่างนั้นก็ยอดไปเลย...ฉันก็สามารถทำได้เช่นกัน

I shall not feel alone without you. ฉันจะไม่รู้สึกเดียวดาย เมื่อปราศจากคุณ
I can stand on my own without you. ฉันสามารถยืนอยู่ด้วยตัวเอง แม้ปราศจากคุณ
So go back in your shell, เช่นนั้นคุณก็จงกลับไปซ่อนตัวอยู่ในเปลือกของคุณเถอะ
I can do bloody well ฉันสามารถไปต่อได้อย่างดีเยี่ยมเช่นกัน

- Without –
- แม้ไม่มี -


*************************


ความแตกต่างระหว่างสุภาพสตรีกับเด็กสายเร่ขายดอกไม้นั้น ไม่ได้อยู่ที่กิริยามารยาทที่ตัวเธอปฏิบัติ หากแต่เป็นวิธีการปฏิบัติที่เธอได้รับต่างหาก...









 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2552 17:54:38 น.
Counter : 1219 Pageviews.  


เจ้าหญิงน้อยรสส้ม
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add เจ้าหญิงน้อยรสส้ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.