ยิ้มไว้...ไม่ว่าอะไรก็ขอให้...ยิ้มไว้....
Group Blog
 
All Blogs
 

ความปวดร้าวอันงดงาม

ชื่อหนังสือ : ความปวดร้าวอันงดงาม ชุดสวนสวรรค์ที่สาปสูญ
ผู้แต่ง : Jimmy Liao
ผู้แปล : ชุตินันท์ เอกอุกฤษฏ์กุล
สำนักพิมพ์ : นานมีบุ๊คส์

หนังสือชุดนี้เป็นหนังสือที่เราตั้งใจไปเสาะหาซื้อในงานหนังสือเดือนตุลาที่ผ่านมา ด้วยจำนวนเงินที่ทุ่มทุนสร้างมากๆ แต่ก็นะ...อยากได้มาครอบครองก็ต้องลงทุนหน่อย... ทั้งชุดนี้ประกอบไปด้วยหนังสือ 5 เล่ม ที่มีแนวทางใกล้เคียงกัน... เป็นหนังสือคล้ายๆ นิทานที่มีภาพสวยๆ ประกอบ...พิมพ์สีทั้งเล่ม...เพียงแต่คล้ายนิทาน..ไม่ใช่นิทาน เหมือนตัวหนังสือประกอบภาพเท่านั้น...

จะว่าไปแล้วหนังสือเล่มนี้ก็ไม่ได้ทำให้เราผิดหวังแต่อย่างใด...ไม่ผิดหวังแต่ก็ไม่ใช่อย่างที่คาดหวังทั้งหมด...ไม่ใช่ไม่ดี..แต่เป็นหนังสือที่แปลก..แปลกมาก....ด้วยมุมมองและความคิดของผู้เขียน... ทั้งในแง่ของเนื้อหา แนวคิด และจินตนาการ...ทำให้เราคาดเดาความคิดของผู้เขียนได้ไม่ชัดเจนและไม่แน่ใจในการตีความของตัวเองด้วยซ้ำ... ไม่แน่ใจว่า..สารที่ Jimmy อยากจะสื่อออกมาคืออะไร..

ณ ตอนที่เราเขียน Blog อยู่ตอนนี้ เราเพิ่งจะอ่านหนังสือในชุดนี้จบไป 2 เล่มเท่านั้น ก็เลยยังบอกความรู้สึกทั้งหมดไม่ได้...ไว้เดี๋ยวถ้าจบทั้งชุดเมื่อไร เราจะมามองหาบทสรุปสำหรับตัวเราเองอีกที...

...ความปวดร้าวอันงดงาม...เป็นเรื่องราวของเพื่อนๆ หลายคนที่อยู่ในสวนสวรรค์แห่งนี้...แต่ละคน ...แต่ละตัว..แต่ละตน...ล้วนมีเรื่องราวของตัวเอง..แตกต่างกันไปตามแต่ที่มา...หรือบางครั้งอาจจะไม่มีที่มาหรือที่ไปเลยก็ได้...

....เจ็บปวดที่สุด ณ จุดใด.... ต้องทำแผลให้สวยที่สุดตรงจุดนั้น....

เปิดตัวมาด้วยเรื่องราวของ...หมีกากบาท... หมีน้อยที่น่ารักแต่มีรอยปุปะด้วยพลาสเตอร์เป็นรูปกากบาททั่วทั้งตัว...เหมือนว่าหมีน้อยจะบาดเจ็บไปหมด หากแต่พลาสเตอร์หลากสีสดใสทั่วตัวก็พอจะทำให้หมีน้อยดูไม่หม่นหมองเท่าไรนัก...หมีกากบาทถูกทำร้าย...แต่ไม่เคยยอมแพ้ต่อชะตาชีวิตหรือแม้แต่หัวใจของตัวเอง...หัวใจเข้มแข็งของนักสู้...และผู้มองโลกในแง่ดีเสมอ ด้วยความหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่า ยังมีความสุขรออยู่ที่ไหนสักแห่ง...เพียงเราไม่หมดหวัง....

ผ้าพันแผล...เด็กที่ป่วยต้องนอนอยู่ในโรงพยาบาลและมีผ้าพันแผลพันเต็มตัว ดูคล้ายมัมมี่ ทำให้เราในฐานะคนอ่านไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผ้าพันแผลนั้นเป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงกันแน่ อย่าว่าแต่เราเลย..แม้แต่ผ้าพันแผลเองก็จำหน้าตาของตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ... เพื่อนที่มีเพียงตัวเดียวคือผีเสื้อน้อยที่คอยบินวนเวียนใกล้ๆ เสมอ..สำหรับผ้าพันแผล...กาลเวลาทำให้เราลืม...มันเป็นยารักษาความทุกข์ชั้นเยี่ยม

เรื่องราวของลูลู่และหนูดำ...กลับทำให้เรารู้สึกต่างออกไป...หดหู่..เศร้าหมอง...และบางขณะ...เราหวาดกลัวในสิ่งที่เกิดขึ้นแม้จะเป็นเพียงตัวอักษรที่อยู่ในหนังสือก็ตาม..หนูดำเป็นตุ๊กตาของลูลู่...แต่ถึงเป็นแค่ตุ๊กตา..หนูดำก็มีความรู้สึก รับรู้ความสุข เศร้า เจ็บปวด ดีใจได้ทุกอย่าง... หนูดำพยายามทำหน้าที่ของเพื่อนอย่างดีที่สุด พยายามมองโลกในแง่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้... แต่สุดท้ายหนูดำก็ไม่อาจจะหลอกตัวเองได้ตลอดไป...สำหรับเราแล้ว ... หนูดำไม่เหมาะที่จะถูกทิ้งเลยแม้แต่นิดเดียว...

สิ่งที่ทำให้หนูดำกลัวที่สุด กลับไม่ใช่ช่วงเวลาที่ลูลู่ทรมานเธอ... แต่เป็นตอนที่ลูลู่กอดจูบเธอด้วยใบหน้ายิ้มแย้มโดยไม่กล่าวอะไร

แล้วก็มาถึงเรื่องราวของเด็กชายที่ขี้อายที่สุดในสวนสวรรค์แห่งนี้..โทนี่หน้าบาก...เด็กผู้ชายที่ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ด้วยความอายเกินกว่าที่จะมีเพื่อนเป็นเด็กๆ ด้วยกัน.. ช่างน่าสงสารนัก..ที่โทนี่ได้แต่เก็บทุกอย่างไว้ในใจ

เพื่อนตัวน้อยในสวนสวรรค์คนถัดไป..คือ..ไข่พะโล้ เด็กผู้ชายที่เชื่อมั่นต่อการวิงวอนพระเจ้า..เค้ารอบคอบเสมอในทุกๆ ครั้งที่อธิษฐานขอพรต่อพระเจ้าว่า..พรสามข้อของเค้าได้ครอบคลุมทุกอย่างที่เค้าต้องการแล้ว

จอห์น จมูกแดง... เป็นเด็กผู้ชายอีกหนึ่งคนที่เราคิดว่า..อื้ม...คิดได้อย่างนี้ก็มีความสุขดีเหมือนกันนะ... เพราะโลกของจอห์นว่างเปล่า...ทุกอย่างในโลกไม่สามารถครอบครองได้ กระทั่งเงาของตนเอง

อย่างน้อยในโลกที่ว่างเปล่า...เขายังหาตัวเองเจอไม่ยากนัก...

เรื่องราวของเด็กหญิงอีกคนในหนังสือเล่มนี้...จูลี่...ผู้มีความฝันอย่างแรงกล้าที่จะตามหาชายหนุ่มรูปงามที่เข้าใจความรู้สึกของเธอ..ความพยายามทั้งหลายที่เธอลงทุนลงแรงทำ ไม่ได้เป็นหลักประกันว่า เธอจะมีฝันที่เป็นจริงในท้ายที่สุด...เพราะบางที..ความฝันก็เป็นแค่ความฝัน...พระเอกในนิยาย ก็ยังคงมีอยู่แต่ในนิยายนั่นเอง...

หนังสือเล่มนี้จบลงด้วยเรื่องราวของ ลูกโป่ง ที่กระชากความรู้สึกของคนอ่านอย่างเราอีกรอบ... เรื่องราวอาจจะไม่ได้น่าสลดใจอย่างหนูดำที่น่าสงสาร แต่ชะตากรรมของลูกโป่งก็พลิกผันไม่แพ้กัน...ทำให้เรารู้สึกว่า...โชคดีหรือโชคร้าย..ไม่มีใครรู้จนกว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ...

ความปวดร้าวอันงดงาม...จบลงไป พร้อมกับความรู้สึกหลากหลายที่เกิดขึ้นในใจเรา... ความคิดแรกคือ..หนังสือเล่มนี้ไม่เหมาะกับเด็ก...บางเรื่องราวมันดูโหดร้ายเกินกว่าที่เด็กควรจะรับรู้...ความคิดที่สองคือ...คนแต่งคิดอะไรอยู่ตอนที่เขียนกันนะ...แล้วคนแต่งเคยผ่านช่วงเวลาที่แสนจะดุดันอย่างนั้นมาก่อนหรือไม่...และใครก็ตามที่เคยเผชิญกับความทุกข์เช่นนั้น..เค้าผ่านมันมาได้อย่างไร..มีบาดแผลมากขนาดไหนกัน...ปวดร้าวที่หัวใจใช่ไหม

หลายอย่างในหนังสือทำให้เราคิดว่า...ใครที่เคยผ่านเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิต..มีทางเลือกหลายทางที่จะผ่านมันไปให้ได้...เพื่อชีวิตในวันต่อไป...จะลืม..หรือจำ...หรือทำร้าย...อยู่ที่ว่า...จะเลือกอย่างไรให้ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดกับตัวเอง...

เพราะ...ทุกคนมีเรื่องราวและบาดแผลเป็นของตนเอง...




 

Create Date : 04 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2552 0:14:20 น.
Counter : 130 Pageviews.  


เจ้าหญิงน้อยรสส้ม
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add เจ้าหญิงน้อยรสส้ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.