It's not easy to be me
Group Blog
 
All blogs
 
กลกาล YURI ญรญ โดยผิงดาว บทที่ ๒

บทที่ ๒

ทาฬิดามาตามนัดเธอมีอาชีพเป็นช่างภาพสมัครเล่น ส่วนอาชีพจริงๆนั้น เธอยังเรียนไม่จบเลยด้วยซ้ำ แถมยังมีวี่แววว่าจะต้องเรียนเพิ่มอีกหนึ่งปีเพราะเธอไม่ยอมไปสอบ

จริงๆแล้ว เธอมาช่วยเพื่อนรับจ้างถ่ายรูปวันรับปริญญาให้กับเพื่อนของเพื่อนอีกทีหนึ่งเพื่อนของเธอรับงานชนกัน งานนี้จึงตกมาถึงมือของเธอราวกับส้มหล่น

ทาฬิดายกมือของเธอขึ้นหมายจะดูนาฬิกาตามความเคยชิน ข้อมือนั้นกลับว่างเปล่า

“อ้าวซวยเลย” เธอล้วงไปในกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลาบนหน้าจอก่อนที่จะกดไปยังเบอร์ของลูกค้า

“โหลๆโทษนะคุณอยู่ตรงไหนคะ ฉันเป็นช่างภาพที่จะมาถ่ายรูปให้คุณ” ทาฬิดาส่งเสียงออกไป

“อยู่หน้าเสาธงค่ะ”

“ตรงฝั่งไหนคะ”ทาฬิดามองไปที่เสาธงที่ว่านั้น

บริเวณนั้นมีกลุ่มคนยืนอยู่เต็มไปหมดจะหาที่ว่างสักนิดยังไม่มี แล้วเธอจะหาคนจ้างเจอไหมล่ะนั่น

“ฝั่งพระรูปค่ะเดินตรงมาคุณก็จะเห็น ฉันยกมืออยู่”

คนพูดบอกอย่างนั้นทำให้ทาฬิดาต้องเดินเขย่งปลายเท้าเพื่อที่จะมองดูว่าใครกำลังยกมืออยู่บ้าง

“อ๋อเจอแล้วค่ะ กำลังจะเดินไปหา”

ทาฬิดาบอกอย่างนั้นเธอรีบเดินไปหาผู้ว่าจ้างของเธอทันที

“สวัสดีค่ะฉันทาม ฮงบอกฉันว่าคุณต้องการช่างภาพ”

“ค่ะพวกเราต้องการช่างภาพ น่าเสียดายนะคะที่ฮงไม่ว่าง”

ทาฬิดาไม่ได้พูดอะไรเธอเปิดกระเป๋ากล้องหยิบอุปกรณ์ของเธอออกมาเตรียม ทุกอย่างจึงดำเนินไปอย่างรวดเร็วกลุ่มหญิงสาวที่ว่าจ้างเธอ ได้เวลาเข้าแถวเพื่อที่จะซ้อมรับปริญญาเธอจึงเดินตามกลุ่มนั้นไป เผื่อจะเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ให้กับคนกลุ่มนั้น

ธีรัชกลับมาจากทำงานเขาเห็นปู่ของเขายังนั่งทำงานอยู่ เขาจึงเข้าไปทักทาย

“อ้าวก๋งยังไม่นอนอีกหรือครับ”

“ยังหรอกฮงล่ะไปไหนมา กลับมาซะมืดเชียว”

“ผมไปรับจ้างถ่ายรูปมาครับก๋งนี่ก๋งกินอะไรหรือยังครับ”

“กินแล้ว”

“ไอ้ทามมาหรือเปล่าก๋ง”

“ก๋งบอกกี่ครั้งแล้วอย่าไปเรียกคุณหนูทามว่าไอ้ รู้ไหมว่า”

ยังไม่ทันที่เฮงจะพูดต่อหลานชายของเขาพูดแทรกขึ้นมาทันที

“ครอบครัวท่านเจ้าคุณช่วยครอบครัวเราไว้ตอนสงครามโลกถ้าไม่ได้ท่าน พ่อของเอ็งต้องอดข้าวตาย เอ็งไม่ได้เกิดเป็นคนถึงทุกวันนี้รู้แล้วน่าก๋ง ผมฟังมาตั้งแต่ตีนผมเท่าฝาหอย แต่ไอ้ทามมันเพื่อนผมนะก๋ง”

“อีกแล้วนะบอกไม่รู้จักฟัง ท่านนายพลก็เพื่อนก๋ง ก๋งยังไม่จิกเรียกท่านอย่างนั้นเลย”

“คร๊าบว่าแต่ไอ้คุณหนูทามมันมาที่บ้านเราหรือเปล่าครับก๋ง”

“มาเมื่อเช้าเอานาฬิกามาซ่อม”

“อ้าวมันไม่ได้ฝากอะไรให้ผมหรือครับ” ธีรัชออกอาการไม่พอใจนิดหน่อยทาฬิดาบอกว่าจะเอารายงานของเก่าๆ มาให้เขา ถ้าคืนนี้เขาไม่ได้รายงานพวกนั้นเขาจะเอาอะไรมาทำรายงานส่งในคืนนี้

“ไม่ได้ฝาก”ชายชราลุกจากเก้าอี้ ทำท่าจะเดินออกไปจากร้าน

“ก๋งจะไปไหนครับ”

“กำลังจะไปบ้านท่านนายพล”

“จะเอานาฬิกาไปให้ไอ้ทามมันหรือครับผมเอาไปเองก็ได้”

เข้าทางของธีรัชพอดิบพอดีเขากะจะไปทวงถามเรื่องรายงานจากทาฬิดา เมื่อปู่ของเขาต้องการที่จะไปบ้านเรือนไทยเขาจึงไม่รอช้ารีบเสนอตัวรับใช้ ได้ความดีความชอบ แถมยังได้ไปเฉ่งทาฬิดาถึงบ้าน

“ไม่ใช่ก๋งมีเรื่องจะไปปรึกษากับท่านนายพลเสียหน่อย”

“งั้นเดี๋ยวผมไปส่ง”

“ไม่ต้องก๋งขี่จักรยานไปเองได้”

“ผมบอกก๋งกี่ครั้งแล้วขี่จักรยานไป หน้ามืดขึ้นมาจะลำบาก ไม่รู้ล่ะก๋งรอหน่อย เดี๋ยวผมไปเอารถมารับก๋งไปก็แล้วกัน”

ธีรัชไม่รอช้าเขารีบวิ่งไปที่รถ ขับมาจอดรอเฮงอยู่ที่หน้าร้าน แล้วจึงพากันไปบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ที่สุดในละแวกนี้บ้านหลังนั้น อยู่สุดซอยก่อนถึงแม่น้ำพอดิบพอดี

เฮงค่อยๆลงมาจากรถ ด้วยวัยที่เหมือนไม้ใกล้ฝั่งเขาจึงเดินเหินได้ไม่สะดวกเหมือนสมัยยังเป็นหนุ่มเขาไม่ได้มาที่บ้านเรือนไทยหลังนี้ นานแล้ว ครั้งสุดท้ายที่มา เหมือนว่าจะมางานแต่งงาน ของลูกชาย ท่านนายพลทรงธรรม ที่ชื่อปราชญ์ยุทธ

หากลูกสาวของปราชญ์ยุทธเป็นผู้ชายคงเดินตามรอยเท้าพ่อ เป็นทหารทั้งตระกูลเมื่อทาฬิดาเกิดเป็นผู้หญิง จึงทำให้ตระกูลนี้ไม่มีคนรับช่วงต่อการเป็นทหารอีกเหมือนอย่างแต่ก่อน

เฮงค่อยๆเดินไปเรื่อยๆ โดยมีธีรัชเข้ามาประคองเขา

“ไม่ต้องหรอกอาฮงก๋งเดินไปเองได้ จะไปทำอะไรก็ไปเถอะ”

“ครับก๋ง”ถึงเฮงจะบอกเขาอย่างนั้น เขายังคงยืนมองอยู่ห่างๆคอยระวังว่าปู่ของเขาจะเดินสะดุดล้ม จนชายชราเดินเข้าไปในตัวบ้านเขาจึงเดินไปยังเรือนหลังเล็กซึ่งเป็นที่พักของทาฬิดา

“ไอ้ทามเอ็งเอารายงานมาให้ข้าเลยนะเว้ย”ธีรัชตะโกนเรียกเจ้าของบ้านทันทีที่เดินเข้าไปด้านใน

“อะไรของแกวะเสียงดังมาเลยนะไอ้ฮง ตั้งแต่กลับมาข้านั่งไรท์รูปให้เอ็งยังไม่เสร็จเลย จะเอาอะไรนักหนาวะใช้ๆ อยู่นั่นแหละ”

“รายงานโว้ยรายงาน ข้าต้องทำรายงานคืนนี้”

“เออใช่ ข้าลืมไปเลย วางอยู่บนเก้าอี้ในกระเป๋านั่นแหละ เอ็งหยิบไปเลยไอ้ฮง แล้วก็เบาๆเสียงหน่อย วันนี้คุณปู่ท่านลงมาข้างล่าง เสียงดังนัก จะโดนไม้ตะพดเพ่นกบาล”

“อ้าวเหรอวะข้านึกว่าคุณปู่นายพลของเอ็งขึ้นห้องหนังสือไปแล้วซะอีก”

“ไอ้ทุเรศแป๊ะเฮงมาหา คุณปู่ข้าก็ต้องลงมาต้อนรับสิวะไอ้โง่”

“จริงของเอ็งอ้าว ลืม” ธีรัชตบกระเป๋าเสือและกางเกงของเขา

“อะไรของเอ็งอีกล่ะ”ทาฬิดายื่นแผ่นซีดีให้กับธีรัช

“ก๋งบอกจะเอานาฬิกามาให้เอ็งสงสัยจะติดตัวไป”

“ไม่เป็นไรหรอกแค่โล่งๆ ข้อมือเท่านั้นแหละ”

“เอ็งนี่ก็แปลกเนอะนาฬิกาใหม่ๆ สวยๆ มีตั้งเยอะไม่ใส่ ดันมาใส่แต่เรือนเก่าๆ สมัยเจ้าคุณปู่อยู่ได้”

“เอ็งไม่เคยรู้สึกอย่างข้านี่หว่าข้าอุ่นใจทุกครั้งที่มันอยู่ที่ข้อมือของข้า”

“ทำอย่างกับเด็กติดหมอนเน่าผ้าห่มเน่าอย่างนั้นแหละ”

“หรือเอ็งไม่เป็นตอนเด็กๆ เอ็งติดผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ใช้จนเก่า จนเปื่อย หายไปก็ไม่ได้นี่อย่าบอกนะว่าตอนนี้เอ็งยังพกติดกระเป๋ากางเกงอยู่”

“โอ๊ยใครจะบ้าพกผ้าเก่าๆ ติดกระเป๋าวะ อายสาวตายหะสิโว๊ย”

สองเพื่อนซี้ต่างเพศนั่งพูดคุยกันไปเรื่อยๆธีรัชรอว่า เมื่อไหร่ปู่ ของเขาจะเดินออกมาจากเรือนใหญ่จะได้เอารถไปรับ ส่วนทาฬิดานั้นรอว่าเมื่อไหร่ธีรัชจะกลับ เธอจะได้ไปอาบน้ำนอน

อดีตนายพลใหญ่แห่งกองทัพไทยนั่งมองนาฬิกาเรือนนั้นไม่วางตา

“เสียอีกแล้วเหรอฮง”

“ครับ”

“คงจะมีเรื่องอีกแล้วสิใช่ไหม”

“ผมไม่อยากให้มีเรื่องอีกเลยครับครั้งก่อนที่มันเสีย ท่านเจ้าคุณก็ด่วนจากไป อีกครั้งที่มันเสียคุณหญิงท่านเจ้าคุณก็จากไป จากนั้นตามด้วยท่านจอมพล คุณหญิงของท่านจอมพลรวมถึงคุณหญิงของท่านด้วย มันแปลกไหมล่ะครับท่าน”

“คงไม่มีอะไรหรอกน่าเฮงอย่าคิดมากเลย นาฬิกามันต้องมีเดินๆ หยุดๆ บ้างสิจะให้เดินเที่ยงอยู่ตลอดเวลาคงเป็นไปไม่ได้ มันเก่าแล้ว คนเราก็เหมือนกันจะเกิดจะตาย ห้ามไม่ได้หรอก อีกอย่างใช่ว่าเราจะไม่รู้ เจ้าคุณปู่ท่านป่วยกระเสาะกระแสะมาหลายปีท่านจากเราไป ถือว่าท่านไปสบาย ไม่ต้องมานั่งกินยาวันละหลายๆ หม้อทั้งยาหมอไทยหมอจีน หมอฝรั่ง ยุ่งยากไปหมดที่สำคัญท่านไม่ต้องมาเห็นสงครามโลกที่เกิดในบ้านเรา ท่าไม่ต้องหลบเข้าหลุมหลบภัยไม่ต้องมาฟังเสียงหวอเตือนภัย ไม่ดีหรือไงหือเฮง”

“ท่านคิดอย่างนั้นผมก็เบาใจครับผมเกรงว่าจะมีเรื่องเกิดขึ้นกับท่านอีกสิครับ”

“ไม่หรอกฉันยังแข็งแรงดี ไม่มีอะไรหรอกน่า อย่าคิดมากสิเฮง”

“แต่...”ชายชราเชื้อสายจีนหยุดคำพูดของเขาเอาไว้เท่านั้น

“นายเป็นคนเอามันมาขายให้กับท่านเจ้าคุณปู่เองกับมือนายกลับบอกว่ามันมีอาถรรพ์ ใครจะไปเชื่ออย่างนั้นล่ะเฮง”

“ท่านก็รู้นี่ครับหลังจากที่ผมขายท่านไป เจ้าของคนนั้นมาบอกกับผมว่า นาฬิกาเรือนนี้ร้องหาเจ้าของเธอถึงรีบเอามาขายต่อ ทั้งๆ ที่ชอบ มันมาก แถมยังไปซื้อมาจากอินเดียโน่น”

“ไม่หรอกน่านาฬิกาอะไรจะร้องหาเจ้าของ ไอ้เจ้านาฬิกาเนี่ย ช่วยชีวิตกันเอาไว้ตั้งหลายครั้งถ้าไม่ได้มันมีหรือกันจะได้มานั่งคุยกับนายอย่างนี้ล่ะเพื่อน”

“แล้วเรื่องความฝันนั่นละครับท่าน”

“ช่างความฝันเถอะกันไม่ได้คิดอะไรมากกับความฝันนั้นหรอกน่า เอาเถอะ ถ้านายเป็นห่วงมากพรุ่งนี้กันจะไปทำบุญกับหลวงพ่อที่วัด ไปด้วยกันไหมล่ะ”

“ไม่ล่ะครับผมไปไหนมาไหนไม่สะดวก ไม่แข็งแรงเหมือนท่าน ผมลาท่านกลับเลยดีกว่าครับฝากนาฬิกานี่คืนคุณหนูทามเธอด้วยนะครับ”

เฮงเห็นว่าดึกแล้วเขาควรจะบอกลาเจ้าของบ้านเสียที แค่มารบกวนยามวิกาลเขาเกรงใจจนบอกไม่ถูก

“โชคดีเพื่อน”เจ้าของบ้านบอกกับเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของเขา

ลับหลังของเฮงนายพลชราไอออกมาอย่างหนัก เขารู้ตัวดีว่าร่างกายของเขานั้นคงใกล้ถึงวันที่จะได้พักผ่อน จะเป็นการพักผ่อนที่แสนจะยาวนานเวลานี้เขายังหายใจได้ กินได้เดินได้ เขาคงต้องทำอะไรบางอย่าง เพื่อให้เขาเบาใจจะได้นอนหลับยาวๆ โดยไม่ต้องเป็นกังวลอีกต่อไป

ความฝันครั้งแรกของเขาเขาฝันเห็นเมืองหน้าตาแปลกๆ วิหารแปลกๆ รูปร่างคล้ายกับพีระมิดไม่มียอดแหลมผู้คนแต่งตัวแปลกประหลาดคล้ายกับอินเดียแดง และที่สำคัญคือภูเขาลูกนั้นลูกที่มีความละม้ายคล้ายกับใบหน้าของคน เขาเห็นครั้งแรกในความฝันถึงกับขนลุกทั่วใครจะไปคิดว่าภูเขานั้นจะเป็นใบหน้าของคนได้

จะว่าไปแล้วคงเหมือนกับเขานางนอนที่เชียงรายเขาลูกนั้นเห็นแล้วทำให้จินตนาการไปถึงผู้หญิงกำลังนอนหลับขวางทางแต่เขาลูกนั้นไม่ใช่เลย ใบหน้านั้นแม้จะดูสงบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความน่ากลัวหากใบหน้าที่เขาเห็นผินหน้ามาจ้องมองด้วยดวงตาลุกวาวเขาคงจะกระโจนหนีลงไปในหุบเหวได้ โดยไม่คิดว่าจะต้องกลับมารักษาบาดแผล จากการตกจากที่สูงหรือไม่

สิ่งสำคัญกว่าใบหน้านั้นคือหญิงสาวคนหนึ่ง เธอบอกกับเขาว่าเธอชื่อโยกล์อิกนัล เป็นราชินีของที่แห่งนี้ เธอกำลังตามหาคนรักของเธอซึ่งถูกคนลอบสังหาร เขาไม่เข้าใจว่า เขาเข้าไปข้องเกี่ยวอะไรกับราชินีองค์นั้นเขาไม่รู้จักเธอด้วยซ้ำ

“คนของเจ้าสังหารคนรักข้าข้าจักทำให้คนของเจ้าต้องตายตามคนรักข้า”

“อะไรนะจะบ้าไปแล้วหรือไง ใครกันทำอย่างนั้น”

“ปู่ของเจ้าไง”

“เจ้าคุณปู่เนี่ยนะไปฆ่าคนของคุณตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ชาติปางก่อน”

“เฮ้ยบ้าไปกันใหญ่แล้ว เรื่องของชาติก่อนก็ต้องจบไปแล้วสิจะตามมาจองล้างจองผลาญอะไรกันถึงชาตินี้”

“ไม่ทำเช่นนั้นได้อย่างใดกันหากมันไม่ฆ่าคนรักของข้า เพลานี้ข้าคงได้อยู่คู่กับนาง จวบจนวันสิ้นโลก”

“หืออะไรนะ คุณรักของคุณเป็นผู้หญิงอย่างนั้นเหรอ”

“ทำไมข้าจักรักหญิงมันผิดตรงไหน”

“ปะๆเปล่า ผมแค่งงเท่านั้น”

“จากนี้ไปเจ้าจะต้องได้รับบทเรียนจากข้า อิกนัล จนกว่าคนรักของข้าจะตามหาข้าเจอ”ร่างนั้นหายไปทันใด ปล่อยให้ทรงธรรมยืนงงอยู่กับความฝันของตัวเอง

เขาสะดุ้งตื่นคิดทบทวนความฝันของเขา แปลกประหลาดนัก ที่มันชัดเจนเหมือนเขาพบมาด้วยตาตัวเองเสียงพูดของผู้หญิงที่ชื่ออิกนัลยังก้องอยู่ในสมองของเขา

จนเมื่อยุคสมัยของโลกเปลี่ยนไปเขาจึงได้เห็นภาพของวิหารนั้นอีกครั้ง มันคือภาพของมาชูปิกชู สถานที่ซึ่งใช้บูชาเทพเจ้าของชนเผ่าอินคาแต่ชื่ออิกนัลนั้นกลับเป็นราชินีของชนเผ่ามายาเป็นชนเผ่าปาเลงเก้ซึ่งถูกโจมตีโดยชนเผ่าคาลักมุลและถูกสังหารในครั้งนั้น

เขาแปลกใจว่าสองดินแดนนี้ไปข้องเกี่ยวกันได้อย่างไรดินแดน ในแถบเปรูของชนเผ่าอินคากับดินแดนในแถบคาบสมุทรยูคาตันของ ชนเผ่ามายาซึ่งอยู่ห่างไกลกันมาก จะไปเกี่ยวดองกันได้อย่างไร หรือคน ในสมัยนั้นติดต่อกันได้เพราะสองดินแดนนี้มีแผ่นดินติดกัน และสามารถเดินเท้าไปหากันได้ แต่ต้องใช้เวลาในการเดินทางค่อนข้างยาวนาน

เรื่องที่เกิดขึ้นกับเขายังมีเรื่องประหลาดอีกมากมายจนเขาเริ่มคิดว่านาฬิกาเรือนนั้นคือสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องเหล่านั้นจริงๆหรือแค่เหตุบังเอิญเท่านั้น




Create Date : 09 กันยายน 2557
Last Update : 9 กันยายน 2557 20:25:08 น. 0 comments
Counter : 161 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

รันหณ์
Location :
ปทุมธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ฉันคือฉัน
ฉันรักเสียงเพลง
ฉันรักสายลม
ฉันรักท้องฟ้า
ฉันรักอิสระ
ฉันคนไร้ราก
ผิงดาวยามไร้เดือน

คืนนี้ถ้าเธอหนาว ร่วมผิงดาวบนท้องฟ้า
จากรักจากศรัทธา....ของเรา

เป็นอะไรก็ได้มิใช่หรือ
แค่เป็นคนดีก็คงเีพียงพอ
[Add รันหณ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.