Bloggang.com : weblog for you and your gang

me:ผู้หญิงของตำนาน

SouthKorea8: Suwon HwaSeong Fortress

01 Jan 2009

วันนี้ไปป้อมฮวาซอง ซึ่งอยู่ที่เมืองซูวอน นั่งรถใต้ดินจากสถานีมยองดอง ไปลงสถานีซูวอน ทั้งหมด 24 สถานี ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ได้ คิดไปสถานีละ 3 นาที ^^

ถึงประมาณ 11 โมง ถนนหนทางของเมืองเค้า


เดินไปถามถึงสายรถเมล์ที่จะพาไปป้อมฮวาซอง ที่ Information ของเขา ตกแต่งข้างหน้าไว้แบบนี้


นั่งไปประมาณ 20 นาที

เจอแล้วป้อมแรก



ประตูแรก



ย้อนแสง


ป้อมฮวาซองมีพืนที่ถึง 30 ตารางกิโลเมตรโดยตั้งอยู่ทางใต้ของกรุงโซล



ถ่ายลอดกำแพง



เขาว่ากันว่าคือกำแพงเมืองจีนของเกาหลีใต้



บนกำแพงจะมีแบบนี้เป็นระยะ


ด้านในของกำแพง บ้านเรือนจะยังคงเป็นแบบโบราณ



เป็นทางขึ้นแล้วก็ทางลงแบบนี้เป็นระยะ



ส่วนด้านนอกของกำแพง จะเห็นว่าที่อยู่อาศัยกลายเป็นตึกสูงหมดแล้ว



พยายามถ่ายออกมาให้เห็นความแตกต่างของทั้ง 2 ด้านของกำแพง



ตึกสูงล้อมรอบด้วยภูเขา



หนทางอีกยาวไกล หนแรกที่เห็นเส้นทางแนวกำแพง ได้แต่ถอดใจกับเพื่อนว่าจะเดินไหวหรือ ทั้งหนาว ไกล และแดด


แต่มีกันหลายคน เดินไปเรื่อย ๆ คุยกันบ้าง ร้องเพลงบ้าง หยิบขนมมากินกันบ้าง



แป๊บเดียวก็ถึง แป๊บรึเปล่าฟระ ประมาณชั่วโมงครึ่งอะ เดินอย่างเดียว

เครื่องบินบินผ่านพอดี ชักภาพซักหน่อย


เครื่องบินแบบระยะไกล บ่งบอกประสิทธิภาพการซูมของกล้อง อิๆ



เดินต่อไปเพื่อหาทางลง



มีหลายป้อม หลายสิ่งก่อสร้าง จริง ๆ มีชื่อตามจุดต่าง ๆ นะ แต่จำไม่ได้ แผนที่ป้อมจะบอก







ระฆังน่ะ แต่เนื่องจากเป็นวันปีใหม่เขาเลยงดตี จริง ๆ แล้วต้องเสียค่าธรรมเนียมตอนเดินที่กำแพงด้วย แต่ จนท. หยุด เลยไม่เสียเงิน หุๆๆ

A Hyowon’s Bell (The bell is always rung three times- the first ring is in gratitude for the love of one’s parents, the second to hope for happiness in one’s family, and the third to prayer for self improvement)


จบที่ป้าย


เดินไปตามทางหาทางออกที่คิดว่าถูกทางอะนะ


ไปเจอสถานที่ที่ดูเป็นทางก๊านนนนน ทางการ แต่ไม่รู้ว่าคือที่ไหน


ถ่ายไว้เป็นที่ระลึกว่าผ่านมาแล้วนะ


เดินไปเรื่อย ๆ เริ่มไม่ไหว เห็นรถตำรวจเลยโบกถาม เขาก็บอกว่ามาผิดทาง
แป่ว - _ - " เพื่อนคนนึงด้วยความเป็นคนขี้เล่น เลยบอกเขาว่างั้นช่วยขับไปส่งหน่อย เขาปฏิเสธทันควันเลยว่ะ 5 5 5

แต่พอเดินไปตามทางที่คุณตำรวจบอกได้ซักพัก รถตำรวจคันคุ้นตาก็แล่นผ่านมา แล้วก็เรียกขึ้นไป

เย้ ใจดีมาก

ราชรถมาเกยถึง 2 คันเลยทีเดียว

แต่พอขึ้นไปนะ โดนเขาซักแหลกเลยล่ะ เขานึกว่าไม่มีเงินขึ้นรถกลับ ถามว่าทำงานที่ไหน มากี่วันแล้ว O_o

แบบว่าไม่ใช่ไม่มีเงินขึ้นรถ แต่ขี้เกียจเดินไปถึงที่จะขึ้นรถต่างหากเล่า

ถึงสถานีที่จะพากลับเข้าโซล


ซับซ้อน


มีหลายชั้นมาก ปรากฏว่ารอผิดชั้นผิดฝั่ง ต้องไปอีกชั้นนึง




กลับไปพักเท้าที่เกสเฮาส์ซัก 2 ชั่วโมง ก่อนจะไปโซลทาวเวอร์ ซึ่งอยู่ด้านหลังของเกสเฮ้าส์นั่นเอง โดยระยะทางก็ไม่ไกลนะ แต่ทางชันโคด เหนื่อย

เสียค่านั่งกระเช้า(นัมซานเคเบิลคาร์)ขึ้นไป

ภาพจากมุมในกระเช้า



เขาประดับตกแต่งต้อนรับปีใหม่ไว้อย่างสวยงาม ถ้าใครได้ดู Boys Over Flowers นะ คงจะจำกันได้ สถานที่เดียวกันกับที่กูจุนพโยนัดกึมจันดีให้ขึ้นไป








ภาพมุมแหงน



ขึ้นโซลทาวเวอร์ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมอีกทีนึงด้วยนะ ^^

Namsanbongsudaeji (Namsan Beacon Tower Site)


ที่โซลทาวเวอร์จะมีที่ที่ให้คู่รักนำแม่กุญแจมา เพื่อนเขียนความในใจลงในแม่กุญแจนั้น นำไปล็อคคล้องไว้กับรั้ว แล้วโยนแม่กุญแจทิ้งไป เพื่อแสดงถึงความรักที่จะมั่นคงตลอดไป





เมืองโซลตอนกลางคืน วิวจากมุมมองโซลทาวเวอร์


ถ้าใครจะไปแล้วตัดสินใจว่าจะไปดูวิวทั่วโซลที่มุมไหนดีระหว่างตึก 63 กับโซลทาวเวอร์

ขอบอกว่าโซลทาวเวอร์สวยกว่ามาก แต่คนก็เยอะมาก ๆ เลยเหอะ หามุมว่างถ่ายรูปงาม ๆ ไม่ค่อยได้




พบกันใหม่ในวันสุดท้ายในเกาหลีนะ

 

Create Date : 16 กันยายน 2552
Last Update : 16 กันยายน 2552 16:39:04 น.  

SouthKorea7: Gung, DaeHangNo,DongDaeMun,CountDown

31 Dec 2008

สถานที่ที่แพลนว่าจะไปในวันนี้
- ChangGyeong Gung& JongMyo
- ChangDeok Gung&Huwon
- DaeHangNo
- DeokSu Gung
- Cheonggyechon Stream

ประมาณ 10 โมงครึ่ง ถึงพระราชวังแห่งแรก ChangGyeong Gungหรือ ชางเคียงกุง (창경궁 อ่านตามภาษาเกาหลีได้ว่า ชางคยองกุง)

ซื้อตั๋วเพื่อเข้าข้างใน ต้องดูรอบของไกด์ที่ทางพระราชวังจัดไว้ให้ด้วย มีทั้งรอบจีน ญี่ปุ่น อังกฤษ เกาหลี แต่ตอนไป ด้วยเวลาทำให้ตรงกับรอบเกาหลีพอดี ซึ่งส่วนมากคนเกาหลีที่มาเที่ยวจะมีอายุแล้ว ก็เดิน ๆ ตามเขาไปแหละ จุดประสงค์คือต้องการถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเท่านั้น เลยไม่รอรอบไกด์บรรยายอังกฤษ เพราะเสียเวลา ^^



นี่เป็นประตูหน้าของพระราชวัง


พระราชวัง




บริเวณข้างในพระราชวัง


เดินตามไกด์ไป สนใจตรงไหนก็หยุดถ่าย แล้วค่อยวิ่งตามไกด์ให้ทัน 5 5 5


ทางที่เดินไปยัง JongMyo Shrine


ถึงแล้วศาลเจ้า JongMyo (종묘 อ่านว่า จองมโย) ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็น 'มรดกโลกทางวัฒนธรรม' สร้างขึ้นแพื่อเป็นที่ประทับหรือห้องบูชากษัตริย์และราชินี และมีทั้งหมด 7 ห้อง




เดินจนรอบพระราชวังนี้ จากนั้นก็เดินไปอีกพระราชวังนึงคือ ชางด๊อกกุง เดินได้นะ ระยะทางก็พอประมาณไม่ไกลเท่าไหร่ ดูบรรยากาศบ้านเมืองเค้าไปเรื่อย





ChangDeok Gung&Huwon (창덕궁)


ขึ้นทะเบียนเป็น 'มรดกโลกทางวัฒนธรรม' อีกเช่นกัน
พระราชวังแห่งนี้เป็นฉากหลังในซีรีส์เกาหลีเรื่องแดจังกึมจอมนางแห่งวังหลวง ด้วย



ซึ่งภายในพระราชวังก็จะมีสวน ซีเครทการ์เด้นท์ (Secret Gardent) หรือสวนแห่งความลับ หรือเรียกในภาษาเกาหลีว่า ฮูวอน (Huwon) หรือ พีวอน (Biwon)

แต่ไม่ได้ถ่ายวิวมา เพราะตอนเดินผ่านไม่รู้ว่ามันคือ ฮูวอน เพิ่งมารู้ทีหลังก็พลาดไปแล้ว -_-"

จากนั้นก็มุ่งหน้าไปอีกพระราชวังนึง


คือ DeokSu Gung ซึ่งมี Changing of the Royal Guards ceremony คือการแสดงผลัดเวรทหารเป็นรอบ ๆ ตามเวลาที่กำหนด แต่พอไปถึง เขาบอกว่ามันเป็นวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เลยงดการแสดง

เมื่อไม่มีให้ดูก็เลยไม่เข้า เพราะจากที่ผ่านมา 2 พระราชวัง ดู ๆ แล้วก็เหมือน ๆ กันไม่เห็นความแตกต่างเท่าไหร่

เลยเดินแทฮังโน (DaeHangNo/대학로 จริง ๆ แล้วอ่านว่า แทฮักโร) ซึ่งคือ University Road หรือถนนสายมหาวิทยาลัยนั่นเอง เขาว่ามันเป็นถนนศิลปะ เพราะอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยด้านศิลปะ

ตามทางเดินจะเห็นประติมากรรมน่ารัก ๆ ให้ได้ชักภาพ


เท่าที่ศึกษาข้อมูลมาเขาบอกว่าจะคึกคักนะ แต่คาดว่าความคึกคักนั้นโดนลมหนาวหอบพัดหายไป เพราะเดินไปอย่างเหงาหงอย หนาวอีกต่างหาก T_T

เห็นมีสถานที่ละม้ายคล้ายโรงเรียน เพราะมีสนามกว้างอยู่ข้างหน้า เลยลองด้อม ๆ มอง ๆ แล้วก็ย่างขาเข้าไป

จะเพราะสถานที่หรืออะไรก็แล้วแต่ มันทำให้พวกเราเหมือนกลับไปอยู่สมัยเรียนอีกครั้ง 555



เดินหงอย ๆ หนาว ๆ จนพอ ก็มุ่งหน้าไปยังที่ต่อไปคือ ดงแดมุน




ซึ่งข้าง ๆ กันก็คือคลองชองเกชอน




ดงแดมุน . . . เหมือนเดินอยู่พาหุรัด -_-"


กว่าจะโงหัวออกมาจากตึกก็มืดแล้ว

ห้าง Doota ประดับไฟอย่างสวยงาม


อีก 1 ห้างข้าง ๆ กัน น่าจะชื่อห้าง Good Morning นะถ้าจำไม่ผิด


ยามค่ำย่านมยองดง


เห็นว่าน่ากินเลยซื้อ มีให้เลือกระดับความเผ็ดด้วย สอยแบบเผ็ดที่สุดมา ซี๊ดซ๊าด กินแล้วชื่นใจ หลังจากกินอาการเกาหลีจืด ๆ มาหลายวัน อยากบอกว่าโคดอร่อยอะ มันประมาณบาร์บีคิวราดซอดเผ็ด นึกแล้วอยากกินอีก




ลงใต้ดินเพื่อไปคลองชองเกชอน คือคลองนี้ยาวมากอะหลายกิโล จะลงรถใต้ดินสถานีไหนก็ได้ ผ่านเยอะ จากวันก่อนที่ไปมาแล้วตอนกลางคืนเห็นประดับไฟสวยงามเลยคิดว่าเคาท์ดาวน์ที่นี่น่าจะเหมาะ

กำลังจะออกจากใต้ดิน เห็นคนแต่งตัวแปลก ๆ คาดว่าจะทำการแสดงฉลองปีใหม่คืนนี้


โผล่ออกไปก็เจอคลองจริง ๆ อะ แต่เพราะต้องการเดินให้ทั่วคลอง ก็เลยไม่รุ้ว่าไอ่ตรงที่โผล่น่ะมันส่วนไหน ต้องเดินไปทางไหนถึงจะไปยังจุดที่ต้องการ



ส่วนมากคู่รักเดิน


ภาพซ้ายคือจงโนทาวเวอร์ระยะไกล
ภาพกลางถ่ายมาให้ดูว่าต้นไม้ที่อยู่ตามข้างคลองกลายเป็นน้ำแข็งเพราะอากาศหนาวมาก เห็นแล้วสวยไปอีกแบบ สวยแบบรก ๆ -_-"
ขวาคือภาพระยะไกลของภาพกลาง อิอิ


เดิน ๆ ไป จนเริ่มไม่ไหวละ ไม่เห็นจุดหมายที่ต้องการ เลยถามคนที่เดินสวนกัน ได้ความว่า . . . เดิมมาผิดทาง ป่อย O_o


อะ ๆ เดินให้ถูกทางในที่สุดก็เจอแล้วววววว

แสงสี


เดินดูรอบ ๆ แล้วก็ลงความเห็นว่า เปลี่ยนที่เคาท์ดาวน์เหอะ เพราะบรรยากาศไม่ค่อยเหมือนอย่างที่คาดไว้เท่าไหร่ เวลาในขณะนั้นประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง

โอเค ๆ เปลี่ยนที่ก็ได้ เอาเป็น จงโน กับหอระฆังโบซินกัก(JongNo Tower&BoSin-Gak Bell Pavillion)
ระฆังจะตีตอนขึ้นปีใหม่เพียง 1 ครั้งต่อปีเท่านั้น

จำจงโนได้มะ ไอ่ที่เห็นระยะไกลเมื่อเกี๊ยะ อีกครึ่งชั่วโมงน่าจะเดินถึงน่า ^^

ระหว่างทางก็เห็นตำรวจจำนวนมากเป็นระยะ


ก็คิดไปว่าคงจะเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยของบ้ายเค้า ดูแลประชาชนดีจังเลยเนอะ

ที่ไหนได้มารู้ทีหลัง หลังจากกลับไทย ว่า แถวนั้นมันมีการประท้วง โอ้วแม่เจ้าดีนะไม่โดนลูกหลง

มีการละเล่นระหว่างทางที่เดินผ่าน


ในที่สุดก็เดินถึง จงโนทาวเวอร์ ซึ่งตรงข้ามคือโบซินกักนั่นเอง ณ เวลา 5 ทุ่ม 45 นาที


ตรงหน้าโบซินกักมีเวทีการแสดง ศิลปินดารานักร้องมาร่วมเคาท์ดาวน์กันมากมาย

ไม่ได้อยู่หน้าเวทีหรอกนะ ยืนอยู่ตรงจงโนนั่นแหละ แล้วมันมีถ่ายให้ดูส่องไปตรงตึกนึง

คนมาร่วมเคาท์ดาวน์กันล้นหลาม ปะปนกับคนประท้วงอะ คนประท้วงคือคนที่ถือธง


ตึกนี่ล่ะที่ถ่ายทอด กำลังนับถอยหลัง 9 . . .

8
7
6
5
4
3
2
1
0
ปีใหม่แล้ว เย้ ~~~~

 

Create Date : 11 กันยายน 2552
Last Update : 11 กันยายน 2552 15:48:55 น.  

SouthKorea6:Everland, 63 Building

^^ หายไปหลายเดือน มาต่อละ

อาจเล่ารายละเอียดได้ไม่ออกรสออกชาดเหมือนเมื่อหลายเดือนก่อน เนื่องจากขาดช่วงมานาน -_-"

ต่อกันเลย

30 Dec 2008

เนื่องจากลุยกันแต่เช้ามาหลายวัน ทำให้สภาพร่างกายไม่ไหวทั้ง ๆ ที่ใจยังไหว

วันนี้แพลนไว้ว่าจะไปเอเวอร์แลนด์
งัดตัวเองออกมาจากเตียงได้ประมาณ 8 โมง ออกไปเผชิญความหนาว 9 โมง นั่งใต้ดินไปขึ้นสถานีคังนัม ออกทางออก 6 เพื่อไปขึ้น city express bus

ทีแรกถามเจ้าหน้าที่รถไฟใต้ดินก่อนว่าขึ้นได้ที่ตรงไหน ก็ไปตามทางที่เขาชี้ แต่เดินไปเรื่อยก็ไม่เจอซักที เลยถามคนที่กำลังเดินไปมาแถวนั้น ผู้คนขวักไขว่กันน่าดูทีเดียว น่าจะเพราะกำลังรีบไปทำงาน

นี่เป็นวิวตรงข้ามกับที่ยืนรอรถ


เส้นทางการเดินรถของสาย 5002

รถเมล์ที่นี่อาจงง ๆ นิดหน่อย แบบว่า เวลาไป ขึ้นฝั่งไหน เวลากลับก็ขึ้นฝั่งเดยวกับเวลาไป

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงแล้วววว
EverLand



ซื้อตั๋ว แล้วเดินไปที่ช่องซึ่งมีพนักงานทำการพันแทคที่รอบข้อมือ แบ่งเป็นหลายสี แล้วแต่ว่าเราเลือกจ่ายแพคเกจไหน
พนักงานที่ยืนทำหน้าที่อยู่ เด็ก ๆ เรียงคิวรอเข้าไป


ตัวการ์ตูนยืนรอต้อนรับอยู่ข้างหน้า




ถึงเวลาขบวนพาเหรดพอดี


น่ารักอะ มีคนแต่งตัวแฟนซีมายืนเต้น


มีอยู่ช่วงนึงที่เขาจะหยุดขบวนเพื่อเต้น แล้วคนเต้นก็จะจูงเด็ก ๆ ให้มาเต้นด้วยกัน น่ารักดี คงเป็นปกติของบ้านเค้าอะนะ แต่พวกเราดูแล้วแอบขำ ประมาณนั่งในร้านเอ็มเค พอถึงเวลาแล้วเปิดเพลงให้พนักงานเต้นน่ะ




พยายามจะเดินให้ทั่ว แล้วก็เล่นเครื่องเล่นให้ครบ


แต่ไม่สามารถ เนื่องจากว่า เครื่องเล่นผาดโผนส่วนใหญ่มันโอเพ่นแอร์ แล้วอากาศมันหนาว เวลามันวิ่งฉิวที ถ้าลมมันบาดหน้าได้ มันคงบาดไปแล้วอะ หนาวโคด -*-



มีการแสดงโชว์ให้เด็ก ๆ ดู


อิ่มเอมกับบรรยากาศความสวยงามเมืองหนาว


คนเขาไม่ค่อยมาเล่นในช่วงฤดูหนาวกันอะ มันหนาวเกิ๊น แต่ข้อดีคือต่อคิวน้อย ข้อเสียคือหนาวบาดจิต


ไปเล่นเลื่อนหิมะมาด้วย แต่เพื่อนที่ไปลอตเต้เวิล์ดมาก่อนบอกว่าที่นั่นสนุกกว่า ที่นี่ไม่เร้าใจเท่าไหร่ หุๆ


บรรยากาศยามค่ำภายในเอเวอร์แลนด์








นั่งรถกลับสายเดิม เพื่อไปลงใต้ดิน
ตอนถ่ายรถคันนี้ คนขับบีบแตรไล่ด้วย ทำไมก็ไม่รู้



บรรยากาศข้างทางใกล้รถไฟฟ้าใต้ดินสถานีคังนัม เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ผู้คนเยอะแยะ มีของขายข้างทางให้ได้เพลิดเพลินตา


เดินทางไปตึก 63


เป็นการเดินทางที่แข่งกับเวลามาก
เพราะขณะนี้เวลาประมาณ 4 ทุ่ม ตึก 63 ปิดขายบัตร 5 ทุ่มครึ่ง ไปถึงก่อนเวลาอยู่แล้ว แต่ว่ารถไฟฟ้าใต้ดินเที่ยวสุดท้ายจากสถานีใกล้ตึก 63 ที่พากลับที่พักได้รอบสุดท้ายตอน 5 ทุ่มอะ -_-"


แล้วแบบ ไม่ใช่คนพื้นที่ไง ไม่ใช่นั่งใต้ดินแล้วถึงหน้าตึกเลย ต้องต่อรถบัสอีก จากใต้ดินไปรถบัสทางไหนยังไม่รู้ด้วย เดินกันขาขวิดเลย ใช้ประสาทสัมผัสทุกส่วนเหอะ ตอนอยู่บนรถบัสก็ส่ายสายตาไปทั่วว่าถึงยังว้า ระทึกใจมาก

แต่ก็มาถึงจนได้ 63 building สถานที่ท่องเที่ยวที่แรกที่แพลนไว้เมื่อรู้ว่าจะได้มาเที่ยวเกาหลี เพราะเป็นคนคลั่งซีรี่ส์เรื่อง my girl อะ

เขาไม่ให้ถ่ายรูป ก็แอบถ่ายมา


เต็มที่แค่เนี๊ยะ


ไม่ประทับใจเท่าที่คาดไว้เท่าไหร่ ดูในซีรี่ส์สวยกว่า หรือเพราะมีพระเอกด้วยหว่า :p

ข้างในมีแกลอรี่ให้เดินดู เหมือนเดิมคือถ่ายภาพไม่ได้


ใช้เวลาเดินทั้งหมดประมาณ ครึ่งชั่วโมงเอง อย่างที่บอกไม่น่าประทับใจ

เดินทางกลับตอน 5 ทุ่มครึ่ง

 

Create Date : 09 กันยายน 2552
Last Update : 10 กันยายน 2552 13:16:03 น.  

SouthKorea5:DMZ,Banghwadaegyo Bridge, Cheonggyechon Stream

28 Dec 2008

แพลนไว้ว่าจะไป DMZ ชื่อเต็มว่า Demilitarized Zone เป็นชายแดนของเกาหลีเหนือและใต้

จากการศึกษาข้อมูล คิดว่าควรจะไปกับทัวร์ ซึ่งราคาอยู่ที่ประมาณ 7 หมื่น - 1 แสน วอน

เพราะการจะเข้าชายแดนที่ว่านี้บังคับต้องมีทหารพาเข้า ต้องแต่งตัวมิดชิด
แต่หลังจากหาข้อมูลจากเวบคนที่เคยไปมา ก็เจอว่าไปเองก็ได้นี่หว่า แล้วก็ประหยัดกว่า ควบคุมเวลาได้เองด้วย ดังนั้นจึง ...

พร้อมลุย!!!

นั่งใต้ดิน


ลงโซลสเตชัน เพื่อต่อรถไฟ
ที่ซื้อตั๋ว


ได้บรรยากาศหัวลำโพงนะ แต่ดูดีกว่า อิๆ




นั่งไปลงสถานีอิมจินกัก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง หลับออมแรงได้ 1 ตื่น


ที่ซื้อตั๋วทัวร์ DMZ มีให้เลือกหลายกรุ๊ป ต้องยื่นพาสปอร์ตให้เค้าดูด้วย จะได้แทคห้อยคอมา 1 อัน เป็นเหมือนใบเบิกทาง


มีเวลาเหลือ เลยหาอะไรใส่ท้อง มีร้านอยู่ข้าง ๆ ที่ขายตั๋วนั่นแหละ
อ้อ แต่ลืมบอก ซื้อตั๋วทัวร์เสร็จ ต้องไปซื้อตั๋วรถไฟไปอีก 1 สถานีด้วยนะ เจ้าหน้าที่จะบุ๊คตั๋วกลับโซลให้เลย (สงสัยกลัวเราแอบไม่กลับ)


หน้าตามัน เหมือนมาม่านั่นแหละ ราคา 3 พันวอน แม่เจ้า คิดราคาในหัวแทบจะกลืนไม่ลง -_-" มาม่าราคา 90 บาท


ไปถึงก็ถูกทหารต้อนให้เดินไปขึ้นรถบัส เพื่อมายัง โดราซอนมังแด มันคือหอสังเกตการณ์ มีกล้องให้ส่องอีกฟากหนึ่งคือเกาหลีเหนือ ซึ่งเขาไม่ให้ถ่ายรูป มีคนนึงแอบถ่าย โดนทหารยึดโดยบัดดล -_-"


จากนั้นโดนต้อนไปนั่งรถต่อ โชคดีได้นั่งหน้าสุด เลยได้ถ่ายรูประหว่างทาง



รถบัสที่พาไปยังที่ต่าง ๆ ของเขต DMZ


ต่อไปเขาจะพาเราสำรวจอุโมงค์หมายเลข 3 เป็นอุโมงค์ที่เกาหลีเหนือขุดไว้กะโจมตีเกาหลีใต้ พอดีเกาหลีใต้เก่งเจอก่อน (อันนี้จากการฟังความข้างเดียวของเกาหลีใต้นะเออ 555) ก่อนเข้าไปเค้าให้ฟังประวัติศาสตร์ของเค้าก่อน



และเช่นเดียวกัน เข้าไปในอุโมงค์ห้ามถ่ายรูป เลยได้ชักภาพตอนออกมา มีเหมือนอนุเสาวรีย์สงบศึก รัก ๆ กันไว้ประมาณนี้ (มั่วนะ แบบว่าคิดเอาเองอะ กร๊ากกกก)


แล้วก็ถูกต้อนนั่งรถกลับ นี่คือแผนผังสถานีรถไฟที่เชื่อมไปถึงเกาหลีเหนือ แต่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างอะนะ เป็นเพียงแค่ความหวัง . . .


กว่ารถไฟจะมาก็มีเวลาเดินเล่น เดินไปเรื่อย เห็นอะไรสวยก็ถ่ายอะนะ


ทหารที่ทำหน้าที่อย่างจริงจัง ถ้าเขาเหลือบเห็นว่าเราเริ่มไร้สาระ ก็จะก้าวมาต้อนเราไปยังที่ที่ควรอยู่ เ อ่ อ


โดนต้อนให้ออกมาที่ที่จะรอขึ้นรถไฟ เฮอะ ก็ยังมีไรให้ทำอยู่ดีแหละวะ ชิชะ
อันนี้เป็นทิศทางที่สถานีหน้าเป็นเกาหลีเหนืออะ แต่รถไฟยังไปไม่ถึง อิอิ


มีป้ายสถานีบอกสถานีหน้าด้วยนะ แต่ไม่มีรถไฟไป


สถานีโดราซัน


นั่งรถไฟกลับโซล ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งเหมือนเดิม โผล่ขึ้นมาเจอห้างลอตเต้ หาเข้าห้องน้ำ และก็เจออะไรแปลก ๆ อีกแล้ว เป็นที่กดชักโครกแบบให้เลือกว่าจะเซฟหรือเต็มที่ ก็คงจะประมาณว่า เราหนักหรือเบาแหละเนอะ 555


หาข้าวกินที่ห้างลอตเต้ เหมือนข้าวผัดล่ะ


จากนั้นนั่งรถใต้ดิน เพื่อไปดูสะพานข้ามแม่น้ำฮันชื่อBanghwadaegyo Bridge อ่านหนังสือเจอบอกว่า ติด 1 ในสิบ ที่ควรไปดูของเกาหลีอะนะ

พอลงสถานี Banghwa จะไปแท๊กซี่ ดันพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ลงมาถามเจ้าหน้าที่รถไฟใต้ดิน คุยกันอยู่นานยังไงก็ไม่รู้เรื่อง เค้าเลยต่อโทรศัพท์ให้คนพูดภาษาอังกฤษได้ คุยไปคุยมาได้ความว่าเจ้าหน้าที่เค้าจะขับรถไปให้เองเลย พร้อมขับรถพากลับ เจ๋ง!!!ใจดีมาก


จริง ๆ ก็ไม่งามเท่ากับที่อ่านมาอะนะ แต่ประทับใจน้ำใจคน


จากนั้นก็ไปเดินคลองชองเกชอน ซึ่งก่อนหน้านี้มันเป็นคลองน้ำเน่า แต่ทางเกาหลีเค้าทำซะจนโปรโมทเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้อะ เจ๋งจริง

มีแสดงไฟดิจิตอลต้อนรับวันปีใหม่ด้วย


คนมาดูไฟกันล้นหลาม








ถ่าย ๆ รูปอยู่ได้ยินเสียงเหมือนม้าร้อง ก็ว่าม้ามาจากไหน เหลียวหาจนหัวแทบหลุด อ้อ เค้ามีบริการ นั่งรถม้ารอบคลองด้วย




ถ่าย ๆ ไป แบตหมด เวรกำ เดินไปอีกซักพัก อยากถ่ายรูปอะ เลยตกลงกันว่ากลับดีกว่า คราวหน้าแบตเต็มค่อยมาอีกที





 

Create Date : 18 มีนาคม 2552
Last Update : 10 กันยายน 2552 13:15:29 น.  

SouthKorea4:DigitalMediaCity,Ewha,SinChon,HongIk, BosinGak Bell&JongNoTower,Namdeemun,Dongdaemun

27 Dec 2008

แพลนไว้ว่าจะไปตามนี้
Digital Media City, Ewha U., SinChon, HongIk U., BosinGak Bell & JongNo Tower, Namdeemun Market, Dongdaemun Market

เริ่มออกเดินทาง 10 โมง โดยรถไฟฟ้าใต้ดิน



เพื่อไป DMC ชื่อย่อของ Digital Media City



ลงที่สถานี Susaek Sta. แล้วก็ต้องเดินต่อไป
ระหว่างทางเห็นเหมือนสนามเด็กเล่นเล็ก ๆ แต่มันกลายเป็นสนามผู้ใหญ่(ที่เผอิญเดินผ่าน)เล่นชั่วคราว 555



สีมันสดใสดี เลยอยู่เล่น+ถ่ายรูป ประมาณครึ่งชั่วโมงได้ จากนั้นก็ไปต่อ อากาศมันเย็นได้ใจจริง ๆ ผู้คนหายหมด คงหลบลมหนาวอยู่ในอาคาร







ด้านหน้าของ DMC แต่ ทำไมมันเงียบ ๆ แฮะ


เข้าไปด้อม ๆ มอง ๆ ที่ประตู ประกฏว่ามันปิด

ทำได้แค่ถ่ายกับป้าย มองด้วยตาละห้อย ผู้หญิงข้างขวานั้นไซร้คือข้าพเจ้าเอง 555


จากนั้นนั่งแท๊กซี่ไป Ewha U., SinChon, HongIk U เป็นมหาวิทยาลัยขึ้นชื่อทางด้านศิลปะ (แหละมั้งนะ หุ ๆ ) ถนนรอบมหาวิทยาลัย เรียกว่า .ถนนสายมหาวิทยาลัย. ที่หาข้อมูลมาได้ความว่าเฉาพะวันเสาร์จะมีนักศึกษามาขายของทำมือ



ไม่ค่อยคึกคักเท่าไหร่ ที่ตรงสุดมุมถนนโน่น มีเหมือนซุปเปอร์มาร์เก็ตอยู่ข้างล่าง และชั้นบนเป็นร้านขายอาหาร ก็เลยตกลงกันว่าจะฝากท้องไว้ที่นี่

ข้าวผัดกุ้ง แค่ภาพก็น่ากิน กินแล้วก็อร่อยมากกกกกกก เสียดายไม่มีพริกน้ำปลา เศร้า -_-"


จานนี้ของเพื่อน




ให้ทายว่ามันคืออะไร? หลังจากกินข้าวเสร็จ ก็ไปเข้าห้องน้ำ ถามทางกับคนในร้าน เค้าก็บอกทาง พร้อมกับยื่นไอ่เม็ดนี้มาให้ แล้วก็บอกว่า มุล ๆ ๆ ซึ่งมันเป็นภาษาเกาหลีแปลว่าน้ำ ก็รับไปอย่าง งง ๆ แต่เพราะมีความเฉลียว เลยลองเอาน้ำหยอดมัน มันก็พองขึ้นเรื่อย ๆ กลายเป็นทิชชู่เปียกหมาด ๆ อะ สุดยอด ไม่เคยเห็น 555

ทำธุระเสร็จเรียบร้อยก็ออกเดินต่อ เพราะถนนสายนี้อีกยาวนานนัก




ร้านที่หมายมั่นว่าต้องลองให้ได้ซักหน


เจอสตาร์บัค ก็เลยแวะเข้าไปก่อน เนื่องจากมีเพื่อนคนนึงฝากซื้อแก้วลายเกาหลี




หลังจากได้กาแฟมาคนละแก้ว มีคนนึงโพล่งมาว่า ทำไมเราไม่เก็บไว้ไปนั่งกินที่คอฟฟี่ปรินซ์ เออว่ะ!!! ได้แต่มองกันปริบ ๆ แล้วทำไมเพิ่งนึกออกห๊า?? 555

เอาเหอะ ช่างมัน ไปมันเรื่อย ๆ เดินผ่านโบสถ์ เค้ากำลังเตรียมพิธีแต่งงานกันด้วยล่ะ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา กลัวเค้าไม่ให้ถ่าย ถ่ายได้แต่โบสถ์


มหาวิทยาลัยอีกแห่งชื่อยอนเซ เพิ่งมารู้ว่าเป็นมหาวิทยลัยที่ถ่ายทำเรื่อง Boys Over Flowers หรือ F4 เวอร์ชันเกาหลีนั่นเอง แอบเสียดายไม่ได้เดินสำรวจลึกเท่าไหร่


จากนั้นก็เดินไปเรื่อย ๆ จุดหมายคือคอฟฟี่ปริ๊นซ์ที่อยู่ระแวกเดียวกัน




จะถ่ายร้านขายส้มที่เห็นระยะไกลด้านขวาอะ จะเดินเข้าไปถ่ายใกล้ ๆ โดนป้าเค้าไล่


ถึงแล้ว ร้านคอฟฟี่ปริ๊นซ์


ไม่สวยเท่าในทีวี มันดูโทรม ๆ ไปหน่อย แต่คนยังเยอะอยู่




พอถ่ายรูปเก็บมุมตามซีรี่ส์กันเรียบร้อย ก็เดินต่อไป อยู่ตามระแวกนี้นั่นแหละ

เจอเด็ก(คาดว่าจะเด็กมหาวิทยาลัย) จับกลุ่มยืนโชว์บีทบอกซ์ ดูจากท่าทางแล้ว เก๊กอิ๊บอ๋ายเลย แต่ก็แอบถ่ายมันมา 555


โซนขายของค่อนข้างคึกคัก


ถนนยามเย็น


จากนั้นไป BosinGak Bell & JongNo Tower หอระฆังโบซินกัก ปีนึงระฆังจะถูกตีครั้งนึงตอนช่วงขึ้นปีใหม่ พอไปถึงเหมือนเขาปิดเพื่อเตรียมการฉลองปีใหม่ก็เลยอดเห็น ส่วนตรงข้ามเป็น จงโนะทาวเวอร์ เป็นตึกรูปทรงแปลกตาดี




จากนั้นกลับที่พักเพื่อเก็บของที่ชอปปิ้งตามรายทาง แล้วค่อยเดินไป นัมแดมุน-ดงแดมุน

ที่นัมแดมุน


ได้เข้าไปนั่งกินแล้ว พวกอาหารปิ้งย่าง และมีน้ำซุปให้สั่งเพิ่มความอุ่น
แต่คนขายโขกราคามากพอเห็นว่าเป็นต่างชาติอะ

แถมไปเจอคนมารยาททรามอีกต่างหาก เห็นเราไปแต่ผู้หญิงมั้ง ลูกค้าที่นั่งในร้านซึ่งคงกรึ่มได้ที่เข้ามากำแขนเพื่อนคนนึงอย่างแน่น ให้เข้าไปกินไม่ยอมปล่อยซักทีอะ จนเจ้าของร้านต้องมาห้ามแล้วขอโทษขอโพยกันยกใหญ่ เลยรีบเดินหนีทันที


มันนามว่า "ต๊กป๊กกี"


ไม่หร่อยอะ มันคือแป้งล้วน ๆ ที่ราดซอสที่มีรสเผ็ดนิดนึง



จากนั้นไปดงแดมุนต่อ จะไปตลาดขายของมือ 2 ปรากฏว่าปิดอีกแล้วครับท่าน ช่างโชคไม่ดี -_-"

กลับบ้านนอนดีกว่า :p

 

Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2552 12:58:43 น.  

1  2  3  4  5  6  7  

me:ผู้หญิงในนิยาย

Location :

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

 
Group Blog

 
All Blogs

 
Friends' blogs
[Add me:ผู้หญิงในนิยาย's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.