Review Korea Expert Trip ตอนที่2 : อาจูม่าไม่ผ่าน ตม.เกาหลี โอ๊ยยย...เครียด เอาไงดีแว๊!!!




อินชอน
Landing ถึงอินชอนอย่างปลอดภัย นั่ง Shuttle Train มาอีก Terminal นึง ก็ยังไม่ได้มีลางบอกเหตุ หรือตาขวากระตุกแต่อย่างใด แวะให้อาจูม่าเข้าห้องน้ำก่อนผ่าน ตม. เกาหลี ซึ่งเค้าว่าโหดกันนัก ก็แบ่งไปแถวละ 2 คนติดกัน จะได้ไม่ช้า หลังจากผึ้งกะคุณแม่ผ่าน ตม. กันได้เรียบร้อบแล้ว ก็ยืนรออาจูม่าอีก 2 ท่านด้านหน้า เห็นอาจูม่าคนแรกกะลังแสกนลายนิ้วมืออยู่ ผึ้งก็หันไปบอกคุณแม่ว่า คุณแม่ยืนรอน้าอีก 2 คนตรงนี้ เสร็จแล้วเดินลงบันไดเลื่อน ไปเจอกันที่สายพานที่ชี้ให้ดู ผึ้งจะไปเอากระเป๋ารอ


หลังจากเอากระเป๋าครบแล้วก็ยืนงงว่าทำไมคุณแม่ยังไม่มาอีกแว๊!?!...นานแล้วนะ ซักพักคุณแม่เดินลงมาคนเดียวค๊า ถามว่าน้าอีกสองคนล่ะ แม่บอกว่าไม่เห็นทั้ง 2 คนเดินออกมา น้าคนแรกไม่ผ่านแน่ๆ น้าคนที่สองแม่เห็นกำลังแสกนลายนิ้วมือ หันลงมาดูผึ้งอีกที หายไปแล้วทั้งคู่

อ๊ากกกกก!!!!!...งานเข้าแล้วไงตรู เลยบอกคุณแม่ยืนตรงสายพานห้ามไปไหนนะ เด๋วผึ้งไปเดินหาก่อน ว่าออกมาแล้วไม่เจอรึไม่ได้ออกมา กลับขึ้นไปด้านบนไม่มี ต้องไม่ได้ออกมาแน่ๆ ก็ยืนรอน้องเอ๋ หัวหน้าทัวร์ น้องเอ๋ก็เข้าไปดูในห้องข้างๆ มีลูกทัวร์ที่ไม่ผ่านนั่งรอยืนยันอยู่เพียงท่านเดียว ซวยแล้วไง...แล้วอาจูม่าอีก 2 คนหายไปไหนแว๊???


ก็ได้เหล่าคุณลุงคุณป้าที่ร่วมทริปมาด้วย น่าร๊ากกกมากๆเลยมาช่วยกันคิดว่าเอาไงดี คุณลุงเจริญเกียรติ (ผู้บริหารบริษัทแห่งหนึ่ง) กับน้องเอ๋ก็แยกย้ายไปติดต่อทาง ตม. ส่วนคุณป้าดา (อาจารย์วัยเกษียณ)จากเชียงใหม่ก็ช่วยดูกระเป๋าให้ ผึ้งก็เดินหาทั่วๆเผื่อกรณีหลงทาง ปรากฎว่าหาไม่เจอ ถาม จนท.ตม.แล้วก็ไม่มีประวัติเลยว่าเข้ามารึโดน Reject พอดีมีคุณป้าในทริปท่านนึงถามว่าคุณน้าทั้ง 2 แต่งตัวยังไง เค้าเลยบอกว่าเห็นเดินย้อนเข้าไปด้านใน ตม. ก็เลยสรุปกันว่าเราออกไปเจอแลนด์เกาหลีให้เค้าช่วยน่าจะดีกว่า

สำหรับไกด์เกาหลีครั้งนี้ คือคุณลิลลี่ หลังจากเล่าเหตุการณ์ให้ฟังเสร็จ ก็บอกได้เลยว่าต้องไม่ผ่าน ตม.แน่ๆ จะต้องโดนเรียกตัวไปสอบประวัติก่อนนห้องแห่งความลับ ซึ่งทางทีมไกด์เกาหลีของ Korea Expert ก็โทรติดต่อทาง ตม.เกาหลี พร้อมแจ้งชื่อไว้ แต่ตอนนั้นแถวยาวมาก เลยไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคุณน้าทั้งสองจะผ่านการสอบประวัติ หรือจะโดน Reject ส่งกลับประเทศทันที


คุณแม่เองก็เครียดมากๆ ถ้าน้า 2 ท่านไม่ผ่านคุณแม่ก็จะไม่ไปเที่ยว ลูกทัวร์ท่านอื่นๆก็ต้องมาเสียรอเวลาด้วย ทำเอาผึ้งมิ้มปวดหัวมากมาย ก็เลยคุยกับคุณลิลลี่ว่าจะทำไงดี สรุปก็มีให้เลือก 2 Option
1)เค้าจะให้ทางทีมงานที่เป็นคนเกาหลี ถือป้าย Korea Expert ซึ่งมีชื่อของน้าทั้ง 2 ท่านรออยู่ ถ้าผ่าน เค้าจะพาไปส่งขึ้น Taxi แล้วไปเจอทัวร์ ถ้าไม่ผ่านคือโดนส่งกลับประเทศเค้าจะโทรแจ้ง แต่เนื่องจากคุณน้าทั้ง 2 ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง และผึ้งกับคุณแม่คงทิ้งคุณน้าทั้ง 2 ไว้ไม่ได้แน่ๆ ก็เลยเลือก Option 2
2)ผึ้งกับคุณแม่อยู่รอจนกว่าจะเที่ยง พร้อมกับทางทีมไกด์เกาหลี Korea Expert ส่งอัศวินม้าขาวมาอยู่ด้วยคนนึง (อิอิ เสร็จโจร ^^ ) คอยประสานงานให้กับทั้งทาง ตม. และทางคุณลิลลี่ให้ หากเที่ยงแล้วยังไม่มา แปลว่าโดนส่งกลับ ผึ้งกับคุณแม่ต้องนั่ง Taxi ไปเจอทัวร์ (ซึ่งแน่นอนว่าถ้า 2 ท่านไม่ผ่าน ทริปนี้ไม่สนุกแน่ๆ)

อัศวินม้าขาว
แยกย้ายกับกรุ๊ปทัวร์ ผ่านไปซักชั่วโมงกว่า คุณแม่บนบานศาลกล่าวเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรไว้เรียบร้อย ระหว่างที่ผึ้งไปห้องน้ำ อัศวินม้าขาวชาวเกาหลีก็เดินมาบอกคุณแม่ว่าตอนนี้ทั้ง 2 ท่านผ่าน ตม.เรียบร้อยแล้ว คุณแม่บอกว่าให้รอคุยกะลูกสาว ไปห้องน้ำ เค้าก็ตกใจแล้วทำมือเตี้ยๆ ถามว่าลูกสาวตัวเล็กๆอะเหรอ คุณแม่เลยทำมือสูงๆเพื่อบอกว่าลูกสาวโตแล้ว ฮ่าๆๆๆ ภาษาอังกฤษคุณแม่ก็ไม่แข็งแรงเหมือนกัน เลยใช้ภาษามือด้วย พอผึ้งเดินกลับมา ทราบข่าวดี โอ้โห....โล่งมากๆๆเลย

ผึ้งก็เลยนั่งคุยกับอัศวินม้าขาวชาวเกาหลีคนนั้นว่า ปัญหาตอนนี้ก็คือ คุณน้าทั้ง 2 ท่านต้องไม่รู้แน่ๆว่าต้องออกประตูไหน เดินไปไหนต่อ ก็เลยบอกให้เค้าช่วยพาไปที่ information เพื่อประกาศให้มาเจอกันที่ Exit B โดยให้คุณแม่นั่งรออยู่ แล้วเค้าก็พาผึ้งไปเดินหาด้วยกันตั้งแต่ ทางออกแรกยันทางออกสุดท้ายเลย แต่ก็หาไม่เจอ ระหว่างเดินหาก็เห็นเค้าพยักหน้าทักกับคนเกาหลีที่สนามบินหลายคนเลย บางคนก็ส่งสายตาสงสัยมาถามว่า “เฮ้!!!...ยัยผู้หญิงกะเหรี่ยงที่เดินมากะนายนี่มันใครกัน” ฮ่าๆๆ

สุดท้ายก็เจอคุณน้าทั้ง 2โดยบังเอิญค๊า เค้าเลยโทรไปติดต่อกับคุณลิลลี่ให้ว่าจะต้องไปที่ไหนยังไง คุณป้าด้าเล่าให้ฟังว่าพอคุณลิลลี่ประกาศในรถว่า 2 ท่านผ่าน ตม.แล้ว ทุกคนก็เฮกันใหญ่ หลังจากลุ้นกันหลายชั่วโมง สุดท้ายอัศวินม้าขาวชาวเกาหลีก็พามาส่งขึ้น Taxi ไปร้านไก่ตุ๋นโสมซึ่งเป็นที่นัดพบ พร้อมย้ำว่าห้ามไปไหนจนว่าคุณลิลลี่จะมา โอ๊ยยย....แบบว่าไม่รู้จะตอบแทนเค้ายังไงดี ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าเป็นใคร ชื่อก็ไม่ได้ถาม แต่ซึ้งใจกับน้ำใจเค้ามากมายเลย นี่ถ้าไม่ติดว่าคุณแม่ยืนอยู่ละก้อก็ จะฉวยโอกาสโผเข้าไปกอดขอบคุณซักทีสองที ฮ่าๆ (ล้อเล่นนะคร๊า ใครอย่าเอาไปฟ้องคุณแม่ล่ะ^^)

นั่ง Taxi ตามทัวร์ไปโซล
พอขึ้นแท๊กซี่ได้ โอ้โหย...เล่าเรื่องกันสนุกมากมาย เป็นทริปที่คุ้มค่ามากเพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีประสบการณ์แบบนี้ ฮ่าๆ คุณน้าเล่าว่าในห้องแห่งความลับที่โดนเรียกไป จนท. เกาหลี โหดมาก ดุด้วย แต่น้าทั้ง 2 ไม่เครียด หัวเราะกันคิกคัก เพราะรู้ว่าไม่ได้ทำผิดอะไรยังไงต้องผ่าน (แต่หารู้ไม่ว่าคนที่เครียดมากคือคุณแม่หนูคร๊า555) แล้วที่ไม่ผ่านก็เพราะ แสกนลายนิ้วมือไม่ติด ลายนิ้วมือจาง เค้าเลยให้ไปกรอกประวัติใหม่ เขียนชื่อคนที่มาด้วย พอเค้าถามคุณน้าก็ตอบว่า two teachers, school close, tour แล้วก็เอาใบ Confirm ของทัวร์กับบัตรข้าราชการให้เค้าดู ผึ้งว่า จนท. ตม.เกาหลีคนนั้น โคตรเก่งเลยอ่ะ เพราะฟังยังไงมานก็ไม่เป็นประโยคเอาซะเลย ฮ่าๆๆๆ โชคดีที่เค้าเข้าใจ และคงพอทราบจากที่ Korea Expert โทรแจ้งแล้วด้วย ก็จ่ายค่าแท๊กซี่ตามทัวร์ไปประมาณ 1800 บาท โชคดีที่ทัวร์ยังอยู่ในโซลซึ่งยังไม่ได้ไกลมาก


ข้อควรจำและทำด้วย!!!
จากประสบการณ์ครั้งนี้ คุณลิลลี่ไกด์เกาหลี ก็ได้บอกในสิ่งที่ควรรู้และบางข้อที่ผึ้งพลาดไป ดังนี้ค่ะ
1)หากในกรุ๊ปของเรามีคนที่เราไม่มั่นใจว่าเขาจะผ่าน ตม. หรือไม่ ให้เขายืนข้างหน้าเราแถวเดียวกัน เผื่อติดปัญหาอะไรเราจะได้รับรู้ ช่วยพูด ช่วยยืนยันให้ ผึ้งซึ่งมีหน้าที่ดูแลอาจูม่าทั้ง 3 คนควรออกหลังสุด
2)ใบ Confirm ที่ทางทัวร์แจกสำคัญมาก ควรพกติดตัวตลอดเวลาทั้งทริป เพราะมีรายละเอียดที่พักแต่ละคืน เบอร์โทรศัพท์ไกด์เกาหลี ในกรณีพลัดหลงหรือฉุกเฉิน ซึ่งมีทั้งภาษาเกาหลีและภาษาอังกฤษ คนเกาหลีก็เหมือนคนไทยค่ะ ทั่วไปจะไม่เก่งภาษาอังกฤษ
3)เนื่องจากครั้งนี้ผึ้งเองนำกระเป๋าของทั้ง 4 คนลงมาจากสายพายรอ โดยไม่ได้คิดเผื่อว่าถ้าคุณน้า 2 ท่านไม่ผ่านตม. แล้วโดนส่งกลับจะทำอย่างไร ที่ควรทำคือถ้าหากยังไม่แน่ใจว่าคนในกรุ๊ปจะผ่าน ตม.หรือไม่ ไม่ควรนำกระเป๋าออกมาให้ค่ะ เพราะหากไม่ผ่าน ตม. จะถูกส่งกลับประเทศด้วยสายการบินที่เร็วที่สุด เค้าจะได้นำกระเป๋ากลับไปด้วย
4)สำคัญมากต้องมีสติค่ะ ถ้าโดนเรียกเข้าห้องที่ติดกับตรงที่เข้าแถวรอ ห้องนั้นรอหัวหน้าทัวร์เข้าไปยืนยันก็จะสามารถออกมาได้ค่ะ แต่หากเป็นห้องที่ต้องเดินย้อนกลับเข้าไปด้านใน เพื่อรอสอบประวัติ ห้องนั้นโดนหนักค่ะ ทางที่ดีที่สุด ต้องติดต่อไกด์เกาหลี ให้ทางทีมเค้าประสานงานกับ ตม. ให้ค่ะ
5)ส่วนผู้ที่พลัดหลงจากกรุ๊ปเอง สิ่งที่ต้องทำก็คือ เมื่อมีเสียงประชาสัมพันธ์ประกาศ พยามตั้งใจฟังด้วยนะค๊า ว่าใช่ชื่อตัวเองรึปล่าว เพราะผึ้งแจ้งให้ทางประชาสัมพันธ์ประกาศ 2 ครั้ง แต่คุณน้าทั้ง 2 ไม่ได้ฟังเลย ก็เลยหากันไม่เจอซักที แต่ส่วนใหญ่ทางทัวร์จะมีคนรออยู่ที่ทางออก เมื่อออกมาแล้วพยามมองหาป้ายบริษัททัวร์ก็ได้ค่ะ
6)ผู้สูงอายุทั้งหลาย ไม่ควรเข้าโรงรับจำนำบ่อยนะคร๊า เพราะจำทะให้ลายนิ้วมือจากเร็ว กร๊ากกก...อันนี้ไม่ใช่นะคร๊า ล้อเล่นค๊า อิอิ

ครั้งนี้ถือว่าได้รับการช่วยเหลือเป็นอย่างดีจากทีมไกด์เกาหลี Korea Expert ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยค๊าอีกอย่างนึงที่อยากจะบอกทุกคน คือ บางครั้งการไปเที่ยวกับทัวร์อาจจะมีปัญหาต่างๆนาเกิดขึ้นบ้าง อาจจะไม่ได้ราบรื่นเหมือนกันทุกทริป โดยเฉพาะทริปทุกช่วงเทศกาลซึ่งคนจะเยอะมาก ผึ้งเชื่อว่าไกด์และหัวหน้าทัวร์ทุกทริปพยามช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาอย่างดีที่สุด พยามทำใจให้กว้างๆ ว่างๆเข้าไว้นะคะ อย่าโมโห หงุดหงิดเมื่อบางอย่างไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวัง ทำตัวทำใจให้ยิ่งง่ายยิ่งดีค่ะ รับรองว่าจะสนุกค่ะ แต่หากใครได้เจอทริปที่ราบรื่นซะทุกอย่างแบบที่ผึ้งไปครั้งแรกอันนั้นก็ถือซะว่าถูกหวยค่ะ ^^







Create Date : 04 มิถุนายน 2555
Last Update : 8 มิถุนายน 2555 23:46:18 น.
Counter : 10564 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)
BlogGang Popular Award#10



pheungmim
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]



3 อย่างที่เรียกรอยยิ้มจากผึ้งมิ้มได้
คือ น้องหมา ขนมเค้ก และช็อคโกแลตจ้า

เจอกันอย่าทัก ผึ้งรักคนง่าย ฮ่าๆๆ ... ใช้ชีวิตให้มีความสุขนะค๊าทุกคน