สิ่งที่ไม่ทำก็น่าเสียดาย




สิ่งที่หากไม่ทำก็น่าเสียดายชีวิตที่เหลือนี้นัก
ตอนที่ 1

เพื่อนๆ ที่รัก
เวลาผมมีอะไร น่าสนใจ ไม่สบายใจ ผมก็จะ mail มาหาเพื่อนๆ ซึ่งเพื่อนๆ อาจไม่ได้รับ หรือได้รับประโยชน์บ้างเล็กๆ น้อยๆ แต่สำหรับ mail นี้ ผมเชื่อมั่นว่าจะมีประโยชน์กับพวกเรา อย่างน้อยก็มีประโยชน์มากที่สุดจากmailเพื่อนคนนี้ก็แล้วกัน

ท่านที่มิได้นับถือพุทธศาสนา อาจหยุดอ่าน และปิด mail ตรงนี้ หรือจะอ่านต่อ อย่างน้อยที่สุด ท่านก็เอาประโยชน์ไปเบิ้ลเพื่อนๆ พุทธหลายคนของท่านได้ โดยตั้งคำถามเขาเหล่านั้นว่า “เฮ้ย มึงเป็นพุทธ เขาสอนว่าไงบ้าง วะ” ดูสีหน้ายากลำบาก แล้วฟังคำตอบของเขาว่าเป็นไง

ไม่นับว่าหลายปีมากก่อนหน้านี้ ผมต้องเตรียมคำตอบสำหรับคำถามเพื่อนๆ มุสลิมว่า ศาสนาพุทธสอนอะไร ก่อนหน้านั้นผมถูกถาม ก็อ้อมแอ้มตอบบางอย่างไป ที่แม้แต่ตัวเองก็รู้ว่าฟังไม่ค่อยน่าศรัทธาเลย ต่อมาจึงวานให้น้อง(คณิต) ช่วยเขียนสรุปพุทธศาสนามาให้ ก็ยังนึกสงสารสงสัยตัวเองเลยว่าอยู่เป็นพุทธมาได้อย่างไร

หยุดตรงนี้สักนิด สำหรับเพื่อนๆ ที่เป็นพุทธทั้งหลาย แล้วถามและตอบกับตัวเองว่าพุทธศาสนาสอนอะไร

ผมว่าหลายคนตอบได้ แต่มากกว่านั้นคงเหมือนผมตอนนั้น คืออาจตอบอธิบายได้แค่หางช้าง หูช้าง บางส่วนของศาสนา แต่อธิบายช้างทั้งตัวไม่ได้

พักตรงนี้อีกครั้ง ใน mail นี้ตอนท้ายๆ ผมก็จะทำให้พวกเราที่เป็นพุทธยอมรับว่าพระเจ้ามีจริงอีกด้วย ซึ่งหลายคนคงยี้ ไม่เชื่อ เอาว่าถ้าผมทำให้เชื่อเช่นนั้นไม่ได้ มาเตะผมได้เลย

กลับมาเรื่องเดิม ผมสารภาพว่าผมเขียน mail นี้เพื่อที่จะชวนเพื่อนๆ พุทธทั้งหลายปฏิบัติธรรม สำหรับเพื่อนๆ ที่ทำอยู่แล้ว ปิด mail เสียก็ได้ แล้วท่านที่ยังอ่านต่อไม่รู้เรื่องปฏิบัติธรรมเลย หรือไม่สนเลย อะไรก็ตามที ผมก็ขอให้อ่าน ทนอ่าน และท้าด้วยว่าอ่านจนจบต้องสนใจแน่

ต่อไปนี้เป็นเช็คลิสท์ ทำเป็น Smiley 4 ข้อ ถ้าท่านเช็คผ่านหมด 4 ข้อ ก็จะได้ไปด้วยกัน

Smiley 1 ท่านเชื่อในกรรมดี กรรมชั่ว ใครทำอะไร ก็จะได้รับผลของมัน

อะไรที่เกิดขึ้นกับเรา เกิดกับคนอื่นๆ ล้วนมิได้เกิดโดยบังเอิญ ล้วนมีเหตุปัจจัยของมัน ถ้าเชื่อก็ไปข้อต่อไป

ถ้าไม่เชื่อ ท่านอาจจะเลือกปิด mail นี้ไป หรืออ่านต่อ ซึ่งท่านที่ไม่เชื่อเรื่องกรรม ก็อาจเชื่อว่า ทำอะไรที่ไม่ผิดกฎหมายก็เพียงพอแล้ว หรือหนักกว่านั้นคือ ถ้าทำอะไรแล้วตำรวจไม่จับ จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ก็ถือว่า ok

จริงๆ มีหนังสือธรรมมะมากมาย ใน net ก็มีมาก ที่ท่านต้องอ่าน ผมคงแนะนำไม่ไหว อย่างไรก็ตาม สมมุติว่าอ่านแล้ว ท่านเชื่อ เช็คผ่านข้อนี้ ก็ไปข้อต่อไป

Smiley 2 ท่านเชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิด ข้อนี้เกี่ยวข้องกับข้อที่แล้วมาก กล่าวคือ ถ้าท่านเชื่อว่า เวรกรรมมีจริง แต่ทั้งกรรมดี กรรมชั่ว ที่เราท่านทำ ทำไมไม่เห็นกลับมาตอบแทนเราในชาตินี้เลย ทั้งๆ ที่เราก็แก่แล้ว ดังนั้น จึงต้องมีชาติหน้าแน่นอนที่เราจะได้รับผลกรรมดี กรรมชั่วของเรา ไม่ก็ชาติที่แล้วเราคงมีกรรมดีกรรมชั่วติดตัวมา กับคนอื่นยิ่งชัดเจน ที่เป็นใหญ่เป็นโต ทำชั่วมากมาย ทำไมเขาก็ยังอยู่ดี อยู่ได้ ฯลฯ

พอเชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิด ก็จะสมเหตุสมผลขึ้นมาว่า มีผลบุญผลบาปจากชาติภพก่อนๆ ที่ส่งผลในชาตินี้ทำให้แต่ละคนเกิดมามีอะไรไม่เท่าเทียมกัน และเมื่อรวมกับชาติปัจจุบัน บางส่วนส่งผลในชาตินี้ บางส่วนก็ไปว่ากันชาติภพต่อๆไป และแล้วผมก็ขออ้างอิงว่า เราเกิดกันมาหลายๆ ๆ ชาติจนพระ พุทธเจ้าตรัสแสดงถึงโครงกระดูกของสัตว์หรือบุคคลคนหนึงที่เวียนว่ายตายเกิด ในสังสารวัฏ ๑ กัปว่า ถ้าสามารถนำมากองรวมกันได้ กองกระดูกก็จะสูงใหญ่เท่าภูเขาเวปุลละ ซึ่งเป็นภูเขาใหญ่ลูกหนึ่งในห้าลูกที่วงล้อมเมืองราชคฤห์ในสมัยนั้น

พอเชื่อเรื่องนี้ ก็ต้องทราบต่อไปว่า พอเราตายแล้ว ทำกุศลไว้มาก ก็ขึ้นสวรรค์เป็นเทวดา ถ้าตายขณะมีฌาน ก็ไปถึงพรหม เสวยสุข นานแสนนาน

เทวดา หรือสูงขึ้นไปถึงพรหม ก็ยังนับว่ามีกิเลส พอใช้กรรมดีหมดไปแล้ว ก็มาเกิดในภพภูมิต่ำลงมา ตามกรรมของตัวเอง และหากพลาดพลั้งไปทำชั่วเข้า ก็จะตกนรก เกิดเป็นสัตว์ต่างๆ วนเวียนเช่นนี้

ถ้าโชคดี เกิดมาเป็นคน*เช่นพวกเราขณะนี้ ก็เริ่มต้นชีวิตเด็ก สนุก 2-3 ปี ก็เข้าโรงเรียนแข่งขันแก่งแย่งกัน ผจญชีวิตในทุกข์ในสุข ขนาดโชคดีอย่างพวกเรา ก็ยังลำบาก มีทุกข์อยู่มากเลย

Smiley 3 ท่านเบื่อที่จะเวียนว่ายตายเกิด ดังที่ผมว่ามา และรู้สึกเสี่ยงภัยว่าอาจผิดพลาดทำความชั่ว ยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่ ท่านคิดว่า น่าจะมีอะไรดีกว่านั้น

นั่นคือ จุดมุ่งหมายของพุทธศาสนา มันมีอะไรดีกว่าที่จะเวียนว่ายตายเกิด เช่นนี้ แม้ไปเป็นเทวดา เป็นพรหม ก็ยังมีกิเลส ยังต้องมาเกิดใหม่อีก แถมทำบุญทำกุศลอย่างมนุษย์ก็ไม่ได้ (ได้ก็ยาก?)

เทวดานั้นส่วนใหญ่ ติดสุข พอใจกับความสุขที่มีที่ได้รับ ก็เลยต่ออายุบนสวรรค์ได้ลำบาก

พูดถึงแสวงหาธรรมะของเทวดานั้น ท่านพุทธทาส พูดคำหนึ่งว่า “พวกพรหม นี่แหละตัวดีนัก” ท่านหมายความว่า ติดสุข ไม่ค่อยสนใจธรรมะอะไรปานนั้น

ท่านที่ยังไม่เบื่อในการเวียนว่ายตาย เกิด ยังรักความสุขของมนุษย์ ได้กินอาหารอร่อยๆ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นกีฬา เล่นเกมส์ ไปเที่ยว กินเหล้า อยู่ใกล้คนที่รัก ฯลฯ จนถึงความสุขทางกามารมณ์

ท่านอาจารย์ชา ได้พูดเรื่องความสุข ความทุกข์ไเดียวกัน การออกกำลังจิตนี้อย่างที่รู้จักก็คือการทำสมาธิ

ผมเคยพูดถึงนโปเลียนกับเพื่อนๆมาครั้งหนึ่งแล้วว่า เขามีสมาธิสูงมากคิดเรื่องต่างๆทีละเรื่องเหมือนหยิบแฟ้มเอกสารมาดูดูเสร็จก็เก็บ แล้วก็ดูอีกแฟ้มคิดทีละเรื่องโดยไม่วอกแว่ก และเมื่อเสร็จ เล่ากันว่า สามารถบอกตัวเองให้หลับ และหลับได้ทันที

ทีนี้เราคงนึกถึงตัวอย่างที่เราแต่ละคนประสบ เพื่อนๆที่เรียนหนังสือเก่งๆกันนั้น ขาดเสียไม่ได้ที่จะต้องมีสมาธิที่ ดี คนที่สามารถทำงานจดจ่อ ได้นานๆ ก็นับเป็นคนสมาธิดี และเห็นใช่ไหมครับว่าพอล้า หรือหมดพลัง(จิต)ก็ต้องนอนพัก และคนที่สามารถนอนอย่างมีคุณภาพ หลับลึก ไม่มีเรื่องรบกวนคือการฝัน กึ่งหลับกึ่งตื่น นอนไม่นานก็คืนพลังขึ้นมาได้ พระที่ท่านมีสมาธิสูงท่านนอน 3 ชั่วโมงก็พอแล้ว ในขณะที่พวกเราถูกสอนมาว่าต้องนอน 8 ชั่วโมง

ยังมีเรื่องเล่ามากมายของเด็กๆที่เรียนปานกลางแต่พอไปฝึก และปฏิบัติสมาธิสม่ำเสมอ ก็มีผลการเรียนที่ดี ลูกชายผมตอนเด็กไปเรียนสมาร์ทเบรน ที่เป็นหลักสูตรคิดเลขเร็ว เทอมนั้นสร้างความประหลาดใจสอบได้ที่ 1 หรือ 2 เลย พ่อแม่งง แล้วก็เชื่อมโยงว่าเห็นที่จะได้รับประโยชน์ในส่วนที่เขาสอนสมาธิหรือยังไงสักอย่าง เพราะการที่จะคิดในใจได้เร็วๆนั้นต้องใช้สมาธิมาก ถ้าใครมีหลานเล็กๆ ลองให้เรียนสิครับ

ลูกสาวผมเรียนม.4 ก็เริ่มปฏิบัติสมาธิมาได้สัก 5 เดือน วันศุกร์ต้องรอผมนานมากเพื่อกลับบ้านด้วยกัน วันหนึ่งดีใจมาเล่าให้ผมฟังว่าแกสามารถเรียนพิเศษวิชาฟิสิกส์ 6 ชม.รวด โดย 5 ชม.ครึ่ง หลังนั้นเรียนโดยไม่เหนื่อยล้าเลย

เคยสังเกตพระที่ท่านเทศน์ พูดยาวๆไหมครับ ท่านพูดไหลลื่นทั้งไทยและบาลี ผมว่าก็เพราะท่านมีพลังจิตสูงนั่นแหละครับถึงทำได้

นอกจากประโยชน์ดังกล่าวซึ่งเล่ากันไม่หวัดไม่ไหวแล้ว (ใครสนใจก็ไปหาอ่านใน ‘net เอา) สมาธิเมื่อฝึกไปขั้นสูงๆยังทำอิทธิฤทธิ์ อะไรได้อีกมากมาย เช่นตาทิพย์ ถอดจิต แม้แต่เหาะ

อันที่จริงอะไรที่เป็นธรรมชาติแต่ทำยาก พิสูจน์ยากหรือไม่ได้นั้น เราก็ไปเรียกว่าเป็นอิทธิฤทธิ์ คนที่ไม่เชื่อก็ว่าเป็นเรื่องงมงายไร้สาระ ตรงนี้มีคนที่เขาเขียนไว้มากมายควรที่เราที่มีเวลาไปศึกษาดู มีเรื่องมากมายอ่านสนุก แต่อย่างไรก็ดีทางพระท่านไม่สรรเสริญ บางแห่งจัดเป็นบาปเลยทีเดียวครับ

ที่ต้องระวังก็คือความเข้าใจผิด คิดว่าตัวเองสำเร็จเป็นนั่นเป็นนี่ บ้าไป หรือถึงขั้นฆ่าตัวตายก็มี การฝึกสมาธิจะให้ดีจึงควรมีครูบาอาจารย์


สมาธิ - การปฏิบัติ

ผมไม่อยากอาจเอื้อมมาแสดงความรู้ตรงนี้เลย พวกเราควรไปหาอ่านเอา ถามเพื่อนๆ ก็จะทราบว่ามีหลายวิธีมากมาย พระอาจารย์เองท่านก็บอกว่าจะวิธีใดนั้นแล้วแต่จริตของแต่ละคน....

ที่บ้านผมฝึกวิธีของทางสายพระป่า ภรรยาและลูกสาวไปเรียน 6 เดือน (เฉพาะเสาร์อาทิตย์) หลักสูตร ครูสมาธิของหลวงพ่อวิริยังค์ สถาบันพลังจิตตานุภาพ ซึ่งมี head office ที่วัดธรรมมงคล สุขุมวิท 101 หลังจากหลวงตามหาบัวมรณภาพ เข้าใจว่าจะเหลือลูกศิษย์สายตรงของอาจารย์มั่น คือท่านองค์เดียวเท่านั้น ปัจจุบันท่านอายุย่าง 92 ปีแล้วครับ แต่ท่านแข็งแรงยังพาลูกศิษย์เดินขึ้นดอยอินทนนท์ได้ ท่านมี mission ของท่านที่ได้รับจากหลวงปู่มั่นให้มาสอนโปรดคน กทม. ครับ ท่านสร้างสาขาหลายแห่งในกทม. และยังมีหลายแห่งในแคนาดาและสหรัฐ

ท่านสอนให้เดินสมาธิ(จงกรม) 30 นาที แล้วนั่งสมาธิอีก 30 นาที นับว่าไม่มากไปไม่น้อยไป เวลาเดินก็เดินความเร็วปรกติ หายใจปรกติ ในใจให้บริกรรม ท่องพุทโธๆๆๆ ซ้ำๆต่อเนื่องไปโดยไม่ต้องสัมพันธ์กับการหายใจ ในใจนั้นให้กำหนด (จิต)อยู่ที่ฐาน สะดือ หน้าอกซ้าย ใบหน้า ปลายจมูก หรือหน้าผาก ตรงไหนก็ได้ ลองกำหนดดูว่าจริตชอบตรงไหน เมื่อเลือกแล้วก็หลีกเลี่ยงที่จะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ซึ่งจะทำให้เสียเวลาไป

รายละเอียดยังมีอีกมาก ดูได้ที่..website ข้างล่าง

ตอนทำใหม่ๆนั้น 10 นาที ก็แทบแย่แล้วครับ ก็เริ่มจากระยะเวลาสั้นๆ แล้วค่อยๆเพิ่ม ที่สำคัญคือทำให้ต่อเนื่อง หลวงพ่อวิริยังค์ท่านสอนว่า ขยันก็ทำ ขี้เกียจก็ทำ ทำไปทำไป พยายามทำให้ได้ทุกวัน ทำแล้วมันจะมีโน่นมีนี่ ที่ผู้ปฏิบัติธรรมมีภาษาเรียกว่า ธรรมะจัดสรร ให้เราได้ชื่นใจมีกำลังใจ ทำต่อๆเรื่อยไป

ผมและครอบครัว ทำกันเป็นเรื่องเป็นราวได้สัก 6-7 เดือน ต้องออกตัวว่า เขียนอย่างคนที่รู้น้อย ประสบการณ์น้อย เดิมว่าจะใช้วิธีลอกจากต้นฉบับมาต่อๆกันเลย แต่พบว่า แหล่งอ้างอิงนั้น มากมายหาไม่ไหว ก็เลยเขียนมาอย่างที่เห็น และรอเพื่อนๆ หรือน้องๆ ที่ CC ให้ช่วยออกความเห็น แก้ไขความเข้าใจผิดของผม เพื่อให้เอกสารนี้สมบูรณ์ที่จะใช้ชักชวนใครๆมาปฏิบัติธรรมกัน

ด้วยว่าเราทั้งหลายนั้นก็อายุมากแล้ว และเริ่มทะยอยตายกันไป (มนุษย์)สมบัติที่สะสมมากน้อยนั้น เอาไปไม่ได้สักชิ้น มีแต่ปฏิบัติธรรมนั่นแหละครับที่จะทำให้พวกเรามีอริยสมบัติ พาข้ามภพข้ามชาติได้ และอย่างที่ทราบแล้วว่าโอกาสเกิดเป็นคนนั้นยากหนักหนา คนเท่านั้นที่สะสมอริยทรัพย์นี้ได้ (?) จึงมุ่งมั่นไปเชียงใหม่กันเถอะครับ

ไปได้หลายทางนะครับ ลองศึกษาหลายๆวิธี ถามเพื่อนๆดู



บทที่ 5
เรื่อง เกร็ด อ้างอิง


Smiley พระเจ้า

ศาสนาคริสต์ เหมาว่าอิสลาม ยิว ซึ่งมีรากเดียวกัน ก็สอนเหมือนๆกันว่า ความรู้ของมนุษย์นั้นแม้เราจะรู้สึกว่าเรารู้มากเหลือเกิน แต่ก็ยังมีความรู้อยู่มหาศาลที่เราไม่รู้ ไม่มีวันรู้ เสมือนทะเลห้วงน้ำอันกว้างใหญ่ที่กักกันมนุษย์เอาไว้ อย่างเช่น

1 ใครสร้างสรรพสิ่งทั้งมีและไม่มีชีวิต ถ้าตอบว่าใครสักคนหรือหลายๆคนสร้างก็จะมีคำถามไม่รู้จบอีกว่า แล้วใครสร้างเขา ขึ้นมาอีก

2 เวลาเริ่มมาจากเมื่อใด สำหรับมนุษย์แล้วต้องมีเมื่อวาน มีปีที่แล้ว แล้วมันย้อนหลังไปสิ้นสุดยังไง

3 ความยาวที่ยาวที่สุดนั้น ทั้งสองปลายไปสิ้นสุดอย่างไร เพราะ สำหรับเราแล้วมันต้องยาวไปได้อีก เรื่อยๆ และเช่นเดียวกัน สิ่งที่เล็กที่สุดไปสิ้นสุดได้อย่างไร

4 ใครเป็นผู้กำหนดกฏเกณฑ์ ธรรมชาติต่างๆ กฏทางเคมี ฟิสิกส์ และอื่นๆ

5 ใครเป็นผู้รักษากฏ เหล่านั้น ให้โลกหมุนรอบตัวเอง หมุนรอบดวงอาทิตย์ วัตถุตกลงสู่พื้นด้วยความเร่งคงที่ ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้เราอาจเรียกว่าธรรมชาติก็ได้ซึ่งดูไม่มีชีวิต หรือเรียกว่าพระเจ้าก็ได้ ดูมีชีวิต และสิ่งนี้ย่อมเป็นหนึ่งเดียวที่ยิ่งใหญ่กว่าเทพเทวดา หรืออะไรทั้งสิ้น และเราปฏิเสธไม่ได้ว่ามีสิ่งนี้อยู่ ไม่ว่าเราจะเรียกชื่อว่าอะไรก็ตาม
Smiley พุทธศาสนา ศึกษาโดยการอ่านอย่างเดียวไม่พอ ต้องปฏิบัติจึงจะบรรลุธรรม
Smiley หนัง เดวิด คาราดีน รับบทเป็น ไคว เชง เคน ในซีรี่ย์เรื่อง Kung Fu ดูกันเมื่อพวกเราเป็นเด็กๆมีอยู่ตอนหนึ่ง นางเอกถูกจับตัวไป เคน นั่งบนรถม้ากับคนที่ไปช่วยอีกคนที่ทำหน้าที่สารถี ซึ่งควบรถม้าตะบันเพื่อให้ไล่ผู้ร้ายให้ทัน ในขณะที่สารถีหน้าตาเคร่งเครียด กระชากสายบังเหียร ให้ฝูงม้าวิ่งให้เร็วที่สุดหันมาดูเคน เคนกับมีใบหน้าเรียบเฉย ไม่มีอาการวิตกแตกตื่นกลุ้มใจอย่างที่เขาเป็น สารถีก็ถามเคน(อย่างเคืองๆ)ว่าไม่วิตกเลยหรือไง ผมยังจำได้ เคน ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ตอบว่า ถ้าไม่วิตกจะเป็นอย่างไร ถ้าวิตกแล้วจะทำอะไรให้ดีขึ้นหรือ ตอบอะไรประมาณนี้ ซึ่งตลอดชีวิตผมพบว่า ถ้าเรามีเรื่องอะไรที่จะกลุ้มไม่สบายใจเช่นนั้น การวิตกกังวลไม่ได้ช่วยอะไร ให้เปลี่ยนความวิตกกังวลเป็นการกระทำ 1 ข้อ 2, 3, 4 หรือกี่ข้อก็ทำไป เมื่อทำแล้วก็ไม่ต้องไปกลุ้มวิตกอะไร บอกตัวเองว่า ความวิตกกังวลไม่ช่วยอะไร
        วิธีคิด คิดวนเวียน เสียสติบ้าได้ ก็อย่างๆ สารถีข้างบน และมนุษย์ส่วนใหญ่ครับ
Smiley กราฟ ทุกข์ สุข






จิตมนุษย์นั้นเร็วมากๆๆ ถ้าเราลองเอาความสุขอยู่บนแกนนอนกับความทุกข์อันอยู่ด้านล่างมา plot ตามแกนเวลา

โดยทำให้ถี่ยิบละเอียดเท่ากับความเร็วของจิตมนุษย์เรา ก็จะได้เส้นสุข(ทางโลก) และทุกข์ เป็นคลื่นละเอียด ทั้งๆที่เรา เพื่อนๆของผมมีฐานะทางสังคมและเศรษฐกิจดีๆกัน ถ้าเรามีสติดีเฝ้าติดตามความคิดของเราไปอย่างละเอียด* เราจะพบว่า เรื่องขุ่นใจ ตั้งแต่เช้าขับรถออกจากบ้านนั้นมี มากมาย มารยาทการขับรถของคนอื่น รถติด ความวิตกกังวลเรื่องโน้นนี้ ฟังข่าวก็เศร้าใจบ้างโกรธ ด่า มาถึงที่ทำงาน ลูกน้องทำงานไปถึงไหน คนนั้นเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ที่มากกว่านั้นก็ยังมีเรื่องว่าน้อยใจไม่ได้เป็นผู้ว่า อดอิจฉาคนโน้นคนนี้ไม่ได้ ฯลฯ ฯลฯ

ลองๆติดตามความคิดตัวเองให้ดีนะครับ ลอง plot แล้วระบายสีเหลืองข้างสุข สีเทาหรือดำด้านทุกข์ ก็จะพบความจริงว่าพื้นที่ความสุขสีเหลืองนั้นไม่มากหรอกครับ แต่สีดำหรือเทานั้นกลับมากกว่า

ในทางพุทธนั้น ทุกข์ไม่เอา สุขอย่างกิเลส ก็ไม่เอา กร๊าฟ ข้างบนควรจะเรียบๆ สงบๆ ว่างๆ ครับ

หมายเหตุ สติดีเฝ้าติดตามความคิดของเราไปอย่างละเอียดยิบ นี่แหละครับตัวละครตัวสำคัญของพุทธศาสนาทีเดียว
Smiley สมองคนใช้แค่ 3%
อันนี้ของฝรั่งครับ เขาค้นคว้ายังไงไม่ทราบพบเช่นนี้ ดังนั้นยังมีอีกตั้ง 97% แน่ะ ที่รอเราใช้งาน หนทางหนึ่งก็คือออกกำลังจิต หรือทำสมาธินั่นแหละครับ
Smiley อาจารย์ชา ท่านเล่าว่า ตัวท่านลำบากแต่เด็ก ปฏิบัติธรรมก็ยังยากแสนยาก ท่านเห็นใจคนเมืองที่อยู่สุขสบาย ปฏิบัติธรรมก็จะยิ่งยากลำบากเพราะเคยสบาย ฝรั่งและมุสลิม เองบอกว่าให้คนรวยมาปฏิบัติธรรม ยากเหมือนจูงอูฐลอดรูเข็ม  


Smileyโชคดีที่เกิดมาในแผ่นดินไทย
ถ้าท่านศรัทธาเข้มแข้งในพุทธศาสนา ท่านก็จะเข้าใจแล้วว่าท่านโชคดีนักหนา แต่สำหรับท่านอื่นๆ อ่านข้างล่างต่อไป
Smiley พาวัวไปเลี้ยงทุกวัน ไม่เคยได้ลิ้มรสน้ำนมวัว
รู้สึกว่าของอาจารย์ชาครับ ท่านว่าพวกเราที่เป็นพุทธทั้งหลายจำนวนมากทำตัวเหมือนเด็กเลี้ยงโค เช้าก็พาโคออกไปทุ่งกินหญ้า เย็นก็พากลับ อยุ่ใกล้วัวนิดเดียว แต่ไม่เคยได้รู้รส(หอมหวาน) ของน้ำนมโคเลย


อ้างอิง และเผื่อสนใจอ่าน :

http://dhammaworld.exteen.com/20100620/entry  การได้เกิดเป็นมนุษย์นั้นเป็นเรื่องยาก 
http://webboard.yenta4.com/topic/342653  หมู่บ้านคนระลึกชาติ 
http://www.samathi.com/            สถาบันพลังจิตตานุภาพ 
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=59 อาจารย์ชา สุภัทโท 
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99_%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%95%E0%B8%BA%E0%B9%82%E0%B8%95  หลวงปู่มั่น และรายชื่อลูกศิษย์อันเป็นพระอาจารย์มีชื่อเสียง 
http://www.fungdham.com/sound/cha.html   อาจารย์ชา สุภัทโท file เสียงจำนวนมาก 
http://www.fungdham.com/sound/sound.html  หลายๆพระอาจารย์ file เสียงจำนวนมาก 
http://www.84000.org/true/233.html ประโยชน์ของการเดินจงกรม 
http://www.dhammathai.org/karma/dbview.php?No=28  สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน 
http://www.dhammathai.org/treatment/concentration/concentrate03.php  สิ่งที่ใช้ในการยึดจิตในการทำสมาธิ ที่เรียกว่าอารมณ์ของสมาธินั้น ในทางพระพุทธศาสนา อาจารย์ในสมัยโบราณได้รวบรวมไว้ได้ถึง 40 อย่าง 
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=8615&sid=de21de9e9a8ce0ec716d742d5eaf98ef สมาธิ อย่างท่านพุทธทาส 
http://www.dhammajak.net/samati/samati2/s201.php การฝึกสมาธิ โดย หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต 
http://en.wikipedia.org/wiki/Meditation  สมาธิ Wikipedia มีทั้งพุทธ คริส อิสลาม ยิว 
http://www.how-to-meditate.org/ ภาษาอังกฤษ 
http://mblog.manager.co.th/nabhasan2007/th-91087/  ภพภูมิ โอกาสสร้างกุศล 
http://dhammaworld.exteen.com/20080102/entry ภพภูมิ 31 ภูมิ ตอน 1 
http://dhammaworld.exteen.com/20080125/entry   ภพภูมิ 31 ภูมิ ตอนที่ 6  (สุดท้าย) 
http://www.facebook.com/vajiramedhi  ท่าน ว.วชิรเมธี (W.Vajiramedhi) ใช้ Facebook 
http://www.thuseen.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=296295&Ntype=5 นอนไม่หลับ คิดมาก วิธีแก้ไข 
http://www.oknation.net/blog/surasakc/2009/05/17/entry-1  การนอนหลับ กับ การทำสมาธิ  คลื่นสมองต่างกันอย่างไร 
http://writer.dek-d.com/Writer/story/viewlongc.php?id=344685&chapter=43   Aura พลังงานของสิ่งมีชีวิต 
 ขอบคุณนุช ที่ช่วยพิมพ์ต้นร่าง และขอบคุณภรรยาที่อ่านทวนแก้ไข 
เขียนสำหรับเพื่อนๆวิศวะ ใน กฟผ และที่อยู่ใน mail 
CC น้องๆที่บริษัท และอุ่นเครื่อง ธรรมะทัวร์ 25-28 กพ. นี้ 
เพิ่มศักดิ์ โทร 081 ......
6 กพ. 2554 




Create Date : 15 มีนาคม 2554
Last Update : 20 กันยายน 2560 14:17:19 น.
Counter : 396 Pageviews.

1 comments
  
สวัสดีครับพ่อ
โดย: Sirfalus วันที่: 20 มีนาคม 2554 เวลา:18:54:05 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

permsak.rat
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



All Blog