Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
     
Kanebo Impress IC Revitalizing Moist up Essence
Kanebo Impress IC Revitalizing Moist up Essence


ลักษณะของเนื้อเอสเซ้นส์  เป็นเนื้อสีขาวใส ไม่ข้นมาก บางเบา
หลังจากหยดเอสเซ้นส์แล้วเกลี่ย
เกลี่ยไปซักพักประมาณ 30 วินาที เอสเซ้นส์เริ่มซึมเข้าสู่ผิว (ซึมเร็วมาก)

ประมาณ 1 นาที ก็ซึมหมดครับ ผิวจะรู้สึกชุ่มๆ และหนึบๆ ครับ

คำโปรย : มอบความชุ่มชื่นอย่างล้ำลึก เพื่อผิวที่กระชับและยืดหยุ่น เมื่อเอสเซ้นส์สัมผัสกับผิวหน้า เนื้อผลิตภัณฑ์จะกลายสภาพเข้มขึ้น รังสรรค์ให้ผิวชุ่มชื้นและเปี่ยมด้วยความกระชับและยืดหยุ่นที่รู้สึกได้ยามสัมผัส
ใช้ตอนเช้าและกลางคืน หลังจากใช้โลชั่นแล้ว ลูบไล้เอสเซ็นซ์ให้ทั่วใบหน้า สำหรับบริเวณผิวที่กังวลเป็นพิเศษ เช่น ผิวแห้ง หยาบกร้าน ให้ลูบไล้อย่างอ่อนโยน ละเมียดละไม

ส่วนผสม : Water, Diglycerine,Alcohol,Dipropylene glycol,Butylene glycol,Sorbitol,Glycerine,Hydrogenated lecithin,Cholesterol,Carbomer,Potassium hydroxide,Fragrance, Mevalonolactone,Disodium EDTA,Methylserine,Hydrolyzed lupine protein, Melia azadirachta leaf extract,Malpighia emarginata(Acerola) fruit extract, Phenoxyethanol, Methylparaben, Ethylparaben, Propylparaben, Butylparaben

วิเคราะห์ส่วนผสม
1. Water : ใส่มาในปริมาณมากที่สุด จัดว่าเป็นเอสเซ้นส์แบบ water base
2. Diglycerin : ทำหน้าที่ ให้ความชุ่มชื้น
3. Alcohol : น่าจะใส่มาเพื่อหวังผลให้เกิดความรู้สึกว่าซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และอาจใช้เป็นตัวทำละลาย (Cosolvent) ให้น้ำกับสารให้ความชุ่มชื้นต่างๆ มีการเข้ากันได้ดี
4. Dipropylene glycol : ทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้น
5. Butylene glycol : ทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้น
6. Sorbitol : ทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้น
7. Glycerin : ทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้น
8. Hydrogenated lecithin : ทำหน้าที่เป็น emulsifier (สารที่ช่วยให้น้ำกับน้ำมันเข้ากันได้ดี) นอกจากนี้ยังเป็นสารบำรุงผิว (Skin condition) ด้วย
9. Cholesterol : โดยทั่วไปจะทำหน้าที่เป็นสาร emulsifierและยังให้ความชุ่มชื้นโดยเคลือบบนชั้นผิว ช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นน้ำกับผิวหนัง (Emollient)
10. Carbomer : เป็นสารเพิ่มความหนืด มีความคงตัวต่ออุณหภูมิที่สูง ซึ่งจะไม่ทำให้ความหนืดเปลี่ยน
11. Potassium hydroxide : ใช้เป็นสารบัฟเฟอร์ในการปรับ pH ให้เหมาะสม
12. Fragance : น้ำหอม
13. Mevalonolactone : เป็นส่วนผสมที่เป็นลิขสิทธิ์ของคาเนโบ้



Mevalonolactone เกิดจากการ Hydrolysis ของ Mevalonic acid
(Reference : ADEKA Corporation Technical Information available on : www.cossearch.ch/doc/.../Mevalonolactone20090318.pdf)

ประโยชน์ของ Mevalonolactone คือ เมื่อรวมกับน้ำแล้วจะกลายเป็น Mevalonic acid ซึ่งจะช่วยในการสร้างคลอเรสตอรอล (Cholesterol) ในชั้นผิว Stratum corneum ซึ่งในชั้นผิว Stratum corneum นั้น ประกอบด้วยคลอเรสเตอรอลเป็น 1 ใน 3 นั่นคือ เจ้า Mevalonolactone จะทำให้ชั้นผิว Stratum corneum สมบูรณ์และจัดเรียงสวยงามนั่นเอง


ภาพนี้เป็นภาพที่แสดงว่าในชั้นผิว Stratum corneum มี Cholesterol เป็นส่วนประกอบ
(Reference : http://bme240.eng.uci.edu/students/08s/btdinh/background.htm)



ภาพนี้จะแสดงว่าเมื่อเราทา Mevalonolactone แล้วจะมีการเปลี่ยนไปเป็น Mevalonic acid และจะถูกเปลี่ยนไปเป็น Cholesterol ในชั้นผิว Stratum corneum นั่นเอง
(Reference : ADEKA Corporation Technical Information available on : www.cossearch.ch/doc/.../Mevalonolactone20090318.pdf)



ภาพนี้แสดงการศึกษาว่าเจ้า Mevalonolactone สามารถสร้าง Cholesterol ในชั้นผิวStratum corneum ในผิวที่มีอายุ (Age skin) ได้อย่างมากเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ทา Mevalonolactone
(Reference : ADEKA Corporation Technical Information available on : www.cossearch.ch/doc/.../Mevalonolactone20090318.pdf)


นอกจากนี้ทาง ADEKA ยังได้ค้นพบว่า เจ้า Mevalonolactone นี้ทำให้ชั้นผิว Stratum corneum มีความแข็งแรงด้วย (Improves the barrier function)


ภาพนี้แสดงถึงการศึกษาว่าในผิวชั้น Stratum corneum ของผิวที่มีอายุ(Age d skin) สามารถทำให้ชั้นผิวมีความแข็งแรงขึ้น (Improves the barrier function) ได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ Base เมื่อเวลาผ่านไปถึง 48 ชม.
(Reference : ADEKA Corporation Technical Information available on : www.cossearch.ch/doc/.../Mevalonolactone20090318.pdf)

14. Disodium EDTA : ใช้เป็นสาร Chelating และสารควบคุมความข้นหนืด (Viscosity controlling)
15. Methylserine : สารบำรุงผิว (Skin condition) จัดเป็นพวก Amino acid
16. Melia azadirachta leaf extract : สารสกัดจากใบต้น Neems หรือสะเดาอินเดีย


พบว่าสารสกัดจากต้นสะเดาอินเดียนี้ ประกอบด้วย Fatty acid ในปริมาณที่สูง ซึ่งจะช่วยทำให้ชั้นผิวหนัง Stratum corneum มีความชุ่มชื้นและจัดเรียงตัวสวยงาม (เนื่องจากในชั้นผิว Stratum corneum มี Fatty acid เป็นส่วนประกอบ)
(Reference : http://www.bioorg.com)
17. Acerola fruit extract : สารสกัดจากผล Acerola ซึ่งเป็นผลไม้ที่ให้วิตามินซีที่สูงมาก

เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าวิตามินซีนั้นจะทำหน้าที่เป็น Antioxidants และ Whitening ที่ทรงประสิทธิภาพ
18. Phenoxyethanol, Methylparaben, Ethylparaben, Propylparaben, Butylparaben :  ทำหน้าที่เป็นสารกันเสีย (Preservatives)

My Comment
1. จัดเป็นเอสเซ้นส์ที่ให้ความชุ่มชื้นได้อย่างเต็มเปี่ยมด้วยสารที่ให้ความชุ่มชื้นหลายตัว ส่วนผสมที่น่าสนใจคือเจ้า Mevalonolactone ที่ใส่มาในปริมาณที่ค่อนข้างมาก ซึ่งจะช่วยทำให้ชั้นผิวหนัง Stratum corneum มีความแข็งแรงและมีการจัดเรียงตัวที่สวยงามได้ ส่วนสารสกัดจากใบต้นสะเดาอินเดียและผลอะเซโรล่านั้น ไม่อาจคาดหวังผลได้เนื่องจากใส่มาในปริมาณที่น้อยมาก (ลำดับเกือบท้ายๆ) สิ่งที่ต้องระวังคือมีแอลกอฮอล์และน้ำหอมในปริมาณหนึ่ง ซึ่งคนที่ผิวแพ้ง่ายอาจต้องระวัง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าคนที่มีผิวที่ค่อนข้างแข็งแรงและไม่แพ้ง่าย เอสเซ้นส์ตัวนี้ถือว่าเป็นเอสเซ้นส์ที่ดีมากตัวหนึ่งเลยก็ว่าได้ นั่นคือทำให้ผิวชุ่มชื้นมากๆ และแข็งแรงนั่นเองครับ
2. ส่วนจะอุดตันหรือไม่นั้นขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล แต่หลังจากได้ใช้มาหลายสัปดาห์เจ้าของบล็อกไม่อุดตันครับ




Create Date : 14 เมษายน 2556
Last Update : 27 เมษายน 2556 16:13:25 น.
Counter : 1365 Pageviews.

0 comment

เภสัชกรพีระพัฒน์
Location :
อุบลราชธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เพราะผิวดี....เราสร้างได้
อีเมลล์ : peerapat6645@gmail.com