Group Blog
 
All Blogs
 

Lancome Bienfait Multi-Vital Fluid SPF 30

ผู้เขียนบทความ : Start now
ระยะเวลาการใช้ ~ 2 เดือน

คุณสมบัติ : ตัวนี้พึ่งออกมาใหม่ล่าสุด ผมไม่แน่ใจว่ามีขายที่ประเทศไทยหรือยัง มอยส์เจอไรเซอร์ผสมสารกันแดดตัวนี้ ก็จัดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ในระดับเดียวกับ Estee Daywear หรือ Clinique SuperDefense นั่นคือเป็นพวกมอยส์เจอไรเซอร์ที่ช่วยปกป้องผิวโดยทั่วๆไปที่ผสมสารกันแดดนั่นเอง, มีด้วยกัน 3 สูตรตามสภาพผิว, ตัวที่ผมเอามา review นั้นเป็นสูตรโลชั่นสำหรับทุกสภาพผิว (นอกนั้นเป็นแบบครีม) จุดเด่น (จุดโฆษณา) ของมอยเจอไรเซอร์ตัวนี้ก็คือการผสมวิตามินและแร่ธาตุพื้นๆลงไป 8 ตัวและตั้งชื่อให้สวยหรูว่า “VitaNutri 8” ซึ่งสารหลายๆตัวเช่น Omega 3+6, zinc, magnesium นั้นพบได้ในมอยเจอไรเซอร์ราคาถูกๆตามซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Garnier Nutritionist เพียงแค่เพิ่มวิตามิน C แบบ ascorbyl glucoside ที่ช่วยเพิ่มการป้องกันอนุมูลอิสระ, วิตามิน E ใน nanocapsules, B5 และทองแดงเข้าไปเท่านั้น นอกนั้นก็เหมือนๆกับ Garnier, แต่อย่างน้อย high brand แบบนี้เพื่อไม่ให้เสียหน้า ก็เพิ่มสารบางตัวเข้าไปเช่น Moringa Oleifera Extract ที่ช่วยป้องกันมลภาวะภายนอก และ Horse Chestnut extract เพื่อช่วยปกป้องความชุ่มชื่นใต้ผิว (มันไปเคลือบผิวด้วย), ส่วนสารกันแดดระดับ SPF30 (สูตรที่เป็นครีมแค่ SPF15) ที่ใช้ก็คือ Avobenzone เพื่อป้องกัน UVA และ Octocrylene กับ ethylhexyl salicylate เพื่อป้องกัน UVB เป็น broad spectrum และตาม Lancome อ้างไว้ว่ามันเสถียร นี่คือส่วนผสมทั้งหมดของ Bienfait ตัวนี้ครับ

คือตามสเปคของมันแล้ว มันเป็นมอยซ์เจอไรเซอร์ที่ช่วยปกป้องผิวจากปัจจัยต่างๆเช่นมลภาวะ, อนุมูลอิสระ, แสงแดด, ความแห้ง ด้วยการใช้สารเพื่อเพิ่มความต้านทานให้กับผิวลงไป, ทาง Lancome อ้างว่าภายใน 1 เดือน (28วัน) ผิวจะชุ่มชื่น เปล่งปลั่ง ดูสดใสมีสุขภาพดี และป้องกันผิว, เนื้อโลชั่นสีขาวบริสุทธิ์, ผสมน้ำหอมแต่ว่ากลิ่นอ่อนมากๆครับ, เนื้อโลชั่นเกลี่ยง่าย; มาในขวดปั๊มแบบพลาสติกทึบแสง, ไม่ใช่สูตร oil-free, เป็นสูตร non comedogenic

ข้อดี : เมื่อทาไปแล้ว ผิวจะชุ่มชื่นดีครับ รู้สึกว่าซึมในระดับนึง, เหมาะกับการใช้หน้าหนาวเพราะว่าสารที่ช่วยปกป้องความชุ่มชื่นนั้นมันไปเคลือบผิว (ตอนล้างออกมันจะลื่นๆ) ไม่ก่อสิว และจากที่ใช้มาก็คิดว่าผิวดูเปล่งขึ้นเล็กน้อยครับ เล็กน้อยจริงๆจนแทบไม่รู้สึกอะไรเลย แต่ผมคิดว่ามันก็พอใช้ได้เท่านั้นละครับ

ข้อเสีย : ไม่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยเป็นอย่างยิ่ง (ผมมีผิวค่อนไปทางธรรมดานะครับ) ขนาดผมใช้ตัวที่เนื้อเบาที่สุดอย่างโลชั่นแล้ว ในช่วงฤดูใบไม้ผลิอากาศยังเย็นๆอยู่ด้วย, หลังจาก 2-3 ชั่วโมงผ่านไป พบว่าหน้ามันขึ้นมากพอสมควรเลยครับ โดบเฉพาะบริเวณจมูกนี่จะมันมากเลย ส่วนช่วงแก้มจะออกเหนอะๆ รู้สึกไม่สบายผิว, ดังนั้นถ้าใครไม่มีผิวแห้งจริงๆ (และถึงผิวจะแห้ง แต่ว่ากับสภาพอากาศเมืองไทย) ผมว่าไม่เหมาะแน่ๆครับ สิวอาจถามหาเอาได้นะ (ถึงจะอ้างว่าเป็นสูตร non comedogenic ก็ตาม แต่สิวมันมีหลายประเภท), ส่วนสารกันแดดที่ผสมมานั้นก็เป็นแบบเคมีทั้งหมด ดังนั้นอาจระคายเคืองผิวได้, ส่วนที่ทาง Lancome อ้างไว้ว่า ภายใน 28 วัน (ซึ่งผมลองมา 48 วันด้วยซ้ำ)

77% Vitality : พบว่าเห็นความแตกต่างน้อยมากๆครับ
98% Moisturising : จริงแน่นอนครับ และออกจะมากเกินไปด้วย แม้จะเป็นสูตรโลชั่นก็ตาม ถ้าเป็นแบบครีมคงไม่ต้องพูดถึง
87% Protection : ผมใช้ตัวนี้ ออกไปข้างนอกตากแดดนานๆเพื่อทำรายงานเกี่ยวกับวิชาที่เรียน พบว่าตอนเย็นๆผิวหน้าผมแดงขึ้น แสดงว่าสารกันแดดไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอนั่นเอง
83% Quality : ไม่เป็นความจริงครับ ผมไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรในเรื่องนี้เลย

ซึ่งผมแทบไม่ได้เป็นหนึ่งใน 4 ข้อที่ว่ามาเลย, ที่จริงตัวนี้มันก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรนะครับ แต่ผมคิดว่าสารที่ใช้มันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมาก ซึ่งหาเอาได้จากมอยซ์เจอไรเซอร์ตามซูเปอร์, สารกันแดดที่ยังไม่ดีพอ และไม่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยเลย, ถ้าเป็นหน้าหนาวที่ต่างประเทศ ก็คงพอใช้ได้บ้างครับ, แต่ไม่คุ้มค่าเท่าไหร่ สู้ไปซื้อ Garnier Nutritionist + กันแดดดีดีอย่าง Kanebo Sarasara ยังจะดีกว่ามากครับ

ผลิตภัณฑ์ที่ควรหลีกเลี่ยงครับ !!

-------------------------------------------

คะแนน : 4.8 / 10 ครับ




 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2549    
Last Update : 27 พฤษภาคม 2549 18:06:50 น.
Counter : 813 Pageviews.  

Lancome Primordiale Optimum Day Cream SPF 15

ผู้เขียนบทความ : Start now
ระยะเวลาการใช้ - 2 เดือน

คุณสมบัติ : หลังจากที่ได้เคย review ตัว night cream จากชุด Primordiale Optimum ไปแล้ว คราวนี้มาถึงตัว day cream สำหรับตอนกลางวันกันบ้างนะครับ ซึ่งชุดนี้จะออกแบบมาเพื่อช่วยลดริ้วรอยแรกเริ่ม เดี๋ยวผมจะมาบอกความแตกต่างระหว่าง 2 ตัวให้ฟังว่ามันต่างกันอย่างไรบ้างในส่วนหลักๆ, สำหรับสูตรกลางวันนี้จะแบ่งเป็นเนื้อโลชั่นสำหรับผิวธรรมดา - ผสมหรือมัน หรือใช้ในสภาพอากาศที่อบอุ่นในหน้าร้อน ส่วนตัวที่ผมมารีวิวอยู่นี่ เป็นเนื้อครีมสำหรับผิวธรรมดา- แห้งหรือใช้ในหน้าหนาวนะครับ, ส่วนที่แตกต่างกับตัว night หลักๆจะมีอยู่ 3 จุด นั้นก็คือ

1. ตัว day จะใช้เทคโนโลยีลิขสิทธิ์ที่ชื่อว่า Thermo-control ซึ่งจะเป็นพวกสารโพลีเมอร์ที่ทำหน้าที่เสมือนม่านสำหรับผิว คือเมื่อผิวเผชิญความหนาวเย็น มันจะทำการแข็งตัวและบล็อคการสูญเสียน้ำจากใต้ผิว ถ้าอุณภูมิปรกติ ก็จะอ่อนตัว ปล่อยอากาศผ่านให้ผิวได้หายใจ ถือเป็นการปกป้องผิวจากมลภาวะภายนอก ซึ่งในตัว night จะไม่มีเทคโนโลยีนี้ผสมอยู่ เพราะว่าตอนกลางคืนเราอยู่ในห้อง ไม่ได้ออกไปเผชิญมลภาวะอุณภูมิข้องนอก
2. ตัว day จะใช้วิตามิน E ใส่ในนาโนแคปซูล เพื่อนำพาวิตามินเข้าไปถึงในส่วนที่ลึกของผิว ในขณะที่ตัว night จะใช้วิตามิน A เพื่อช่วยในการฟื้นฟูการทำงานของระบบผลัดเซลล์ผิว
3. ตัว day ไม่มีส่วนผสมของ wheat germ extract ที่ช่วยขับของเสียออกจากเซลล์ผิว ในขณะที่จะมีในตัว night
4. ตัว day ผสมสารกันแดดแบบ chemical ที่ SPF 15

นอกนั้นส่วนผสมหลักอื่นๆก็จะเหมือนกับตัว night เกือบทั้งหมดนะครับ ไปอ่านเพิ่มที่ตัว night ได้เลย, คือพูดง่ายๆนั่นก็คือตัว day จะเน้นปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ, อุณภูมิ, แสงแดดและ night จะฟื้นฟูผิวนั่นเอง, สารกันแดดที่ใช้ก็คือ octocrylene ซึ่งเป็นแบบ chemical แต่มีความเสถียรและกันน้ำได้ในตัว มีความสามารถในการปกป้องได้ทั้งแสงแดดชนิด a และ b ไม่ทราบเปอร์เซนต์ที่ใส่ไว้นะครับ ดังนั้นก็พอวางใจได้ในระดับนึง, ส่วนผสมอื่นๆที่ควรระวังนั่นก็คือมันผสม mineral oil ไว้ในระดับต้นๆของรายชื่อ ดังนั้นถ้าใครใช้ตัวนี้ไม่ได้ ก็ควรระวังให้ดีดี

ตัวนี้มาในกระปุกพลาสติก ไม่มีพายสำหรับตักมาให้, สีเงิน, เนื้อครีมเมื่อทาไปแล้วให้ความชุ่มชื่นกำลังดีครับ พอๆหรืออาจจะมากกว่าตัว day นิดหน่อย, เนื้อครีมออกสีชมพูอ่อนๆ, กลิ่นหอมกุหลาบอบอวน กลิ่นแรงกว่าตัว night, ไม่ใช่ oil-free และไม่มีเขียนว่า non-comedogenic นั่นก็หมายความว่า สำหรับผู้ที่มีผิวมัน สิว หรืออุดตันง่าย หลีกเลี่ยงการใช้ตัวนี้ครับ

ข้อดี : ก็มีโอกาสได้ใช้ตัวนื้ทั้งในหน้าหนาวและหน้าร้อน 2 ฤดูพอดีเลย, พบว่าในหน้าร้อนใช้แล้วจะทำให้ผิวหน้ามันเกินไป (หลังจากทาไปแล้วหลายๆชั่วโมง) ส่วนหน้าหนาวใช้แล้วจะชุ่มชื่นกำลังดี ไม่ทำให้ผิวหน้ามันเกินไป, เมื่อลมแรงๆพัดมา ผิวก็ไม่แห้งตึงครับ เมื่อทำไปแล้วผิวจะนุ่มเนียนเรียบขึ้น นุ่มชุ่มชื่นอยู่ภายใน รู้สึกว่าผิวเนียนกว่าใช้ตัว night, ถึงจะผสม mineal oil แต่ก็ไม่ก่อสิวให้กับผิวหน้าของผม (หมายเหตุ : เป็นเพราะว่าหลังจากที่ผมอายุครบ 25 แล้ว สิวแทบจะไม่มีเลยครับ ดังนั้นอะไรถ้าไม่แย่จริงๆ ก็ยากที่จะขึ้นสิว) ก็ถือว่าเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ธรรมดาๆสำหรับตอนกลางวันที่พอใช้ได้ตัวนึง เพราะว่าให้ความชุ่มชื่นได้ดีในหน้าหนาว, สารกันแดดก็มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับวันทั่วๆไป

ข้อเสีย : ไม่พบความเปลี่ยนแปลงใดใดทั้งสิ้นในแง่ของการช่วยลดริ้วรอยแรกเริ่มครับ, คือชุ่มชื่นเนียนนุ่มขึ้นอย่างเดียว ไม่มีอะไรดีขึ้น แต่ก็ไม่มีอะไรแย่ลง เพราะว่าไม่ก่อสิว, ที่โฆษณาไว้ว่าช่วยลดริ้วรอยแรกเริ่มภายใน 5 วันก็ถือว่าไม่ได้ผลใดใดทั้งสิ้นครับ ไม่ว่าจะตัว day นี้ หรือว่าตัว night ก็ตาม เป็นตระกูลที่ไม่ช่วยเรื่องริ้วรอยอะไรทั้งนั้น แค่ชุ่มชิ้นขึ้นอย่างเดียว, ไม่ใช่สูตร oil-free และ ไม่ใช่สูตร non-comedogenic อาจก่อสิวสำหรับสภาพผิวมัน หรืออุดตันได้ และไม่ควรไปทาใกล้รอบดวงตา เพราะว่าผมลองแล้ว รู้สึกระคายเคืองพอสมควรเลยละครับ แสบๆไงไม่ทราบ, บรรจุภัณฑ์แบบกระปุก จะทำให้สารต่อต้านอนุมูลอิสระเสื่อมประสิทธิภาพไปเรื่อยๆในการเปิดใช้แต่ละครั้ง, ผสมน้ำหอมค่อนข้างแรงมาก อาจทำให้หลายๆคนแพ้ได้ แต่สำหรับผมก็เฉยๆนะครับ หอมดี แค่นั้น ไม่มีอะไรพิเศษ

ผลิตภัณฑ์ที่ควรหลีกเลี่ยงครับ !!

-------------------------------------------

คะแนน : 2 / 10 ครับ





 

Create Date : 03 มีนาคม 2549    
Last Update : 29 เมษายน 2549 13:48:12 น.
Counter : 208 Pageviews.  

Clinique Sun-Care Body Spray SPF 30

ผู้เขียนบทความ : Start now
ระยะเวลาการใช้ - พึ่งซื้อมาใหม่

คุณสมบัติ : มาถึงกันแดดสำหรับทาตัว SPF 30 ของ Clinique กันบ้าง, ตัวนี้ต้องบอกตามตรงว่าทำให้ผมรู้สึกประหม่านิดหน่อยตั้งแต่ยังไม่เริ่มใช้, โถ ก็ฉลากดันเล่นเขียนไว้ว่า เก็บให้พ้นมือเด็ก, ถ้ายังไม่แห้งสามารถลุกติดไฟได้ และไม่ควรทากันแดดตัวนี้ใกล้ๆกับความร้อนหรือแหล่งที่มีไฟลุก… อ้าว แล้วตกลงว่ามันคือกันแดดหรือว่าน้ำมันเบนซิน ว๊ะเนี่ย ?? ไม่แน่ใจว่าสารตัวไหนที่ทำให้ Clinique ต้องเขียนไว้แบบนี้ แต่ที่แน่ๆ แอลกอฮอล์คือส่วนผสมอันดับที่ 1 ครับ, สารกันแดดที่ออกฤทธิ์ได้แก่ Avobenzone, Octyl methoxycinnamate, Oxybenzone, Octyl salicylate, เสียดายที่ไม่มีค่าความเข้มข้นบอกไว้ด้วย แต่ถ้าดูตามนี้ก็คือยากันแดดตัวนี้สามารถกันได้ครับและมีความเสถียรครับ สารอื่นๆได้แก่วิตามินอี เพื่อต่อต้านอนุมูลอิสระ, ดังนั้นยากันแดดตัวนี้จึงเป็นสารประเภทดูดซับรังสีล้วนๆนะครับ ไม่เหมาะอย่างยิ่งกับผิวที่บอบบางและผิวเด็ก, ไม่มีคุณสมบัติในการกันน้ำหรือเหงื่อ, ไม่ผสมสี ไม่ผสมน้ำหอม แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยแอลกอฮอล์ (เอกลักษณ์ของเค้า) ลักษณะเนื้อกันแดดจะเป็นน้ำๆใสๆเลยนะครับ มาในขวดสเปรย์แข็งแบบฉีดสีเขียวอ่อนคาดเหลือง, เมื่อฉีดไปแล้วจะลื่นๆผิว สักพักก็จะซึมเข้าไป ไม่ทิ้งคราบหรือความเหนอะหนะทั้งสิ้น, กลิ่นค่อนข้างจะออกสารเคมีนะ แต่กลิ่นไม่แรงพอที่จะทำให้คนรอบข้างรู้สึก, ก็ไม่ทำให้ผิวแห้งเกินไป และไม่ทำให้รู้สึกเหนอะด้วย เหมาะกับใช้ในชีวิตประจำวันทั่วๆไปได้

ข้อดี : กันแดดได้ครบ และเสถียร, ไม่ผสมน้ำหอม และไม่ใส่สี, ซึมง่าย ไม่เหนอะหนะ เหมาะกับการใช้ในฤดูร้อนและกิจวัตรประจำวันทั่วๆไป, ฉีด 1 ครั้งสามารถทาได้บริเวณกว้างเพระว่าลื่น ดังนั้นจึงประหยัดได้มากกว่าแบบน้ำนม

ข้อเสีย : ไม่เหมาะกับผิวที่บอบบางหรือผิวเด็กๆนะครับ เพราะว่าสารกันแดดประเภทดูดซับรังสีล้วนๆ อาจระคายเคืองผิวได้, ผสมแอลกอฮอล์มากเกินไป (ได้กลิ่นของมันค่อนข้างชัด), วิธีใช้ค่อนข้างน่ากลัว, กลิ่นออกแนวสารเคมี ไม่อ่อนละมุน, ไม่กันน้ำ และไม่ค่อยเป็นมิตรกับไฟ ดังนั้นเลยทำให้ไม่เหมาะกับคนที่มีอาชีพเป็นนักดับเพลิงหรือคนที่มีเหงื่อเยอะนะครับ

ผลิตภัณฑ์ที่ควรหลีกเลี่ยงครับ !!

-------------------------------------------

คะแนน : 3.8 / 10 ครับ




 

Create Date : 23 กันยายน 2548    
Last Update : 29 เมษายน 2549 13:46:47 น.
Counter : 185 Pageviews.  

Sisley Ecological Compound

ผู้เขียนบทความ : Start now
ระยะเวลาการใช้ ~ 3-4 เดือน

คุณสมบัติ : เป็นมอยส์เจอไรเซอร์ที่ให้ความชุ่มชื่น ชีวิตชีวา และคืนความเปล่งปลั่งให้กับผิว พร้อมด้วยคุณสมบัติในการปกป้องจากอนุมูลอิสระและเพิ่มความชุ่มชื่น ทั้งหมดมาจากสารสกัดธรรมชาติที่สำคัญอย่าง Centella Asiatica, โสม, โรสแมรี่, Hops and Horsetail. ซึ่งสารสกัดเหล่านี้ต่างมีคุณสมบัติแตกต่างกันไปเช่น Centella Asiatica ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนังและช่วยกระตุ้นการผลิตโปรตีนและไขมันที่จำเป็นต่อสุขภาพผิวที่ดี ส่วน โสม นั้นถูกใช้อย่างแพร่หลายทั้งในรูปของอาหารเสริมร่างกาย เพราะด้วยสรรพคุณที่ช่วยหล่อเลี้ยงเซลล์ให้มีความแข็งแรงนั่นเอง, Ecological จึงถูกใช้เป็นมอยส์เจอไรเซอร์ที่ช่วยเพิ่มความต้านทานให้กับผิวในการรับมือกับมลภาวะในชีวิตประจำวัน เนื้อเป็นอีมัลชั่น (ไม่ใช่โลชั่น) และมีส่วนผสมของ mineral oil เนื้อค่อนข้างข้นสีขาวบริสุทธิ์ ซึมปานกลาง ทิ้งความชุ่มชื่นพอสมควร กลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายยา ใช้ได้ทั้งตอนกลางวันและกลางคืน

ข้อดี :
update : ผิวแลดูเปล่งปลั่งขึ้นเล็กน้อย นี่คือผลทั้งหมดที่ได้รับครับ, ผลการใช้ครั้งที่ผ่านมา ก็คือแน่ใจแล้วว่าตัวนี้ก่อสิวอุดตันให้กับผิวของผม และสิวอุดตันที่ทิ้งรอยด้วย ตามข้อมูลคือ mineal oil อาจจะไม่ระคายเคืองผิว แต่สำหรับผิวแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน แต่สำหรับผมมักจะใช้พวก mineral oil ไม่ค่อยได้ ต้องระวังเป็นพิเศษ

ข้อเสีย : สำหรับตัวผมเองรู้สึกว่ามันจะเพิ่มความมันให้กับผิวบ้างเล็กน้อย เหมือนมีอะไรมาเคลือบๆไว้ ใช้ตอนหน้าหนาวพอไปได้ แต่ตอนหน้าร้อนจะมันเกินไปเหมือนไม่ค่อยซึมลงไป, สิวอุดตันขึ้นพอสมควรเรื่อยๆ และมีส่วนผสมของ mineral oil ดังนั้นผู้ที่มีผิวมันหรือผสม หรือผิวอุดตันง่าย อาจก่อให้เกิดสิวได้ ควรขอตัวอย่างมาทดลองดูก่อน

ผลิตภัณฑ์ที่ควรหลีกเลี่ยงมากๆครับ !!

-------------------------------------------

คะแนน : 3 / 10 ครับ





 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2548    
Last Update : 30 เมษายน 2549 14:05:10 น.
Counter : 3460 Pageviews.  

Philosophy Hope and a Prayer (Vitamin C)

ผู้เขียนบทความ : Start now
ระยะเวลาการใช้ 1 เดือน

คุณสมบัติ : ตัวนี้จะเป็น Vitamin C ในรูปแบบ L-Ascorbic รูปแบบผงบริสุทธิ์สีขาวที่มีความเสถียร บรรจุในขวดสีชาเพื่อป้องกันแสงแดดทำลายคุณค่า, พร้อมด้วยส่วนผสมที่มีคุณสมบัติในการปรับการผลิตน้ำมันบนใบหน้าอย่าง สังกะสี เป็นต้น ตามที่อ้างไว้คือว่าจะช่วยทำให้ใบหน้าสดใสขึ้น, ช่วยต่อต้านริ้วรอยก่อนวัยจากวิตามินซีที่คงตัวในการต่อสู้กับอนมูลอิสระ ที่จะทำงานแบบยาวนาน และช่วยให้การกันแดดปกป้องผิวได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข้อดี : ช่วยปกป้องจากอนุมูลอิสระ สาเหตุที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพลง

ข้อเสีย : เรื่องแรกก็คงเป็นการใช้ที่ค่อนข้างยุ่งยาก เพราะตัวนี้ออกแบบมาให้ใช้ตอนกลางวันอยู่แล้ว แต่ตอนเช้าคงไม่มีใครมีเวลามากมานั่งผสม เสียเวลา, จากการใช้พบว่าทำให้ใบหน้าของผมหมองคล้ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (ปริมาณที่น้อยแล้ว) และสังเกตว่าทุกเช้าที่ทา หน้าจะหมองทุกครั้ง แถมด้วยการมาของสิวที่มาพร้อมกันหลายจุดทั่วใบหน้า..

ผลิตภัณฑ์ที่ควรหลีกเลี่ยงครับ !!

-------------------------------------------

คะแนน : 2 / 10 ครับ




 

Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2548    
Last Update : 29 เมษายน 2549 13:45:32 น.
Counter : 364 Pageviews.  


Start now
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สบายๆครับ รักธรรมชาติ รักชีวิต รักความถูกต้อง..

ความสุข คือ
1. การมองเห็นความสุขในตัวผู้อื่น
2. การมองเห็นความสุขในตัวเอง

แค่นี้ก็มีความสุขแล้วนะ....














Friends' blogs
[Add Start now's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.