ถ้าสัตว์เลี้ยง คุณคือ...สุนัขแล้วละก้อ เชิญทางนี้คับ
Group Blog
 
All blogs
 

เห็บ-หมัด ภัยใกล้ตัวสัตว์เลี้ยง




ศัตรูหมายเลขหนึ่งของสุนัข

ผมได้เก็บรวบรวมข้อมูล ต่างๆและรูปภาพบางส่วน ทั้งจากใน อินเทอร์เน็ต และจากการพูดคุยกับท่านผู้รู้ เกี่ยวกับเรื่อง พิษภัยของเห็บหมัดรวมทั้งวิธีป้องกันและกำจัด จึงขออณุญาตินำมาเผยแพร่ที่นี้ เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับท่านผู้เลี้ยงสุนัขทั่วไป ความดีทั้งหมดขอยกให้กับท่านที่ให้ความรู้ทุกท่านครับ

พิษภัยของ “เห็บและหมัด” จัดว่าเป็นสิ่งที่ก่อความรำคาญ และเป็นพาหะที่นำโรคภัยต่างๆ มาสู่สัตว์ ชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นภัยใกล้ตัว ที่ไม่ควรมองข้ามเลย เจ้าเห็บ-หมัด นี้สามารถนำโรคพยาธิในเม็ดเลือด (Ehrlichiosis, Babesiosis, Hepatozoonosis) มาสู่สุนัข ทั้งนี้โรคดังกล่าว เป็นโรคที่พบได้บ่อยในประเทศไทย ก่อปัญหาต่างๆ ตามมาได้ เช่น โรคเลือดจาง, โรคตับ, โรคไต และอีกหลายโรค อาการที่มักเริ่มสังเกตุได้คือ ซึมลง, เบื่ออาหาร, มีไข้ตัวร้อน, เหงือกหรือลิ้นซีดลง เป็นต้น นอกจากนี้บริเวณที่โดนเห็บ-หมัด กัดยังเป็นสาเหตุให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้สัตว์เลี้ยงเป็นโรคผิวหนัง ที่เรียกว่า “โรคแพ้น้ำลายหมัด”(flea allergic dermatitis) หรือสุนัขอาจมีอาการคันและเกาจนทำให้เกิดแผลอักเสบติดเชื้อที่รุนแรงมากขึ้นตามมาได้ และถ้าหากเจ้าของละเลยปล่อยให้สุนัขสะสมเห็บ-หมัดเป็นจำนวนมาก คงไม่เป็นการดีแน่เพราะอาจทำให้สุนัขแสนรักของท่านเสียชิวิตรได้ ดังนั้นการป้องกันจึงเป็นการดีกว่ากำจัดในภายหลัง

เราต้องรู้จัก ธรรมชาติของ เห็บ-หมัด กันก่อน

รู้จักวงจรชีวิต..ของเห็บหมัด เพื่อหาทางป้องกันอย่างได้ผล

" เห็บ" รูปลักษณะของเห็บตัวเมียนั้นจะอ้วนกลม มองเห็นง่ายด้วยตาเปล่า ส่วนตัวผู้จะสีออกน้ำตาลแดงมองเห็นขาชัดเจนกว่า ส่วนตัวที่เห็นเล็กๆ นั้นก็คือเห็บเช่นกันแต่เป็นช่วงที่ยังไม่โตเต็มวัย เห็บมันจะเกาะอยู่ที่บนผิวหนังสุนัข มักไม่กระโดดและมักไม่เคลื่อนที่

โดยทั่วไปเห็บสุนัขมีวงจรชีวิตแบบ 3 Host tick คือใน 1 วงจรชีวิตของเห็บนั้นจะทิ้งตัวออกจากตัวสุนัข 3 ครั้ง โดยเริ่มจาก เห็บเพศผู้เพศเมียขึ้นไปดูดกินเลือดและผสมพันธุ์บนตัวสุนัข จากนั้นเห็บเพศเมียที่มีไข่เต็มท้อง และดูดเลือดจนตัวอ้วนเป่ง จะปล่อยตัวลงพื้นเมื่อสุนัขนอนหลับ เพื่อไปวางไข่ในที่อับ เช่น ตามซอก-มุมต่างๆในบ้าน ซอก-มุมตึก หลังตู้ หรือตามดิน สนามหญ้า ตามกำแพง (ประมาณ 2,000 ฟองต่อตัว)หลังจากออกใข่แล้วก็จะตายไป และในอีก 3 สัปดาห์ ไข่เหล่านั้นจะฟักออกมาเป็นตัวอ่อน (มี 6 ขา) สีซีด (มองเห็นด้วยตาเปล่าลำบาก มีขนาดเท่าจุดเล็กๆ) จะคอยมองหาสุนัขแล้วขึ้นเกาะเพื่อดูดเลือด เมื่อตัวอ่อนเติบโตด้วยการดูดเลือดสุนัขจนอิ่ม จะลงจากสุนัข (ครั้งที่ 2) และลอกคราบเติบโตเป็นตัวกลางวัย (ทีนี้จะมี 8 ขา)เจ้าตัวกลางวัยนี้ก็จะคอยมองหาสุนัขแล้วขึ้นเกาะเพื่อดูดเลือดสุนัข เมื่อดูดเลือดจนตัวโตเต็มที่จะทิ้งตัวลงจากสุนัข (ครั้งที่ 3) และลอกคราบเป็นตัวเต็มวัย และกลับสู่จุดเริ่มต้นคือกลับขึ้นไปบนตัวสัตว์ดูดเลือดเป็นอาหารแล้วผสมพันธ์ ตั้งท้องและออกใข่ต่อไป เป็นวงจร ดังนั้นการกำจัดเห็บให้มีประสิทธิภาพจะต้องกำจัดที่พื้นด้วย เพราะจะให้ผลเร็วกว่าการพ่น,หยดหรือฉีดบนตัวสุนัขเพียงอย่างเดียว

" หมัด" หมัดเป็นปรสิตที่มีขนาดเล็ก เคลื่อนไหวโดยการกระโดด หมัดสามารถกระโดดได้สูงกว่าความสูงของมันประมาณ 100 เท่า แมวส่วนใหญ่จะเป็นพาหะของหมัด หมัดที่พบในบ้านเราส่วนใหญ่เป็นชนิดที่เรียกว่าCtenocephalides felis หมัดชนิดนี้อาศัยได้ทั้งในแมว และสุนัข ตัวเต็มวัยของหมัดจะอาศัยอยู่บนตัวสัตว์และดูดเลือดสัตว์เป็นอาหาร

วงจรชีวิตหมัด ตัวเต็มวัยของหมัดสามารถอยู่บนตัวสัตว์ได้เป็นระยะเวลายาวนานปกติจะพบหมัดบนตัวสัตว์ ที่มีสุขภาพไม่สมบรูณ์ หรือเป็นโรคเรื้อรัง แต่หมัดสามารถอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมได้นานประมาณ 1- 4 วันเท่านั้น หมัดเป็นปรสิตที่สามารถสืบพันธุ์เร็วมาก หมัดตัวเมีย 1 ตัวสามารถวางไข่ได้มากถึง 50 ฟองต่อวัน นานติดต่อกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์หมัดขึ้นบนตัวสัตว์โดยการกระโดดตามก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ที่ปล่อยออกมาจากตัวสัตว์ หมัดจะวางไข่ที่ขนสุนัข ไข่หมัด จะมีขนาดเล็กมาก ยาวประมาณ 0.5 มม. หลังจากนั้นไข่จะตกลงพื้น และฟักตัว ในสภาพอากาศของประเทศไทย ซึ่งเป็นเขตร้อนชื้นนั้นใข่หมัดจะใช้เวลาแค่เพียง ไม่กี่วันในการฟักเป็น ตัวอ่อน(ตัวหนอน) ตัวอ่อนของหมัดจะมีขนาดเล็กมากและเจริญเติบโตโดยการกินเศษเนื้อเยื่อต่างๆ ที่อยู่ในสภาพแวดล้อม เป็นอาหาร(tissue debris) ตัวอ่อนของหมัดจะไม่ชอบแสงไฟ และชอบอยู่ในที่ชื้น ภายในเวลาไม่กี่วันตัวอ่อนของหมัดจะกลายเป็น ดักแด้ และใช้เวลาประมาณไม่เกิน 10 วันในการพัฒนาเป็น ตัวเต็มวัย โดยเฉลี่ยแล้ว หมัด จะมีวงจรชีวิตอยู่ประมาณ 3 สัปดาห์ แต่อย่างไรก็ตาม ในสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต หมัดจะสามารถอยู่รอดภายในเปลือกดักแด้ได้นาน ถึง 6 เดือนเลยทีเดียว

ปัญหาการติดพยาธิ พบว่ามหมัดเป็นต้นเหตุของพญาธิตัวติดเนื่องจากในวงจรชีวิตของพยาธิตัวตืดจะ มีช่วงที่ต้องอาศัยในหมัด เมื่อสุนัขเกิดอาการคันจึงเลีย กัดแทะที่ผิวหนังทำให้กลืนหมัดลงไปจึงติดพยาธิตัวตืด วิธีเช็คทำได้โดยตรวจจากอุจจาระถามีพยาธิตัวตืดจะพบว่าในอุจจาระมี พยาธิที่มีลักษณะ คลายเมล้ดข้าวสาร ปัญหาโลหิตจาง สุนัขที่มีหมัดมาก ๆ จะมีการสูญเสียเลือดออกจากระบบหมุนเวียนส่งผลทำให้สุขภาพโดยรวมของสุนัขไม่ แข็งแรงทรุดโทรมลงเรื่อย ๆ

การแพร่ระบาดของหมัดขึ้นอยู่กับการจัดการของตัวเรา นอกจากนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ผิวหนังสามารถลดความรุนแรงได้โดยการเลือกใช้ อาหารที่มีสัดส่วนของกรดไขมันโอเมก้า 6 ต่อ กรดไขมันโอเมก้า 3 เป็ฯ 5 - 10 ต่อ 1 ซึ่งจะช่วยทำให้ขนและผิวหนังมีสุขภาพแข็งแรงและยังช่วยในการหายของบาดแผลที่ เกิดจากเกาและแทะเป็นต้น

ข้อน่ารู้ :

  • หมัดที่เราพบในสัตว์เลี้ยงนั้นเป็นสัดส่วนเพียง 5% เท่านั้น เมื่อเทียบกับจำนวนของหมัดที่อยู่ในสภาพแวดล้อมในคราบของตัวอ่อน และดักแด้
  • อีก 95% ส่วนใหญ่แล้วเราจะไม่พบตัวหมัดบนตัวสุนัขเนื่องจากหมัดมีขนาดเล็ก และเคลื่อนไหวเร็วมาก
  • แต่อย่างไรก็ตาม เราสามารถทราบได้ว่าสัตว์เลี้ยงของเรามีหมัด โดยการตรวจดูที่ขน เราจะพบ “ขี้หมัด” ซึ่งมีลักษณะคล้ายฝุ่นผงสีดำ เราสามารถแยกได้โดยการนำสำลีชุบน้ำมาทดสอบ หากเป็นขี้หมัด จะมีสีแดงบนแผ่นสำลี
  • ประชากรของหมัดส่วนใหญ่อยู่ในสภาพแวดล้อม (95%) ไม่ได้อยู่บนตัวของสุนัข
  • สัตว์เลี้ยงมักติดหมัดมาจากสนามหญ้า ในบ้าน หรือตามสวนสาธารณะ มากกว่าการติดโดยตรงจากสัตว์เลี้ยง
  • หมัดตัวเมียเพียง 1 ตัวสามารถไข่ได้มากถึง 50 ฟอง และกลายเป็นหมัดตัวเต็มวัย ได้ภายใน 3 สัปดาห์ หรือ 6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ และสภาพแวดล้อม
  • หมัดไม่สามารถอยู่รอด และวางไข่ได้หากไม่ได้ดูดเลือด แต่วงจรชีวิตของมันสามารถอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมได้นานมากถึง 6 เดือน
  • เราไม่สามารถป้องกันหมัดกระโดดขึ้นบนตัวสัตว์ได้ แต่เราสามารถกำจัดหมัดได้ด้วยยา เช่นยาหยดหลัง

สำหรับวีธีป้องกันและกำจัดเห็บหมัด

สำหรับวิธีในการควบคุมหมัด เมื่อเราทราบแล้วว่า วงจรชีวิตรของเห็บ-หมัดเป็นอย่างไร การป้องกันและกำจัดแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

  • 1 . ป้องกันและกำจัดเห็บหมัดที่ตัวสุนัข แบ่งได้สองระยะ คือ ระยะสั้น-ระยะยาว ระยะสั้น เมื่อพบเห็นให้ใช้มือเก็บออกจากตัวสุนัข ควรอาบนํ้าให้สุนัขด้วยแชมพูสูตรกำจัดเห็บหมัด เป็นประจำทุกๆ 7 วัน หลังจากเช็ดตัวสุนัขจนแห้งแล้ว ใช้แป้งที่มีส่วนผสมของสารกำจัดหมัดโรยตามตัวสุนัข ในกรณีที่มีเห็บหมัดเป็นจำนวนมาก สามารถใช้ยา เช่น อามีทราส [amitraz],ไบติคอล (ไบติคอล สามารถกำจัดเห็บหมัดได้ทุกระยะ) ผสมนํ้าตามคำแนะนำในฉลากยา ฉีดพ่นหรือราดลงบนตัวสัตว์ จะได้ผลรวดเร็วมาก ส่วนในระยะยาว ให้เลือกใช้ยาที่สามารถควบคุมและกำจัดเห็นหมัดได้ยาวนาน เช่นใช้ยาหยดบริเวณต้นคอ อาจเลือกใช้ยาฉีดหรือยากินชนิดเม็ดที่สามารถควบคุมได้ 1-3 เดือน ทั้งนี้ควรปรึกษาสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด
  • 2. การควบคุมและกำจัดเห็บหมัดในสภาพแวดล้อมและบริเวณที่อยู่อาศัย ประชากรของหมัดส่วนใหญ่อยู่ในสภาพแวดล้อม (95%) ต้องรักษาความสะอาดในบริเวณบ้าน โดยเฉพาะที่หลับที่นอนของสัตว์เลี้ยง ควรทำความสะอาดพื้น หรือ บริเวณที่สัตว์เลี้ยงชอบอยู่ด้วยผงซักฟอก ยาฆ่าเชื้อ หากพบว่ามีรังของเห็บ เช่น ตามซอก-มุมต่างๆในบ้าน ซอก-มุมตึก หลังตู้ หรือตามดิน สนามหญ้า ตามกำแพง ตามโคนต้นไม้ หรือ โพรงไม้ ให้ใช้ยาฆ่าเห็บ เช่นที่มีตัวยา Amitraz,ไปติคอล(ไบติคอล สามารถกำจัดเห็บหมัดได้ทุกระยะ) ผสมน้ำแล้วราดบริเวณรังที่พบเห็น หรือ ในกรงของสัตว์เลี้ยงให้ทั่ว หรือ บริเวณทางเดินของเห็บหมัด เป็นประจำทุก 7 วันถ้ามีมาก และทุก 1 เดือน เมื่อเห็บหมัดน้อยลงมากแล้ว การใช้ยาควรใช้ภายใต้การดูแลของสัตว์แพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากท่านสามารถ
    ปฎิบัติได้ตามนี้หมัดก็จะไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับท่านผู้รักสุนัขอีกต่อไป

ปัจจุบันมีผลิตรภัณฑ์ทางเลือก ในกลุ่มของสมุนไฟร ที่ใช้ในการ ป้องกันและกำจัดเห็บหมัด,รัษาโรคผิวหนังได้เป็นอย่างดีจำหน่าย สำหรับผู้ที่ต้องการลดการใช้สารเคมี ให้เลือกใช้มากมาย















 

Create Date : 08 มกราคม 2551    
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2552 14:44:41 น.
Counter : 613 Pageviews.  


pedilon
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ขอบคุณ...ที่แวะมาเยี่ยมนะค่ะ....


ต้องการข้อมูลเพิ่ม

Friends' blogs
[Add pedilon's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.