" IT'S TIME FOR HAPPY RETURNS "
Group Blog
 
All blogs
 

วาเลนไทน์.. ในความทรงจำ

‘มี่ .. มี่’
‘หือ’
‘เราให้ .. สุขสันต์วันวาเลนไทน์’
.
.

‘ฮิ้ววววววววว .. ไอ้บอมมันเอาดอกไม้มาให้มี่เว้ยยยย’
‘อ๊ากกกก .. มดขึ้น ไปหวานไกล ๆ ไป๊’
‘กรี๊ดดดดดด ..’

.
.

ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลารวดเร็ว ฉันยังไม่ทันหายงงกับการหันมาเจอดอกกุหลาบในมือคนตรงหน้า เสียงโห่แซวจากเพื่อนร่วมห้องก็ดังกระหึ่ม ตอนนั้นฉันคงหน้าแดงแปร๊ดเลยล่ะมั้ง ก็นะ..หน้ามันร้อนจนแทบจะระเบิดเป็นลูกแตงโมแตกเลยนี่



‘มาให้อะไรตอนนี้’ ฉันแว้ดคนตรงหน้าเบา ๆ หน้ายังไม่หายแดง และไม่ยอมเอื้อมมือออกไปรับ หากคนตรงหน้าก็ยังยิ้มหวาน .. กว้าง


‘ก็อยากให้มี่เร็ว ๆ นี่ ถือไว้นานกลัวมี่เห็นก็ไม่เซอร์ไพร์กันพอดี รับไปหน่อยสิ’ คนตรงหน้า
พยักเพยิด แบบไม่สนใจกับเสียงเป่าปากวี๊ดวิ้วจากท้ายห้อง และเสียงเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ
‘โป๊ก ๆ ..รับเลย โป๊ก ๆ ..รับเลย’


..
สุดท้ายทั้งของขวัญ ทั้งดอกไม้ ก็มาอยู่ในมือฉัน
กุหลาบสีขาวดอกแรก.. ที่ทำให้ใจเต้นได้ผิดจังหวะ


.
.

‘มี่’
‘อะไรอีกล่ะ’
‘ของขวัญไง แกะหน่อยสิ เราตั้งใจซื้อมาให้มี่เลยนะ’


ฉันค่อย ๆ วางดอกไม้ในมือลงบนโต๊ะแบบไม่อยากให้ช้ำ ยกกล่องของขวัญที่วางบนตักขึ้นมาเขย่าเบา ๆ ข้างหู มองคนตรงหน้าอย่างชั่งใจกับเสียงกุกกักในกล่อง



ก่อนท้องฟ้า จะสดใส
ก่อนความอบอุ่นของไอแดด
ก่อนดอกไม้..จะผลิบาน
ก่อนความฝันอันแสนหวาน
ในใจไม่เคยมีผู้ใด จนความรักเธอเข้ามา
ทำให้ดวงตาฉันเห็นความสดใส
ข้างกายไม่เคยมีผู้ใด จนความรักเธอเมตตา
เป็นพลังให้ฉันสู้ต่อไป ...”



เสียงเพลง ‘ก่อน’ ของโมเดิร์นด๊อก ประสานเสียงดังขึ้นจากหลังห้องพร้อมกันกับที่ฉันหยิบตุ๊กตาปูนปั้นออกมาจากกล่อง

ไม่ว่าจะเพราะเสียงเพลง หรือ ‘ตุ๊กตาเจ้าบ่าวอุ้มเจ้าสาว’ ในมือ ก็ทำให้หน้าฉันระเบิดไปเรียบร้อย



..

“หึ หึ”


“อยู่ดี ๆ ทำไมหัวเราะคนเดียวยังงั้นล่ะ”


“นึกถึงวาเลนไทน์ปีแรกของเรา บอมทำไปได้ยังไงอ่ะ น่าอายชะมัด” ฉันหันไปมองคนข้างๆ ย่นจมูกใส่ให้ทีนึง


“อ้าว .. ก็อยากให้สาวประทับใจนี่ ต้องทุ่มเทกันนิ๊สสนึง แล้วก็สำเร็จด้วยเห็นม่ะ ผ่านมาตั้ง 7..8..10..12.. เอ.. กี่ปีแล้วหว่า”


คนข้างตัวทำเป็นตอบติดตลก เหล่ตา นับนิ้ว ก่อนจะเอื้อมมือมาโอบบ่าเบา ๆ “มี่ก็ยังจำได้ไม่ลืม จริงม่ะ”


“แล้ววาเลนไทน์ ปีนี้ล่ะ จะให้อะไรมี่” ฉันแบมือไปตรงหน้า กระดิกนิ้วดิ๊ก ๆ


“มี่อยากได้อะไรล่ะ หัวใจกระดาษพับใส่ขวดดีมั้ย” คนข้างตัวทำเป็นล้อเรื่องของขวัญที่ฉันให้ตอบแทนไปเมื่อคราวโน้น ((แน่นอน .. ให้ตอนที่ไม่มีคนอื่นเห็น))


“ไม่เอาอ่ะ ลงทุนเยอะ ๆ หน่อยนะปีนี้ เพราะมี่มีของให้บอมชิ้นใหญ่มากกกก” ฉันหันไปยิ้มหวาน ทำมือโชว์ความใหญ่ประกอบ


“โห จริงอ่ะ งั้นขอดูของมี่ก่อนล่ะกันปีนี้ บอมจะได้ซื้อให้ใหญ่กว่า” คนตอบเอื้อมมือมาโยกหัวอย่างเอ็นดู ส่งยิ้มที่หวานกว่ามาให้เหมือนเดิม


“ไม่ได้หรอก ของขวัญมี่ .. ต้องรออีก 8 เดือน ถึงจะให้บอมได้” ฉันหันไปสบตา เอามือลูบหน้าท้องบอกยิ้ม ๆ


และก็ได้เห็นสมใจ บอมทำตาโต ยิ้มกว้าง และหน้าแดง..



.
.


“พี่ฟี่ เป็นอะไรอ่ะ ยิ้มอยู่ได้คนเดียว” เสียงของ ‘ศิ’ น้องสาวที่อยู่ ๆ ดังขึ้นข้างหูทำเอาฉันสะดุ้ง


“มาเงียบ ๆ ตกใจหมด” ฉันบ่นเบา ๆ กด save เรื่องที่กำลังพิมพ์


“เขียนนิยายอีกล่ะสิ อย่าบอกนะว่าที่นั่งยิ้มกริ่มนี่ เอาตัวเองมาเป็นนางเอกอ่ะ”


น้องสาวตัวดียังไม่ยอมเลิกกวนกระโดดขึ้นเตียงนอนแผ่หราก่อนจะร้องบอก


“อุ้ย .. ตุ๊กตาเจ้าบ่าวอุ้มเจ้าสาวตัวนี้น่ารักจัง ของพี่ฟี่เหรอ”


..

..

ฉันหันไปมองตุ๊กตาแต่งงานที่อยู่ข้างกล่องบนเตียง ก่อนจะตอบยิ้ม ๆ


“อือ ...มีคนเขาให้มา”





* ขอบคุณ BG หวาน ๆ จากญามี่
* ขอบคุณภาพประกอบจาก google ค่ะ




ถึง .. คุณปอย คุณอ้อน และแจง ค่ะ

หลายเดือนที่ผ่านมา .. โครงการถนนสายนี้มีมิตรภาพ
ได้ปลุกความฝันของคน ๆ นึงให้ตื่นจากความหลับใหลที่ยาวนาน
ทำให้คนที่ลืมไปแล้ว ว่าการได้เขียน ได้ถ่ายทอด มีความสุขอย่างไรได้อีกครั้ง
คำว่า ‘ขอบคุณ’ ยังอาจจะดูน้อยเกินไป

และเมื่อถึงเวลาที่โครงการขอพักยก เป็นธรรมดาที่คนร่วมเดินทางบ้าง อู้บ้างอย่างฟี่ย่อมใจหาย
แต่ยังไงก็ตาม ยังหวังลึก ๆ ว่าทั้ง 3 สาวจะมาเคาะเรียกให้ร่วมเดินทางกันต่อ
ในวันที่โครงการเปิดประตูใหม่อีกครั้ง

ขอบคุณค่ะ









 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 12 พฤษภาคม 2555 20:40:56 น.
Counter : 478 Pageviews.  

ผู้ชาย :: สายฝน :: คน :: รัก

ผู้ชายกลางสายฝน ..
ฉันยิ้มกับคำเรียกขานเขาในใจ ชายหนุ่มคุ้นตาที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ
หากจะเจอเขานั่งดื่มกาแฟแก้วหอมกรุ่น อ่านหนังสือพิมพ์ตอนเช้าที่โต๊ะเบอร์ 7 เสมอ
เขามักจะเผลอใช้นิ้วหัวแม่มือลูบถ้วยกาแฟบ่อย ๆ คงอ่านแล้วสะดุดใจหรือกำลังใช้ความคิดกับข่าวอะไรซักข่าวละมั้ง ฉันคิด




ฝนหลงฤดูตกมาอาทิตย์หนึ่งแล้ว ..
ฟ้าครึ้มฝนพรำอย่างไม่ชวนให้ต้องวิ่งออกจากตึกเพื่อมากินกาแฟถึงที่ร้านนี้
แต่ผมก็ยังอยากมา บางที..คงเป็นเพราะผู้หญิงหน้าเดิมๆ คนที่นั่งโต๊ะเบอร์ 3 คนนั้น
เธอมักจะมาทีหลังผมประมาณ 5 นาที เดินไปสั่งคาปูชิโนร้อนก่อนจะมานั่งที่โต๊ะตัวเดิมทุกวัน
หนังสือในมือเป็นนิยายเล่มที่เปลี่ยนหน้าปกไปเรื่อย ๆ แปลกดีสำหรับการเริ่มต้นแต่ละวันด้วยนิยาย ผมคิด



15 วัน .. ครึ่งเดือน ที่ฉันมานั่งที่ร้านกาแฟร้านนี้ กับนิยาย 15 เรื่องที่ฉันถือมาอ่านแก้เก้อ
ส่วนใหญ่เป็นนิยายรักหวานแหวว มีเทคนิคแพรวพราวสำหรับหนุ่มจีบสาว และสาวจีบหนุ่ม
ถ้าฉันจะเลือกมาใช้ซักวิธีนึงอย่างในนั้น จะน้ำเน่าไปไหมนะ .. ฉันยิ้ม



ผมเคยถึงขึ้นภาวนา อยากให้ร้านกาแฟร้านนี้มันขายดีจนโต๊ะไม่พอนั่งบ้าง
บางทีผมอาจจะกล้าเดินไปขอนั่งที่โต๊ะตัวเดียวกันกับเธอซักวัน
ใครว่านะที่ผู้ชายจีบผู้หญิงได้ง่าย ๆ คงไม่ใช่ผมคนนึงล่ะ .. ผมยิ้ม



เสียงหนังสือพิมพ์จากโต๊ะเยื้อง ๆ กันดังซวบซาบ ฉันแทบอยากจะถอนหายใจตาม
เขาจะรู้ไหมนะว่ามีใครที่แอบมองเขาอยู่ทุกวันอย่างฉัน



หมดเวลาสำหรับเช้าวันนี้อีกแล้ว ผมอยากจะให้เวลายืดยาวไปอีกซักนิด
เผื่อจะได้แอบมองหน้าเธอนานอีกซักหน่อย ผู้หญิงที่ชอบยิ้มกับหนังสือนิยาย


.
.
.


ว่าแต่ จะตลกไหมนะถ้าผู้ชายตัวโต ๆ อย่างผมจะเข้าร้านหนังสือไปยืนหมวดนิยาย
และหาหนังสือซักเล่มมาวางไว้ที่โต๊ะเบอร์ 3 วันพรุ่งนี้





.
.
.


ว่าแต่ เขาจะว่ายังไงนะ ถ้าพรุ่งนี้อยู่ ๆ จะมีร่มสีเหมาะ ๆ กับผู้ชายซักคันวางอยู่บนโต๊ะเบอร์ 7






.. ก็นะ เราอาจจะรู้จักกันได้ในซักวัน
.. ใช่ .. ซักวัน








ขอบคุณ BG สวย ๆ จาก ญามี่ค่ะ






 

Create Date : 18 มกราคม 2553    
Last Update : 12 พฤษภาคม 2555 20:42:52 น.
Counter : 415 Pageviews.  

สวัสดีปีใหม่

“ยายจ๋า ฟี่มาสวัสดีปีใหม่” ฉันหิ้วกระเช้าอาหารเสริมที่เป็นน้ำสีดำในขวดใบเล็กวางไว้ตรงหน้าก่อนก้มลงกอดร่างผอม ๆ ของคนเป็นยาย


“โอยย.. ฟี่เองหรือลูก ไม่เห็นหน้านานเลย ไหนดูซิ ยายจะลืมหน้าแล้วเนี่ย” ยายจับหน้าฉันพลิกซ้ายขวาก่อนจะบ่นน้อยอกน้อยใจ ‘นึกว่าลืมยายเสียแล้ว’


“โธ่ ยาย ฟี่จะลืมยายได้ไง แต่ฟี่งานยุ่งมาก ๆ เลยค่ะ กลับบ้านก็ 2 ทุ่ม 3 ทุ่มล่ะ หมดแรง” ฉันตอบเสียงอ่อยอย่างรู้สึกผิด


ก็ในเมื่อบ้านของยายห่างกับบ้านของฉันแค่ 5 ซอย เรียกว่า ปั่นจักรยานไม่ทันเหนื่อยก็ถึง ฉันกลับเลือกที่จะผลัดไปเรื่อย ว่า วันเสาร์ค่อยไป วันอาทิตย์ค่อยไป และสุดท้ายก็ไม่ได้แวะไป .. นานทีเดียว


“ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร แค่ว่าง ๆ แวะมาหายายบ้าง ยายคิดถึง แล้วไหนดูซิ ซื้อมาทำไม๊ ไอ้ของแพง ๆ นี่ ทีหลังไม่ต้องซื้อหรอกลูก เปลืองตังค์”


“ซื้อมาแล้วกินไม่เปลืองหรอกยาย แต่ซื้อมาเก็บจนหมดอายุนี่สิ เปลืองแน่ ฟี่แกะแช่ตู้เย็นให้เลยเนอะ” ฉันพูดยิ้ม ๆ กับยายที่พยักหน้าหงึกหงัก รับปากว่ากินซิ กิน


“เออ ฟี่รู้ไหม คุณยายนันที่อยู่ถัดบ้านยายไป 2 หลังเขาตายแล้วนะ” อยู่ ๆ ยายก็เปลี่ยนเรื่องพูดขึ้นมาเบา ๆ


“หือ ตายเมื่อไหร่ ไม่เห็นฟี่รู้เรื่องเลย “ ฉันโผล่หน้าออกมาจากฝาตู้ตู้เย็นแล้วถาม อดตกใจไม่ได้อย่างคนเคยเห็นเคยคุยกันมาบ้าง


“ตายเมื่อวาน อยู่ ๆ ก็ล้มวูบไปเลย ไปสบายดีจริง .. ฟี่จำได้ไหม ตอนเด็ก ๆ เวลาเขาแวะมาคุยกับยาย มาช่วยเลี้ยงฟี่ ฟี่สร้างวีรกรรมอะไรไว้บ้าง” ยายพูดยิ้ม ๆ ก่อนจะเล่าเรื่องราวสมัยใส่ชุดนักเรียนครั้งแรกของฉัน


ความจำสมัยสามสี่ขวบ ที่ดำมืดสนิท จนอดขมวดคิ้วกับเรื่องความร้ายแบบเด็ก ๆ ของตัวเองไม่ได้ ก่อนจะโอด .. ไม่จริ๊งง ไม่จริง


ยายหัวเราะก่อนจะถอนใจเบา ๆ “จริงสิน่า ยายจำได้แม่นเลยลูก เดี๋ยวนี้นั่งอยู่เฉย ๆ บางทีกลับมานึกเรื่องเก่า ๆ ออกเยอะแยะ เชียว จำได้ชัดกว่าเรื่องที่เพิ่งผ่านไปเร็ว ๆ นี้ซะอีก”


ฉันยิ้มอ่อน ๆ บีบมือที่เหลือแต่หนังหุ้มกระดูกเบา ๆ
ปีใหม่เวียนมาอีกปี ฉันโตขึ้นอีกปี คนข้างหน้าแก่ลงอีกปี


ปีที่ผ่านมา ฉันทุ่มเทกับงานมากมาย เห็นงานเป็นสิ่งสำคัญและเร่งด่วน
ในขณะที่ ปล่อยทิ้งคนข้างหลัง ไว้กับคำว่า’เอาไว้ก่อน’

..

คงยังไม่สายใช่ไหม.. ถ้าจะเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง

.
.




:: บอกเล่าเก้าสิบ ::

ห่างหายไปนาน ทั้ง blog ตัวเอง blog เพื่อนพ้อง
งานเขียน งานถัก ที่รักยิ่ง ..


สาเหตุหลัก ๆ มาจากมรสุมงานที่พัดผ่านเข้ามาค่ะ
ทำเอาเหนื่อยใจ หนักกาย และน้ำตาปริ่ม ๆ ส่งท้ายปีทีเดียว


หลังจากสติแตก จนต้องหาเวลานั่งสงบสติอารมณ์
ตอนนี้เริ่มรู้สึกดีขึ้น จนคาดว่าจะรู้จักปล่อยวาง และแบ่งเวลาได้เหมือนเคย


ขอโทษคุณอ้อน คุณปอย และแจง ที่ส่งการบ้านช้าไปวันนึงนะคะ
สวัสดีปีใหม่ทุก ๆ คนเลยค่ะ




..ขอบคุณ BG สบายตาของคุณ pk12th ด้วยค่ะ ..





 

Create Date : 05 มกราคม 2553    
Last Update : 5 มกราคม 2553 8:41:51 น.
Counter : 241 Pageviews.  

ฉาก .. สุดท้าย

"งึ้ด งึ้ด .. ค..คะ..คะ..แค่กกกกกกกกกก"

เสียงที่ดังขึ้น ทำให้ฉันลุกจากเก้าอี้ วิ่งไปลูบหัวมันเบา ๆ หยิบผ้าผืนเล็กซับน้ำลายเหนียวที่ปาก

“ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร กินน้ำไหม” ฉันหยิบหลอดน้ำในแก้ว อุดปลายหลอดด้านหนึ่ง

ให้มีน้ำอยู่ซักครึ่งก่อนค่อย ๆ สอดมันเข้าไปในปาก น้ำไหลเข้าปากหากเหมือนไม่สามารถ

ผ่านลงคอได้ มันไหลย้อนออกมา.. พร้อมกับน้ำตาของฉัน




“งึ้ดด ... งึ้ดดด “ มันยังคงร้องเบา ๆ หอบหายใจแรง จนอกสะท้อนขึ้นลงถี่รัว

ทั้งแขนทั้งขาอ่อนเปลี้ย มีเพียงหัวเท่านั้นที่ยังพอสามารถผงกได้บ้าง

ยามต้องเค้นน้ำลายเหนียว ๆ ออกมา

“จะ..เจ็บ..เหรอ อด..ทนอีกนิดนะ “ ฉันบอกกับมันเบา ๆ ขาด ๆ หาย ๆ

สาละวนเช็ดน้ำใสสีเหลืองปนแดงจาง ๆ ที่ไหลออกมาจนเลอะขาหลังและบั้นท้าย

‘หมาเป็นมะเร็ง เป็นขนาดนี้ไม่แนะนำให้รักษาแล้วครับ ให้เค้ากลับบ้านดีกว่าครับ’

เสียงหมอดังขึ้นในโสตประสาทแผ่ว ๆ




มันเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง ดวงตาสีน้ำตาลใสที่ฉันเคยเห็น

วันนี้กลับเทาหม่นจนน่ากลัว ฉันก้มหน้าลงไปใกล้ เอามือปัดผ่านหน้าเบา ๆ

ดวงตาที่มองตรง ไม่มีร่องรอยสบกับสิ่งใด ฉันถอนใจใช้หลังมือแนบแก้ม อิงจมูกแทน

“ ฟี่อยู่ตรงนี้ ไม่เป็นไร” น้ำตาฉันร่วงหล่นอีกครั้ง นี่ฉันกำลังปลอบใจมันหรือตัวเองกันแน่นะ




10 กว่าปีที่อยู่ด้วยกันมา มีทั้งรัก ทั้งเบื่อ ตามประสา หากในช่วงสุดท้ายของชีวิต

มันกลับทำให้ฉันร้าวรานในหัวใจจนกำลังจะทนไม่ไหว ..

..

..

ตึกตึก ตึกตึก ..

วินาทีแล้ว วินาทีเล่า

..
..

ฉีนยอมแพ้ในที่สุด




“เจ้านวล .. ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวก็หายเจ็บหายทรมานนะ แต่ .. ฟี่ไม่ไหวแล้ว

ฟี่ส่งนวลตรงนี้นะ หลับซะ หลับให้สบาย” ฉันลูบหัวมันเป็นครั้งสุดท้าย

มองเข้าไปในดวงตามันอีกครั้ง ก่อนจะรู้ได้เองว่า ไม่มีพรุ่งนี้สำหรับมันอีกแล้ว




ฉันก้าวเท้าขึ้นบันไดบ้านทีละขั้น เข้าไปนอนขดตัวบนที่นอน ก่อนน้ำตาร่วงพรู สะอึกสะอื้น

ในหัวยังมีแต่เสียง งึ๊ดดด งึ๊ดดด .. ของมันดังก้อง


..
..

ฉันขี้ขลาด .. ขี้ขลาดแม้จะอยู่รับความเจ็บปวดเป็นเพื่อนมัน


..
..



“ฟี่จะไปไหนล่ะ” แม่ถามงงๆ หลังจากเห็นฉันตื่นแต่เช้าตรู่ในวันเสาร์

“ไปใส่บาตรให้เจ้านวลแม่ วันนี้ครบ 5 ปี” ฉันตอบพลางยิ้มให้รูปของมันที่ติดไว้กับปฏิทิน

ขอโทษมันในใจอีกครั้ง









ขอบคุณ BG สวย ๆ ของคุณ pk12th และรูปจาก google ค่ะ




 

Create Date : 23 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2552 10:01:40 น.
Counter : 255 Pageviews.  

ขอโทษ..

ตู๊ดดด..ตู๊ดดด..ตู๊ดดด..
ตึกตัก.. ตึกตัก..ตึกตัก..

ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ระหว่างเสียงรอสายที่กำลังดังอยู่แนบหูกับเสียงหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ในอก เสียงไหนที่ดังกว่ากันแน่ในตอนนี้

.
.

วันวานที่ผันผ่าน เนิ่นนานแรมปี
ที่เคยคลุกคลี อยุ่ที่ห้องเรียน
กาลเวลาผันแปรเปลี่ยน
การเรียนจบลง
พวกเรายังคง .. ซื่อบื้อเหมือนเดิม



เพียงแค่เปิดหน้าแรกของสมุดเฟรนด์ชิฟเล่มเก่า ที่ฉันเพิ่งเจอมันนอนอยู่ในกล่องพลาสติกใบที่ไม่ได้เปิดเป็นเวลานาน ก็ทำให้ฉันต้องหัวเราะออกมาเบา ๆ ยิ้มอ่อน ๆ ติดอยู่บนริมฝีปากกับรอยอดีตที่หลั่งไหลจากหน้าแต่ละหน้าที่เปิดผ่านไป ก่อนจะจางลง..เมื่อเห็นหน้าสุดท้าย รูปกีตาร์ลงสีหลากสีวาดใหญ่เต็มหน้ากระดาษ และลายมือที่คุ้นตา “ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาดีดีที่เคยได้ห่วงใย ใส่ใจกัน .. วันข้างหน้าจะผ่านไปนานแค่ไหน เราจะไม่มีวันลืมเธอ เราสัญญา”



ฉันลูบตัวหนังสือประโยคนั้นเบา ๆ ราวกับจะให้มันส่งผ่านไปถึงคนที่เขียนมันออกมาจากใจ คนที่จากกันไปนาน เขาเป็นคนแรกที่ทำให้ฉันรู้สึกว่า การได้เป็นคนพิเศษสำหรับใครซักคน นั้นสวยงามเพียงใด .. ชายหนุ่มตาหวาน กับริมฝีปากที่แย้มยิ้ม หนุ่มขี้ใจน้อย ติดสำอางค์หน่อย ๆ แต่จริงจังและจริงใจ 2 ปี ที่เขาพยายามจะพาความสัมพันธ์ไปให้ไกลกว่าการเป็นเพื่อนพิเศษระหว่างกัน แต่ฉันเองที่เป็นคนทำลายความสัมพันธ์นั้น




“สวัสดีครับ” เสียงทุ้ม ๆ ที่ดังขึ้นแทนเสียงสัญญาณ ทำเอาฉันแทบจะหยุดหายใจ

“สวัสดีค่ะ บอลใช่ไหมคะ” ฉันถามเบา ๆ ทั้งที่แน่ใจว่าเป็นเขาแน่ ๆ อยู่แล้ว

“ครับ บอลพูด ไม่ทราบใครพูดสายครับ” ฉันอึกอักก่อนจะตอบ

“จำกันไม่ได้จริง ๆ หรือ .. คุณหนู” เขาอึ้งไปนานก่อนจะถามกลับมาด้วยเสียงไม่แน่ใจ

“ฟี่ .. ฟี่ใช่ไหม” ฉันยิ้ม อย่างน้อยแม้ว่าจะผ่านไปขนาดไหน เขาก็ยังจำได้

คำค่อนขอดที่มักจะมาพร้อมสายตาค้อน ๆ ของฉันเวลาที่เห็นเขาเลือกมาก หรือ เรื่องมากกับอะไรซักอย่าง ‘ชิส์.. คุณหนู’ เขาจะหัวเราะและจับหัวฉันโยกเบา ๆ เสมอ

“โอยยย .. ดีใจจัง นึกยังไงวันนี้ถึงโทรมาหากันได้เนี่ย” เขาถามเร็ว ปิดน้ำเสียงดีใจไม่มิด และนั่นทำให้ฉันยิ้มได้กว้างขึ้น มีกำลังใจที่จะพูดต่อ

“เก็บข้าวเก็บของ อยู่ ๆ มาเจอสมุดเฟรนด์ชิฟเล่มที่บอลเขียนไว้ให้ เลยคิดถึง อยากรู้ว่าสบายดีไหม” ฉันตอบออกมาจากใจจริง

“เราก็คิดถึงฟี่เหมือนกัน อยากโทรแต่ก็ไม่กล้า” เขาบอกถอนใจเบา ๆ

“คงเหมือนกันล่ะมั้ง” ฉันตอบยิ้ม ๆ ทั้ง ๆ ที่อดคิดไม่ได้ว่าฉันควรเป็นคนพูดประโยคนั้นมากกว่า





10 กว่าปีที่เวลาหมุนเวียนเปลี่ยนวันไปเรื่อย ๆ เรื่องราวของบอลจะโผล่มาในความทรงจำนาน ๆ ที หากแต่ว่าทุกทีที่ได้นึกถึง ไม่มีซักครั้งที่จะไม่มีการจบลงด้วยการทอดถอนใจ และรู้สึกผิดในใจ


ฉันทำร้ายคนที่รักฉัน ทำร้ายอย่างไม่เข้าใจ และ ไม่สนใจว่าเขาจะเจ็บปวดแค่ไหน จนวันหนึ่งที่ฉันถูกคนที่ฉันรักทำแบบเดียวกัน หน้าของบอลแว้บเข้ามาในความรู้สึก และฉันก็ได้รู้ ว่าที่บอลเจ็บ.. เป็นยังไง


หลังจากวันนั้น หลายต่อหลายครั้งที่ฉันนึกอยากจะยกหูโทรศัพท์โทรไปขอโทษบอล แต่ความกลัวก็จะก้าวเข้ามาให้มือหยุดชะงักทุกทีไป ถ้าเขายังโกรธยังเกลียดฉันอยู่ล่ะ ถ้าเขาไม่ยอมคุยกับฉันล่ะ ถ้าเขาไม่ยกโทษให้ฉันล่ะ .. คำถามเหล่านั้นจบลงที่ฉันวางหูโทรศัพท์ลงที่เดิม หากไม่ใช่กับวันนี้


15 นาทีหลังจากนั่งมองภาพกีตาร์ในกระดาษหน้านั้น ฉันตัดสินใจยกหูโทรศัพท์.. พอซักทีกับความรู้สึกผิดในใจ

.
.

“ ฟี่ .. พรุ่งนี้เป็นวันแต่งงานของเราล่ะ วันนี้เราเจอคนที่เรารัก รักเรา และอยากจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยแล้ว แต่เราก็อยากจะบอกฟี่ว่า ฟี่เป็นรักแรกที่เราจะไม่มีวันลืม” หลังจากเราคุยกันอย่างยาวนาน บอลก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงมีความสุข และอบอุ่น เหมือนที่เคยเป็นมาเสมอ


“ยินดีด้วยนะบอล และเราอยากจะขอโทษสำหรับวันเวลาในอดีตที่เราไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรให้ดีกว่าเดิมได้แล้ว เราอยากจะให้บอลรู้ว่าเราเสียใจจริง ๆ และอยากให้บอลยกโทษให้” ฉันปาดน้ำตา พยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่น พูดในสิ่งที่อยากพูดมาตลอดออกไป


“อย่าร้อง .. เราไม่เคยโกรธฟี่ จะวันนั้นหรือวันนี้ก็ไม่เคยโกรธ แต่ถ้ามันจะทำให้ฟี่สบายใจ ทุก ๆ อย่างที่ฟี่ทำ เรายกโทษให้” เสียงที่ดังอยู่ข้างหูปลอบประโลมราวกับมีมืออุ่นลูบหัวเช่นในวันก่อน


เท่านั้นเอง .. ความทุกข์ที่ฉันแบกมายาวนาน มันได้ถูกปลดปล่อย ลงแล้ว ฉันเงยหน้าขึ้นยิ้มทั้งน้ำตา









 

Create Date : 26 ตุลาคม 2552    
Last Update : 26 ตุลาคม 2552 15:07:18 น.
Counter : 246 Pageviews.  

1  2  3  4  

Paulo
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เค้าว่ากันว่า " สิ่งดี ๆ นั้นรออยู่และอาจพบเมื่อเราเปลี่ยนแปลง " ข้อความนี้คงจะจริง เพราะไม่ยังงั้น เราจะได้มาเจอกันเหรอ


Blog Update
"Paella ข้าวอบสเปน ที่เจ้านายสอนทำ"


"กุ้ง หอย ปู ปลา @ แดงโภชนา"


"กินลม ชมทะเล @ CHER Resort"


"แม่ปั้นดิน ชวนชิม "ไข่นายก"


"โฮมสเตย์ "แม่ปั้นดิน พ่อทำสวน" @ เชียงใหม่ (ภาค 2 )"

"โฮมสเตย์ "แม่ปั้นดิน พ่อทำสวน" @ เชียงใหม่"

"Anna & Charlie's Cafe"

"เมี้ยววว .. เค้าเรียกป๋มว่า "ลูกลิง"

"กระเป๋าน้องซู (ทรงหอยเชลล์) กับการหัดแอพพลิเคครั้งแรก "

"เงาเสน่หา .. นราเกตต์ "

"หมวกพระ.. บุญในหน้าหนาว "

"ตะลึ่งตึ่งโป๊ะ !!"

"โหมด : รำพัน"

<

Friends' blogs
[Add Paulo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.