ความเมตตา นำมาซึ่งความผูกพันธ์ของมนุษย์กับนกแพนกวิน ...
มีข่าวแปลกจากเว็บไซต์ข่าวเดลิเมล์ รายงานเรื่องราว น่าประทับใจ ของมิตรภาพระหว่างเพนกวินตัวหนึ่ง กับ นายเจา เปเรร่า เด ซูซ่า  วัย 71 ปี  โดยนกแพนกวิน เดินทางข้ามน้าข้ามทะเลเป็นระยะทาง 5,000 ไมล์ หรือประมาณ 8,000 กิโลเมตร ทุกปี เพื่อกลับมาเยี่ยมชายชราชาวบราซิเลียน ที่เคยช่วยชีวิตมันไว้เมื่อ 5 ปีก่อน !! โอมายก๊อด..!!! 

อ่านแล้วต้องรีบตามเรื่องราวเลยค่ะ ...มันแปลกไปมั้ย ??? นกตัวนี้ยังเด็กๆ เล็กๆ อยู่เลย มาตามดูเรื่องราว ไปทำอีท่าไหน มาตกหลุมรักมนุษย์แก่ๆ เข้าเต็มเปา ...อ่านแล้วต้องบอกว่า มหาเมตตานี้เป็นความยิ่งใหญ่ จริงๆ ...

นี่ค่ะ หน้าตาคู่รักต่างสายพันธุ์ ...น่ารักมาก ...นี่ดิฉันมีความรักพุดเดิ้ลนี่ธรรมดาไปเลย

แต่เนื่องจากเป็นคนรักสัตว์ พอจะเข้าใจความรู้สึกในเมตตาต่อสัตว์ของตาคนนี้เลยค่ะ 

ความารักความเมตตามาจากเหตุบังเอิญ !

 นายเจา เปเรร่า เด ซูซ่า  อดีตแกเป็นช่างก่ออิฐและมีงานพาร์ตไทม์เป็นชาวประมง จากหมู่บ้านบนเกาะแห่งหนึ่งใกล้กับ นครรีโอเดจาเนโร ของบราซิล แกไปพบเจ้าเพนกวินน้อยติดอยู่ในโขดหินริมหาดในสภาพใกล้ตายเนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบน้ำมันดิบเมื่อปี 2554 เขารีบนำมันมาทำความสะอาด ให้อาหาร ช่วยดูแลรักษาจนมันแข็งแรงดี พร้อมตั้งชื่อเพนกวินมาเจลลันตัวนี้ว่า "ยึงยึ่ง" (Dindim) แล้วนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ... อึ้งไปเลยค่ะ แต่สำหรับดิฉัน เราคนไทย ส่วนใหญ่รักสัตว์ ไงๆ เราก็คงทำเหมือนแกคือช่วยเจ้านก แต่เจ้า กยึงยึง มันมีสำนึกกตเวฑิตานี่สิ เป็นเอาขนาดนี้ มากไปกว่านั้นมันยังรักนายคนนี้ไม่เสื่อมคลาย  

นี่ดิฉันเดาเอาตามประสาคนจินตนาการเก่งอีกว่า ...ตอนที่กำลังต่อสู้กับการรอรอดชีวิต เจ้านี่คงทรมาณมาก และร้องขอความช่วยเหลือสุดชีวิต คือ มันไม่อยากตาย !!!  แน่นอนเลย...


หลังจากนั้น 2-3 เดือน นายเจา ต้องพบกับความประหลาดใจเมื่อเพนกวินเดินทางกลับมาที่เกาะและมันจำเขาได้ ก่อนจะกลับบ้านไปพร้อมกับเขา ... ฮ่าๆๆๆ พรหมลิขิตอะไรขนาดนี้....น่ารักอ่ะ ! 

นับตั้งแต่นั้นมา เจ้า "ยึงยึ่ง"จะมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกับคุณปู่เจา เป็นเวลา 8 เดือนในทุกปี และช่วงเวลาที่เหลือไปอยู่ตามชายฝั่งอาร์เจนตินา และชิลี  แกเล่าว่า ..."ผมรักเพนกวินเหมือนเป็นลูกชายของผม และเชื่อว่าเพนกวินตัวนี้ก็รักผมเช่นกัน มันชอบนอนบนตักผม ให้ผมทำความสะอาดอาบน้ำให้ รวมทั้งป้อนปลาซาร์ดีน คนอื่นไม่มีใครจับมันได้ เพราะมันจะจิก" เจา เปเรร่า เด ซูซ่า เผยกับโกลโบ ทีวี และว่า "เพนกวินตัวนี้จะมาหาผมในเดือนมิ.ย. แล้วก็จะกลับไปในเดือนก.พ. และทุกๆปีมันดูมีความสุขมากขึ้นทุกครั้งที่ได้เจอผม" 




เป็นไงหละ ... พวกที่ไม่เคยไปเยี่ยมพ่อแม่ อายนกก็อีตอนนี้แหละ ...

เรื่องราวของเพนกวิน "ยึงยึ่ง" โด่งดังมาก  และเป็นข่าวออกทีวี รวมถึงสื่อสำนักต่างๆ ด้านนักชีววิทยาที่มาสัมภาษณ์คุณปู่เจา กล่าวว่า ไม่เคยเห็นเรื่องราวแบบนี้มาก่อน คิดว่าเพนกวินคงเชื่อว่านายเจา เปเรร่า เด ซูซ่า เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของมัน หรืออาจคิดว่าเขาเป็นเพนกวินตัวหนึ่งเหมือนกัน  

สำหรับเพนกวินมาเจลลัน ทุกปีจะต้องอพยพไปสู่ทางเหนือที่อุณหภูมิต่ำกว่า อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่า "ยึงยึ่ง" จะคุ้นเคยกับอุณหภูมิของชายหาด จึงสามารถอยู่ที่นี่ได้ถึง 8 เดือนต่อปี เพราะเจ้าเพนกวินมีจิตสำนึก มันรู้ว่าคุณปู่มีบุญคุณ ก็เลยอยากอยู่ข้างๆให้นานที่สุด นี่ไงแสดงว่าเขามาตกระกำลำบากตอนเขาเด็กๆ เลยปรับตัวอยู่ได้กับลุงเจาไปเลย ...

อ่านแล้วน่ารัก และซาบซึ้งในเมตตาธรรมค้ำจุนโลกจริงๆ ค่ะ ความสุขของชายหาปลา มาจากจิตเมตตาของแกแท้ๆ ...เห้อ !! 



Create Date : 09 มีนาคม 2559
Last Update : 9 มีนาคม 2559 22:00:41 น.
Counter : 267 Pageviews.

0 comment
อนาคตนกแพนนกวิน
เขตออสเตรเลียนแอนตาร์กติก — ผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Antarctic Science เผยว่าภูเขาน้ำแข็งยักษ์ขนาดเท่าเมืองในปี 2010 อาจเป็นต้นเหตุทำลายล้างฝูงนกเพนกวินทั้งหมดในภาคตะวันออกของแอนตาร์กติก 

ฝูงนกเพนกวิน Adelie ที่อาศัยอยู่ ณ Cape Denison ใน Commonwealth Bay ดินแดนขั้วโลกส่วนของออสเตรเลีย ซึ่งก่อนหน้านี้อยู่ใกล้กับแหล่งน้ำที่เปิดกว้าง ทำให้พวกนกเพนกวินสามารถออกล่าหาอาหารได้อย่างสะดวก แต่ว่าพวกมันถูกตัดขาดจากแหล่งอาหารดังกล่าวเมื่อภูเขาน้ำแข็ง B09B ขนาดราว 2,850 ตารางกิโลเมตรเข้ามาติดอยู่ในอ่าว

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ด้วยเหตุนี้ ฝูงนกเพนกวินกลุ่มนี้จะต้องทนเดินไปกลับเกือบ 130 กิโลเมตรในสภาพอากาศที่รุนแรงของแอนตาร์กติกเพื่อหาอาหาร นอกจากนี้ การเดินทางยังเต็มไปด้วยอันตรายส่งผลให้ประชากรเพนกวินลดน้อยลงจาก 160,000 ตัวในปี 2011 เหลือเพียง 10,000 ตัวในขณะนี้

นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าฝูงนกเพนกวินกลุ่มนี้อาจจะเสียชีวิตไปทั้งหมดภายในสองทศวรรษ ยกเว้นว่าเงื่อนไขของการใช้ชีวิตของพวกมันจะเปลี่ยนไป "ประชากรเพนกวินในเคปเดนิสันอาจจะหายไปทั้งหมดภายใน 20 ปี ยกเว้นแต่ว่าถ้า B09B เคลื่อนย้ายออกไปหรือแตกออกไป" นักวิจัยกล่าว





Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2559 16:16:00 น.
Counter : 360 Pageviews.

0 comment
เดนมาร์กดินแดนนรก สำหรับสุนัข 25 สายพันธุ์



Create Date : 18 กันยายน 2556
Last Update : 18 กันยายน 2556 9:52:42 น.
Counter : 551 Pageviews.

0 comment
แม่อาลัยหมาน้อย "ลูเม็ก" (Lumex) นะลูก...ขอให้ลูกไปสู่สุขคติ...
แม่....Lumex ตายแล้ว!!



เสียใจอีกแล้ววันนี้ มากที่สุด ขณะนั่งอบรม อุ๊กอิ๊ก โทรมาเสียงสั่นๆว่า แม่....Lumex ตายแล้ว...ตกใจ หา??..แต่แล้วก็นิ่ง..เสียงแผ่วๆ ไปว่า เพราะอะไร ลูกบอกว่า.."รถชน"...แม่ไม่แปลกใจเลย...เพราะแม่ก็เคยบ่นๆ ว่าสักวัน ลูเม็ก ต้องตายเพราะรถชน เพราะลูเม็กมีพฤติกรรมเสี่ยง...เนื่องจาก ลูเม็กเป็นหมาอาภัพ หน้าตาเขาไม่จุ๋มจิ๋ม แต่เขาก็น่ารักน่าชัง แบบหมาเล็กโหดๆ ส...ีขนเขาดำสนิท ลำตัวอวบอ้วน รูปร่างดีแบบหมาเล็ก ลำตัวยาว ขนหนา นิ่ม และ ผิวดี ค่อนข้าง Perfect Dog ถ้าเป็นคน เธอก็เป็น ผญ. ถึกๆ
ตอนลูเม็กเกิดมา มันเป็นหมาตัวที่ 3 ของชาวหมาๆ ในบ้านเรา ทำให้การดูแลลูเม็กไม่ได้รับการโอ๋เขาเท่าที่ควร แต่เราก็รักลูเม็กมากที่สุด ด้วยตัวตนของลูเม็กเอง เนื้อแท้ความเป็นเจ้าหมาลูเม็ก ทำให้เรารักเขาแบบคนรักหมาตัวเก่ง ไม่โอ๋ไม่เอ๋ แต่จะคอยมองหามันมากกว่า เรียกได้ทั้งวัน เม็กมันมีมารยาทดีกับเจ้าของ ไม่วอแว มีโลกส่วนตัวสูง และออกอาการแห่ๆ ลูเม็กประมาณตนว่าไม่มีใครรักเขา แต่เขารู้อยู่อย่างหนึ่งว่า อย่างน้อยเขาก็มีเรา...รู้ว่าเรารักเขา...เขารู้เท่านั้น ดังนั้นเราจึงเป็นที่พึ่งเดียวของลูเม็ก...หากเรานั่งทำงาน ลูเม็กก็แยกตัวไปนอนเล่นหลบหายไปเอง แต่เมื่อไร เราขยับตัว ลูเม็กจะวิ่งมานั่งดักหน้า จ้องมองเรานิ่ง ตาแป๋ว...แล้วก็วิ่งตาม ดักหลังหากเดินไปไหนมาไหนภายในบริเวณบ้าน ลูเม็กกำลังเรียนรู้โลกใบนี้ เรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเรา เรียนตามพี่ๆ หมาๆ ของเขาจากลูซี่ และ ม๊อคค่า แต่ลูเม็กก็มีโลกส่วนตัว เขาไม่ได้ตามพวกนั้นไปเสียทุกอย่าง บางอย่างเท่านั้น แต่สิ่งนั้นคือ มีเราเป็นตัวต้นเหตุให้เขาทำตาม เช่น เวลาเข้าห้องนอน สองตัวโน้น ใช้นิสัยด้วยความเคยชิน นางลูซี่ เขาเป็นสาวงาม เขาจะอ้อนและต้องนอนไกล้ๆเรา เขาจึงกระโดดขึ้นเตียงไปก่อน ส่วนเจ้าม๊อคค่า เขาเป็นหมาแมนจำพวกเจ้าพ่อ เขาก็จะวิ่งเล่นไปมารอบเตียงก่อน หรือ รอเราหลับโดยการหลับรอ บนพื้นหน้าเตียง แต่พอเราหลับไปแล้ว เขาจะค่อยๆ ย่องขึ้นบนเตียงและนอนตรงปลายเท้าเรา ตื่นมาจะเจอม๊อคค่า นอนแนบข้อเท้าตลอด ...ส่วนลูซี่ ต้องหันไปมองข้างๆ เอว ...จะเห็นเธอหลับปุ๋ย...ส่วนลูเม็ก ไม่เคยกระโดดขึ้นมาบนเตียงเลยซักครั้ง เคยกระโดดตามพี่ๆ แต่เราโวยวาย ลูเม็กเรียนรู้ทันทีว่า "ทำแบบนั้นไม่ได้ นายไม่ชอบ" ...ดังนั้นลูเม็กก็จะนอนหน้าเตียง บนเบาะที่เตรียมไว้ให้เขาข้างล่างติดกับเราเลย ตะแคงมองก็เห็นทุกครั้งทันที ตามฐานนะ น้องหมา ไม่ลามปามแบบตัวอื่นๆ
ระหว่างคืน เจ้าม๊อคค่า จะอึ จะะฉี่ในห้องน้ำ ทิ้งไว้ให้เห็น ลูซี่มีบ้าง แต่ไม่บ่อย นอกจากเราตื่นสายมาก ไม่เปิดประตูห้องนอนซักที เขาก็ทนไม่ไหว ไปทิ้งระเบิดไว้ในห้องน้ำ ส่วนลูเม็กไม่เคยเห็นเลย เราจึงคอยสังเกตุว่า เจ้าเม็กทำยังไง ถึงไม่มีเศษซากอะไรเลย ทั้งๆ ที่บางวันเราตื่นสาย เขาทนยังไง พบว่า เขาก็ไปฉี่เหมือนกัน แต่ด้วยความยำเกรงเรา เขาเลียเก็บหมด ไม่เห็นซากบนพื้นห้องน้ำ ....ถึงบางอ้อ! เห็นเขาทำเช่นนั้น ด้วยความนับถือน้ำใจมัน เรารีบอุ้มมันมากอด และโอบไว้แน่นๆ ให้มันรู้ว่า เราเอ็นดูมันในการกระทำเช่นนั้น มันแกว่งหางไปมา รับรู้การกอดอันอบอุ่นนั้น..ตอบเรา....
ลูเม็กมีสัญชาตญาน ในการป้องกันภัยคนที่เขารักสูง เขาจะเห่าทันทีที่ได้ยินเสียงหรือ เห็นหมาตัวอื่นๆ นอกรั้ว คนแปลกหน้า และ รถคันอื่นๆ หญิงถึกของเรา ไม่ค่อยเกรงกลัวอะไร วิ่งไปเห่าๆๆๆ เสียงหมาเด็กๆ ของมัน แหลมน่ารำคาญ น้องแป๋งลูกชาย จะโมโหมาก ด้วยความเกรงใจเพื่อนบ้านว่าจะไปทำความรำคาญให้เขา แป๋งทะเลาะกับลูเม็กแทบทุกคืน กว่าเราจะขึ้นนอน ลูกเม็ก เผ่นออกไปอาละวาดซะสองรอบสามรอบ ...ต้องออกไปเรียกกลับเข้าบ้าน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? ลูเม็กมีความแค้นเก่า ส่วนตัวกับหมาโตๆ ข้างถนน ขอเรียกว่าหมาเมือง..(ชาวน่านเขาสอนมา) ตอนที่ลูเม็กยังเล็ก เคยออกไปวิ่งเล่น กับหมาเมือง หมาเมืองเกลียดหมาบ้านตัวเล็กมาก หมาเรากี่ตัวผ่านการงับรับน้องใหม่สู่โลกหมาด้วยแผลแทบทุกตัว...เลียแผลกันเป็นเดือนๆๆ มันงับมาซะเลือดโชก...จากนั้นลูเม็กก็มีความแค้นที่ต้องชำระกันทันที แต่มันก็ไม่เคยได้ทำอะไรเขากลับเลยจนชีวิตหาไม่ในวันนี้ เพราะขนาดของมัน รอวันโตเท่าเขาเห็นท่าจะยากส์ จะรอให้พอวัด พอเหวี่ยง เห็นทีจะรอกันนาน...แสนนาน
ในที่สุด ลูเม็กก็ตัดสินใจ ล้างแค้นไม่ได้ เป็นเพื่อนกับมันไปดีกว่าว่ะ ... เม็กจึงมีเพื่อนหมาโต..ข้ามถิ่นหลายตัว ดังนั้นเม็กจึงเป็นหมาที่ แอ๊ดเวนเจอร์สูง พาพวกพี่ๆ ตะลุยเขตแดนไกลบ้าน มากที่สุดในระหว่างมันเรียนรู้โลกนี้มีอะไรมั่ง...ของมันอยู่
ทุกครั้งที่เราจะออกจากบ้าน...ลูเม็กจะมีอาการทันที กระวนกระวาย แต่เขาก็ไม่เคยร้องตามเช่นม๊อคค่าหรือ ลูซี่ แต่จะแอบวิ่งออกไป ไกลมาก ไปรออยู่กลางทางห่างจากบ้านระยะประมาณ 500 ม. หรือ 800 ม. ประมาณนั้น lumex จะซ่อนอยู่ในพงหญ้า พอรถเราวิ่งผ่านไป เขาก็วิ่งออกมามองตาม ส่งสายตาเศร้าสร้อย ละห้อยหา ... แล้วก็วิ่งกลับไปรอหน้าบ้าน หน้ารั้วบ้าน ริมถนน ไม่ยอมเข้าบ้าน ระหว่างที่เราไม่อยู่บ้าน หลายๆ วัน ลูกเม็กจะเจ้าปัญหาที่สุด เพราะเขาไม่ยอมนอนและเห่าระแวงภัยแทบทั้งคืน เขารอ รอ รอ อยู่หน้าบ้าน วนเวียนเข้าออก และนอนหน้าบ้าน เขามีเราคนเดียว วันนี้นายไม่อยู่ คนแถวบ้านจะรู้...ทันที เพราะหมาสามตัว นอนเล่นอาบแดดกันอยู่ทางเข้าบ้านหน้ารั้ว...ประตูใหญ่ ...จนเรากลับบ้าน ก็ผลัดกันเล่าความเป็นไป ระหว่างที่เราไม่อยู่กันใหญ่เลย แล้วจากนาทีที่เห็นหน้ากัน เขาก็ตามติดเราไม่ห่างเงากายเลย ตลอดเวลา ... อยากรู้ว่าเราอยู่ไหน มองหาหมาก่อนได้เลย 3 ตัว นอนเอกเขนกรอบกาย...เจ้าของหมา ...
วานนี้ลูเม็ก วิ่งตามเราขึ้นบรรได มันกลับตกบันใดลงมา 3 ขั้น กลิ้งหลุนๆ ลงมา ก็นึกตกใจว่าเม็กเป็นอะไร ไม่ค่อยดีเลย เมื่อคืนมันก็อ๊อกอยู่ สองสามครั้งก่อนนอน ไม่เข้ามานอนใกล้เราแต่กลับนอนหน้าประตูเหมือนอยากออกไปข้างนอกห้อง แต่พอเราลงไปหยิบยาทาแผลยุงกัด มันกลับไม่ยอมวิ่งตามลงไปเหมือนทุกๆครั้ง นั่งรอในห้องนอน ..ไม่อยากออกไปไหน ..เราก็มองว่าเออ หรือ ว่ามันจุกตอนตกบันใด หมาตกบันใด เพิ่งเคยเห็น เป็นลางร้ายจริงๆ
เช้านี้เรารีบไป..วุ่นการเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ขอติดรถลูกไปลงกลางทาง ก่อนต่อแท็กซี่ อย่างน้อยก็ประหยัดเงินนิดหน่อย ... ไม่ได้หันมามองหมาๆ เลยว่า เขาอยู่ประการใดบ้าง เขาเองก็เงียบฉี่ไม่วอแวเช่นทุกๆ ครั้ง ... จนได้รับโทรศัพท์ ว่า ลูกเม็กถูกรถชน เราพยายามถามว่า อาจแค่สลบ ลูกบอกไม่ใช่ ... ตาไม่ปิด ลิ้นจุกปาก และแน่่นิ่งไปเลย ล้อทับกลางลำตัวเลย ...ภาพที่ลูกเก็บไว้ให้ มันวิ่งกลับมาบนฟุตบาธ เพราะไม่ใช่รถแม่ และทำมันเจ็บ แล้วก็ล้มลง ตายในที่สุด ตากลมโตยังลืมตาโพลง ....หน้าตายังน่ารักน่าเอ็นดู ....บอกให้ฝังเขาไว้ในบริเวณบ้าน ....ระว่างทางขากลับบ้าน เสร็จภาระกิจแล้ว เราเดินจิตใจห่อเหี่ยวมองหารถแท็กซี่ เจอขอทานมีลูกน้อยๆ นั่งมองเราตาแป๋ว เรารีบควักเงินให้แล้วอุทิศให้ลูเม็กทันที ... กลับถึงบ้าน หมาอีกสองตัวที่เหลือ...เงียบเชียบและเหงาหงอย ...เห็นได้ชัดมาก ...เราเองก็เดินไปมาดูรอบๆ อยากเห็นลูเม็ก ...นึกถึงมัน ทำการเบิกบุญอุทิศให้มัน ทันใดนั้น ลมแผ่วๆ รอบกายเย็นชื่นใจ ตรงเฉพาะที่เรายืน เรารีบเงยมองลมพัดใบไม้ไหว ตรงที่เรายืนเท่านั้น ต้นที่ไม่ตรงบ้านเรา ตรงข้ามห่างแค่ฟากถนนก็นิ่งสนิท ...ใช่แล้ว... ลูเม็กรอลาแม่ ... เรารำพึงเบาๆ ว่าไปเถอะลูก ไปเกิดใหม่ และเป็นสุข เป็นสุขนะลูก ไม่ต้องห่วงแม่ แม่ยังมีกรรม .... แม่จะไม่เลี้ยงหมาเพิ่มอีกแล้ว ....ลูกอย่าเกิดมาเป็นหมาอีกนะ ...เราคงไม่ได้เจอกัน...ขอบคุณที่ดูแลห่วงใยแม่...รอคอยแม่ อโหสิกรรมให้แม่ด้วย ... 



Create Date : 03 กันยายน 2556
Last Update : 3 กันยายน 2556 22:40:00 น.
Counter : 627 Pageviews.

0 comment

Changixmas
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]



คนเรามี 2 ถูก คือ ถูกต้องและถูกใจ
ในการใช้ชีวิตมันมี 2 ถูกนี้เสมอ ถ้ามันทั้งถูกต้องและถูกใจ ดีสุด แต่ยามใดมันสองแพร่ง ระหว่างถูกต้อง กับถูกใจ นี่จะโคตรกระอักกระอ่วนเลย และมันมักอยู่ในลำดับถูกใจ แล้วไปหา ความถูกต้อง
ถ้าเรามองหาความถูกต้อง มักจะอดถูกใจ




New Comments
MY VIP Friends