ถุงยางอนามัยป้องกันการข่มขืน...
โดยผู้คิดค้นชื่อ แพทย์หญิง ซอนเน็ต เอห์เล่อร์ จากแอฟริกาใต้ ถุงยางอนามัยป้องกันการถูกข่มขืน นี้จะมีลักษณะคือมีเขี้ยวตะขอ คล้ายหนาม เป็นแนวที่จะทำร้ายเจ้าโลกของผู้ชายได้ ซึ่งไอเดียการผลิตถุงยางป้องกันการข่มขืนนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2005 และตอนนี้ได้จำหน่ายให้กับผู้หญิงในแอฟริกาใต้ ในช่วงฟุตบอลโลกด้วย

รอยเตอร์ - นักประดิษฐ์แอฟริกาใต้เผยโฉมถุงยางสกัดการข่มขืนชนิดใหม่ ที่จะเกี่ยวรัดอวัยวะเพศชายที่ประสงค์ทำมิดีมิร้ายจนต้องวิ่งแจ้นไปให้หมอช่วย คาดช่วยลดคดีการก่อความรุนแรงทางเพศในแอฟริกาใต้ที่มีปัญหานี้ชุกชุมที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

“ไม่มีใครออกมาทำอะไรเลยเพื่อช่วยเหลือผู้หญิงไม่ให้ถูกขืนใจ ฉันคิดว่านี่เป็นโอกาสที่เป็นไปได้มากที่สุด” ซอนเน็ตตี เอเลอร์ส วัย 57 ปี กล่าวระหว่างการเปิดตัว “เรเพ็กซ์” อุปกรณ์สวมใส่ที่ทำจากกาวยางและมีก้านเล็กๆ เป็นตัวหนีบรัดด้านปลาย ซึ่งก่อให้เกิดกระแสวิจารณ์อึงมี่ในแอฟริกาใต้ ประเทศที่เคยชินกับข่าวอาชญากรรมรุนแรงรายวัน

จากสถิติของตำรวจระบุว่า แต่ละปีมีผู้ถูกข่มขืนมากกว่า 50,000 คน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าตัวเลขจริงน่าจะมากกว่านั้นถึง 4 เท่า เนื่องจากเหยื่อส่วนใหญ่เป็นเด็ก หรือคนใกล้ชิดของคนร้าย ซึ่งไม่ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกัน

เอเลอร์สอธิบายว่า “เรเพ็กซ์” จะเกี่ยวรัดอวัยวะเพศของผู้ร้าย ทำให้เหยื่อมีจังหวะหนี อีกทั้งยังทำให้สามารถชี้ตัวผู้มีเจตนากระทำผิดได้

“เขาจะไม่เป็นอันทำอะไรอย่างอื่นแน่” เอเลอร์สแจกแจงกับผู้สื่อข่าวในไคลน์มอนด์ หมู่บ้านตากอากาศเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากเคปทาวน์ราว 100 กิโลเมตร “บอกได้เลยว่า เขาจะปวดมาก และต้องรีบแจ้นไปโรงพยาบาล”

รายงานยังบอกอีกด้วยว่า แพทย์หญิงซอนเน็ต ถึงขนาดลงทุนขายบ้าน ขายรถ เพื่อหาเงินมาพัฒนา ถุงยางอนามัยป้องกันข่มขืน โดยเฉพาะ สำหรับประสิทธิภาพของมันคือ ถ้าผู้ชายคนไหนจะไปข่มขืนผู้หญิงที่ใส่ถุงยางป้องกันนี้ จะเจ็บปวดมาก ปัสสาวะก็ไม่ได้ เดินก็ไม่ไหว ทำให้ตำรวจสามารถจับกุมได้ทันที


ถุงยางป้องกันการข่มขืน ที่กล่าวนี้ มีส่วนคล้ายกับภาพยนตร์เรื่อง “The teeth” ซึ่ง มีเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กสาวที่มีอวัยวะเพศมีเขี้ยว สามารถป้องกันภัยผู้ชายลวนลามทางเพศได้ แต่จะไม่ทำร้ายสำหรับผู้ชายที่เธอรัก...





Create Date : 01 กันยายน 2556
Last Update : 1 กันยายน 2556 20:44:16 น.
Counter : 1034 Pageviews.

0 comment
ข้อแนะนำดี ๆ สำหรับคนอยากมีคู่..
  ใครไม่อยากโดดเดี่ยวเชิญทางนี้ เรามีข้อแนะนำดี ๆ มาฝาก…

ผู้ที่จะมาปรึกษาว่าทำอย่างไรจึงจะมีคู่เหมือนคนอื่นเขานั้นมีน้อย เนื่องจากไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน สามารถผัดผ่อนไปได้ บางคนก็แค่เปรย ๆขอคำแนะนำแถมจากเรื่องอื่นที่มาปรึกษาและแน่นอน ร้อยทั้งร้อยก็เป็นสุภาพสตรี

มีงานวิจัยที่สหรัฐอเมริกาถึงสาเหตุของการเลิกราจากคู่รัก (แฟน) ว่าเกิดจากเหตุอันใดบ้าง พบว่า 78 เปอร์เซ็นต์ ให้เหตุผลว่าเบื่อ อีก 60-70 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าความสนใจต่างกัน เรื่องนี้ผู้หญิงให้ความสำคัญมากกว่าชาย ต่อมาเรื่องเซ็กซ์ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้คงเหมือนกับที่นักวิชาการออกมาให้ข่าวว่า คนไทยเลิกร้างเพราะเซ็กส์ไม่ไปด้วยกันถึง 60 เปอร์เซ็นต์ (ไม่รู้มากไปไหม?) ส่วนเรื่องที่ใครโง่กว่ากันจนทนไม่ได้มีอยู่ 20 เปอร์เซ็นต์ คือทนความแตกต่างเรื่องไอคิวไม่ได้

ในกลุ่มสตรีคานทองนั้น มักต้องเคยมีแฟนหรือย่างน้อยต้องเคยถูกจีบมาบ้าง ส่วนจะควงอยู่นานหรือไม่ก็เป็นราย ๆไป อย่างที่กล่าวมาแล้วว่า ส่วนใหญ่เกิดจากความเบื่อ ที่ทำให้ไม่มีความสุขในการใช้ชีวิตร่วมกันก็เลยไม่มีโอกาสได้แต่งงานเสียที

ปัจจัยของความอ้างว้างนั้นเกิดจากสิ่งสำคัญ 5 อย่างคือ

ขาดทักษะทางสังคม

อาจไม่เข้าใจในเรื่องการพูดคุยที่ถูกกาลเทศะ การวางตัวให้เหมาะสม(อาจวางตัวสูงเกินไปก็ได้)

ทักษะการพูดคุยที่สำคัญคือ การฟัง ไม่ใช่การพูด การฟังที่ดีนั้น ได้แก่ แสดงความอยากฟัง สบตา พยักหน้าตอบรับ ไม่ใช่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ไม่ค่อยสนใจ อันนี้ผู้ที่แต่งงานแล้วก็ควรทราบไว้ด้วย เพราะการรับฟังอีกฝ่ายนั้นสำคัญมาก ลองนึกดูว่าถ้าฝ่ายหญิงเอาแต่พูด ส่วนพ่อบ้านก็ก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์ หรือกลับกันเมื่อสามีพูด ภรรยาก็พูดบ้างเลยไม่มีใครเป็นฝ่ายฟัง อย่างนี้ก็แย่ ฉะนั้นจึงต้องฟังให้มากด้วย

ขาดความเข้าใจในผู้อื่น

เข้าทำนองไม่ค่อยอยากสุงสิงกับใคร ถ้าเป็นนักศึกษาก็ชอบเข้าห้องสมุด เพื่อนชวนไปไหนก็ไม่ไป อย่างนี้พลอยทำให้โอกาสที่จะพบคนอื่นมีน้อย ก็เลยหาคนที่ถูกใจไม่ค่อยได้ อีกอย่างถ้าไม่ค่อยสนใจผู้อื่นแล้ว ก็ย่อมทำให้ขาดเสน่ห์ อย่างการยิ้มแย้ม การแสดงท่าทีสนใจ (ผ่านแววตา สีหน้า) เป็นอย่างนี้ใครเขาจะเข้ามาจีบละครับ

ขาดความเข้าใจเห็นใจผู้อื่น

ความเข้าใจเห็นใจผู้อื่นเป็นเสน่ห์อย่างมากครับ ผมสังเกตดูว่า ผู้หญิงบางคนหน้าตาไม่ได้สะสวยเลย แต่ก็มีสามีที่ดีได้ เช่นเดียวกับผู้ชายบางคนอาจมีภรรยาที่ดูดีกว่า

คำว่าเข้าใจ หมายถึง มีความสามารถแปลความหมายของอีกฝ่ายหนึ่งได้ เรียกว่าเป็นอวัจนภาษานั่นเอง ไม่ต้องคุยกันมาก มองหน้าก็รู้แล้วว่าอยากพูดอะไร หรือมีอะไรไม่สบายใจ นอกจากนี้ยังหมายถึงความเข้าใจความจริงของธรรมชาติอีกครับ อย่างเช่น สามีคุณถูกเจ้านายตำหนิมา ก็อาจดูหงุดหงิดหรือเปลี่ยนเป็นซึมกระทือ แต่เข้าใจและก็สามารถเห็นใจได้ เห็นใจคือการรับฟัง ช่วยเหลือในสิ่งที่ทำได้ เช่น อย่าไปพูดมากตอนที่อีกฝ่ายกำลังหงุดหงิด ถ้าถูกเจ้ามือหวยกินเรียบก็ควรบอกตอนที่เขาอารมณ์ดีขึ้น

มีความคิดแง่ร้ายอยู่เสมอ

ชอบคิดแง่ร้ายก็คือ มักมีความคิดที่ทำให้เกิดความทุกข์ไม่สบายใจนั่นเอง อย่างเช่น ถ้าเงินในกระเป๋าเกิดหายไป ก็จะโทษคนใกล้ตัวทันที โดยไม่ได้ตรวจสอบว่าหายไปจริงหรือไม่ หรือไปหล่นที่ไหน ถ้าเห็นแฟนเดินมากับเพื่อนเรา ก็พาลเอ็ดตะโรด้วยคิดถึงการนอกใจ อย่างนี้บ่อย ๆ เข้าก็เกิดความเบื่อไปเอง

ความคิดแง่ร้ายนี้ยังทำให้อารมณ์เสียง่าย เพราะความคิดกับอารมณ์เป็นสิ่งที่ต่อเนื่องกัน หน้าตาของคนที่คิดแต่แง่ร้ายก็จะขมวดคิ้ว คล้ายกับคนท้องผูก ทำให้แก่เร็วว่างั้นเถอะ

มีความต้องการที่มากเกิน

คนเราเป็นแฟนกันก็ย่อมต้องการให้อีกฝ่ายเอาอกเอาใจ คอยทำอะไรให้ ซึ่งหากความต้องการนี้ได้รับตอบสนองย่อมพึงพอใจ แต่ปัญหาก็คือความต้องการนั้นมีมากเกินไป เช่น จะให้มารับที่ทำงานทุกวัน จนอีกฝ่ายไม่เป็นอันทำงาน หรือพาไปเที่ยวทุกสัปดาห์โดยไม่ดูความเหมาะสมของเงินทอง การงาน อย่างนี้รับรองว่าคบกันไม่ได้ยืดแน่

ทั้ง 5 ข้อนี้ ถือว่าเป็นสาเหตุของการเลิกรากันไปในช่วงที่เป็นแฟนกันได้มาก ที่จริงก็ไม่ใช่เฉพาะตอนที่เป็นแฟนหรอก แต่งงานกันแล้วขืนทำแบบนี้ก็คงอยู่กันด้วยความไม่สงบสุขเป็นแน่ จึงควรถือเป็นข้อปฏิบัติว่า

ต้องฝึกฝนทักษะทางสังคม ได้แก่ การพูดคุย วางท่าทางให้เหมาะสม

มีความสนใจในผู้อื่นบ้าง อาจชวนคุยในเรื่องที่อีกฝ่ายภาคภูมิใจ ลดการเล่าเรื่องไร้สาระของตนเองลงไปบ้างทำนองนี้

หัดแสดงความเข้าใจและเห็นใจผู้อื่นบ้าง อันนี้อาจฝึกยากหน่อยสำหรับคนที่ไม่เคย แต่ใช่ว่าจะฝึกไม่ได้เลย จุดสำคัญอยู่ที่ต้องสนใจและใส่ใจในท่าทีอารมณ์ของผู้อื่น รู้จักพูดหรือแสดงบทบาทตามกาลเทศะที่เหมาะสม

คิดถึงเรื่องต่าง ๆ ในแง่ดีบ่อย ๆ แต่ไม่ใช่ดีไปหมดจนเป็นคนไม่มีเหตุผล คือต้องสามารถอธิบายความคิดนั้นได้ ไม่หลอกลวงตัวเอง คือมีความพึงพอใจง่าย ความพึงพอใจง่ายทำให้มีความสุขได้ง่าย อันนี้เหมาะสำหรับคนที่แต่งงาน
ในเรื่องเซ็กส์นั้น ต้องขอกล่าวถึงหน่อย เพราะสำคัญในคู่ที่แต่งงานแล้ว เซ็กส์มีความหมายรวมถึงการมีความรัก พูดจาหวาน สัมผัสตัว บีบนวดให้กัน ไปจนถึงการมีเพศสัมพันธ์ที่ดี คือมีความพึงพอใจกันทั้งคู่ แน่นอนว่าจะเป็นอย่างนี้ได้ ต้องอาศัยการรับฟังและปรับเข้าหากัน อาศัยการบอกโดยไม่ว่ากล่าวหรือวิพากวิจารณ์

แม้ตามงานวิจัยมักจะกล่าวถึงว่าเซ็กส์เป็นสาเหตุของการหย่าร้างได้มาก แต่ก็ควรเข้าใจว่าความสัมพันธ์ทางเพศที่ไม่ดีนั้น มักมีสาเหตุมาจากความสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน การแก้ไขจึงต้องกระทำทั้ง 2 ทาง มิใช่มุ่งไปแก้ไขในเรื่องขณะมีเซ็กส์เพียงอย่างเดียว

ใครที่ยังไม่มีคู่แล้วอยากมี ก็ขอให้ลองปฏิบัติดู ส่วนใครที่ทำแล้วแต่ยังไม่สำเร็จเสียที ก็อาจแสดงว่าท่านเหมาะกับการใช้ชีวิตโสด ซึ่งก็น่าจะเป็นความสุขอีกแบบหนึ่ง อย่าลืมว่าสุขหรือทุกข์นั้นเกิดจากความพอใจหรือไม่พอใจของท่านเป็นหลัก ไม่ใช่ใครอื่นมาทำให้หรอก



Create Date : 01 กันยายน 2556
Last Update : 1 กันยายน 2556 20:24:24 น.
Counter : 657 Pageviews.

0 comment
คุณสาว ๆ รู้มั้ย กระเป๋าถือของคุณ สกปรกกว่าโถส้วมอีกนะ !!!
อ่านเจอนี่มา ... ไอย๊ะ อ่านดูสิ... อี๋ยยย...

สาว ๆ เคยเปิดกระเป๋าถือใบโปรดแล้วสำรวจข้าวของที่มีกันไหมคะ ว่าใส่อะไรไว้บ้าง แต่ถ้าเปิดแล้วบางคนอาจจะต้องสะดุ้งเพราะเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองหมักหมมของไว้มากขนาดนี้เลยเหรอ และวันนี้สาว ๆ ทั้งหลายจะได้สะดุ้งมากกว่าเดิมหลายเท่า เพราะผลวิจัยชิ้นล่ามาใหม่ของสถาบันวิจัยสุขภาพจากประเทศอังกฤษ เขาออกมาบอกว่า กระเป๋าถือของผู้หญิงเราสะสมเชื้อโรคไว้พอ ๆ หรืออาจจะมากกว่าโถส้วมเลยล่ะ โดยเฉพาะของที่อยู่ในกระเป๋า 6 อย่างต่อไปนี้ ที่ผลวิจัยชี้ว่าทำให้กระเป๋าสกปรกสุด ๆ จนต้องร้องยี้กันเลยทีเดียว

1. ขวดน้ำพลาสติก

จากผลการวิจัยชี้ว่า ขวดน้ำพลาสติกที่เราพกติดกระเป๋าเอาไว้ดื่มแก้กระหาย ไม่ปลอดภัยตั้งแต่ผลิตออกมาจำหน่ายให้เราแล้ว เพราะในพลาสติกอ่อนจะมีสารพาทาเลต (phthalates) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งตัวจี๊ดที่อันตรายมาก อีกทั้งยังเป็นสารที่ก่อกวนฮอร์โมนในร่างกายเราให้ปั่นป่วน และขัดขวางการทำงานของภาวะเจริญพันธุ์อีกด้วย ที่สำคัญเจ้าสารตัวนี้ก็สามารถละลายปะปนเข้ากับน้ำดื่มในขวดได้ไม่ยาก เวลาเราดื่มน้ำจึงอาจจะดื่มเอาสารพิษนี้เข้าไปด้วยโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นหากเป็นไปได้ก็ควรจะเลือกดื่มน้ำจากขวดแก้ว หรือขวดโลหะดีกว่า หนักหน่อยแต่ก็ปลอดภัยต่อสุขภาพกว่ามากเลยนะคะ

2. เครื่องสำอาง

ส่วนใหญ่ผู้หญิงมักจะมีเครื่องสำอางอีกชุดหนึ่ง ไว้สำหรับเติมหน้าระหว่างวันในกระเป๋า และเมื่อใส่เข้าไปในกระเป๋าแล้ว น้อยคนนักที่จะคอยตรวจสอบวันหมดอายุการใช้งาน หรือคิดจะนำฟองน้ำและแปรงออกมาทำความสะอาดฆ่าเชื้อ ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่า บรรดาเครื่องสำอางในกระเป๋า จะสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรียไว้เท่าไร ยิ่งได้หลบซ่อนอยู่ในกระเป๋าใบเล็ก ๆ ที่ทั้งมืด แคบ และมีความชื้น เจ้าเชื้อโรคก็ยิ่งดี๊ด๊า เจริญเติบโตและแพร่พันธุ์ได้ดีเป็นทวีคูณ

โดยเฉพาะขวดมาสคาร่า ที่ลำพังไม่ได้หมดอายุก็มีเชื้อโรคสะสมอยู่มากพอตัวแล้ว เนื่องจากในหลอดมาสคาร่ามีอุณหภูมิ ความชื้น และบรรยากาศที่เหมาะสมต่อการขยายพันธุ์ของเชื้อโรค ฉะนั้นหากไม่อยากติดเชื้อที่ดวงตา ก็ควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งยวดทุกครั้งที่ปัดมาสคาร่าด้วย หรือทางที่ดี ต้องหมั่นตรวจสอบเครื่องสำอาง และทำความสะอาดอุปกรณ์แต่งหน้าทุกชิ้นให้สะอาดอยู่เสมอ

3. ทิชชูและผ้าเช็ดหน้าที่ใช้แล้ว

พอได้เปิดกระเป๋าสำรวจข้าวของกันบ้างแล้ว ก็เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นเศษกระดาษทิชชู และผ้าเช็ดหน้าที่ผ่านการใช้งานมาแล้วไม่มากก็น้อย และนี่ล่ะค่ะที่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรียชั้นดีที่สุดอีกอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะเชื้อโรคหวัด ซึ่งถ้าหากใช้กระดาษทิชชูแล้วไม่เก็บทิ้งออกจากกระเป๋า ทุกครั้งที่เราใช้มือล้วงเข้าไปในกระเป๋า ก็จะเป็นการกระจายเชื้อโรคและแบคทีเรียให้คลุกเคล้าอย่างทั่วถึงไปทั้งกระเป๋า

นอกจากนี้มือของเราก็จะพกเชื้อโรคเหล่านี้ติดมาด้วยอีกต่างหาก ดังนั้นเพื่ออนามัยที่ดี เราควรจะใช้ทิชชูแล้วทิ้งเลยทันที และอย่าเก็บผ้าเช็ดหน้าไว้ในกระเป๋าจะดีกว่า หรือไม่ก็แนะนำให้พกทิชชูเปียก ชนิดที่มีฝาปิดมิดชิดแทน จะได้เอาไว้ใช้เช็ดทำความสะอาดมือทุกครั้งที่สัมผัสกับสิ่งสกปรก

4. โทรศัพท์มือถือ

เครื่องมือสื่อสารสุดสะดวกที่ทุกคนมีใช้กันอย่างแพร่หลายก็ติดโผเป็นหนึ่งสิ่งของที่สกปรกที่สุดในกระเป๋าถือเช่นกัน ด้วยเพราะเราพกโทรศัพท์มือถือติดตัวไปด้วยทุกที่ จิ้มเล่นเกือบตลอดเวลา อีกทั้งทุกครั้งที่เราหยิบจับใช้งาน เราก็ไม่ได้ล้างมือก่อนจะใช้โทรศัพท์ แถมบางทียังเผลอไปวางไว้บนพื้นที่ที่มีเชื้อโรคและความสกปรกติดอยู่เสียด้วยซ้ำ ฉะนั้นต่อไปนี้ก็ควรเก็บมือถือไว้ในซองต่างหาก และหมั่นเช็ดทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งก็จะดีมากเลยล่ะ

5. ตัวกระเป๋าถือเอง

แหล่งสะสมเชื้อโรคมากที่สุดก็เห็นจะเป็นตัวกระเป๋าถือเอง ซึ่งเป็นที่รวบรวมของที่มีเชื้อโรคและแบคทีอย่างละนิดละหน่อยเข้าด้วยกัน ยิ่งถ้าเป็นกระเป๋าถือใบใหญ่ ๆ ก็ยิ่งมีพื้นที่ให้เราใส่ของได้มากชิ้น เปิดโอกาสให้เชื้อโรคเข้ามาอยู่รวมกันในกระเป๋าได้มากขึ้น นอกจากนี้กระเป๋าถือยังเป็นของที่เราพกติดตัวไปไหนมาไหนด้วยทุกที่ และบางทีเราก็วางกระเป๋าทิ้งไว้ตามพื้นที่ต่าง ๆ จึงมีโอกาสที่เชื้อโรคจะกระโดดมาเกาะอาศัยอยู่ที่กระเป๋าถือของเราได้มากขึ้นนั่นเอง

6. เงิน

ทั้งแบงค์และเหรียญชนิดต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรีย ที่สามารถทำลายสุขภาพดี ๆ ของเราได้เช่นกัน เพราะเป็นสิ่งของที่คนใช้กันทุกคน และกว่าเงินนี้จะตกมาอยู่ในมือเรา ก็ผ่านมือใครมานักต่อนักจนนับไม่ถ้วน ดังนั้นจึงสะสมเชื้อโรคเอาไว้มากมายอย่างน่ากลัว ดังนั้นเราจึงควรล้างมือ หรือทำความสะอาดมือทุกครั้งหลังจากจับเงิน เพื่อป้องกันเชื้อโรคจากเงินส่งผ่านมาทางมือและเข้าสู่ร่างกายให้เราเจ็บป่วยได้ในที่สุด

ขอบคุณข้อมูงสยึ๋มกี๊ย จาก : http://news.nerkoo.com/ 





Create Date : 01 กันยายน 2556
Last Update : 1 กันยายน 2556 20:21:22 น.
Counter : 470 Pageviews.

0 comment
วันนี้ภาคใต้ของประเทศดูไร้อนาคต
รัฐบาลกู้เงิน 2.2 ล้านบาททำรถไฟความเร็วสูงไปถืงเชียงใหม่ และโคราชใน 7 ปี
อีก 7 ปีต่อมาหาเงินทำต่อจนถืงจีนและหนองคาย
15 ปีข้างหน้าไม่มีเงินพัฒนาภาคใต้เลย
นี่ก็ผ่านมา 11-12 ปีแล้ว

ผมนืกถืงหนังสือฝรั่งชื่อ อาณานิคมและสภาวะด้อยพัฒนาของประเทศ

และเรื่อง Rebellion for Development

การปกครองต้องยุติธรรมครับ
ความรู้สืกนี้เกิดที่ยูโกสลาเวียเพียง 25 ปี

ประเทศแตกเป็นหกเสี่ยง

รัฐบาลมีแผนพัฒนาภาคใต้และคนภาคนั้นอย่างไรบ้าง ต้องบอกวงเงิน

มันไม่ยุติธรรมและโหดเหี้ยม
ตั้งใจทำให้คนจนถาวรนี่โหดมาก

By: Somkiat Osotsapa




Create Date : 01 กันยายน 2556
Last Update : 2 กันยายน 2556 10:55:47 น.
Counter : 608 Pageviews.

0 comment
"งูทะเล" ธรรมชาติงดงาม สัตว์ สวยๆ-แต่พิฆาต..พึงระวังความสวยงาม!!
สวยจริงๆ ....งู


Laticauda Colubrina 

เป็น "งูทะเล" ชนิดหนึ่งที่พบได้ในแถบอินโด-แปซิฟิก ส่วนหัวและหางมีขนาดเล็ก ลายบนลำตัวสลับกันเป็นสีขาวดำบริเวณปากมีสีเหลือง

ตัวผู้ขนาดเมื่อโตเต็มที่มีความยาวประมาณ 2 ฟุต
ขณะที่ตัวเมียจะมีความยาวกว่า 1.5 เมตร

อาจพบได้จากแหล่งที่งู หากินปลาตามแนวปะการังใกล้ชายฝั่งที่เป็นบริเวณน้ำตื้น 

เมื่อวางไข่จะขึ้นมาวางไข่บนบก

ที่มา : สำรวจโลก : กล่องดาวเทียม Infosat HD by DTV 

www.nextsteptv.com/infosat



Create Date : 31 สิงหาคม 2556
Last Update : 31 สิงหาคม 2556 12:51:08 น.
Counter : 1357 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

Changixmas
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]



คนเรามี 2 ถูก คือ ถูกต้องและถูกใจ
ในการใช้ชีวิตมันมี 2 ถูกนี้เสมอ ถ้ามันทั้งถูกต้องและถูกใจ ดีสุด แต่ยามใดมันสองแพร่ง ระหว่างถูกต้อง กับถูกใจ นี่จะโคตรกระอักกระอ่วนเลย และมันมักอยู่ในลำดับถูกใจ แล้วไปหา ความถูกต้อง
ถ้าเรามองหาความถูกต้อง มักจะอดถูกใจ




New Comments
All Blog
MY VIP Friends