....ดอกไม้ ประตู แจกัน ดินทราย ต้นไม้ไหญ่ แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟ ที่สวยงาม ขอบรั้ว และริมทางเดิน ต้นหญ้าอยู่ ในสนาม ... บ้านนี้จะงามไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ.......
Group Blog
 
All Blogs
 
ถึงเวลาเขี้ยวงู สันป่าตองบ้าง......

เพื่อป้องกันการสับสน ข้าวพันธุ์ สันป่าตอง 1 หรือที่รู้จักกัน อีกชื่อว่าเขี้ยวงูสันป่าตอง เป็นพันธุ์ข้าวที่ไม่ไวต่อช่วงแสง สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ส่วน ข้าวพันธุ์เหนียวสันป่าตอง เป็นพันธุ์ข้าวที่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้เฉพาะในฤดูการทำนาเท่านั้น ทั้งสองเป็นข้าวเหนียวเหมือนกันครับ


กลับมาอีกครั้ง มิตรรัก ชาวนาทุกๆท่าน อิอิ
และแล้ว.....ฤดูการเก็บเกี่ยวผ่านไป ผลผลิตข้าวขาวดอกมะลิ 105 ของเราก็มีเพียงพอสำหรับบริโภคในครัวเรือนถึงปีหน้า เราไม่ต้องซื้อข้าวกินอีกต่อไปแล้ว มีข้าวเจ้ากินแล้ว ปลูกข้าวเหนียวกินบ้าง ในอนาคตอยากจะปลูกข้าวญี่ปุ่น กำลังหาแหล่งเมล็ดพันธุ์อยู่เหมือนกัน ใครรู้บอกด้วยนะ

แหล่งซื้อพันธุ์ข้าว ด้วยความที่ว่าเป็นชาวนามือใหม่ ไม่รู้ว่าช่วงเวลาซื้อข้าวเจื้อ(พันธุ์ข้าว) เลยนึกไปคนเดียวคิดไปคนเดียวเองว่า ไปซื้อเมื่อไหร่ก็ได้ และอีกอย่างหนึ่งกว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ผ่านมาแล้วเสร็จ ก็ล่วงเลยมาถึงเดือนธันวาคม เกือบวันพ่ออ่ะ แต่เราก็ตามสูตรคนโบราณที่ว่า "ปลูกข้าววันแม่ เกี่ยววันพ่อ"
กลางเดือนธันวาคม โทรไปถามที่สหกรณ์การเกษตรบ้านธิ ที่เดิมที่เคยซื้อข้าวหอมมะลิ 105 นั่นแหละ ปรากฎว่าพันธุ์ข้าวเจื้อ สันป่าตอง 1 หมดไปตั้งนานแล้ว ถามไปถามมาเจ้าหน้าที่บอกว่าเขาขายตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนมาแล้ว ตอนนี้ไม่มีเหลือแล้ว ..และเหตุด้วยปีนี้ข้าวเหนียวที่เชียงใหม่ราคาแพงกว่าปีก่อนมาก ชาวบ้านเลยหันกลับมาทำนากันอีก พันธุ์ข้าวสั่งมาขายเท่าไหร่ก็หมด เจ้าหน้าที่คนเดิมกล่าว....
อืม........เราช้าไปแค่เดือนเดียวเอง

หลังจากวันนั้น ก็โทรไปสอบถามที่สหกรณ์การเกษตรหลายๆอำเภอ ...สารภี สันกำแพง สันทราย แม่ริม แม่แตง หางดง สันป่าตอง แม้กระทั้งศูนย์วิจัยข้าวสันป่าตองที่ขึ้นกับกรมการข้าว ทุกที่ตอบเหมือนกัน--- หมดแล้วครับ/ค่ะ
Q แล้วจะมีเข้ามาใหม่มั้ยครับ
A ไม่รู้เหมือนกันครับ/ค่ะ สั่งเข้าไปแล้วไม่รู้จะมาเมื่อไหร่ ลองโทรมาเช็คเรื่อยๆะกัน..@#.(7&*4%)8^#$95*&*-=k6%)$$r.]\l'o[j][k;g
อืม..... แล้วปีนี้จะได้ปลูกข้าวมั้ยเนี๊ยะ

28 ธันวาคม 2549 ก่อนวันทำการสุดท้ายของปีหนึ่งวัน บังเอิญเข้าไปที่เวบกรมส่งเสริมการเกษตร,สำนักขยายเมล็ดพันธุ์พืช,ศูนย์ขยายเมล็ดพันธุ์พืชที่ 7 เชียงใหม่ ได้ที่อยู่และเบอร์โทรมา ไม่รีรอที่จะโทรไปสอบถาม คำถามเดิมแหละครับ... เจ้าหน้าที่(คุณนาวิน) ...เหลือแค่ 200 กระสอบ....แต่เขาสั่งจองและจ่ายเงินไว้หมดแล้ว ปีนี้ข้าวแพง เพราะเชียงใหม่น้ำท่วม คนเลยมาปลูกข้าวนาปรังกันเยอะผลิตเท่าไหร่ก็ไม่ทัน อีกแล้วเหรอ.......

ฟังคำพี่เค้าพูดไปและก็อึ้งไป นี่ขนาดแหล่งผลิตนะเนี๊ยะ ขืนไปรอที่สหกรณ์การเกษตรตามที่เขาแนะนำ จะเป็นอย่างไรหนอ (ก็คงอดนะซิ)
สุดท้าย ก็ไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้ แล้วนิ ขอแบ่งพี่เขา 1 กระสอบดื้อๆเลย อ้อนวอน บรรยาย ต่างๆ นาๆ ชักแม่น้ำทั้งสิบเลยก็ว่าได้ เกิดมาไม่เคยเลยอย่างนี้ สุดท้ายพี่เข้าก็ใจดี หรือรำคาญเราก็ไม่รู้ ยอมแบ่งให้มา 1 กระสอบ (ไม่ได้ฟรีนะ หนึ่งกระสอบ 25 กก.ราคา 300 บาท) เมื่อตกลงก็รีบเข้าไปเอาโดยทันทีกลัวเข้าเปลี่ยนใจ ศูนย์ขยายเมล็ดพันธุ์พืช อยู่ใกล้ๆงานพืชสวนโลกนั่นแหละ

ขอขอบคุณ คุณนาวิน ,ศูนย์ขยายเมล็ดพันธุ์พืชที่ 7 เชียงใหม่ มาไว้โอกาสนี้ด้วย
ได้มาละ มีใบรับรองด้วย

เมื่อมาถึงบ้านเปิดดู ปรากฏว่าข้าวที่ได้มานั้น ใหม่จริงๆ ใหม่มากๆ ด้วย ยังไม่พ้นระยะพักตัวเลย ...อันนี้ความรู้นะครับ ปรกติข้าวเปลือกต้องใช้ระยะพักตัวหลังเก็บเกี่ยวประมาณ 6 - 8 อาทิตย์ ถึงจะสามารถเอาไปเพาะปลูกได้ ถ้าไม่พ้นระยะพักตัว มันจะไม่งอกครับ แต่มีวิธิทำให้มันพ้นระยะพักตัวเร็วขึ้น คือให้เอาไปตากแดดซัก 3 แดด เท่านี้ก็เรียบร้อย พร้อมสำหรับเพาะปลูกแล้ว

และปีนี้เอง ฤดูหนาวที่เชียงใหม่หนาวมาก และก็ยาวนานด้วย ซึ่งความแห้ง และความหนาวเย็นนี้เองส่งผลให้การเจริญเติบโต การแตกยอดแตกตา ของต้นกล้าช้าไปกว่าฤดูฝนอย่างเห็นได้ชัด
แช่น้ำสองวัน ผึ่งลมสองวัน แล้วหว่านลงแปลงอีกหนึ่งอาทิตย์ ได้อย่างที่เห็น ช้ามากๆ

แล้วก็ ผ่านไป 4 อาทิตย์ ต้นกล้าโตได้ขนาดเนี๊ยะ

เขียวดีจังเลย แปลงที่เห็นใช้พันธุ์ข้าวแค่ครึ่งกระสอบสามารถปลูกดำได้เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ ส่วนที่เหลือเก็บไว้ใช้ปีหน้า ต้องประหยัดของหายาก


ดูซิ หนึ่งเดือนโตได้แค่เนี๊ยะ


เมื่อต้นกล้าเกือบได้ที่ ก็ต้องเตรียมแปลงนา พื้นที่เพาะปลูก ไถนาอีกแล้ว แต่จ้างเขานะ ไม่ได้ไถเอง แบบว่าเรื่องไถไม่ค่อยถนัด อิอิอิ

ไถแล้ว ไถอีก ไถจนหมด จนไม่มีให้ไถ วะฮะฮ่า

แล้วไม่ช้า ไม่นาน ก็ได้เวลาปลูกข้าว ซะที



ผ่านไปสองอาทิตย์ แตกต้นแตกกอ เริ่มเขียวขึ้นมาบ้างแล้ว


ต้องดูแล ใจใส่ต่อไปจนกว่าจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตอีกครั้ง
สองอาทิตย์ที่ผ่านมา หมอกควันเต็มเชียงใหม่เลย อากาศก็ยังเย็นอยู่ อากาศแปรปรวนจังเลยปีนี้ เขี้ยวงูจะให้ผลผลิตดีไหมหนอ ...

วันเวลา..ผ่านไป
23 พ.ค. 2550 วันข้าวออกรวงก็มาถึง "วันข้าวออกรวง" เขาหมายความกันว่า เป็นวันที่รวงข้าวออกจากยอดโพล่พ้นใบธง ได้ปริมาณ 80 % ของพื้นที่นา เขาให้กำหนดเป็นวันออกรวง กะประมาณโดยสายตาเอาอ่ะ
ตามตำราบอกว่าหลังวันข้าวออกรวง
21 วัน ให้ปล่อยน้ำออกจากนา
28 - 30 วัน เป็นวันเก็บเกี่ยว



อย่างนี้ 80 % ได้ม่ะ



รวงใหญ่ๆ อวบๆ



ชูช่อ รอวันเก็บเกี่ยว


เจอกันอีกที ในวันเก็บเกี่ยว


17.06.50 วันเก็บเกี่ยว จะว่าไปแล้วข้าวในนายังสุกไม่ทั้งหมดหรอก ต้องเกี่ยวถึง 2-3 รอบ
แบบว่าสุกเหลืองพร้อมเกี่ยวก็มี กำลังเป็นน้ำนมก็มี กำลังออกรวงก็มี
หรือแม้แต่ต้นที่ยังไม่ออกรวงก็มี เป็นคำถามที่ค้างคาใจ ชาวนามือใหม่อีกแล้ว ว่าเพราะอะไร ใครรู้บอกบ้างดิ
และก็เป็นความจริงอีกอย่างที่ว่า ...
+ การทำอะไรไม่ตรงตามฤดู ไม่เป็นตามธรรมชาติ
+ การทำนาเจ้าเดียว โดยรอบข้างไม่ได้ทำด้วย
มันจะโดนศัตรูธรรมชาติทำลายได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
นกกับหนู ก็มันไม่มีที่นาแปลงอื่นให้ช่วยแบ่งเบา ก็เลยต้องโดนรุม แต่เพียงผู้เดียว
เสียหายมาก โดยเฉพาะ "นก" นกกระติ๊ด คนเมืองเรียกว่านกผีด
ฝูงหนึ่งเป็นร้อยๆ ปากแข็งๆของมัน จะรูดเอารวงข้าวที่กลำลัง
เป็นน้ำนม ดูดกินแต่น้ำ รวงแล้วรวงเล่า ต้นแล้วต้นเล่า
แล้วรวงนั้นก็กลายเป็นข้าวลีบ จะดักก็เอ็นดูมัน ก็ได้แต่ไล่ตามโอกาส เสียหาย เสียหาย


แค่นกยังไม่พอ พอข้าวสุกเหลืองได้ที่ หนูก็เริ่มปฎิบัติการ
กัดกินข้าวเป็นกองๆ มีให้เห็นทั่วเลย
นอกจากนี้ยังมี นกเขา นกพิราบ ที่คอยแวะเวียนมากินข้าวเปลือกอีก เห็นมั้ยมีแต่ศัตรู
ทำให้ผลผลิตที่ออกมา ไม่ใกล้เคียงกับตอนที่คาดไว้ที่ข้าวออกรวงเลย
ไม่เป็นไร อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ แบ่งคืนสู่ธรรมชาติบ้าง กอบโกยจากมันมาเยอะล่ะ คิดอย่างนี้ก็สบายใจ
แต่ที่ได้ก็เพียงพอสำหรับกินในครัวเรือน ข้าวหอมมะลิก็ยังกินไม่หมด เลย


เกี่ยวเสร็จแล้วตากแดด 3 - 4 แดด ก็ขนข้าวมากอง พร้อมจะฟาด


หลังจากที่เสียเม็ดเหงื่อไป เราก็ได้เม็ดข้าวกลับคืนมา
ใช้แรงงาน ไม่มีขาดทุน ไม่มีกำไร เหนื่อยพัก นอนตื่นแล้วก็หาย ได้กำไรอย่างเดียวคือ กำไรชีวิต


ถึงจะได้น้อยกว่าที่ตั้งใจ แต่ก็มีแต่เม็ดใหญ่อย่างนี้


ปล.
+ลองเอาไปสี เอามานึ่งกินแล้วปรากฎว่านิ่มและหอมอ่อนๆ
+มีคนเคยบอกว่า ความนิ่มขึ้นอยู่กับระยะเวลาการตากข้าว หลังเกี่ยว
+ ฤดูการต่อไปจะปลูกข้าวญี่ปุ่น ก.วก.1 (ข้าวเจ้า)
+ ได้พันธุ์มาแล้วจากสถานีทดลองข้าวสันป่าตอง ครับ
+ ขอบคุณพี่วิชัย ที่กรุณาเม็ดพันธุ์ เดี๋ยวจะยืมเครื่องนวด
ด้วยครับ (ข้าวญี่ปุ่นระแง้เหนียว ฟาดไม่ยอมหลุดง่าย)
+ ข้าวญี่ปุ่นตกกล้าไปแล้วเมื่อ 08.07.50

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาครับ
สนุกกับชีวิต อยู่กับธรรมชาติ



Create Date : 28 มกราคม 2550
Last Update : 13 กรกฎาคม 2550 7:50:31 น. 6 comments
Counter : 7063 Pageviews.

 
ยินดีด้วยครับที่หาพันธุ์ข้าวจนได้

ขอให้ข้าวโตวันโตคืน และน้ำอย่าท่วมอีกเลยปีนี้


โดย: กะได วันที่: 22 มีนาคม 2550 เวลา:22:10:29 น.  

 
โห.......... ข้าวเขี้ยวงูสันป่าตองงามขนาด น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ แถมอยู่ติดกะบ้านอย่างนี้ ห้ามมิให้อิจฉาไงวุ้ย อิอิ




จาวนา สาระปี ขยันแต้น๊อ


โดย: Farm Girl in High Sierra วันที่: 24 พฤษภาคม 2550 เวลา:11:46:17 น.  

 
wow.. แป๊บเดียวก็จะได้เกี่ยวข้าวอีกแล้ว
ยอดเยี่ยมมากครับ

ชวนคุณ BongKoch ไปชมการปลูกข้าวแบบลีซอได้ที่บล็อกนะครับ


โดย: กะได วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:20:37:48 น.  

 
กว่าจะได้ข้าวมากินแต่ละเม็ด...
มันช่างยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกินเนอะ
สงสัยวันหลังต้องพยายามกินข้าวไม่ให้เหลือ
สงสารชาวนา....


โดย: Dr.Manta วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:7:24:02 น.  

 
อ่า แวะมาทักทาย กะมาดูว่าข้าวเหลืองริยังน๊อ

อย่าลืมเอามาแบ่งให้ชมอีกเด้อ




โดย: Farm Girl in High Sierra วันที่: 23 มิถุนายน 2550 เวลา:4:06:43 น.  

 
ชอบคำพูดเฮียวัชจัง

แค่นกยังไม่พอ พอข้าวสุกเหลืองได้ที่ หนูก็เริ่มปฎิบัติการ
......ไม่เป็นไร อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ แบ่งคืนสู่ธรรมชาติบ้าง กอบโกยจากมันมาเยอะล่ะ คิดอย่างนี้ก็สบายใจ

และ

หลังจากที่เสียเม็ดเหงื่อไป เราก็ได้เม็ดข้าวกลับคืนมา
ใช้แรงงาน ไม่มีขาดทุน ไม่มีกำไร เหนื่อยพัก นอนตื่นแล้วก็หาย ได้กำไรอย่างเดียวคือ กำไรชีวิต

อ่า นี่เรามาเจอกะปราชญ์ ชาวนาเข้าแล้วเหรอเนี่ย
ชื่มชมจริงๆนะ (ขอสองร้อย อิ)


โดย: Farm Girl in High Sierra วันที่: 14 กรกฎาคม 2550 เวลา:1:13:13 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BongKoch
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





View Larger Map
Friends' blogs
[Add BongKoch's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.