Let the right one in แวมไพร์หน้าใสแต่ใจไม่กระเตาะ
เรื่องมันเริ่มจากว่า เพื่อนลากไปดูแวมไพร์โคตรหล่อ หมาป่าซิกแพ็ค แห่ง Twilight :New moon จขบ.นั่งหาวแล้วหาวอีก ขณะที่เพื่อนนั่งตาแป๋วจ้องลอนคลื่นหน้าท้องเจค็อบอย่างมีความสุข อย่าไปสะกิดเชียวนะ แม่คุณจะแว้ดให้ พอดูจบแล้วมันก็ให้ยืมภาคแรกมาให้ดูด้วย

อูย...นางเอกหน้าปวดอึตลอดเวลาเนี่ยนะ กรูไม่ดูหรอก!
ปั๊ก!โดนสันดีวีดีเคาะหัว แล้วบังคับให้ดู ฮือ... สิ่งที่เก็บเกี่ยวจากภาคแรกได้คือ เพลง Clair de lune ของ Debuusy เพราะดี...

ตอนนั้นเลยสาบานกับตัวเองว่าจะหาหนังแวมไพร์ที่มีเนื้อมีหนังมังสามาดูล้างตาเรื่องนี้ให้ได้



Let the right one in เป็นช้อยส์ที่เข้าตาเลยทีเดียว

ความเหงาจากเมืองที่ขาวโพลน ความอึดอัดจากห้องสี่เหลี่ยมไร้ชีวิตชีวา มีปัญหาครอบครัว พ่อแม่หย่ากัน(โถ...ไอ้หนูเอ๊ย....) และมีแม่ที่ดูเหมือนไม่ค่อยแคร์ เพียงดูแลลูกไปตามหน้าที่เท่านั้น ผลักดันให้ออสการ์ กลายเป็นเด็กเงียบเชียบเศร้าซึมไร้เพื่อน โดนรังแกประจำ และกลายเป็นคนที่อ่อนแอไม่กล้าสู้และเก็บกดอยู่ลึกๆ วันแล้ววันเล่าที่ผ่านไปช่างเศร้าซึมเหมือนเมืองนี้นัก จนกระทั่งเด็กสาวนามเอลี่ผู้ลึกลับปรากฎขึ้นมาในชีวิตออสการ์เนี่ยแหละ ชีวิตเขาถึงพอมีสีสันขึ้นมาบ้าง

สีโชกเลือด...


SPOIL... แล้วนะจ๊ะ เยอะ+สำคัญด้วยเหอะ...


Let the right one in หนังสวีเดนที่ดำเนินเรื่องเนิบนาบตามสไตล์หนังยุโรป ถ้าใครชอบดูแบบซีจีอลังการเรื่องกระชับตัดต่อรวดเร็ว ดูเรื่องอาจจะพังพาบคาโซฟาได้ หนังค่อยๆเล่าทีละเล็กละน้อย หยอดความสยองนิดหน่อยพอแหวะ เสียงเลือดไหลโกร๊ก เสียงหนึบหนับของเลือดที่ติดมือ พอเป็นพรีวิวเล็กว่าเอ็ง(ผู้ชม)จงเตรียมตัวรับมือ แวมไพร์เรื่องนี้ไม่ใช่แวมไพร์โรแมนติก แล้วก็ไม่ใช่แวมไพร์วิ่งโอลิมปิกด้วย<---แซวทไวไลท์

ถ้าออสการ์เป็นเป๊บซี่ที่ถูกเขย่าจนใกล้ระเบิด ที่เปิดฝาขวดเรื่องนี้ก็ชื่อเอลี่ พออสการ์ได้อยู่ใกล้เอลี่มากเข้าสัญชาตญาณดิบก็ถูกถ่ายทอดโดยไม่ต้องพึ่งพาการกัดคอเลย เอ่่อ...บอกไปยังว่าเอลี่น่ะคือผีดูดเลือด  เอลี่ที่ติดค้างอยู่ในร่างเด็กอายุ 12 ตลอดกาลไม่ว่าเวลาจะผันผ่านไปแค่ไหน เธอก็ยังอยู่ อยู่เพื่อออกล่าเลือดมาเติมเต็มชีวิต ไปอีกชั่วกาลนาน(แต่ไม่แน่นะ อีก 2 ปี 2012 โลกใกล้แตกแล้วล่ะ)โดยออกล่าเอง และมีชายแก่ที่จงรักภักดีต่อเธอคอยฆ่าคนเพื่อนำเลือดมาสังเวยเธอด้วย

แวมไพร์ผู้มีประสบการณ์ผ่านไม่รู้กี่ร้อนกี่หนาว สอนสั่งเด็กชายหน้าสวยเหมือนผู้หญิงให้เอาคืน "หนักๆ"  กับพวกเด็กเกเร ไม่เคยมีใครให้คำปรึกษาแบบเจนจัดเช่นนี้มาก่อน และออสการ์เลือกที่จะไว้วางใจและเชื่อเอลี่ เด็กชายรวบรวมความกล้าได้เป็นครั้งแรกของชีวิต ความกล้าที่ก้าวกระโดดจาก 0 เป็น 10 จากความมีเหตุผลเป็นดิบกร้าว จากที่ยืนรอคำพิพากษาของกลุ่มเด็กเกเรโดยไม่ขัดขืนอะไรเลย กลายเป็นไม่ร้องห้ามปรามหรือทักท้วงซักคำแต่ฟาดป้าบจั๋งหนับเลย เสียงกรีดร้องของเด็กเกเรยิ่งทำให้ออสการ์สาสมใจ สีหน้าเปล่งประกายความเชื่อมั่นเหมือนบรรลุสิ่งสุดยอดที่เขาหวังมานาน เขาไม่ใช่เด็กอ่อนแอที่จะมาดูถูกกันอีกแล้ว เขาเก่งขึ้นแล้ว เก่งพอที่เอลี่จะยอมรับ แล้วก็เก่งพอที่จะปกป้องเอลี่ได้ด้วย

เอลี่ที่รัก เพื่อนคนแรกและคนสุดท้ายของเขา เขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเธอ... แต่เอลี่ก็เหมือนจะรั้งตัวเองไว้ก้าวหนึ่งเสมอ คอยพร่ำบอกออสการ์ว่าฉันไม่ใช่เด็กผู้หญิงธรรมดา

โอว...ช่างโรแม๊นซ์ ไม่เห็นเป็นไรเลยเอลี่เอาอย่างเอ็ดเวิร์ดกับเบลล่าซี่ สวีทวิ้ดวิ้วกันขนาดนั้นน่ะ ถึงเธอจะไม่เป็นมังสวิรัติก็ช่างเถอะ ถึงเธอจะแค่ 12 ขวบก็ไม่เป็นไรหรอกนะ เดี๋ยวนี้เขานิยม Loli (คุคุคุ...คุก...คุก...คุก อืม...เหมือนอะไรติดคอ)

ต่อมาถึงได้ซาบซึ้งว่า...ที่เอลี่มีปัญหาไม่ใช่แค่เธอเป้นแวมไพร์อย่างเดียว...




เอลี่เคยมีปิกาจู้!!!





โฮ้-หลี่-ชิด !!!.....จขบ.ไถลตกเก้าอี้...
หักมุมรุนแรงแหกโค้งเลย<---- สำหรับเจ้าของบล๊อกน่ะ
เรื่องนี้มัน Y(aoi) ทำไมไม่มีใครบอก เค้าจะได้หามาดูให้เร็วกว่านี้!!! กระดี๊กระด๊า...                                                             

อูย ว่าแล้วว่าทำไมบรรยากาศมันแปลกๆ ว่าแล้วก็ย้อนไปดูตอนที่ออสการ์ไปอยู่กับพ่อแล้วเพื่อนพ่อก็โผล่มา รึว่าฉากนั้นก็!!! กึ๋ยส์ๆๆๆๆ(คิดมากไปเองค่ะ) วิ่งไปหาพัดลมมาเป่าไล่ปราณเมฆม่วงจากบล็อกก่อน เดี่ยวผู้ที่หลงเข้ามาจะสำลักตาย...

ถึงจขบ.จะสนใจเรื่องนี้ แต่ออสการ์ก็บ่ยั่น ไม่สนอะไรทั้งนั้น ขอแค่เอลี่อยู่ข้างๆเขาก็พอแล้ว ไม่สนขนาดที่ว่าเขาต้องผู้สมรู้ร่วมคิดในการฆ่าผู้คนเพื่อเธอ(รึเขา) ในทางกลับกันเอลี่ก็พร้อมจะผลาญคร่าชีวิต mortal อื่นๆเหมือนกันหากเพื่อเด็กผู้ชายหน้าหวานใสคนนี้เพียงผู้เดียว

รึเรื่องนี้มันจะ Yuri วะ? เอลี่ยิ่งน่ารักอยู่ด้วยดิ...

แล้วบางทีเรื่องอาจะซ้ำรอยเดิม บางทีออสการ์อาจจะเป็นเหมือนชายแก่ที่เคยร่วมชีวิตอยู่กับเอลี่ เมื่อถึงจุดๆนึงไม่เธอก็เขาก็ต้องพลัดพรากจากกัน คนอยู่ก็เจ็บปวด หากคนตายมิอาจรอคอย...หรือสองคนอาจจะเลือกที่จะอยู่ร่วมกันในฐานะคนที่ไม่ใช่คน ไม่อาจปลดเปลื้องบาปได้เหมือนหญิงสาวที่ยอมตายด้วยแสงแดดแผดเผาดีกว่ามีชิวิตอยู่อย่างไม่อาจออกไปข้างนอกยามกลางวันได้ตลอดกาล...

ปล.ถ้าเอลี่อยู่เมืองไทยจะลำบากน่าดู...แดดแรีงแรง
ปล.2ออสการ์ก็เหมือนกันสวยจนต้องโดนหลอกเอาไปขายชัวร์ๆ
ปล.3 Yaoi คือชายรักชาย ส่วนYuri คือหญิงรักหญิง



Create Date : 07 มีนาคม 2553
Last Update : 7 มีนาคม 2553 16:38:32 น.
Counter : 2366 Pageviews.

6 comments
  
เย้ๆ ในที่สุด จขบ ก็มีอะไรมาให้อ่านกันแล้ว (หลังจากหลบไปรบรากับแมลงสาบอยู่นานสองนาน)
ผมชอบลีลาเขียนคุณจัง ถึงจะเหมือนเล่นๆ ตลกๆ แต่ที่จริงแล้วมองหนังได้ทะลุมากเลยนะครับเนี่ย นับถือๆ

โดย: Nanatakara วันที่: 7 มีนาคม 2553 เวลา:19:25:47 น.
  
รักหนังเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ

โดย: TuA_R วันที่: 11 มีนาคม 2553 เวลา:22:31:33 น.
  
เขียนตลกดีครับ ชอบ
โดย: ศล วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:11:12:41 น.
  
เหอๆๆ ชอบมากครั้บหนังเรื่องนี้
ดูจบแล้วรู้สึกไม่แน่ใจว่าเป็นอย่างที่คิดไว้หรือเปล่า
เลยมาเซิชหา review ใน google มาเจอพอดีเลยแวะมาอ่าน
หนังเจ๋งมากเลยครับ
โดย: ambient IP: 124.121.175.75 วันที่: 31 กรกฎาคม 2553 เวลา:1:48:19 น.
  
เป็นหนังที่ผมชอบมากเลยครับ
โดย: คนขับช้า วันที่: 26 กันยายน 2553 เวลา:21:42:48 น.
  
ดูจบปุ๊ป ต้องรีบมาอ่านกระทู้สปอยด่วน
ถึงจะตงิดๆ ตอนที่เหนจิ๊มิ๊ของเอลี่
แต่ก็พยายามคิดว่า อาจไม่ใช่อย่างที่คิดก็เป็นได้
พอมาได้อ่านสปอยเท่านั้นและ ชัดเจน

เจ้าค่าเอ๊ยยยยยยยย
เอลี่เคยเป็น บอยมาก่อน ToT
โดย: Khun Aish Khun Aom IP: 183.89.80.206 วันที่: 12 เมษายน 2556 เวลา:19:19:33 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

กุลสตรีดีแตก
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



จขบ.นี้วันๆเอาแต่ดูเมะ especially สาย Y จะยาโอ้ย จะยูริ ก็คัมมอน ตรูเหยียบเรือสองแคม เพราะงั้นบล็อกจะว่างโล่งโจ้งเตียน หลายเพลาจะอัพที

แพลนในอนาคต - อาจจะรีวิวเมะที่เคยดู แต่ต้องแซะตัวให้ละสายตาจากการนั่งดูให้ได้ก่อน ขนาดรีวิวหนังยังเอาตัวไม่รอดเลย

โธ่เอ๋ย...