Group Blog
 
All blogs
 

Kose Softymo

เดี๋ยวนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ทรัพย์ก็ร่อยหรอ อยากจะหา skincare เก๋ๆ แต่ราคาถูกก็ยากเย็นเข็นใจ เลยลองคลิกเข้าไปในเวบเครื่องสำอางเสียหน่อย เผื่อได้ของดีตรงเสปคไว้ใช้ให้ดูจำเริญตา สำราญใจ สบายกระเป๋า





Kose Softymo Deep Cleansing Oil White เป็น cleansing oil ที่ไม่ค่อยจะจำเริญนาสิกประสาทเท่าไรนัก กลิ่นเหมือนพลาสติกละลาย แต่กระนั้นก็ตรงข้ามกับประสิทธิภาพในการทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนใบหน้า ซึ่งเรียกได้ว่าดีเลยทีเดียว วิธีใช้ง่ายๆ แค่นวดเบาๆบนใบหน้าขณะหน้าแห้ง แล้วเอาน้ำประเบาๆ oilจะกลายเป็นน้ำนม นวดต่ออีกนิด จะเห็นได้ว่าพวกเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกบนใบหน้าชำระออกมา แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด---เมื่อใช้ไปไม่กี่ครั้งก็มองข้ามเรื่องกลิ่นมาเป็นความรู้สึกเฉยๆ





Kose Softymo Medicated White Cleansing Wash อีกแล้วกับโฟมล้างหน้า ซึ่งกลิ่นไม่งาม เพราะไม่ผสมน้ำหอม แต่เนื้อโฟมนิ่มเยิ่ยงน้ำนม เรียกว่าใช้นิดเดียวก็เพียงพอแล้วสำหรับการทำความสะอาดใบหน้า แต่กระนั้นก็เถอะ ล้างแล้วก็รู้สึกว่าสะอาดหรอกนะ แต่เหมือนว่าจะมี moister นิดหน่อยที่ทำให้ใบหน้ารู้สึกลื่นๆนิดๆเมื่อล้างเสร็จ หลอดใหญ่ได้ใจจริงๆจนตอนหลังๆอยากใช้ให้มันหมดๆไป เลยเอามาแทนสบู่อาบน้ำด้วยซะเลย


เรียกได้ว่า ผลิตภัณฑ์ softymo ทั้งสองตัวนี้ไม่ประสบความสำเร็จสำหรับการสร้าง first impression ได้ มันรู้สึกว่าตะขิดตะขวงใจที่จะใช้ เพราะกลิ่นที่ไม่น่ารักน่าใคร่ แต่ยังไงก็ยังใช้ได้เรื่อยๆจนหมด


อีกอย่าง ใช้แล้วไม่เห็นจะขาวขึ้นอย่างที่ว่าเลย ---อารมณ์เสีย





Sunkiller Whitening Water SPF 50+ PA+++ ครีมกันแดดอีกตัวที่สั่งมาพร้อมกันเป็นน้ำเหลวๆ สีขาว ทาแล้วรู้สึกได้เลยว่าเหมือนเอาแผ่นฟิล์มมาฉาบผิวหน้า ไม่เหนียวเหนอะหนะ --แต่ทว่า มันไม่ได้ช่วยให้ขาวตรงไหนเลย หรือว่าแดดใน Nevada มันแรงเกินไป แถมรู้สึกว่าหน้าหมองลงหน่อยด้วยซ้ำ ไม่ปลื้ม และ รีบใช้ให้หมดๆไปอย่างเซ็ง สงสัยว่าผลิตภัณฑ์ในเอเชียคงจะไม่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศที่อเมริกา


สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดกับ...





Kose Clean tissue Oil Blotter กระดาษซับมันผลิตจากเยื่อไผ่สุดเก๋





ข้อเสียของมันคือขาดง่ายไปนิด แต่เหมาะสำหรับคนที่มีน้ำมันบนผิวหน้าไม่มากเกินไป บางครั้งทั้งวันแค่แผ่นเดียวจบ มากสุดก็สองแผ่นต่อวัน หลังจากใช้กระดาษซับมันแบบนี้แล้ว ทำให้ลืมฟิล์มซับมันอย่าง Gastby ไปได้เลย รู้สึกมันจะเกินจำเป็นไปนิด เพราะหน้าไม่ได้มันเยิ้มจนต้องใช้ฟิล์ม




 

Create Date : 04 กันยายน 2551    
Last Update : 5 ตุลาคม 2551 15:49:44 น.
Counter : 709 Pageviews.  

Shiseido Pureness

ใครๆต่างก็อยากมีใบหน้าที่ใสสะอาด ไร้สิว ฝ้า จุดด่างดำบนใบหน้า อย่างนี้นี่ล่ะที่เรียกว่าสุดยอดของความปรารถนาของใบหน้าที่ควรจะเป็น จึงตามหา skincare ที่ตอบโจทย์ข้อนี้ได้


ประจวบเหมาะกับคุณเพื่อนที่รักซื้อเจ้าผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งมาจำนวนมากมาย เป็นเพราะงานsaleแท้ๆที่ทำให้คุณเพื่อนกระเป๋าฉีก จนกระทั่งเราต้องมาช่วยซื้อ --เอาเถอะ ของที่มีอยู่หมดพอดี ก็ขออุดหนุนหน่อยแล้วกัน จ่ายไปไม่ถึงพันบาท ได้มาดังฉะนี้แล





มันคือกลุ่ม Shiseido Pureness จรุงใจ --ชื่อนี้เสมือนจะบอกได้อย่างกลายๆได้ว่า ฉันนี้ล่ะที่จะมาตอบโจทย์ให้หนังหน้าของเธอเข้าสู่ความสมบูรณ์แบบ


Step 1 Shiseido Pureness Foaming Cleansing Fluid





เป็น cleansing แบบ liquid ทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่น่าเชื่อถึงขนาดที่ว่า มันไม่ได้ช่วยทำให้เกิดความรู้สึกว่าสะอาดได้เลย ต้องล้างอย่างต่ำสองรอบต่อการล้างหน้าหนึ่งครั้ง ขวดก็ใหญ่เวอร์เวินซะ พักหลังจึงเอาไปล้างตัวแทนสบู่อาบน้ำ เหลือเชื่อครับท่านผู้ชม พอย้ายจากล้างหนังหน้าไปล้างตัว มัน work มาก ผิวนุ่มเชียว


Step 2 Shiseido Pureness Balancing Softener Alcohol-free





กล้าๆกลัวๆที่จะใช้ lotion เช็ดผิว หรือ toner มาหลายครา เพราะเคยใช้จนหน้าบาง แห้ง และแสบผิว แต่เมื่อใช้ กลับพบว่า นอกจากหน้าจะไม่บาง ไม่แห้ง ไม่แสบแล้ว มันแทบจะไม่กระทำอันใดกับผิวแล้ว มันยังทำให้เกิดอาการแพ้ นั่นไง โรคกลัว tonerกำเริบอีกแล้ว


Step 3 Shiseido Pureness Protective Moisturizing Lotion SPF15 Sunscreen





เนื้อเหลว มีสี ใช้แทนรองพื้นได้ด้วย เก๋ไหมล่ะ เมื่อทาลงบนผิว เหมือนเอาเนื้อฟิลม์มาเคลือบบนผิวหน้า โอ้ มันยอดมาก มั่นใจว่าจะได้รับการป้องกันจากแสงแดดอย่างเต็มที่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย หน้าหมองเยี่ยงโดนของของเขมร อย่างไรอย่างนั้น จนคนข้างตัวทัก ขนาดตบด้วยแป้งฝุ่นแล้ว หน้ามันมากๆ รู้สึกได้เลยว่ามันไม่เหมาะกับสภาพผิวผสมค่อนข้างมันแบบเรา และท้ายที่สุดก็พบว่า สิวผดปรากฏทั่วใบหน้า พยายามอย่างยิ่งที่จะโทษเป็นเพราะว่าแพ้ปลอกหมอนบ้าง แต่พอเปลี่ยนปลอกหมอน ทำท่าว่าจะดีเพียงแค่วันเดียว สิวผดก็ยังขึ้นอีก---ต้องยอมรับโดยดีว่ามันไม่ใช่สำหรับเรา เป็นเอาว่าอัปเปหิเอาไปทาแขนแทนอย่างเสียดมเสียดาย


เป็นเอาว่าคงต้องยกรางวัล skincare ยอดแย่ประจำปี ถ้ามีคะแนน ให้แค่ 2 เต็ม 10 เป็นค่าที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นครีมอาบน้ำ กับกันแดดทาแขนได้




 

Create Date : 08 สิงหาคม 2551    
Last Update : 5 กันยายน 2551 0:28:51 น.
Counter : 449 Pageviews.  

Kose

เหตุการณ์เมื่อหนึ่งปีที่ผ่านมา


เพื่อนสาวที่คบกันมานมนานหน้าใสไม่มีเปลี่ยนจนนึกอิจฉา ถามไถ่ด้วยน้ำเสียงริษยานิดๆว่าใช้อะไร ทำไมหน้าถึงใสสะอาดได้ขนาดนี้ เคยเห็นไหมคุณ คนที่หน้าใส เกลี้ยงเกลา และสะอาดหมดจด อะไรจะ perfect ขนาดนั้น เพื่อนฉันนี่ล่ะ เอาโล่ไปเลย


ได้คำตอบมาว่าใช้ Kose อืม skincare อะไรหว่าไม่รู้จัก สมัยนั้นเราแทบไม่รู้จักเครื่องสำอางอะไรเลย pantip.com ก็ไม่ได้เล่น อย่าหวังแม้จะนึกถึงห้องโต๊ะเครื่องแป้ง ที่เหล่าบรรดาผู้คลั่ง skincare และ cosmetic ทั้งหลายมาชุมนุมกันใหญ่ที่สุดในสยามประเทศ


ไม่ใช่แค่พูดเปล่า she ยังใจดียก น้ำโสมให้ทั้งขวดมาลอง sprey หน้าเล่นๆ โอ้แม่เจ้า ใช้ไปไม่กี่วัน หน้าใสขึ้นเป็นกอง ไม่ได้เล่นปาหี่ แต่พูดเรื่องจริง ซึ้งในพระคุณของเพื่อนสาวคนนี้จริงๆ นี่ล่ะคุณค่าที่ฉันคู่ควร


จำเนียรกาลผ่านไป นานเป็นกัปป์


หลังจากทำงานรับจ๊อบ เก็บเงินซักพัก ให้หนังหน้าโทรมเล่นๆ ก็ถึงเวลาถอย skincare ออกมาทั้งเซต นึกถึง kose เป็นอันดับแรก เพราะจัดว่าเป็น skincare ที่ must have





โอว์ แค่เซตนี้ทั้งเซตก็ปาเข้าไปเกือบหมื่น เล่นเอาเด็กปีสี่ผู้รับจ๊อบหางานพิเศษทำเยี่ยงข้าพเจ้าแทบลมจับตอนจ่ายเงิน


แต่ช่างมันเถอะ เมื่อเอามาวางเรียง มันช่างน่าภูมิใจเหลือประมาณ น้ำพักน้ำแรงของเราแปรเปลี่ยนเป็นของรางวัลสำหรับตัวเอง จากหนังหน้าด้านๆ จะได้เนียนขาวสะอาดใสซักที





เริ่มจาก step 1 ทำความสะอาดผิวหน้าด้วย Sekkisho perfect cleansing oil





น้ำมันล้างหน้า ใสมาก เหลวมาก และก็หอมมาก นวดหน้านิดเดียว พวกเครื่องสำอางหลุดหมดเกลี้ยง แตะน้ำก็จะกลายเป็นน้ำนม รู้สึกสะอาดยิ่งขึ้น ล้างได้สะอาดเอาโล่ไปเลยลูก เรียกได้ว่า เป็น cleansing oil ที่ must have ไปเลยทีเดียว


ต่อจากนั้นตามด้วย Sekkisho black soap หรือ สบู่ดำ





ก้อนใหญ่มหึมาชนิดที่เรียกได้ว่าอลังการงานบุญ ซึ้อมาพร้อม case กันหนูแทะ---ใช่แล้ว คุณไม่ได้ตาฝาด และเราก็ไม่ได้พิมพ์ผิดแต่ประการใด BA บอกว่า เอาไว้ใส่สบู่กันหนูแทะ ไอ้เราก็เชื่อคนง่าย ซื้อมาพร้อมกัน


---วิธีใช้ของเราออกจะพิศดารไปซักนิด ด้วยความขี้เกียจ บวกกับ ความงกลงตับ เวลาที่ล้างหน้าด้วยสบู่ดำจึงใช้มือที่เปียกน้ำแตะวนๆบนผิวหน้าของสบู่จนเกิดฟองและสบู่ติดมือขึ้นมา จึงนำมาถูหน้า---ก้อนเดียวใช้ได้ถึงหกเดือน สุดยอดของความคุ้มราคามากๆ


หลังการใช้สบู่ดำหน้าจะค่อนข้างแห้งเล็กน้อย แต่ผิวหน้าจะรู้สึกถึงปรัชญาของคำว่าสะอาดอย่างแท้จริง ให้ได้อย่างนี้สิ กลิ่นหอมๆของสมุนไพรตะวันออกที่ผสมในสบู่ก็ติดผิวติดจมูก ของดีแบบนี้ยกโล่ให้เช่นกัน


step 2 ปรนนิบัติผิวให้ขาวกระจ่างใสด้วย Sekkisei lotion หรือที่เรียกง่ายๆ ชาวบ้านๆ ว่า น้ำโสม





น้ำสีขาวใสอันลือชื่อนี่ล่ะ เป็น must have ของ Kose ทีเดียวล่ะ เป็นเคล็ดลับของความขาวกระจ่างใสให้ผิวหน้า ชนิดที่สัมผัสได้ด้วยมือ เห็นได้ด้วยตา จริงๆครับพี่น้อง แค่ประมาณ์สัปดาห์แรกก็เห็นผล เข้าสัปดาห์ที่สองคนก็ทัก แทบที่เรียกได้ว่า ตั้งแต่เกิดมา ลองผิดลองถูกกับ skincare ที่ช่วยเรื่องผิวขาวแล้ว ยกให้ Kose ไปเต็มๆ เพราะใช้แล้วหน้าขาวสว่างที่สุดนับตั้งแต่ที่เคยใช้ skincare มา


ให้คะแนน 15 เต็ม 10 สำหรับน้ำโสม เทคะแนนด้านสร้างความประทับใจ





ที่เราใช้ ปกติจะเอาขวดใหญ่เทใสขวด sprey ใช้ง่ายกว่าตั้งเยอะ ฉีดๆให้ทั่วหน้าจนหนำใจ แล้วใช้นิ้วมือตบเบาๆ


step 3 บำรุงยามค่ำ Sekkisei emultion





emultion สีขาวขุ่นตัวนี้ จริงๆแล้วไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ เหมาะแล้วกับการใช้กลางคืน เพราะพอตื่นเช้าขึ้นมา หน้าค่อนข้างมัน ด้วยส่วนตัวเป็นคนผิวผสมอยู่แล้ว เลย เหนอะไปหน่อย แต่ช่วยให้ความชุ่มชื้นดี เหมาะสำหรับใช้หน้าหนาวมากกว่านะ


step 4 ถนอมผิวรอบดวงตา Moisture skin repair rice power extract eye cream (ชื่อยาวจริงๆจ๊ะ)





ชิ้นนี้สั่งจาก net จ้า ให้ผิวรอบดวงตาและไม่บวมน้ำ บางวันนอนดึกมาตามสัญชาตญาณแพนด้า ครีมตัวนี้ช่วยได้เยอะมากๆ ใช้บ่อยๆ และพยายามไม่นอนดึกมาก เรื่องตาแพนด้าลดลงได้เยอะเลยทีเดียว


step 5 บำรุงผิวแบบพิเศษ หรูหรา glamour มากๆ ด้วย mask เม็ด





เป็น mask กระดาษอัดเม็ด เหมือนนมอัดเม็ดเลย วิธีใช้ง่ายๆแต่ไฮโซ หลังล้างหน้าและเช็ดให้แห้งแล้ว เอา mask เม็ดใส่ในฝาขวดน้ำโสม แล้วค่อยๆเทน้ำโสมใส่จนเต็มฝา lotion จะ osmosis เข้าสู่ mask จน mask ฟูขึ้นมา แค่คลี่บนใบหน้า ทิ้งไว้จนแห้งกรังคาหน้าไปเลย เวลาลอกออกมาจะได้ไม่เสียดาย ผลที่ได้คุ้มมากๆ หน้าขาวกระจ่างใสสว่าง เปล่งรัศมีออร่า จนต้องร้อง ว้าวววว


mask อีกตัว ที่ must have ของ Kose อีกตัวหนึ่งคือ Sekkisho white mask หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า mask กระชากวิญญาณ





จริงๆแล้วมันน่าจะใช้ชื่อว่า black mask มากกว่า เพราะเป็นเนื้อดำปิ๊ดปี๋ แต่สรรพคุณมหาศาล เวลาใช้ต้องแน่ใจว่ารวบผมไม่ให้ปรกหน้าผาก และต้องไม่ทาmask โดนขนคิ้ว ลองได้ทาโดนขนทีหนึ่งสิ เจ็บจนน้ำตาเล็ด แค่ mask บนผิวหน้าเกลี้ยงๆ ยังเจ็บจนน้ำตาเอ่อเลย---เอาเหอะ อยากสวยต้องทน


ใช้แล้วดึงสิวเสี้ยนโดยเฉพาะตรงจมูกค่อนข้างดี แค่อาทิตย์ละครั้ง ใช้บ่อยๆสิวเสี้ยนจะค่อยๆหายไปเอง แถมรูขุมขนกระชับขึ้นมากจากครั้งแรกที่ใช้ และผิวหน้าดูสะอาดขึ้นมากๆด้วย


step 6 กันแดดแรงฤทธิ์ Beauty de Kose ulttrasun protector UV SPF 50+ PA+++ (ชื่อยาวจัง)





แทบจะเรียกว่าใช้แทน base make up ได้เลย ทาทีเดียวหน้าวอกลอยมาเชียว ว่าด้วยเรื่องกันแดดใช้ได้เลยทีเดียว เทียบกับที่เคยใช้ nevia แล้ว ยกให้ beauty de Kose ดีกว่า


แต่ระวังให้ดี ตัวนี้ค่อนข้างจะอุดตัน ต้องใช้ cleansing oil ของ Kose ล้างออก จะเกลี้ยง และ save ผิวหน้าได้ดีที่สุด




 

Create Date : 06 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 5 กันยายน 2551 0:25:55 น.
Counter : 986 Pageviews.  

Philosophy Jump Starters

ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย ถ้าต้องบากหน้าไปพบปะผู้คน แม้มีความรู้ดี แต่บุคลิกภาพแย่ หน้าเน่า เกือบร้อยทั้งร้อยก็ไม่มีใครอยากจะมอง มิหนำซ้ำจะยังทำหน้าปูเลี่ยนราวกับว่าเราไปเหยียบอุนจิน้องหมาที่ไหนเสียอีก


เอาล่ะ เมื่อพบสัจธรรมข้อนี้ เห็นที่ต้อง modefy ตั้งแต่หัวจรดเท้า ตั้งแต่เข้าสู่วัยรุ่น เมื่อไม่กี่สิบปีนี้เอง (มันนานไปมั้ยหว่า) เอาเป็นว่า เมื่อรู้ตัวว่าเป็นวัยรุ่น เราก็เริ่มสนใจเรื่องการดูแลตัวเองให้ดูดี สัญญากับตัวเองว่าชาตินี้ ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ขอสู้ตายกับสังขาร ไม่ยอมให้แก่เด็ดขาด


ลองผิดลองถูกกับเครื่องสำอางหลายชนิด จนแพ้ หน้าเห่อไปก็หลายครา จนเริ่มมีเงินเก็บพอที่จะลงทุนกับเครื่องสำอางมีราคา และได้ไปเยือนอเมริกา แหล่ง shopping เครื่องสำอางขนาดใหญ่อย่าง Sephora ใน Manhattan-NY ทันใดนั้นหูตาก็เบิกบานเมื่อพบว่ามันช่างถูกกว่าเมืองไทยมากมาย แถมหยิบมาลองได้อย่างไม่ต้องกลัว BA


ในที่สุดหลังจากบวกลบคูณหาร เป็นอย่างดี เลยตัดสินใจซื้อ Philosophy เครื่องสำอางที่คิดว่าซื้อแล้วคุ้มเงินมากที่สุด (เมืองไทยขายแพงเหลือใจ) มาลองดูซักตั้ง





โอ้แม่เจ้าประคุณรุนช่อง มันช่างถูกเสียนี่กระไร! อันที่ซื้อมานี่เป็น Philosophy jump starters อันประกอบด้วย





Purity made simple เป็น one step facial cleanser4fl.oz.-118.3ml. กลิ่นหอมอ่อนๆ เนื้อครีมเข้มข้น (แต่ตอนใช้ครั้งแรกกลิ่นจะฉุนนิดๆ) แถมมีมอยส์เจอร์เยอะ ต้องล้างหลายๆน้ำมากกว่าโฟม/เจลล้างหน้าแบบปกติ





Hope in a jar เป็น therapeutic moisturizer 1oz.-28.4g. เนื้อนุ่ม แตกต่างจากเนื้อครีมทั่วไป คือไม่มีความเหนียวแบบเนื้อครีม แต่จะคล้ายๆมูส ไม่มีความยืดหยุ่น เลยใช้ค่อนข้างเปลือง เวลาใช้ต้องผสมกับ vitamin c





Hope and a prayer เป็น topical vitamin c ใช้เฉพาะตอนเช้าเท่านั้น ใช้ช่วงสัปดาห์แรกๆเหมือนไอของวิตามินซีระเหยออกมา เลยทำให้แสบตามาก ขนาดทาไกลจากตามากแล้วนะ แต่ใช้แล้วหน้าขาวกระจ่างขึ้นจริงๆ ใช้เพียง 2 สัปดาห์เห็นผลเลย แต่ข้อเสียคือทำให้เกิดสิว





Hope in a jar,eyes and lip firming cream 2.5oz-7.1g. เป็น มอยส์เจอร์สำหรับทาปากและใต้ตา แต่เราใช้ทาแค่ใต้ตา กระปุกเล็กมาก มันเปลือง


สั่งซื้อทางเนต ด้วยบัตรเครดิตในอเมริกามา เลยได้ของแถมเป็น





philosophy pure grace เป็น perfume solid 0.13oz-3.69g. เป็นกลิ่นสะอาดของสบู่กับน้ำ วิธีใช้คล้ายๆกับยาหม่องอ่ะนะ ทาถู ทาถู ตรงข้อพับ หลังใบหู ใช้เยอะหน่อยกว่ากลิ่นจะเตะจมูก แต่ทิ้งไว้นานๆ พอความร้อนจากตัวเราเพิ่มสูงขึ้น กลิ่นก็จะกระจายออกมา หอมมาก เหมือนกลิ่นเด็กเพิ่งอาบน้ำใหม่ๆ





where where is a where where แล้ว ขอ up รูป เพิ่ม อีกก็แล้วกัน เพราะสั่งซื้อมาคราวเดียวกัน





Neutrogina face cooling sunblock gel spf30 ไม่มีขายในเมืองไทยแน่นอน ราคาถูกมาก ไม่ถึง $15 ด้วยซ้ำไป เวลาใช้เพียงแค่บีบเจลเยอะๆใส่นิ้วก่อนละเลงให้ทั่วใบหน้าและลำคออย่างไม่ปรานีปราศรัย พร้อมกับกลั้นหายใจด้วย เพราะกลิ่นแอลกอฮอล์แรงและฉุนมากๆ จนแทบจะหมดสติได้ แต่เพราะคุณสมบัติของเจล จึงไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะ แถมความใส เลยไม่ทำลายครีมหรือมอยส์เจอร์บนหน้าแต่อย่างใด บางเบา แต่ช่วยป้องกันได้อย่างดี




 

Create Date : 18 กันยายน 2550    
Last Update : 5 กันยายน 2551 0:23:56 น.
Counter : 452 Pageviews.  


หมูแพนด้าขาใหญ่
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add หมูแพนด้าขาใหญ่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.