คุณชายนัท วันที่ใจส่องแสง.....รักนะครับคนดี
Group Blog
 
All Blogs
 

ทอมในฝันของสาว ๆ

เพื่อนๆเคย “สับสน” ในความรักกันไหม? เราเชื่อว่า หลายๆคน ต้องเคยสับสน และเกิดมีคำถามในความรัก ไม่ใช่คำถามที่ว่า “เราจะเจอรักแท้ไหม? ในชีวิตนี้” แต่มัน “ซับซ้อน” กว่านั้น นั่นคือ เราจะรู้ได้ไงว่า คนที่เราตัดสินใจอยากจะคบด้วยนั้น คือคนที่ใช่! อย่างแท้จริง (ก็ไม่มีใครรู้ได้)

ในชีวิตของ ทอม ดี้ และเลสอย่างพวกเรา เราเชื่อเหลือเกินว่า อาจจะมีบางช่วงของชีวิต ที่ชีวิตรักของคุณ “เงียบเหงา” ไร้คนเคียงข้างกาย ไม่ต้องพูดถึงใครสักคน เพราะช่วงนั้น แม้กระทั่งคนที่จะคุยด้วยยังหาไม่เจอเลย และอาจมีบางช่วงของชีวิต ที่มีคนเข้ามามากมาย มากเสียจนคุณต้อง “เลือก” (และคุณก็จะเริ่มมีคำถามว่า ควรจะใช้ “บรรทัดฐาน หรือ กฏกติกาอะไรมาเป็นตัวเลือก” (เป็นโจกย์ที่ลำบากมากพอดู)

แต่สำหรับเธอ “นก” ดี้สาวสวย ที่มี “ศักยภาพ” ในชีวิตอย่างมากมาย เธอเป็นที่หมายปองของ “ทอม” มากมาย เธอใช้ชีวิตเพียงลำพังอยู่พอสมควร เพื่อที่จะให้แน่ใจว่า “ตัวเธอต้องการอะไรกันแน่ในชีวิต” และเมื่อเธอตัดสินใจ เดินออกมาจากชีวิตเพียงลำพัง เธอก็ต้องมาเจอ “โจกย์” ของความรัก เมื่อเธอไม่รู้ว่า เธอจะเลือกทอมคนไหนมาเป็นคู่ชีวิต (และการตอบโจกย์นี้ ต้องเดิมพันมาด้วย “ชีวิตและหัวใจของเธอ” (เพราะการเลือกผิด ตัดสินใจผิด อาจนำมาซึ่งหายนะในชีวิตก็ได้) เพื่อนคนไหน ที่เคยต้องตัดสินใจเลือก ก็คงจะเข้าใจดีว่า มันยากเพียงไหน? (เพื่อนๆลองมาคิดกันเล่นๆนะคะ ถ้ามีทอม 10 คนด้านล่างนี้ให้คุณเลือกที่จะคบ คุณจะเลือกประเภทไหน?)

ทอมหมายเลข 1 หน้าตาธรรมดา เป็นคนรักครอบครัว และรักเพื่อนมนุษย์ เป็นนักสังคมตัวยง ปฏิเสธเพื่อนไม่เป็น เขาคือ “ทอมสังคมตัวจริง” หาเขาได้ไม่ยาก ตามแหล่งเที่ยว และแหล่งบันเทิงต่างๆ เหล้าและบุหรี่ซึมอยู่ในกระแสเลือด (เพื่อนและครอบครัว คือปัจจัยหลักในการใช้ชีวิต)

ทอมหมายเลข 2 หล่อขั้นเทพ และเจ้าชู้โครตๆ เป็นที่หมายปองของสาวเล็ก และสาวใหญ่ วันๆเอาแต่บริหารเสน่ห์ แต่ก็มักบ่นว่า “เหงา อยากหาใครสักคนมาเป็นคู่ชีวิต” (หากคิดจะแข่งขัน ต้องมั่นใจในตัวเองพอควร)

ทอมหมายเลข 3 ทอม 3 กอง 5 แต่คารมเป็นเลิศ ความเอาใจใส่ยอดเยี่ยม ใส่ใจในทุกๆรายละเอียด อยู่ใกล้เมื่อไหร่ มีเรื่องให้ “ตื่นเต้น” ทุกครั้งไป (แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่า เมื่อเราตกลงเลือกเขาแล้ว เขาจะเอาใจใส่ และดูแลเราคนเดียว)

ทอมหมายเลข 4 ทอมวัยเด็ก ช่างอ้อน ช่างเอาใจ หล่อสไตล์เกาหลี อยู่ด้วยแล้ว รู้สึกตัวเองมีความสำคัญอย่างแท้จริง (ข้อเสียหลักคือ ทอมประเภทนี้ อาจมีความงี่เง่าในตัวเองสูง มีความต้องการมาก และถ้าเราทำให้เขาไม่ได้ เขาก็พร้อมที่จะใช้หน้าใสๆ วัยละอ่อน ไปหาคนใหม่ได้ไม่ยาก)

ทอมหมายเลข 5 ทอมจริงจัง วัยไม้ใกล้ฝั่ง ที่สร้างแต่อนาคต วันๆเอาแต่ทำงาน เก็บเงินโดยไม่สนใจอะไร เขาอยากจะดูแลคนที่เขารักให้อยู่สบาย แต่คนที่มารักเขาต้อง รอ แล้วก็รอ (หากได้อยู่ด้วยอนาคตต้องมั่งคงแน่ แต่ติดอยู่ที่ว่า อีกนานแค่ไหน และเราจะรู้ได้ไงว่า สุดท้าย เราคือคนที่เขาจะเลือกอยู่ด้วย)

ทอมหมายเลข 6 ทอมที่ perfect ไปหมดทุกอย่าง แต่ติดอยู่อย่างเดียวครอบครัวรับไม่ได้ (นี่คือปัญหาหนัก และปัญหาใหญ่ของหลายๆคู่ เพราะเราไม่แน่ใจว่า เมื่อไหร่ เขาจะอ่อนแอ ชีวิตคู่คงจะไม่ยืนยาวแน่นอน)

ทอมหมายเลข 7 ทอมที่มีชื่อเสียง เป็นคนดังในสังคม เป็น “ทอมของสังคม” มีแต่ดี้หมายปอง และอยากลองของดี (แล้วเราจะรู้ได้ไงว่า เขาจะไม่หลงตัวเอง และอยู่เพื่อเรา)

ทอมหมายเลข 8 ทอมธรรมดา ที่รักเรา ไม่มีอะไรเลย แต่เข้าใจเราที่สุด อยู่ด้วยแล้วเราสบายใจ แต่ติดอยู่อย่างเดียว คือ เราไม่ได้รักเขา (หลายๆคน เมื่ออ่านทอมทั้ง 7 ข้างบนแล้ว อาจจะถอนหายใจแล้ว ถอนหายใจอีก เจอทอมหมายเลข 8 นี้แล้ว อาจจะตกลงใจ “คลิก”)

ทอมหมายเลข 9 คือทอมที่เรารักมาก เราต้องการที่จะอยู่กับเขา แต่ติดอยู่ตรงที่ปัญหาใหญ่นั่นก็คือ เขาไม่โสด มีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้ว แต่คนนี้ใช่เลยสำหรับเรา แล้วจะทำไงดีอ่ะ (นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในสังคม “รักคนมีเจ้าของ คนไม่มีเจ้าของเราไม่สนใจ”)

ทอมหมายเลข 10 ทอมที่มั่นใจในตัวเอง คิดว่าตัวเองหล่อ ตัวเองเท่ห์ ชอบดูถูกคนอื่น มีพฤติกรรมที่ไม่สนใคร ไม่แคร์ใคร (เขาไม่เจ้าชู้แน่นอน เพราะเข้ากับใครไม่ได้)


การตัดสินใจเลือกในครั้งนี้ อาจทำให้เพื่อนๆสับสน เลือกไม่ถูก อยากเลือกหลายคน หรือไม่เลือกเลย เพราะแต่ละคนก็มีข้อเสีย ข้อดี ที่แตกต่างกันไป หากจะต้องเลือก สำหรับเรานะ เราขอเลือกเป็น “ทอม” เองเสียเลย ง่ายกว่าไหม? (ล้อเล่นนะคะ) บางคนอาจจะอ่านไปแล้ว "ขำๆ" เพราะไม่เห็นต้อง serious ขนาดนี้เลยในการเลือกใครสักคน เพราะชีวิตคุณไม่เคยเลือกใครอยู่แล้ว ใครเดินเข้ามา "รับหมด เก็บหมด" แลว ณ ปัจจุบันเป็นไงคะ กี่คนแล้วที่คุณต้องร้องไห้ให้ กี่คนแล้วที่คุณต้องเสียเวลา เสียสุขภาพจิต เสียประวัติ ไปให้ (ลองคิดกันเล่นๆนะคะ)

การที่จะรัก และอยู่ร่วมกับใครสักคน ไม่ยากหรอก แต่การที่จะตัดสินใจเลือกคนที่ต้องมารัก และอยู่ร่วมด้วยสิยาก และการตัดสินใจครั้งนี้คือครั้งใหญ่ของชีวิต ดังนั้น ควรมีสติ และถามตัวเองให้ดีว่าคนที่เราต้องการจะอยู่ด้วยนั้น คือคนประเภทไหน ถ้ายังเลือกไม่ถูก ตอบตัวเองไม่ได้ ก็ค่อยๆคบไปทุกแบบเลย เชื่อว่า ชาติหน้า หรือชาติโน้นคุณคงได้คำตอบแน่นอน

ต้องทำใจ และเข้าใจนะคะว่า “คนทุกคนย่อมมีข้อเสีย ไม่มีใครดีเต็มร้อย และเลวเกินร้อย” ขอให้ทุกท่านสนุกสนาน และหฤหรรษ์กับการเดินทางตามหาความรักต่อไปนะคะ เอาใจช่วยอยู่ห่างๆ และห่วงๆคะ

ขอบคุณนะครับที่ติดตามอ่าน

เครดิตจาก Forward mail ครับ




 

Create Date : 12 มิถุนายน 2553    
Last Update : 12 มิถุนายน 2553 18:25:21 น.
Counter : 391 Pageviews.  

ผู้ดี้ในฝัน..................

ถ้าหากคุณทอมต้องตัดสินใจเลือก “ดี้” สักคนมาเป็นแฟน คุณจะเลือกแบบไหน

ดี้แบบที่ 1 ดี้แฟชั่น แต่งตัวตาม trend ตลอด ขา Shopping ตัวยง ดูทันสมัย brand ไหนดัง brand ไหน sales หล่อนรู้ดีกว่า bug 1113 เสียอีก ข้อเสียคือ ขาดความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ค่อยมีจุดยืนเสียเท่าไหร่

ดี้แบบที่ 2 ดี้งี่เง่า ขี้งอน เอาแต่ใจ จับรายละเอียดเล็กๆ ในทุกๆคำพูด และการกระทำของคุณ ทุกอย่างจะถูกประเมิน และประมวลผลแบบเบ็ดเสร็จ แต่ข้อดีก็คือ เธอรักใครรักจริง งี่เง่าแล้วงี่เง่าจริง ไม่มี stand in

ดี้แบบที่ 3 ดี้ทำงานเก่ง หาเงินเก่ง และใช้เงินเก่ง มีภาวะความเป็นผู้นำสูง ไม่ชอบอะไรจุกจิก และ เกลียดทอมงี่เง่า (ถ้าทอมคนไหน ได้อยู่กับเธอรับรอง พัฒนาความฉลาดได้แน่นอน ข้อแนะนำ อย่าได้แสดงออกว่า ฉลาดกว่าเธอเด็ดขาด)

ดี้แบบที่ 4 ดี้เฉิ่มๆ ว่าง่าย เรียบร้อย เติบโตมาในครอบครัวที่ค่อนข้างดี มองโลกในแง่ดี จนดูเหมือน สวยใสไร้สติ เธอเชื่อฟัง และว่าง่ายทุกอย่าง ไม่มีความคิดเห็น และปากเสียง

ดี้แบบที่ 5 ดี้เจ้าชู้ พูดเก่ง มนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยม (เกินไป) คุยกับใคร ใครก็สนใจ และหลงเสน่ห์ในทันที (ทำให้คุณยิ้มได้ทุกครั้ง แต่ก็ต้องดูแลให้ดี เพราะเดี๋ยวทอมคนอื่นจะ “คาบ” ไปรับประทาน)

ดี้แบบที่ 6 ดี้ sexy เต้นเก่ง หากคุณไปสถานบันเทิงกับหล่อน คุณจะไม่อายใคร เพราะเธอจะ show ความ sexy จนคนรอบข้างอิจฉาคุณอย่างแน่นอน (แล้วคุณคิดว่า ความ sexy สำคัญมากไหมในชีวิตคู่)

ดี้แบบที่ 7 ดี้ติด sex เธอมีความต้องการทางเพศสูง มีท่าใหม่ๆ และลีลาใหม่ๆ มาทำให้คุณได้ตื่นเต้นเสมอ แต่ด้านการดำรงชีวิตในด้านอื่น “สอบตก”

ดี้แบบที่ 8 ดี้ตรงๆ ขวานผ่าซาน ไม่มีความอ่อนหวาน มีแต่ความจริงใจ แต่ถ้าได้คบแล้ว เธอไม่โกหกคุณแน่นอน (แต่คุณจะรับความจริงในสิ่งที่เธอพูดกับคุณตรงๆได้ไหมแค่นั้นเอง)

ดี้แบบที่ 9 ดี้ฉลาดรู้เรื่องหมดทุกเรื่อง ไม่ว่าจะถามเรื่องเกี่ยวกับ ดาราศาสตร์ หรือ ธรณีวิทยา เธอรู้หมด แต่โง่เรื่องเดียว คือ เรื่องความรัก และการใช้ชีวิตคู่

ดี้แบบที่ 10 ดี้ขี้ระแวง โดนทิ้งมามากจนปรับตัวได้ ทำให้ไม่ไว้ใจทอมคนไหนง่ายๆ ดูหวาดระแวงเล็กๆ (คุณพร้อมที่จะรักษา และดูแลเธอไหม)

ดี้แบบที่ 11 ดี้ขี้เหงา เหงาได้ตลอดแม้เวลา “ถ่ายหนัก” เธอต้องการคุณตลอด (แต่คุณจะมั่นใจได้ยังไงว่า คุณจะมีคุณสมบัติพอที่จะทำให้เธอหายเหงาได้ตลอดไป เพราะเมื่อไหร่ที่คุณเติมเต็มส่วนนี้ไม่ได้ เธอก็พร้อมที่จะเดินจากไป)

ดี้แบบที่ 12 ดี้ไม่แน่นอน ยังไม่รู้จักตัวเอง ไม่รู้จะเอา “ของแท้” หรือ “ของเทียม” ดี ชอบมองผู้ชายหล่อ และก็ชอบอยู่ใกล้กะทอมหล่อๆ คุณอยากจะช่วยให้เธอตาสว่างไหมล่ะ? ว่า “ทอม” ดียังไง?

ดี้แบบที่ 13 ดี้ขี้หึง หวงคุณ รักคุณมาก ดังนั้นอย่าได้ไปทำให้เธอระแคะระคายความเจ้าชู้ของคุณล่ะ เพราะไม่งั้น เตรียมงามศพไว้ได้เลย

ดี้แบบที่ 14 ดี้วุ่นวาย อยากจะรู้ และมีส่วนร่วมในทุกเรื่อง มีคำถามตลอด (หากคุณได้อยู่กับเธอ รับรอง ไม่ตกข่าว)

ดี้แบบที่ 15 ดี้เงื่อนไข สร้างเงื่อนไขให้กับชีวิตมากมาย ถ้าไม่หล่อแบบนี้ ไม่ผ่าน ถ้าไม่มีรถขับ ไม่ผ่าน ถ้าไม่จบการศึกษาระดับนี้ ไม่ผ่าน (คุณมีคุณสมบัติพอไหม)

ดี้แบบที่ 16 ดี้โลกส่วนตัวสูง เอะอะก็ “ขอเวลาส่วนตัว” หรือ “อยากอยู่เงียบๆคนเดียว” แต่พอคุณปล่อยให้อยู่คนเดียว ประโยคต่อมาก็คือ “ไม่รักเขาแล้วใช่ไหม?” (หากคุณเลือกเธอ คุณต้องเป็นคนที่มีความอดทนสูงมากๆ)

ดี้แบบที่ 17 ดี้ขาดความอบอุ่น และทุนทรัพย์ มักจะเรียกคุณว่า “ป๋า” ต้อง support เธอทุกเรื่อง ตั้งแต่ทุนการศึกษา ยันเงินซื้อผ้าอนามัย

จริงๆมีอีกหลายประเภท แต่ตอนนี้พอก่อนเพราะคนเขียนเริ่ม “มึน”

การที่ตัดสินใจเลือกใครมาเป็นคู่ชีวิต หรือเพื่อนข้างกาย เราต้อง “ประเมิน” นิสัยส่วนตัวของเราเสียก่อน ว่าเรามี “ข้อดี และข้อเสีย” อย่างไร? พยายามเลือกคนที่มีจุดแข็งที่เราไม่มี และจุดอ่อนที่เราพอรับได้ แล้วชีวิตคู่ก็จะอยู่กันอย่างมีความสุข (ท่องไว้นะคะ ในโลกนี้ไม่มีใคร perfect เพราะถ้าเขา perfect เขาคงไม่ต้องการคุณหรอก)

ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใคร เราควรหันมามองดูตัวเราเองสักนิดด้วยว่า เราเหมาะสมกับเขาไหม? ประเภทที่อ่านแล้วข้ามไป ข้ามมา เลือกมา ระวังจะเป็นฝ่ายไม่ถูกเลือกบ้างนะคะ (คุณไม่ได้มีสิทธิ์เลือกคนเดียวนะคะ)

ขอบคุณนะครับที่ติดตามอ่าน

เครดิต Forward mail ครับ




 

Create Date : 12 มิถุนายน 2553    
Last Update : 12 มิถุนายน 2553 18:23:17 น.
Counter : 158 Pageviews.  

10 จุดลับของผู้หญิง ที่ไวต่อการกระตุ้น

ผู้หญิงจะไวต่อการกระตุ้น ที่จุดไหนมากที่สุด(Female's erogenous zones) เป็นเรื่องที่หลายคนอาจจะรู้สึกแปลกใจว่าจุด ที่กระตุ้น ความรู้สึกของฝ่ายหญิง ให้เหมือนไฟที่ลุกฮือขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น ไม่ได้มีเพียงจุด......ที่ทุกคนรับทราบกันดี แต่จะยังมีจุดอื่นอีกหลากหลายบนเรือนร่าง ที่สามารถ สร้างอารมณ์ตื่นเต้นและความรู้สึกตื่นตัวอย่างรวดเร็วได้
10 ตำแหน่งที่ถือว่าเป็นจุด อ่อน ของคุณผู้หญิง เท่าที่ได้มีการศึกษาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ จุดดังกล่าว ถ้าได้รับการกระตุ้น อย่างถูกวิธี ไม่ว่ารายไหนรายนั้นเป็นได้เรื่อง .....

10.บริเวณต้นขาด้านใน (Inner Thighs)

ต้นขาด้านในเป็นตำแหน่งที่มีปลายเส้นประสาทมาหล่อเลี้ยงมาก การได้รับการกระตุ้นอย่างแผ่วเบาไม่ว่าจากการ ลูบไล้ หรือ โลมเลีย สามารถจุดประกายอารมณ์ ของคุณผู้หญิง ให้เตลิดเปิดเปิงไปได้ ตำแหน่งนี้ อาจจะลดต่ำลงมาถึงบริเวณข้อพับเข่าด้านหลัง แต่อย่าลืมนะ เนื่องจากตำแหน่งดังกล่าวไวต่อความรู้สึกมาก การหยิก จิกเนื้อเพียงเบาๆ อาจจะทำให้ เกิดอาการเจ็บได้อย่างมาก อย่าเผลอ ไปกัดเอาเนื้อบริเวณนี้เข้า ก็แล้วกัน


9.ข้อพับเข่า (Behind the Knees)

พบว่า ตำแหน่งนี้ จะไวมากต่อการ สัมผัสกับลมเป่าหรือการแทะเล็มเบาๆจากริมฝีปาก รับรองจะคาดไม่ถึง ถึงอาการและปฏิกิริยาตอบสนองจากฝ่ายหญิง ให้ลับตานึกภาพกันเอาเอง


8.แก้มก้น (Buttocks)

แน่นอนครับผู้หญิงส่วนใหญ่ ชอบที่จะ ให้ มีการนวดคลึงบีบเค้นบริเวณแก้มก้น ระหว่างมีบทรัก บ้างก็ชอบให้ใช้ความแผ่วเบา จากริมฝีปาก ลูบไล้ ไปมา บ้าง ก็ชอบให้ใช้ส่วนอื่นมาสัมผัส คุณคงจะเคยเห็น ในภาพยนตร์ฝรั่งอยู่บ่อยๆ ที่มีการ ฉายภาพ Close up เข้ามาที่มือของพระเอกในขณะที่ กำลังบีบเค้น แก้มก้น ของนางเอก ในฉากเต้นรำกลางงานเลี้ยงที่หรูหรา การบีบเค้น นัยว่า จะทำให้ฝ่ายหญิง รู้สึกเคลิ้มสบายและผ่อนคลายมากกว่า การจะปลุกสร้างอารมณ์ที่ตื่นเต้น แต่อย่างไรก็ตามจุดนี้ถือเป็น องค์ประกอบที่สำคัญในการที่จะสร้างความอุ่นใจ และ และพิสูจน์ความไว้ใจและมอบใจจากฝ่ายหญิงให้ได้เป็นอย่างดีหากไม่มีการปัดป้องจากฝ่ายหญิง


7.ซอกต้นคอ (Nape of the Neck)

การกระตุ้นด้วยลมหายใจ ร่วมกับ เสียงครวญเบาๆ ที่ตำแหน่งต้นคอ ไล่เรียงไปจากด้านข้างสู่ด้านหลัง ขณะที่มือคุณ ให้การสัมผัสที่ชายผมบริเวณท้ายทอย สามารถสร้างอารมณ์ตื่นเต้นและความต้องการ ขึ้นมาได้อย่างทันที ราวกับการจุดผลุอารมณ์ที่พร้อมจะระเบิดทะยานพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดได้อย่างฉับพลัน


6.ใบห ู (Ears)

การใช้ริมฝีปาก ลิ้น กระตุ้นที่ใบหูอย่าง แผ่วเบา ร่วมกับ การ หายใจเป่าลมเข้าไปในรูหูอย่างเบาๆและต่อเนื่องสักระยะ หรืออาจจะเปลี่ยน เป็น เสียงกระซิบกระซาบ แบบอาศัยลมเป่าจากการกระซิบ ทำให้ผู้หญิง นักต่อนัก สะกดกลั้นอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ รายไหนรายนั้น เสียงกระซิบอย่างแผ่วๆ ต้องเป็นเนื้อหา ที่จะให้อารมณ์คล้อยไปด้วยนะครับ อย่ากระซิบเป็นอันขาดว่า “ที่รักคุณน่าจะแคะขี้หูหน่อยนะ” ผมเพียงแต่ยกตัวอย่างขึ้นมาให้เห็นเท่านั้นเองว่าเนื้อหา ของการกระซิบควรจะเป็นเนื้อหาที่สร้างอารมณ์มากกว่า การดับอารมณ์


5.เท้า (Feet)

ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยเลยครับชอบที่จะได้รับการ สัมผัส บีบนวดที่ เท้า เกาที่ ฝ่าเท้า ซอกนิ้วเท้า และ ข้อเท้า การ บีบเค้นนวดที่ส้นเท้า จะช่วยสร้างอารมณ์ อย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ได้ผลชะงัด การกระตุ้น ที่บริเวณนี้ อาจจะใช้ริมฝีปากจิก กัด ที่ปลายนิ้วเท้า ของผู้หญิง ระหว่างที่หญิงกำลังใช้จินตนาการในการ สร้างอารมณ์ หากคุณจะใช้ริมฝีปากประทับไปที่ฝ่าเท้า คุณต้องมั่นใจในความสะอาดนะ ต้องให้มีการชำระล้างอาบน้ำก่อนทุกครั้ง


4.ข้อมือ (Wrists)

ข้อมือ เป็นจุดเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ อีกแห่งที่ฝ่ายชายอย่าละเลย คุณไม่เชื่อ ลองครั้งต่อไป ของคุณลอง ประเล้าประโลม (Foreplay) ที่บริเวณข้อมือ ไม่ว่าจะจาก การ สัมผัส ลูบไล้ด้วยมือ หรือ ประทับ ด้วยริมฝีปาก กัดเบาๆด้วยริมฝีปากหรือฟัน หน้า ของคุณ รับรองว่า จะเห็นผลอย่างคาดไม่ถึง


3.ถันและยอดถัน ( Breasts & Nipples )

จุดนี้คงไม่อยู่เหนือความคาดหมาย ทุกคนคงทราบดี ต่างกันที่วิธีการเท่านั้น ผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบและพึงพอใจ กับการถูกกระตุ้นที่ตำแหน่งนี้ ด้วยการการใช้ปาก ดูด (Sucking) เลีย(Licking) กัดเล็ม (Bitting) คุณผู้ชายอาจจะต้องเรียนรู้ในคู่ของตัวเอง ไปว่าพึงพอใจแบบใดมากที่สุด อย่าลืมอย่างนะ ไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบความรุนแรงแบบตะกละตะกลาม กับอวัยวะส่วนนี้ของตน


2.อวัยวะเพศ ที่ คลิตอริส (Vagina/Clitoris)

ไม่ว่าการใช้ปาก ลิ้น นิ้วมือ สามารถ ทำให้ เกิดความพึงพอใจถึงขีดสูงสุดได้ และยิ่งถ้าคุณได้เรียนรู้ถึงตำแหน่ง G-spot ของฝ่ายหญิงด้วย การกระตุ้นที่จุดนี้ นำไปถึงซึ่งความสุขแบบสุดยอด ได้เลย

และตำแหน่งที่จัดว่าเป็นอันดับหนึ่งคือ


1.ริมฝีปาก(Lips)

อาจจะต้องเรียนรู้ในการกระตุ้นที่จุดนี้ให้มากที่สุด การใช้ ริมฝีปาก ทั้งบนและล่าง ลิ้น ฟัน ประทับ จิก กัด ลิ้นไล้เลีย หรือแม้แต่การดูด เบาๆ



เครดิตจาก http://www.lesla.com ครับ




 

Create Date : 12 มิถุนายน 2553    
Last Update : 12 มิถุนายน 2553 13:18:33 น.
Counter : 574 Pageviews.  

เคล็ดลับของความสุขสม;-)


ใครที่มีกิจกรรมแห่งความรักใคร่ เป็นประจำสม่ำเสมอ คงจะไม่ปฏิเสธว่า ความสุขสมจากการได้สัมผัสรักทางภาษากายที่มอบให้แก่กันนั้น มันสุขสมมากเพียงไหน เรื่องราวของความสุขสม จากการมีความสัมพันธ์ทางเพศนั้น กล่าวกันว่า เป็นสิ่งที่มนุษย์เกือบจะทุกคนแสวงหาทีเดียว


กล่าวกันว่า ความรักและกามารมณ์นั้น เป็นของคู่กัน ในความเป็นจริงแล้ว เราอาจจะเปรียบเทียบความรักกับกามารมณ์ได้กับวงกลม 2 วง ซึ่งเหลื่อมกัน บางคนอาจจะมีความรักโดยไม่มีกามารมณ์มาเป็นส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ความสัมพันธ์ในรูปแบบที่เรียกว่า เพลโตนิค เพรนด์ชิป ซึ่งเป็นทางที่คนสองคนผูกสมัครรักใคร่ โดยไม่มีเรื่องของกามารมณ์มาเป็นส่วนเกี่ยวข้อง ความรักฉันพ่อแม่ที่มีต่อลูกความรักระหว่างพี่น้องระหว่างเพื่อนสนิทมิตรสหาย ก็จัดเป็นความรักโดยที่ไม่มีกามารมณ์มาเป็นส่วนเกี่ยวข้อง


กามารมณ์ที่เกิดขึ้นโดยปราศจากความรักก็มีเช่นกัน เพราะกามารมณ์เป็นสัญชาติญาณพื้นฐานของมนุษยชาติในการเจริญเผ่าพันธุ์ การที่โลกเราดำรงคงอยู่มาได้ โดยมีมนุษย์เป็นผู้อาศัยนี้ ก็อาศัยกามารมณ์นี่แหละที่ให้เกิด มีลูกมีหลานกันต่อมา ในสมัยโบราณ เวลาผู้ชายยุคหินอยากจะมีลูกมีเมีย ก็หาท่อนไม้ขนาดย่อมๆ พอเหมาะมือ ไปดักตรงที่ผู้หญิงมักจะเดินผ่านมา พอใจคนไหนก็ใช้ไม้ท่อนดังกล่าวตีหัว พอสลบ จากนั้นก็จัดการแบกขึ้นบ่าพาไปยังถ้ำอาศัยของตัวเอง แล้วจัดการตามที่ธรรมชาติเรียกร้อง โดยที่ไม่ต้องมีการสอนสั่ง


ในยุคต่อๆ มา เจ้าผู้ครองนคร หัวหน้าเผ่า หรือผู้มีอำนาจวาสนา ก็ล้วนแล้วแต่มีนางบำเรอเพื่อใช้ในการบำรุงสวาทของตนเอง โดยไม่ได้มีความรักใคร่ผูกพันแต่อย่างใด ไม่พอใจก็ฆ่าทิ้งเสีย ในยุคหลังๆ จนถึงปัจจุบัน กามารมณ์ก็สามารถที่จะซื้อหาได้ด้วยเงินตรา เป็นการหาความสุขตามสันดานดิบที่เกิดขึ้นและต้องการระบายออกตามวิสัย และเกิดขึ้นได้ทั้งชายและหญิง


แต่กามารมณ์ที่เกิดจากความรักนั้นต่างกัน กามารมณ์ที่มีความรักเป็นรากฐานนั้น เป็นการแสดงความรักจากการสัมผัสกายของกันและกันด้วยความทนุถนอม บนพื้นฐานของการมอบความสุขให้แก่กันและกัน โดยปราศจากซึ่งความเห็นแก่ตัว การเคลื่อนไหวของร่างกายต่างๆที่เกิดขึ้นจะประสานสอดคล้องกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว และด้วยจุดประสงค์อันเดียวกันที่จะนำเอานาวารักที่ช่วยกันโล้ช่วยกันพายนั้นไปให้ถึงฝั่งฝันที่ปรารถนา


กามารมณ์สำหรับผู้ที่มีความรักนั้น จึงเป็นการบอกรักที่เรียบง่าย เข้าใจโดยไม่ต้องอาศัยคำพูด และได้ผลแบบรวบรัดชัดเจน...เคล็ดลับของความสุขสม จึงเป็นสิ่งที่คนสองคนซึ่งจะหลอมดวงใจด้วยกันต้องแสวงหา


และก็จะบอกท่าน ดังที่จะได้อ่านกันต่อไป!!!

บทเล้าโลม

เป็นสิ่งที่ลืมไม่ได้อย่างเด็ดขาด เพราะเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนต้องการ และชายที่สามารถเล้าโลมเธอจนเธอพร้อมที่จะขึ้นสวรรค์แล้ว การตอบสนองต่อจากนั้นจะเป็นสิ่งที่ผู้ชายทุกคนลืมไม่ลงทีเดียว ลองหัดอาบน้ำด้วยกันในอ่างดูบ้างจะเป็นแบบน้ำวนหรือธรรมดาก็ได้ กอดกันโดยไม่มีอะไรมากางกั้นและลูบไล้สัมผัสไปให้ทั่วกายของกันและกัชนิดอย่าให้เหลือที่ว่างก็ได้ จูบกันให้เนิ่นนานหาบรรยากาศโรแมนติกชวนฝันริมชายหาดที่เงียบสงัด และอะไรต่อมิอะไรที่ไม่เคยทำก็ลองทำดูบ้าง คุณเคยทาช็อกโกแลตเหลวในส่วนที่อยากดอมดมซึ่งกันและกันแล้วรับประทานจากริมฝีปากและลิ้นของคุณไหม


ทราบไหมว่าการดื่มแชมเปญจากปากของคนรักนั้น รสชาติเป็นอย่างไร นวดกันและกันด้วยน้ำมันหอมระเหย หรือ อะโรมาเทอราบี กลิ่นที่คุณทั้งสองชื่นชอบ หรืออะไรต่อมิอะไรที่คุณจะสรรหาความแปลกใหม่ที่ไม่เป็นอันตรายมาลองใช้ดูบ้าง ใครๆ ก็รู้ดีว่าผู้ชายชอบผจญภัย ชอบบุกเบิก และผู้หญิงชอบที่จะโดนสำรวจตรวจตรามิใช่หรือ ทำไมไม่ลองทำเป็นการเรียกหาความรักและสัมผัสรักกันดูบ้าง


ฝึกการผ่อนคลายก่อนที่จะหลอมร่างกายเข้าด้วยกัน

สำคัญมากทีเดียว ถ้าคิดจะมีความสุขสมจากการมีสัมพันธ์ทางเพศ คู่รักที่เข้าใจกันจะพยายามให้คู่ของตนผ่อนคลายมากที่สุด อาจจะพูดคุยกันบ้าง หัวเราะกันบ้าง หยอกเย้ากันบ้าง ทำให้รู้สึกว่าเรื่องที่จะกระทำนั้นเป็นเรื่องของธรรมชาติที่คนสองคนพึงจะกระทำต่อกัน ในเมื่อมีความรัก ไม่ใช่เรื่องซีเรียส ไม่ใช่เป็นการทำการบ้าน แต่เป็นการทำรักหรือเมคเลิฟ หลังจากผ่อนคลายกันแล้ว


คุณเริ่มบทรัก โดยให้ความสนใจในคนรักของคุณ อย่าสนใจตนเองมากนัก ให้ความสนใจในการเคลื่อนไหวของเขาหรือเธอมากกว่าของตนเอง คุณก็จะเห็นลีลา สีหน้า แววตาที่บ่งบอกถึงความพึงพอใจในขณะที่บทเพลงแห่งความรักกำลังดำเนินไป ตามครรลองของมัน อย่ามัวแต่หลับตาอยู่ ลืมตาขึ้นมามองกันและกันจะทำให้อารมณ์พิศวาสได้รับการรับรูและตอบสนองซึ่งกันและกัน เรียนรู้ที่จะเคลื่อนไหวร่างกายช้าหรือเร็วตามคู่ของตน


อย่าคิดว่า ตนเองจะทำได้ไม่ดีอย่างเด็ดขาด

ต้องคิดว่าเราจะทำอะไรก็ตามให้คู่ของเรามีความสุข และเขาหรือเธอก็จะพยายามทำให้เรามีความสุขไปด้วย นี่คือพลังอำนาจของความคิดในแง่บวก และเป็นพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่จะผลักดันให้สัมผัสรักทางกายของคุณทั้งสองในครั้งนั้นเป็นไปอย่างดีที่สุด เท่าที่คุณทั้งสองจะเสนอต่อกันและกันได้


อย่าลังเลที่จะถามเขาหรือเธอว่า โอเคไหม อยากให้ทำอะไร แบบไหนอีก คุณเป็นของกันและกันแล้ว เรื่องแค่นี้ทำไมจะพูดคุยกันไม่ได้ พูดออกมาเถอะครับ ถ้าคุณคิดว่าที่สองเรากระทำต่อกันนั้น เป็นการแสดงความรักต่อกันในรูปแบบที่สามารถจับต้องได้


สัมพันธ์สวาทที่เกิดขึ้นนั้นมันมากกว่าคำว่า ร่วมรัก

มันไม่จำเป็นจะต้องใช้อวัยวะส่วนนั้นต่อกันเสมอไป การมีความสุขสมนั้น มันเริ่มมาจากคำพูดที่หวานหู การบอกรัก การกระซิบรักข้างหู การกอดสัมผัสกันอย่างแนบแน่นและอบอุ่น การลูบไล้จุดสัมผัสเสน่หาซึ่งกันและกัน การจูบสัมผัสที่ดูดดื่มและแสนหวาน ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่นำความสุขสมมาสู่คนสองคนที่รักกันได้เสมอ


มีผลงานการศึกษาวิจัยที่ออกมาพบว่า การจูบกันนั้น เป็นการบอกรักที่ซาบซึ้งและถ่ายทอดถึงกันได้อย่างแน่ใจในความรักมากกว่าการร่วมรักเสียอีก ด้วยเหตุนี้ผู้หญิงที่ขายบริการทางเพศหลายรายไม่ยอมให้แขกผู้มาใช้บริการจูบเธอเลย แต่ยอมให้เขาทำกับเธอทุกอย่างรวมทั้งพร้อมที่จะบริการทุกอย่างแก่เขา นอกจากการจูบ เพราะเธอเก็บจูบบอกรักของเธอไว้ให้ชายคนรักของเธอเท่านั้น คุณเล่าจะไม่หัดจูบกันให้ซาบซึ้งก่อนเข้านอนคืนนั้นหรือ...อย่างน้อยก็เป็นการบอกรักที่ดีกว่า คำพูดเป็นไหนๆ


เสน่หาอาลัย

เป็นสิ่งที่คนรักกันทุกคนต้องจำใส่ใจไว้เลยว่า หลังจากความสุขสมผ่านไปแล้ว เสน่หาอาลัยจะยังคงอยู่อีกหลายนาที ดังนั้นห้วงเวลาหลังความสุขสม จึงควรเห็นห้วงเวลาที่คนสองคนที่ไปถึงดวงดาวที่ปรารถนาร่วมกันแล้ว จะพูดจาระบายอารมณ์รักต่อกันและกัน แน่นอนว่า มันได้ผลอย่างชัดที่สุด และในห้วงเวลานั้นจะอบอวลไปด้วยความรักที่หอมกรุ่น แสนหวาน และซาบซึ้งใจอย่างมากทีเดียว


การมีความสัมพันธ์ต่างช่วยเหลือ

เป็นทางออกในความสุขที่เรียบง่ายรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพไม่แพ้การร่วมรักแต่อย่างใด และยังสามารถเห็นทางเลือกทางหนึ่งได้ในเวลาที่ไม่อยากจะมีกิจกรรมทางเพศที่เยิ่นเย้อยาวนาน เนื่องจากเป็นสัญชาตญาณในการตอบสนองต่อการกระตุ้นสัมผัสในรูปแบบของการช่วยเหลือตนเองมาก่อน ทำให้ไปถึงจุดสุดยอดได้รวดเร็วกว่า บางครั้งการทำอะไรที่เป็นการรีบเร่ง ก็สามารถให้ความตื่นเต้นแปลกใหม่ที่เร้าใจ จนสามารถพาทั้งสองไปสู่ฝั่งฝันที่ปรารถนาได้อย่างไม่นึกฝัน


พยายามมีอารมณ์รักที่รัญจวนใจ

ลองหัดนัดร่วมรักกันในวันใดวันหนึ่ง และก่อนถึงเวลานัดหมายนั้น ให้ทำอารมณ์นึกถึงเรื่องราวชวนวาบหวามที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นการอุ่นเครื่องร่างกายและจิตใจให้เตรียมพร้อมไว้ก่อน และเมื่อเวลานั้นมาถึงจริง สวรรค์น้อยๆ ก็จะลอยลงมารอให้คุณทั้งสองไขว่คว้าหามาครองได้อย่างง่ายดาย...

เรื่องแบบนี้ ไม่ลองไม่รู้


อุปกรณ์ช่วยต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็น ไวเบสเตอร์ ถุงยางอนามัยประเภทมีผิวไม่เรียบ มีกลิ่น สี และรส ที่แปลกใหม่ อาจกลายเป็นสิ่งเร้าใจสำหรับคนที่ชอบค้นคว้าแสวงหาเทคนิคท่วงท่าลีลาแห่งความรัก เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบผจญภัย แต่ถ้าคุณเป็นพวกอนุรักษ์นิยมแล้วละก็ ใช้แต่ มิชชันนารี โพสิชั่น ก็น่าจะพอแล้ว เพราะคุณพอใจของแบบเดิมๆ ...ก็เป็นเคล็ดลับแห่งความสุขสมอีกแบบหนึ่ง


น.พ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์







 

Create Date : 12 มิถุนายน 2553    
Last Update : 12 มิถุนายน 2553 12:17:35 น.
Counter : 162 Pageviews.  

ขมิบเพื่อเพิ่มรสรัก ^-^

การขมิบ คือการที่ทำให้ช่องทวารหนักและทวารเบาเม้มเอาไว้ สาวๆ ที่ต้องการให้ช่องคลอดเล็กระชับ ไม่หลวม ควรจะฝึกขมิบไว้นะคะ
ตามธรรมชาติของสรีระมนุษย์สามารถเม้มหรือขมิบอยู่แล้ว แต่ที่ต้องฝึก ก็เพื่อให้สามารถควบคุมสิ่งต่อไปนี้
- ความแรง
- ความนาน
- จำนวนครั้ง


ประโยชน์ของการขมิบ
การขมิบ ก็เหมือนการได้ออกกำลังกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกราน วิธีนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นทำงานปกติ และมีความตึง (แข็งแรง) ผู้หญิงที่มีความจำเป็นต้องขมิบ คือ ผู้ที่ช่องคลอดหย่อนยาน ทั้งหย่อนยานที่ผนังช่องคลอดทางด้านหน้า ด้านกระเพาะปัสสาวะ และ/หรือ ทางด้านหลังซึ่งก็คือ ด้านกระพุ้งทวารหนัก รวมทั้งผู้ที่อยู่ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้ในลักษณะต่างๆ



มีให้เลือก 2 วิธี คือ
1. จินตนาการ การขมิบทางทวารหนัก ให้คิดว่ามีแท่งอะไรสอดอยู่ที่ทวารหนัก แล้วมีคนกำลังดึงแท่งนั้นออก ให้คุณขมิบก้น เพื่อดึงไว้ไม่ให้แท่งนั้นออกจากทวารหนักได้ ให้พยายามขมิบค้างไว้ให้นานที่สุด ให้พยายามขมิบไว้ให้ได้ครั้งละ 6 วินาที แล้วพักการขมิบ 10 วินาที ทำแบบนี้วันละหลายๆ ครั้ง
2. จินตนาการ การขมิบทางท่อปัสสาวะ โดยให้คิดว่าเราจะต้องอั้นปัสสาวะอย่างกะทันหัน อั้นไว้หรือเรียกว่าขมิบไว้ ให้พยายามขมิบไว้ให้ได้ครั้งละ 6 วินาที แล้วพักการขมิบ 10 วินาที ทำแบบนี้วันละหลายๆ ครั้ง



ขั้นตอนการฝึก
1. ความแรงของการขมิบ มีตั้งแต่ น้อยมาก, น้อย, ปานกลาง และ มาก การฝึกฝนที่ดีให้มีความแรงแค่ปานกลางก็พอแล้ว เพราะเราต้องการเพียงสามารถสั่งให้กล้ามเนื้อบริเวณก้น, ท่อปัสสาวะ, ช่องคลอดมีการหดรัดตัวพอประมาณ
2. ความนาน การขมิบแต่ละครั้ง ควรสามารถขมิบคาไว้ได้นานประมาณ 6-10 วินาที
3. จำนวนครั้ง ควรทำให้ได้ 6-10 ครั้งต่อชุด
4. จำนวนชุดต่อวัน ฝึกอย่างน้อยวันละ 6-10 ชุด
การขมิบจะให้ได้ผลมีประสิทธิภาพจะต้องฝึกทุกวันอย่างน้อย 6 สัปดาห์ เมื่อทำได้ผลแล้วก็ต้องหมั่นฝึกต่อไปเรื่อยๆ อย่าหยุดนะคะ

เพิ่มให้อีกวิธีค่ะ

Kegel exercise ช่วยให้กล้ามเนื้อพื้นอุ้งเชิงกรานแข็งแรงขึ้น และทำให้เพิ่มการตอบสนองทางเพศโดยเฉพาะในกลุ่มที่มีปัญหาเรื่อง orgasmic disorder ให้ดีขึ้นได้ ทำให้มีความสุขสุดยอดทางเพศที่รุนแรงขึ้นซึ่งทำให้เกิดความพึงพอใจทางเพศมากขึ้น และยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องปัสสาวะเล็ดได้อีกด้วย

kegel excercise มีขั้นตอนการทำ 4 ขั้นคือ
1. เกร็งกล้ามเนื้อด้วยการขมิบก้นแล้วคลาย สบับกันอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
2. เกร็งกล้ามเนื้อแล้วนับ 1-2-3 แล้วคลาย หายใจตามปกติ
3. เกร็งกล้ามเนื้อช้าๆ นับ 1-2-3 แล้วยกกล้ามเนื้อให้สูงขึ้น พร้อมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเกร็งค้าง นับ1-2-3 แล้วค่อยคลายกล้ามเนื้อช้าๆพร้อม นับ1-2-3
4. ต่อจากข้อ 3 หลังจากที่คลายแล้ว ให้ นับ 1-2-3 แล้วเบ่งลงก้น
ให้ทำทุกวัน โดยข้อ 1,2 ทำวันละ 10 ครั้ง ข้อ 3,4 ทำวันละ 5 ครั้ง เมื่อทำได้ 4-6 สัปดาห์
ให้เพิ่ม โดยข้อ 1,2 ทำวันละ 30 ครั้ง ข้อ 3,4 ทำวันละ 20 ครั้ง

ลองดูๆ
ขอเพิ่มอีกคะ เผอิญอ่านเจอจาก Manager Online
เอาไว้กระทู้เดียวกันเลย เผื่ออักหน่อย จะรวมเข้า page เดียวกัน

ขยัน“ขมิบ” แล้วชีวิตรักจะ“กระชับ”ขึ้น
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 กุมภาพันธ์ 2553 13:00 น.


อีกหนึ่งปัญหาส่วนตั๊วส่วนตัวที่หญิงเราอดกังวลไม่ได้ คือ ช่องคลอดหลวม


ไม่ว่าจะเพราะผ่านการคลอดลูกมาแล้ว, ใช้ผ้าอนามัยแบบสอดบ่อยๆ, หรือการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองบ่อยๆ กระทั่งการร่วมเพศบ่อยๆ ฯลฯ

“การสอดใส่สิ่งใดๆ ในช่องคลอด ทำให้เยื่อพรหมจารีย์ฉีกขาดเท่านั้น ไม่ถึงกับทำให้ช่องคลอดหลวม”

คำตอบของสูตินรีแพทย์เจ้าประจำทำให้เราสบายใจขึ้น และเผยสาเหตุเดียวที่ทำให้ช่องคลอดหลวม

“มีอย่างเดียวคือ การคลอดบุตรทางช่องคลอดตามธรรมชาติ เพราะช่องคลอดอาจจะสูญเสียความสามารถในการบีบรัดตัว”

หลายคนจึงพึ่งหมอสูติฯทำรีแพร์ (Repair) ยอมเสียตังค์เป็นพันเป็นหมื่นไปทำสาว ทว่าการทำรีแพร์นั้น เป็นการเย็บผนังช่องคลอดให้ตึงเท่านั้นนะจ๊ะ ขณะที่กล้ามเนื้อภายในช่องคลอดโดยรอบยังหลวมอยู่ หมายความว่าช่องคลอดก็จะไม่ได้มีแรงพอที่จะบีบรัด...

อะฮ้า! ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนค่ะ

“ขมิบ”ด้วยตัวเองเท่านั้น เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุด

ตามประวัติ คุณหมอสูติฯ Kegel เป็นผู้คิดค้นเทคนิคขมิบเมื่อ 50 ปีก่อน เพื่อรักษาผู้ป่วยหญิงที่มีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ แต่ผลออกมาได้สองเด้ง นอกจากช่วยรักษาอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ให้ดีขึ้นแล้ว ยังทำให้คนไข้มีชีวิตเพศสัมพันธ์ที่ดีขึ้นด้วย คนไข้กลับมาเล่าว่าสามีได้รู้สึกรับสัมผัสได้ยอดมาก ส่วนตัวเองก็รู้สึกถึงจุดสุดยอดได้เยี่ยมกว่าเดิม

เทคนิคนี้จึงได้รับการขนานนามว่า Kegel exercise

“ขมิบโดยความหมาย หมายถึง การทำให้ช่องทวารหนัก ทวารเบาเม้มไว้ การเม้มหรือขมิบโดยปกติก็มีหรือเกิดขึ้นได้โดยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ที่ต้องฝึกก็เพื่อให้สามารถควบคุมได้ตามที่เราต้องการ เช่น ความแรง ความนาน จำนวนครั้ง”

จากบทความของ นพ.รุ่งโรจน์ ตรีนิติ อธิบายความหมายไว้ ท่านบอกชื่อกล้ามเนื้อของเราที่ใช้ในการขมิบด้วยค่ะ

“การขมิบต้องอาศัยกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกรานที่เรียกว่า ชุดกล้ามเนื้อซึ่งประกอบด้วยกล้ามเนื้อย่อยๆ อีกหลายชิ้น เช่น กล้ามเนื้อ pubococcigeous, กล้ามเนื้อ puborectalis แต่กล้ามเนื้อหลักที่ใช้งานคือ กล้ามเนื้อ pubococcigeous หรือเรียกย่อๆ ว่า PC บางคนจึงเรียกการออกกำลังกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกรานว่า PC exercise หรือ pelvic floor exercise”

เอาล่ะ ต่อไปนี้เรามาศึกษาวิธีการออกกำลังกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกราน หรือเรียกง่ายๆ ว่า มาฝึกขมิบกันค่ะ

How to ขมิบ

1. ขมิบหรือเกร็งกล้ามเนื้อไว้ นับหนึ่งถึงสามแล้วปล่อย หายใจเข้าออกตามปกติ

2. เกร็งกล้ามเนื้อขณะสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามเกร็งมากขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะการหายใจเข้า โดยจะต้องระวังอย่าเผลอเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องตามไปด้วย

3. ขมิบแล้วปล่อย ขมิบแล้วปล่อยสลับกันไป ทำให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้พร้อมกับหายใจเข้าตามปกติ

4. ออกแรงเบ่งให้เหมือนว่ากำลังพยายามดันอะไรบางอย่างออกจากช่องคลอดหรือกำลังรีบฉี่ให้หมดเร็วๆ ตามปกติคนมักกลั้นหายใจเวลาทำแบบนี้ แต่ตามหลักการ Kegel exercise ต้องพยายามหายใจตามปกติให้ได้

ขมิบให้ได้ผลดี คุณต้องมีวินัย...

- ความแรงของการขมิบ ให้กล้ามเนื้อบริเวณก้น ท่อปัสสาวะ และช่องคลอด การหดรัดตัวอยู่ในระดับปานกลาง โดยสามารถ ‘สั่ง’ ให้ขมิบหรือหยุดขมิบได้

- การปฏิบัติมิใช่แค่ขมิบแล้วคลายทันที แต่ต้องทำเหมือนคนเล่นกล้าม คือ ขมิบและเกร็งไว้ราว 10 วินาที (นับ 1-10) แล้วค่อยคลาย อย่างนี้เรียกว่า 1 ครั้ง

- จำนวนครั้ง ควรทำให้ได้ 6-10 ครั้งต่อชุด และฝึกอย่างน้อยวันละ 6-10 ชุด แต่จะขมิบวันละกี่ชุดก็ได้ ไม่ต่ำกว่า 100 ครั้งต่อวันยิ่งดี แต่ไม่ต้องทำรวดเดียวจบ เสนอให้แบ่งเป็นหลังอาหารสามเวลา เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เพิ่มรอบดึกได้

- การฝึกขมิบช่วงแรกๆ ให้เริ่มวันละน้อยๆ ครั้ง เพราะทำใหม่ๆ จะเหนื่อยง่าย เดี๋ยวจะหมดแรงเสียก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนครั้งขึ้นเรื่อยๆ …แนะนำว่ายิ่งทำมากเท่าไร ก็ยิ่งได้ผลดีเท่านั้น

- การฝึกขมิบควรทำเป็นคอร์สๆ ละ 1-3 เดือน ซึ่งการขมิบจะได้ผลและมีประสิทธิภาพจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 สัปดาห์ค่ะ

ขณะขมิบ ไม่ควร...

- ไม่ควรเกร็งกล้ามเนื้อหน้าอกและกลั้นหายใจขณะฝึก ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะได้

- ไม่ควรเกร็งกล้ามเนื้อท้องและกล้ามเนื้อหลังขณะฝึก ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการปวดท้อง และปวดหลัง

- ไม่ควรขมิบขณะที่ปวดปัสสาวะมากๆ เพราะการกลั้นปัสสาวะบ่อยๆ ตอนที่กระเพาะปัสสาวะเต็มจะทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบได้

ขมิบไปเถอะค่ะไม่ว่าจะเป็นสาววัยใด แม้แต่สาวรุ่นอายุน้อย เพราะจะเป็นประโยชน์ทีเดียวสำหรับสตรีที่ยังไม่เคยมีบุตร และสตรีที่ผ่านการมีบุตรแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว นอกจากจะช่วยให้ชีวิตรักการมีเพศสัมพันธ์ของคุณแฮปปี้ขึ้น ยังช่วยป้องกันเรื่องการหย่อนตัวของมดลูก ทวารหนัก และกระเพาะปัสสาวะในระยะยาว ดีต่อสุขภาพภายในของหญิงเราอีกด้วยนะ

เครดิตจาก http://www.lesla.com ครับ





 

Create Date : 12 มิถุนายน 2553    
Last Update : 12 มิถุนายน 2553 12:13:33 น.
Counter : 733 Pageviews.  

1  2  

ถึงผมจะเจ้าชู้ก็รู้ว่าใครสำคัญ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ลายปากกา
Friends' blogs
[Add ถึงผมจะเจ้าชู้ก็รู้ว่าใครสำคัญ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.