ทำเอง..ง่ายจัง
Group Blog
 
All Blogs
 

เค้กกล้วยหอมทำง่ายอย่างนี้นี่เอง

2 สัปดาห์ก่อนแม่เอากล้วยหอมมาให้หวีหนึ่ง (ยังไม่สุกเลย) บอกว่าทิ้งไว้เดี๋ยวสุก พอมันเริ่มสุกมันก็สุกพร้อมกันหมด..กินไม่ทัน หวีหนึ่งก็ตั้งหลายลูก เลยขอหาสูตรทำเค้กกล้วยหอมเล่นๆดีกว่า

ส่วนประกอบ
แป้งเค้ก 200 กรัม
ไข่ไก่ 3 ฟอง
ผงฟู 1 1/2 ช้อนชา
เบ๊กกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 190 กรัม
น้ำมันพืช 1 ถ้วย
กล้วยหอมสุกบด 200 กรัม (กะๆเอาปประมาณ 3 ลูกค่ะ)
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

ขั้นตอน
1) นำกล้วยหอมผสมกับน้ำมะนาวแล้วนำมาบดให้ละเอียด..พักไว้

2) ร่อนแป้งเค้ก, ผงฟู, เบ๊กกิ้งโซดา เตรียมไว้

3) นำไขไก่มาตีกับน้ำตาล,เกลือ ให้ขึ้นฟู
4) หลังจากนั้นเติมแป้งลงไปตี โดยเติมส่วนผสมของข้อ (3) ทีละน้อย ตีประมาณ 2 นาที ให้เป็นเนื้อเดียวกัน และเติมน้ำมันพืชลงไปทีละนิดขณะตี ตีต่ออีกประมาณ 1 นาที จากนั้นก็เติมส่วนผสมในข้อ (1) คือกล้วยที่บดลงไป ตีอีกซัก 1 นาที เป็นอันเสร็จ

5) วอร์มเตาอบซัก 5 นาที ใช้ไฟ 170 องศา C
6) ตักส่วนผสมใส่ถ้วย นำเข้าอบ เครื่องอบเล็กๆที่บ้านใช้เวลาประมาณ 20 นาทีค่ะ


เสร็จแล้วจ้า เค้กกล้วยหอม ทำกินเองที่บ้านสบายๆ หอมจริงๆด้วย เนื้อนุ๊มนุ่มไม่ผิดหวังเลย ^^ ว่างๆลองทำกันดูนะคะ




 

Create Date : 04 เมษายน 2554    
Last Update : 4 เมษายน 2554 9:50:20 น.
Counter : 957 Pageviews.  

ขนมปังแฮมชีส

เมื่อวันก่อนคุณแฟนซื้อเตาอบเล็กๆมาให้ สาเหตุจากที่เราคิดว่าอยากลองทำขนมปัง หรือ คัฟเค้ก ทานเองในบ้าน เครื่องนี้ซื้อมา ราคาสบายๆไม่ถึงพัน ก่อนซื้อต้องประเมินว่าเกิดเบื่อทำขึ้นมาจะได้ไม่เสียตังส์และเสียดายเครื่องที่ซื้อมา ว่าไปนั่น..แต่ก็ถูกของเค้า ^^

ครั้งแรกที่ลองเครื่อง ใช้ทำมัฟฟิ่น แต่ขอเอาสูตรขนมปังแฮมชีสมาเล่าแทน เนื่องจากหลานๆตัวเล็กชื่นชอบกันมากถึงมากที่สุด (สงสัยจะอร่อยจริงๆ..)

ส่วนประกอบหลักๆ
แป้งขนมปัง 300 กรัม
แป้งเค้ก 100 กรัม
ยีสต์ 6 กรัม
เคเอส505 9 กรัม (เพิ่มความนุ่มฟูของขนมปัง..ถ้าไม่มีไม่ต้องใส่ก็ได้นะคะ)
นมสด 240 กรัม
น้ำตาล 70 กรัม
เนย 80 กรัม (ทำให้ละลายที่อุณหภูมิห้อง)
เกลือ 1 ช้อนชา

ส่วนประกอบไส้แฮมชีส
แฮม 4 แผ่น (ที่บ้านใช้ไส้กรอกรมควัน 6 อัน หั่นชิ้นเล็กๆแทนค่ะ..)
ชีสแผ่น 4 แผ่น หั่นชิ้นเล็กๆ
มายองเนสสำหรับทำเบเกอรี่ (ออกหวานหน่อยๆ)

วิธีทำ
1) ร่อนแป้งขนมปัง,แป้งเค้ก และ เคเอส505 รวมกัน เสร็จแล้วพักไว้
2) เตรียมส่วนผสมที่เป็นน้ำ คือ นมสด, น้ำตาล, เกลือ มาผสมกันตีให้น้ำตาลกับเหลือละลายเข้ากับนม
3) แบ่งนมสดกับน้ำตาลเล็กน้อยมาผสมกับยีสต์ เพื่อละลายยีสต์
4) นำข้อ (3) มาผสม กับข้อ (2)
5) นำแป้งในข้อ (1) ที่ร่อนไว้มาเข้าเครื่องตี


6) เติมส่วนผสมเหลวในข้อ (4) เติมลงไปขณะเครื่องตีแป้งกำลังทำงาน..เราใช้ความเร็วต่ำค่ะ จนแป้งรวมตัวกันไม่มีฝุ่นแป้งติดตามขอบ
7) นำเนยที่ละลายแล้ว ทะยอยเติมลงไปทีละนิด ใช้เวลาตีประมาณ 15 นาที สังเกตุดูว่าแป้งเหนียวนุ่มจับยืดเป็นฟิล์มบางๆได้ก็นำข้นมาพักไว้ค่ะ

พักแป้งโดยใช้พลาสติกคลุม ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชม. ค่ะ แป้งจะขึ้นฟูเท่าตัวเลย

8) ช่วงรอแป้ง ก็มาเตรียมไส้กัน. นำแฮม(หรือไส้กรอก) มาผสมกับชีสและใส่มายองเนสทีละนิด คลุกเคล้ากัน ดูว่าอย่าให้มายองเนสแฉะเกินไปนะคะ
9) หลังจาก 1 ชม...นำแป้งที่ขึ้นฟูมานวดไล่อากาศออก แล้วนำมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 ซม. ปั้นทิ้งไว้จนแป้งหมด (ใช้พลาสติกหรือผ้าคลุมจะได้ไม่โดนลมนะคะ แป้งจะขึ้นฟูอีกเล็กน้อย)
10) นำแป้งที่ปั้นก้อนแรกมาแผ่เป็นสีเหลี่ยมผืนผ้า และใส่ไส้ตรงกลางเลยค่ะ ห่อแบบง่ายๆคือม้วนลงมาจากด้านบนเลย และปิดขอบข้างและด้านล่างให้สนิท




11) จัดใส่พิมพ์ และเรียงใส่ถาด ก่อนเตรียมอบก็ทาไข่แดงที่หน้าขนมปังเล็กน้อย จะได้มีสีสรรสวยงาม
12) ก่อนอบก็วอร์มเครื่องก่อนนะคะ ที่บ้านใช้ไฟ 170 องศา C อบประมาณ 20 นาทีค่ะ
13) เมื่อขนมสุกนำออกจากเตาอบ ก็ทาเนยเหลวที่หน้าขนมปังหน่อยนะคะ ขนมจะได้ดูชุ่มชื่น น่าทาน
เสร็จแล้วจ้า..ทำเสร็จร้อนๆ ขนมปังเหนียวนุ่มมากๆเล้ย ^^



***************************************
สุดท้าย..ส่งรูปเตาอบที่ซื้อมาใช้ให้เพื่อนๆดูค่ะ หัดทำทานก็ใช้เล็กๆไปก่อน ราคาสบายๆค่ะ (ตอนนี้รู้สึกใช้คุ้มแล้วค่ะ..เริ่มทำหลายอย่างแล้วจ้า)






 

Create Date : 28 มีนาคม 2554    
Last Update : 29 มีนาคม 2554 11:30:58 น.
Counter : 5954 Pageviews.  

แกงจืดกะหล่ำยัดไส้

มีกะหล่าปลีหนึ่งหัว แค่นึกว่าถ้าไม่อยากเอามาผัดแบบธรรมดาๆ จะเอามาทำอะไรดี ที่ทานง่ายๆและทานสนุก ก็มาลงตัวที่เอามาทำแกงจืดดีกว่า รูปแบบทำให้ดูน่าทานหน่อยด้วยการเอากะหล่ำปลีมายัดไส้หมูสับละกัน

ส่วนประกอบหลัก..
กะหล่าปลี 1 หัว (จริงๆเจ้าของ blog ใช้แค่ 7-8 ใบค่ะ)
ต้นหอม 2-3 ต้น
ผักชี 1 ต้น
แครอทหั่นแว่นๆ 8-10 ชิ้น
เห็ดหอม 2-3 หัว
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 1 ช้อนชา (บางบ้านก็ใช้ผงปรุงรสแทนนะคะ แต่เจ้าของ blog ชอบใช้น้ำตาลปรุงรสแทนจ๊ะ)

ปรุงส่วนไส้..
หมูสับ 1/2 ถ้วย (เพิ่มตามปริมาณตามความต้องการเลยนะคะ)
รากผักชีสับละเอียด 2 ราก
กระเทียมสับละเอียด 2-3 กลีบ
พริกไทย 1 ช้อนชา
น้ำปลา 2 ช้อนชา
แครอทสับชิ้นเล็กๆ ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
เห็ดหอมสับ ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ

เริ่มเลยนะค๊า


ส่วนประกอบหลักๆค่ะ


แกะกลีบกะหล่ำปลีนำมาล้างให้สะอาด เสร็จแล้วนำไปลวกน้ำเดือดให้พออ่อนตัวลงค่ะ, นำต้นหอมลงไปทั้งต้นด้วยนะคะ(สำหรับเตรียมผูกกะหล่ำปลี)
เสร็จแล้วพอกะหล่ำกับต้นหอมพออ่อนตัว แล้วยกลงนำกะหล่ำมาหั่นครึ่ง ตัดแกนกลางใบออก แล้วนำหมูปรุง(หมูสับที่ปรุงรส ตามส่วนผสมเรียบร้อยแล้ว) มาใส่ในกะหล่ำค่ะ


ห่อไส้หมูโดยใช้ต้นหอมที่ลวกอ่อนตัวแล้ว มาผูกกะหล่ำที่ยัดไส้แล้ว
ทำเตรียมไว้จนหมดเลยค่ะ


ต้มน้ำให้เดือด ใส่เห็ดหอมหั่นชิ้น แครอทฝาน และกะหล่ำยัดไส้ที่ทำเตรียมไว้ พร้อมเติมเครื่องปรุง ชิมรส เพิ่ม-ลด ตามใจผู้ปรุงเลยค่ะ ต้มซัก 10-15 นาทีจนหมูสุก
สุดท้ายเจ้าของ blog ชอบใส่กระเทียมเจียวตบท้าย ซุบจะหอมมากๆ เตรียมยกลงก็โรยหน้าด้วยต้นหอม, ผักชีหั่นชิ้นเล็กๆ


เสร็จแล้วค่ะ... คนที่บ้านชอบมาก บอกว่าทานสนุกกว่าต้มจืดแบบธรรมดาเยอะเลย...^^
คนทานชอบ คนทำก็ดีใจค่ะ




 

Create Date : 04 มีนาคม 2554    
Last Update : 4 มีนาคม 2554 8:59:07 น.
Counter : 1199 Pageviews.  

ทอดมันกุ้ง

วันนี้นึกๆอยากทานทอดมันกุ้งขึ้นมา จำได้ว่าทุกครั้งที่ไปร้านอาหารก็ต้องสั่งเพราะชอบทานมากกก... สั่งมาทีไรก็ได้น้อยชิ้นแถมเมนูจานนี้ก็ราคาไม่ถูก แป๊บเดียวหมดซะงั๊น เฮ่อ! ทำเองดีกว่านะ
สูตรของแต่ละที่ก็แตกต่างกันไปแล้วแต่แม่ครัวนะคะ แต่คิดว่าน่าจะอร่อยเหมือนๆกัน
ส่วนประกอบหลักๆที่ใช้...
1) กุ้งแกะเปลือก ผ่าหลัง ตัดหางออก 1/2 กก.
2) ไข่ไก่ 1 ฟอง
3) แป้งข้าวโพด 1 ถ้วย
4) แป้งมัน 1 ช้อนชา
5) น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
6) เกลือ 2 ช้อนชา
7) พริกไทย 1 ช้อนชา
8) มันหมูสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ (ช่วยให้เนื้อทอดมันไม่กระด้าง)
9) แป้งขนมปังสำหรับชุบทอด
10) หมูสับ 1/3 ถ้วย (ส่วนตัวชอบใส่เพิ่มไปด้วยค่ะ บางคนไม่ใส่ก็ได้นะคะ)


-นำแป้งมันมาคลุกกับกุ้งพักไว้ซัก 5 นาที เสร็จแล้วนำล้างน้ำออกแล้วพักให้เสด็จน้ำ (วิธีนี้น่าจะทำให้เนื้อกุ้งติดกับส่วนอื่นของทอดมันและเนื้อจะกรุ๊บๆดีด้วย)
-นำกุ้งมาหั่นครึ่ง (หนึ่งตัว 2 ชิ้น) เวลาทานจะได้รู้สึกถึงเนื้อกุ้งเป็นชิ้นๆนะคะ
-นำหมูสับ,มันหมูสับ, แป้งข้าวโพด,เกลือ,น้ำตาล,พริกไทย,ไข่ไก่ มาผสมกับกุ้งที่หั่นไว้ (เสร็จแล้วเจ้าของ blog จะนำส่วนผสมนี้ wrap ด้วยพลาสติกแล้วนำไปแช่ตู้เย็นซัก 20 นาทีนะคะ...จะทำให้เนื้อทอดมันเซ็ตตัวเวลาปั้นเป็นก้อน)


-นำส่วนผสมที่ได้มาปั้น (จะปั้นกลมๆปกตินะคะ แต่จะกดตรงกลางนิ๊ดนึงเพราะจะทำให้สุกง่ายเท่าๆกัน)
-นำไปคลุกแป้งขนมปังที่เตรียมไว้


-ลงทอดในน้ำมันไฟปานกลาง
-พอทอดมันเริ่มออกสีเหลืองทองเป็นอันว่าใช้ได้ค่ะ
เสร็จแล้วค่า..น่าทานแถมได้ปริมาณเยอะทานกันจุใจกันทั้งบ้านเลย อย่างลืมทานกับผักเช่น พวกมะเขือเทศ,แตงกวาด้วยน๊า
น้ำจิ้มก็เป็นน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ย (หาซื้อได้ตาม supermarket ทั่วไป) อร่อยสุดๆไปเลย..


..ทำทานเองง่ายจังนิ ^^..





 

Create Date : 02 มีนาคม 2554    
Last Update : 2 มีนาคม 2554 7:34:06 น.
Counter : 485 Pageviews.  

น้ำเต้าหู้ทำเองง่ายจัง

วันนี้เอาสูตรทำน้ำเต้าหู้ หรือนมถั่วเหลือง ที่ทำดื่มเองในบ้านมาแชร์ให้เพื่อนๆที่อยากลองทำดื่มเองนะคะ
เมนูนี้คนลงมือทำเป็นชายมือขยันคนหนึ่ง รอบนี้เจ้าของ blog ก็เป็นแค่ผู้ช่วย..(ในบางครั้ง) นะคะ ต้องโทษที่ซี่รี่ห์เกาหลีเรื่องโปรดมาพอดี เลยต้องเฝ้าหน้าจอทีวีซะส่วนใหญ่....ก็มันกำลังสนุกนี่นา ^^

สิ่งที่ต้องเตรียม
1) ถั่วเหลืองแห้งที่ปลอกเปลือกแล้ว 1 กก. (ทำน้อยๆก็ ½ กก. ก็พอนะคะ ส่วนประกอบอื่นก็หักลบตามสัดส่วนไป)
2) ใบเตย 4-5 ใบ ขยำแล้วนำมา ผูกรวมกัน
3) น้ำตาลทราย 3 ขีด (ไม่ค่อยชอบหวานนะคะ)
4) น้ำเปล่าประมาณ 6 ลิตร/ถั่ว 1 กก.(ชอบแบบเข้มข้นหน่อยนะคะ)

อุปกรณ์เสริม
- เครื่องปั่น (น้ำผลไม้)
- ผ้าขาวบาง สำหรับกรอง (ที่บ้านใช้ผ้ากรองหยาบ 1 ผืน และผ้ากรองละเอียดอีก 1 ผืน) นำมาลวกน้ำร้อนฆ่าเชื้อก่อน

วิธีทำ
นำถั่วเหลืองมาล้างน้ำ เสร็จแล้วนำไปแช่น้ำ (ใส่น้ำให้ท่วมเลยนะคะ) แช่ทิ้งไว้ประมาณ 4 ชม. หรือถ้ารู้ว่าพรุ่งนี้จะทำ ก็สามารถแช่น้ำทิ้งไว้ตอนกลางคืนก็ได้ไม่ว่ากัน พยายามเก็บเศษเปลือกบางๆของถั่วเหลืองออกนะคะ เพราะถ้านำไปปั่นด้วยจะทำให้เสียง่าย)



นำถั่วเหลืองมาปั่นกับน้ำเปล่า (ทะยอยปั่นไปโดยใส่น้ำพอให้สามารถปั่นได้) ..คนทำไม่อยากโชว์หน้าตาค่ะ เจ้าของเ blog เลยขอเซ็นเซอร์หน้าไว้ก่อน..อิอิ



ต้มน้ำ และนำน้ำร้อนมาผสมกับน้ำถั่วเหลืองที่ปั่นเรียบร้อย แล้วนำมากรองกับผ้าขาวบาง (กรองหยาบ 1 รอบ และกรองละเอียดแบบนี้อย่างละรอบค่ะ) ระหว่างกรองก็บีบนวดให้ความข้นของน้ำถั่วเหลืองออกมาซะหน่อยนะคะ จะได้รสชาดของความข้นและมันด้วย



เสร็จแล้วนำน้ำที่กรองได้ไปต้มพร้อมกับใบเตยที่เตรียมไว้ (ไฟอ่อน-ปานกลาง) ต้มประมาณ 20-30 นาที


ก่อนเอาขึ้นก็เติมน้ำตาล ชอบหวานน้อยหวานมาก ก็เติมตามชอบ ค่อยๆชิมรสดูนะคะ


เสร็จแล้วค่ะ พอหายร้อนก็เทใส่ถุงแช่เย็นไว้ เก็บได้ 3-4 วันนะคะ ดื่มเย็นๆก็อร่อยดีค่ะ หรืออยากดื่มร้อนๆเอาเข้าเวฟหน่อย ก็ดื่มร้อนได้ค่ะ
(ใครอยากใส่เครื่องพวกลูกเดือย, วุ้น, ฯลฯ ก็เตรียมเพิ่มใส่ได้เลยนะคะ)


แฮ่ม..อร่อยกว่าซื้อเค้าดื่มอีกนะเนี่ย.....^^




 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2554 17:26:04 น.
Counter : 1952 Pageviews.  

1  2  

pandami
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add pandami's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.