เรื่องสั้น 10 นาที # 001 : "ลมหายใจ...อะไรหว่า" + บันทึกเบื้องหลัง
นี่คือเรื่องสั้น 10 นาทีตามกฎของ Writing Bursts (รู้สึกว่าจริงๆแล้วจะเรียกกันอย่างอื่น แต่ขอเรียกแบบนี้แล้วกัน มันเท่ดี) คือการเขียนอะไรสักอย่างในระยะสั้นๆ เป็นเหมือน "แบบฝึกหัดสำหรับการกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ในการเขียน" หาใช่การเขียนเอาโล่แต่อย่างใด... โดยมีกฎดังนี้

1. ต้องเขียนภายในเวลาที่กำหนด ได้เท่าไหนก็เท่านั้น ในที่นี้คือกำหนดไว้ 10 นาที

2. เขียนโดยไม่ได้กำหนดพล็อตขึ้นมาก่อน อาจมีแค่คอนเซ็ปท์ (อย่างเช่น เรื่องลึกลับ, ยามเช้า, กาแฟดำ เป็นต้น) หรือถ้อยคำที่ถูกเลือกมาอย่างสุ่มๆ แต่ไม่มีการกำหนดอะไรล่วงหน้า เมื่อเวลาเริ่มนับถอยหลัง จะเขียนไปโดยไม่สนใจสำนวนหรืออะไรทั้งสิ้น ทั้งหมดล้วนออกมาจากความรู้สึกและอารมณ์ และความคิดสร้างสรรค์ในการด้นสดอย่างเดียว เขียนจนกว่าเวลาจะหมด

3. ไม่มีการเกลา ยกเว้นตรวจคำผิด ประโยคเริ่มต้นถูกเขียนออกมาเป็นอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น ไม่มีเขียนเพิ่มเติมหรือตัดแต่งแต่อย่างใด ประมาณว่า "เอาวะ จะห่วยจะดีก็เขียนๆแล้วโชว์มันไปเลย!!"



"ลมหายใจ...อะไรหว่า"
คอนเซ็ปท์ :เรื่องลึกลับ


หัวใจผมเต้นระทึก ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น มีเสียงลายหายใจอันเย็นยะเยียบอยู่ด้านข้างผม มันคอยเป่าลดติ่งหูของผมเบาๆ สันหลังของผมเสียววาบ ไม่กล้าหันไปดูว่ามันคืออะไรกันแน่

เย็น... ลมหายใจนั่นเย็น ไม่ใช่แอร์ ไม่ใช่พัดลม ไม่ใช่อะไรที่ธรรมดาแบบนั้น ไม่ใช่คน ไม่ใช่หมา ถ้าเป็นสองอย่างหลัง น่าจะมีลมหายใจอุ่นสิ แต่นี่มันอะไรกัน ทำไมถึงเย็นยะเยือกได้ขนาดนี้ ผมรู้สึกได้ว่า จะต้องเป็นตัวตนที่...

หายตายเถอะ แค่คิดก็อยากจะบ้าตายอยู่แล้ว ผมมีตัวเลือกอยู่กี่ตัวเลือกกัน จะวิ่งหนีไปจากตรงนี้? จะเป็นไปได้ไงเล่า ตอนนี้ผมกำลังนอนอยู่นะ นอนหงายเลยด้วย จะลุกขึ้นพรวดเลยเหรอ แล้ว... ถ้าลุกขึ้นแล้วจะทำไงต่อล่ะ มีอะไรรับประกันว่าไอ้สิ่งนั้นจะไม่จับผมกดลงไปนอนอีกรอบ

ถ้างั้นทำไงล่ะ อาละวาดเต็มที่ กวาดแขนกวาดขาไม่สนใจบ้าอะไร เอางั้นเลยหรือเปล่าล่ะ แต่ถ้าผมทำให้ไอ้สิ่งนั้นโกรธ มันจะไม่จับผมกดจมพื้นห้องนอนตัวเองเลยเหรอ

ผมนอนอยู่บนเสื่อ พื้นค่อนข้างแข็ง ถ้าผมเด้งลุกขึ้นในตอนนี้ น่าจะง่ายกว่าตอนที่นอนอยู่บนเตียง ใช่ ถ้านอนอยู่บนเตียง การลุกขึ้นอาจลำบากกว่านี้ ดังนั้น ลุกขึ้นเลยมั้ย ใช่ ลุกขึ้นแล้วเหวี่ยงตัวเองไปด้านตรงข้ามกับไอ้สิ่งนั้นซะ

แต่ว่า จะหนียังไงล่ะ ถ้าผมทำแบบนั้น แปลว่าผมจะหันหน้าเข้าหาหน้าต่างที่ติดซี่เหล็ก แปลว่าเปิดหน้าต่างได้ก็หนีไม่ได้อยู่ดี แล้วด้านหลังผมก็จะหันหลังให้กับประตูห้องนอนด้วย แปลว่า... ไอ้นั่นกำลังนอนขวางระหว่างตัวผมกับประตูทางออกอยู่

ปัทโธ่เว้ย นี่มันอะไร อยากจะบ้าตาย อยากแกล้งๆทำเป็นหลับไปเลย แล้ว... แล้วถ้าแกล้งทำเป็นหลับไป มีอะไรรับประกันว่าไอ้สิ่งนั้นจะไม่อุดจมูกผมตาย? มันอาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ไม่ใช่หรือไง

เอาล่ะ ...ผมประเมินแล้ว คิดนู่นคิดนี่คิดนั่นก็มีแต่จะเสียเวลา เอางี้ดีกว่า เผชิญหน้ากับมันไปเลย เผชิญหน้าแบบคนที่โกรธเกรี้ยว โมโหที่มันมารบกวนการนอนของผม แม่งเล่นเกมทำให้นอนดึก แล้วอีกไม่กี่ชั่วโมงต้องรีบตื่นไปทำงานด้วย มันจะมากเกินไปแล้วนะ ไอ้บ้าเอ๊ย ขอนอนให้แม่ง...อย่างน้อยสักสามชั่วโมงไม่ได้หรือไงนะ โกรธแล้วนะเว้ยเฮ้ย

ได้ อยากเจอนักใช่ไหม อยากมีปัญหานักใช่ไหม เดี๋ยวพ่อจัดให้เลย จะหันไปแล้วละนะ จะหันไปเจอมันแล้วละนะ โกรธด้วยนะ นับ ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง

ผมหันไปหาสิ่งนั้นทันที

แล้วทุกอย่างก็...

พรึบ

มีอะไรเข้ามาปิดบังทัศนวิสัยของผม ร่างกายผมขยับไม่ได้แม้แต่นิดเดียว ไม่รู้สึกถึงลมหายใจของสิ่งนั้นอีกแล้ว ไม่รู้สึกแม้แต่ลมหายใจของตัวเองเลยด้วย

เอาแล้วไง นี่มันเกิดอะไรขึ้น หรือว่าผมได้... หรือว่าผมจะไม่ใช่คนเป็นๆอีกต่อไปแล้ว?

ขอร้องล่ะ ถ้านี่เป็นความฝันละก็ ช่วยตื่นทีเถอะ ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวจะเคลียร์แล้ว

ผมพยายามปลุกตัวเองให้ตื่น ผมนับอีกครั้ง

ห้า

สี่            

สาม

สอง

หนึ่ง

แล้วทุกอย่างก็...




บันทึกเบื้องหลัง :

ตอนที่เขียนๆอยู่เนี่ย ไม่รู้เลยว่ามันจะกลายเป็นอะไร รู้แต่ว่ามีคอนเซ็ปท์ "เรื่องลึกลับ" ดังนั้นเลยคิดว่า โอเค ต้องเป็น "ผี" แน่นอน แต่ไม่รู้ว่าจะให้มันออกมาเป็นแบบไหน เลยต้องเขียนให้ออกมาในรูปของ "ลมหายใจ" แทน

อืม แต่ตอนที่กำลังเขียนเนี่ย อยู่ๆก็จินตนาการถึง "บากูล" จากในเรื่อง Sinister เพราะกำลังคิดจะดู Sinister 2 อยู่พอดี อืม... แต่ผมไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็น "บากูล" นะ!! SmileySmileySmiley



ส่วนตอนจบเนี่ย รู้สึกว่าจะเขียนจบก่อน... จะถึงเวลา 10 นาทีเล็กน้อย อืม... 

บอกตามตรงว่ารู้สึกว่าตอนจบมันยังไม่เป๊ะแฮะ รู้สึกเหมือนมันยังไม่ได้เรื่อง แต่ก็พอถูไถ ไม่ถึงกับห่วยซะเลยทีเดียว 

แต่หลังจากเขียนจบไปสักระยะ อยู่ๆก็เกิดความรู้สึกอยากจะเขียนต่อท้ายด้วยประโยคประมาณว่า 

"เอ้า ขอลูกข่างหมุนๆแบบใน Inception มาหน่อยซิ" 

ฮ่าๆๆๆ SmileySmileySmileySmiley (เป็นมุกที่คนดู Inception น่าจะเข้าใจ) 



คิดเห็นกันยังไงก็คอมเมนต์ได้เลยนะครับ!!





Create Date : 09 มีนาคม 2559
Last Update : 9 มีนาคม 2559 21:39:17 น.
Counter : 319 Pageviews.

0 comment
7 อันดับเพลงการ์ตูนดิสนีย์เวอร์ชั่นไทยสะท้านใจ
เพลงการ์ตูนดิสนีย์เวอร์ชั่นภาษาไทย มีบางเพลงที่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ฟัง มีบางเพลงฟังแล้วเฉยๆจนลืมไปเลย แต่ในบรรดานั้นก็มีเพลงที่นึกถึงเมื่อไหร่เป็นได้คึกคัก เคลิบเคลิ้ม และแม้กระทั่งสะเทือนความรู้สึก 

และนี่ก็คือ 7 เพลงดิสนีย์เวอร์ชั่นไทยของผมครับ


Number 7 : "อสูรและโฉมงาม" (Beauty and the Beast เวอร์ชั่น 1991)

"ทั้งคู่ต่างก็หวั่น ใจต่างใจไหวสั่น อสูรและโฉมงาม"

เพลง Beauty and the Beast ของไทยมีสองเวอร์ชั่น คือปี 1991 กับที่ remaster ใหม่ ส่วนตัวผมคิดว่าเนื้อเพลงของเวอร์ชั่น 1991 ลงตัวกว่าเพลง Beauty and the Beast เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษที่คุณป้ากาน้ำร้อง เป็นเพลงที่ผมชอบมากระดับต้นๆ แม้เนื้อเพลงไทยจะออกมาไม่ลงตัวเท่ากับของภาษาอังกฤษ แต่มันก็ตรงความหมายและเรียบเรียงได้เพราะพริ้งทีเดียว




Number 6 : "สีสันแห่งสายลม" (Pocahontas)

"หากแม้นโค่นต้นไม้ลงก่อน อาจจะไม่รู้เลยว่ามันสูงเพียงใด"

ถ้าเป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ Colour of the Wind คือเพลงที่ผมชอบอันดับหนึ่ง สำหรับเวอร์ชั่นภาษาไทย ผมไม่มีปัญหาเรื่องเสียงร้องของคุณน้ำมนต์ (ธีรนัยน์ ณ หนองคอย) ปัญหาจริงๆสำหรับผมคือ เพลงนี้เนื้อหาค่อนข้างลึกซึ้ง เป็นเหมือนปรัชญา Mother Nature แบบชาวอินเดียนแดงหรืออะไรแบบนั้น การแปลงเป็นไทยคงจะยากหน่อย 

ปล. เคยได้ฟังที่คุณน้ำมนต์ (ธีรนัยน์) ร้องสดเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ อยากบอกว่า "เพราะสุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด แทบอยากลงไปกราบเท้า ณ ตรงนั้นเลยทีเดียว"




Number 5 : "จุ๊บเธอเลย" (The Little Mermaid)

"ใช่ คือคนนี้ มองดูเธอทันนี้ก็รู้ ใจเธอเองคงตรงกันอยู่อยากจะรู้ ถามให้แน่นอน 
ไม่ต้องพูดยอกย้อน ไม่ต้องวอนเป็นคำ แค่ทำเพียงมอบรอยจูบ"

Kiss the Girl เป็นเพลงที่น่ารักมากครับ ของภาษาไทยแปลงเนื้อเพลงได้ลงตัว เสียงแบ็กกราวน์เล็กๆน้อยๆก็เก็บรายละเอียดได้ดีมาก ฟังแล้วอดอมยิ้มไม่ได้เลยจริงๆ 





Number 4 : "ใต้ท้องทะเล" (The Little Mermaid)

"ใต้ท้องทะเล เท่เกินจะนับ ไม่มีใครมาจับ  ทอดเราเอามีดสับงับกินไม่เก๋"

Under the Sea มีจังหวะคึกคักสนุก ซึ่งเพลงดิสนีย์ในยุคเดียวกันมีเพลงทำนองนี้ดีๆหลายเพลง แต่กับเวอร์ชั่นไทย ผมชอบเพลงนี้ครับ ทั้งคำร้องและเสียงลงตัว สัมผัสสระในเพลงทำให้ผมต้องสนุกไปกับมันทุกครั้งไป




Number 3 : "ฮาคูน่า มาทาท่า" (The Lion King)

"ไม่เห็นต้องกังวล ปล่อยมันไปน่ะดีแล้ว เรื่องร้ายไม่เคยมี ท่องไว้ดีดี ฮาคูน่า มาทาท่า"

ไม่มีอะไรต้องพูดมาก เสียงเป๊ะ คำร้องไทยเจ๋ง แล้วก็เป็นแนวคิดที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน




Number 2 : "เงา" (Mulan)

"ใครกันที่มองจ้องมา สบสายตาไม่คุ้นเคย เหตุใดมองดูไม่รู้เลยว่าคือตัวเรา
ดวงใจไม่อาจซ่อนงำ ทนฝืนทำ ใครช้ำเท่า จะมีไหมวันใดเห็นเงา เป็นเช่นเราที่แท้"

เพราะ...มากจนสะท้าน! ผมชอบเพลงเวอร์ชั่นในหนังมากกว่าเวอร์ชั่น single ที่คริสตินา อากีเรลาร้องอยู่แล้ว เนื้อร้องภาษาไทยก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน คำมันสัมผัสกันได้คล้องจองสุดยอดจริงๆ




Number 1 : "โลกใหม่สวยงาม" (Aladdin)

"โลกใหม่สวยงาม ตื่นตาเย้ายวนแปลกไม่เคยเจอ
จะไปสุดฟ้ากว้างไกล ไม่ฟังเสียงใคร จะเหินลอยไปดุจความฝัน"

ผมกล้าพูดได้เต็มปากแบบไม่แคร์สื่อว่า ผมชอบเวอร์ชั่นนี้มากกว่าของ "เบิร์ด & แอม" เรื่องเสียงร้องน่ะ ทั้งคู่สุดยอดกว่าอยู่แล้ว จริงๆเนื้อร้องเวอร์ชั่น single ก็ดีอยู่ แต่เวอร์ชั่นในหนังคือร้องจากปากตัวละคร จึงได้อารมณ์กว่าในความรู้สึกผม และท่อนฮุคของเบิร์ดจะร้อง "A whole new world" แต่ของตัวละครจะร้อง "โลกใหม่สวยงามมม" คือ... ผมชอบอย่างหลังมากกว่านะ





Create Date : 14 มกราคม 2558
Last Update : 14 มกราคม 2558 12:39:03 น.
Counter : 893 Pageviews.

0 comment
สิ่งที่สร้างผลกระทบต่อตัวผมในปี 2014

เมื่อถึงสิ้นปีแล้ว นี่ก็เป็นช่วงเวลาที่จะมองย้อนกลับไปดูสิ่งดีๆที่ผ่านมา แล้วก็เตรียมพร้อมจะเดินต่อไปสู่หนทางข้างหน้า และผมก็ขอเลือกสิ่งที่สร้างผลกระทบต่อตัวเองในปี 2014 ขึ้นมา แบ่งเป็นหมวดๆอย่างหนัง,เกม, การ์ตูน ฯลฯ และสิ่งที่เลือกมา บางอย่างอาจเป็นเกมเก่า หรือซีรีส์เก่าแต่เพิ่งได้เล่นหรือได้ดูในปีนี้ จึงถือว่าเข้าข่ายการคัดเลือกพิจารณา อีกทั้งมันยังไม่ใช่หนังที่ดีที่สุดหรือหนังสือที่ดีที่สุด แต่มันสร้างผลกระทบต่อตัวผมเองไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  


GEAR (อุปกรณ์)

Lenovo IdeaPad Y410p – Laptop

มันไม่ใช่โน้ตบุคเล่นเกมที่ดีที่สุดแต่มันก็เป็นตัวเลือกที่พอจะหามาครอบครองได้ และ...ผมคิดว่ามันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ปัจจุบันนี้มันเล่นเกมได้ดีในหลายๆเกม แม้บางเกมจะได้แค่ low หรือmedium ก็ตาม ผมไม่รู้ว่า Y410p จะรับเกมในปี 2015ไหวแค่ไหน แต่ถ้าพูดถึงภายในปีนี้ผมก็อิ่มเอมในระดับหนึ่งแล้วนะ

ขอบคุณ เจ้า Y410p ของข้า



Movie

Interstellar

โอเค ผมรู้ มันไม่ใช่หนังที่ดีที่สุดของปีหรือสนุกสุดของปี ผมเป็นแฟนหนังของผู้กำกับคริสโตเฟอร์โนแลน ผมรักหนักของเขาเกือบทุกเรื่อง (ยกเว้น The Following)ผมบอกได้เต็มปากว่า Interstellarไม่ใช่งานที่ดีที่สุดของเขาตอนดูรอบแรกเลยผิดหวังพอสมควร

อย่างไรก็ตาม มันเป็นหนังที่ทะเยอทะยานมากคือพยายามเล่าเรื่องแนวนิยายวิทยาศาสตร์ด้วยวิทยาศาสตร์แบบจริงจังแม้จะมีจุดที่หลุดจากหลักการทางทฤษฎีจริงๆอยู่บ้าง (Bill Nye นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังวิจารณ์ว่าเขาจะไม่เข้าไปข้องเกี่ยวอะไรกับหลุมดำเป็นอันขาด หากจะหาดาวที่เป็นที่อยู่ใหม่) แต่ในฐานะคนที่ชอบนิยายวิทยาศาสตร์, แบล็กโฮล, อวกาศ,มิติที่ห้า, ทฤษฎีวิทยาศาสตร์ ผมชอบเรื่องนี้จากใจจริงครับ

ขอบคุณสำหรับความทะเยอทะยานนะ โนแลน




GAME

หลังจากที่ห่างหายจากการเล่นเกมคอมฯมาหลายปื(เพราะคอมฯพังแล้วไม่มีตังค์ซื้อ) ในที่สุดก็ได้กลับมาเล่นเกมคอมฯเสียที และหลังจากไล่เล่นเกมเก่าๆที่ตัวเองพลาดไปเกมที่สร้างอิทธิพลมีอยู่สองเกมก็คือ


Mass Effect 1-2-3 (เล่นสองรอบทุกภาคและยังอยากจะเล่นต่ออีกรอบ) : ผมรักนิยายวิทยาศาสตร์ ผมรักยานอวกาศ การผจญภัย และเกมที่มีเนื้อเรื่องดีๆตัวละครดีๆ ME ทั้งสามภาคตอบสนองผมในแง่มุมที่ต้องการ



Tomb Raider [Reboot] (เล่นสองรอบ) : ผมเป็นแฟนลาร่า ครอฟท์ และไม่ว่าแฟนTR จะว่ายังไง ผมก็ยังรักเกม Tomb Raider ภาครีบูทนี้



ขอบคุณในความ Epic ของซีรีส์ MassEffectและขอบคุณในความสมบุกสมบันของเธอนะ ลาร่า 


แถมเล็กน้อย List เกมที่เล่นหลังอัดอั้นมานาน

ที่เล่นจบ : Batman Arkham Asylum, Batman Arkham City,Bioshock, Bioshock Infinite, Half Life 2 : EP1, Mass Effect 1-2-3, Call of Duty: Modern Warfare 1-2, Call of Duty : Advance Warfare, Tomb Raider (Reboot), TombRaider Underworld, Portal 1-2,Far Cry 3, Far Cry3 : Blood Dragon, Max Payne 3, Wolf Among Us, Dreamfall Chapters  - Book One: Reborn

ที่ยังเล่นไม่จบ : Saint Row IV, Far Cry 4, DragonAge Origins, The Witcher, Dishonered, Deus Ex : Human Revolution, Shadow of Mordor, Dead Space, Transformers : War of Cybertron (เล่นอยู่)


ANIME

Kill la Kill

นี่เป็นอนิเมที่ผมฟินที่สุดในรอบสองปีเลยก็ได้มั้งดูแล้วมันฮึกเหิมสุดยอด มันอิงอารมณ์การ์ตูนลูกผู้ชายสมัยยุค 80 หรืออะไรแถวๆนั้นแล้วเปลี่ยนตัวเอกจากผู้ชายเป็นผู้หญิง ใส่อารมณ์แบบที่ผู้กำกับคนนี้ชอบคือสไตล์การเคลื่อนไหวตัวละครที่เหนือจริง อารมณ์จังหวะจะโคนการเล่าเรื่องรุกเร้ารุนแรงจนอยากจะร้องแหกปากดังๆด้วยความเร่าร้อน

ขอบคุณสำหรับเพลิงแห่งการต่อสู้นะมาโตอิ ริวโกะ




Book

ลึกลับ.โตเกียว.เรื่องสั้น ของ Haruki Murakami

ได้ยินชื่อมุราคามิมานาน ไม่เคยอ่านในที่สุดก็ได้ลองอ่านเล่มนี้เป็นเล่มแรก หลังจากนั้นก็ได้อ่านของมุราคามิอีกสองสามเล่มผลคือ ผมชอบเล่มนี้มากที่สุด มันมีเสน่ห์อะไรโดนใจผมก็ไม่อาจรู้ได้ผมชอบที่หลายเรื่องตัวละครหาคำตอบไม่ได้ มันปราศจากบทสรุปเหมือนนิยายทั่วไป เช่นคดีคนหายอาจจะจบลงที่ไม่มีอะไรในก่อไผ่และตัวเอกก็ไม่ได้มีบทบาทอะไรในการสืบสวนค้นหา มันไม่ make sense แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าคิดดูดีๆ เราก็จะพบแง่มุมบางอย่างที่ซ่อนในจิตใจของตัวเอกไม่มีเหตุผล แต่มันเหมือนจะมีความหมาย

ขอบคุณสำหรับแรงบันดาลใจครับ มุราคามิ




Comic/Manga

Bokudake ga inai machi ("รีไววัล ย้อนอดีตไขปริศนา" ของสยามอินเตอร์ฯ)

เป็นการ์ตูนไม่กี่เรื่องที่ผมซื้อเก็บทั้งเวอร์ชั่นญี่ปุ่นและไทยผมรักเรื่องราวที่เต็มไปด้วยปริศนา อารมณ์ทำนองว่า เฮ้ย มันเกิดอะไรขึ้นใครเป็นคนฆ่า แล้วพระเอกจะช่วยยังไง อะไรทำนองนี้ จังหวะจะโคนในการเล่าเรื่องอาจจะดูเนิบๆ แต่พอถึงจุดกระชั้น ก็ทำให้คนอ่านติดแหงกได้

ขอบคุณสำหรับความระทึกหลังจากได้อ่านจบเล่มนะ




Writing (งานเขียนตัวเอง)

ผมสนุกกับการเป็น “MURAKAMI WANNABE” คือพออ่านนิยายมุราคามิปุ๊บ ขอเลียนแบบบ้างเขียนแบบไม่ได้คิดพล็อตมาก่อน ค่อยๆมองตัวละครและเรื่องราวเติบโต จากนั้นค่อยลงมือเขียนไปตามนั้น ผลคือ สนุกว่ะ ไม่ว่างานจะออกมาดีหรือไม่ดีผมก็รู้สึกสนุกจริงๆ และเรื่องที่ชอบที่สุดก็มีอยู่สองเรื่อง (จาก 9 เรื่องสั้น)


ซากสะพานอะบาคาบรา (อ่านเรื่องสั้นคลิ๊กตรงนี้)

เหตุผลคือ :ผมไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงชอบเรื่องนี้ มันเหงาแบบแปลกๆชอบความรู้สึกที่คลุมเครือของตัวเอกและความรู้สึกในตอนท้ายหลังจากขึ้นยานไปดาวอื่น


คนที่หายไปในรถไฟใต้ดิน (อ่านเรื่องสั้นคลิ๊กตรงนี้)

เหตุผลคือ : ผมชอบนิยายวิทยาศาสตร์ และนิยายลึกลับเขย่าขวัญผมชอบอารมณ์เวลาที่ทั้งสองอย่างมารวมกันแล้วตอนท้ายก็กลายเป็นการพยายามอธิบายด้วยเหตุผลซึ่งเป็นด้านตรงข้ามกับเรื่องสะพาน


ขอบคุณตัวเองที่ลงมือเขียนอะไรสักอย่าง


TV Series

Doctor Who

ได้ยินชื่อนี้มานาน ตัดสินใจเริ่มดู Dr. Who เวอร์ชั่น 2005เป็นซีรีส์แรกตอนแรกๆไม่ได้ชอบเท่าไหร่ แต่ดูไปเรื่อยๆเพราะอยากค้นหาว่าทำไมคนถึงได้ชอบกันในที่สุดผมก็ได้เข้าใจ

มันเป็นการผจญภัยในกาลเวลาและอวกาศด้วยตู้โทรศัพท์สีฟ้าต่อสู้กับเอเลี่ยนหลากหลายรูปแบบด้วยสติปัญญา เต็มไปด้วยแนวความคิดวิทยาศาสตร์และวิทยาการที่บางทีก็ประหลาดบางทีก็สุดล้ำมันเป็นซีรีส์ที่เปิดแง่มุมการผจญภัยในอวกาศที่แตกต่างจากหนังฮอลลีวูดทั่วไปนั่นเอง

ขอบคุณสำหรับการผจญภัยเจ๋งๆนะDoctor (Who?)




Activity

T25

ผมเคยออกกำลังกายแบบ Cardio มาก่อนแต่ T25 เป็นตัวแรกที่บีบให้ผมออกทุกๆวันตามตารางและวันศุกร์ก็ดันคูณสองจากวันละ 25นาทีเป็น 50 นาที (จะโหดไปไหน) ผลที่ออกมาคุ้มค่าผมแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ และอยากจะบอกทุกคนว่า จะเป็น T25 หรือโปรแกรมอะไรก็เถอะแต่ถ้าได้ลองออกกำลังกายอย่างจริงจัง และอย่างถูกต้องมันก็ให้ผลดีกับร่างกายและจิตใจทั้งนั้น

ขอบคุณนะ Shaun นายจัดหนักจนอยากจะเตะตูดนายตั้งหลายครั้ง







Create Date : 30 ธันวาคม 2557
Last Update : 30 ธันวาคม 2557 16:21:38 น.
Counter : 449 Pageviews.

0 comment
Introduction : ใครฟะ หมาหัวโจก?
ใครฟะ หมาหัวโจก
"กรอบการเขียนคือ การไม่มีกรอบอะไรเลย"

“หมาหัวโจก”นี่มันใครฟะ?

----อืม หมาหัวโจกก็คือนามแฝงของ user คนหนึ่งที่ชอบสิงอยู่ในบอร์ดเฉลิมไทยของ Pantip ชอบโพสเรื่องหนังเกม การ์ตูนไปเรื่อย แล้วก็มีสร้างบล็อกใน Bloggang เอาไว้ดูเหมือนจะมีคนมาคอมเม้นท์เรื่อง Silent Hill ซะเยอะแต่อยู่ดีๆก็หายหน้าไปน๊านนนนนานเลยละฮะ บางครั้งก็ชอบเรื่องตัวเองว่า “หมาหัวโขก”แต่เคยมีคนในบอร์ด J-hero เก่าเรียกว่า “หมาหัวเจ้าโลก” ด้วยนะ...


ก๊ากSmiley

----ฮา...


แล้วทำไมถึงหายไปนาน?

----นั่นสินะ ตอนนั้นกำลังสนุกอยู่กับการเขียนเรื่อง SilentHill อยู่เลย แต่แล้วจู่ๆก็ทิ้งไปเฉยๆซะงั้นแล้วก็ไม่ได้เข้ามาเหลียวแลอะไรเท่าไหร่เลยด้วย จริงๆไม่ใช่แค่ใน Bloggang เท่านั้น แต่ Pantip ก็เลิกเข้าไปเลย(ยกเว้นแต่ตอนนี้มีกระทู้ดราม่าบางเรื่อง)


บางทีอาจจะมาถึงจุดอิ่มตัวแล้วก็ได้ตอนนั้นมีจุดพลิกผันมากมาย เปลี่ยนที่ทำงานแล้วก็เจออะไรหลายอย่างแล้วพอทำได้ปีกว่าๆ ที่ทำงานใหม่ก็ดันยุบส่วนที่ผมทำงานอยู่กลายเป็นคนว่างงานไปสามเดือนได้มั้ง พอได้เข้าทำงานอีกที่ก็กลายเป็นว่าที่นี่มีอะไรให้ทำเยอะแยะมากมาย มีเรื่องเกิดขึ้นหลายต่อหลายเรื่องไม่มีสมาธิจะเขียนบล็อกหรือตั้งกระทู้ใน Pantipอีกแล้ว บวกกับได้ใช้ฝีมือในการเขียนบทความลงนิตยสารการ์ตูนอย่าง TVmagazine, Zenshu, Animag (ปิดส่วนของนิตยสารไปแล้ว) แล้วยังได้เขียนเรื่องย่อหลังปก หรือเขียนคำโปรยโฆษณากับอะไรอีกหลายๆอย่าง

สรุปคือ ขาดแรงจูงใจจะเขียนบล็อกแล้วนั่นเองครับ


แล้วทำไมถึงกลับมา?

----นั่นก็เพราะ... ผมได้ตระหนักแล้วว่าความสุขสุดยอดของชายชาตรีคนนี้ไม่ได้อยู่ที่งวงช้างแมมมอธที่ใต้สะดือเท่านั้นแต่เป็นการได้ลงมือเขียนอะไรสักอย่างซะมากกว่า ผมรักการเล่าเรื่อง จะเป็นบทความนิยาย หรืออะไรก็ได้ทั้งนั้น จริงๆผมเขียนบทความลงนิตยสาร Zenshu อยู่แต่บางครั้งก็มีเรื่องที่อยากจะเล่ามากมาย แล้ว Facebookก็เป็นเรื่องของโซเชียลเน็ตเวิร์กมากกว่าจะเป็นการเล่าเรื่องยาวๆ


ดังนั้นผมจึงอยากกลับมาเขียนบล็อกอีกครั้งกลับมาเขียนแบบไม่มีกรอบหรือกำหนดกฎเกณฑ์อะไรมากมาย เขียนก็เพราะว่าอยากเขียนเพราะรักที่จะเขียน รักที่จะบอกเล่าเรื่องราวในแบบของตัวเอง


สไตล์การเขียนยังเหมือนเดิม?

----ก็คงจะเหมือนเดิมนั่นแหละนะ เขียนยาวๆฟุ้งเฟ้อเวิ่นเว้อตามแบบฉบับ “หมาหัวโจก” ยิ่งไม่มีหน้ากระดาษมาจำกัดแบบนี้ยิ่งเขียนได้แบบจัดเต็ม แต่... ว่างๆก็จะลองเขียนแบบสั้นๆดูบ้างละกัน ฮ่าๆๆๆ Smiley


แล้ว Silent Hill ล่ะ? จะกลับมาเขียนต่อ?

----คงไม่แล้วนะ ก็...มันมีหนังสือพ็อกเก็ตบุคเกี่ยวกับ SilentHill ออกมาแล้วนิ ผมยังไม่ได้อ่านเนื้อหาแต่เท่าที่ได้ฟังมาก็รู้สึกว่าจะจัดเต็ม ดังนั้น ผมขอลอยแพเรื่อง SilentHill ครับ


เลวเนอะ

----นั่นสิเนอะ


ว่างมาก?

----ก็ไม่ได้ว่างมากเท่าไหร่หรอกแต่อยากจะหาเวลาได้เขียนอะไรในแบบของตัวเองบ้างน่ะ... งานอดิเรกน่ะงานอดิเรก!


เกมที่กดซื้อเอาซื้อเอาจากSteam น่ะ เล่นหมดยัง?

----ยังเลยคร้าบบบบบ แงๆๆๆๆ!!! Smiley


อุฟุฟุฟุ

----...




Create Date : 28 ธันวาคม 2557
Last Update : 28 ธันวาคม 2557 19:20:39 น.
Counter : 796 Pageviews.

0 comment

หมาหัวโจก
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]