Elephant Parade กับกิจกรรมแจกที่พักมัลดีฟ ฟรีๆ 7 คืน


อากาศเริ่มเย็นแล้ว ไปเดินเล่นที่ไหนดี ?

ที่ๆเหมาะกับการเดินเล่น ลั้นลา จูงมือแฟนไปมุ้งมิ้ง กิ้งก่องแก้ว ผมว่า ช่วงนี้อากาศดีแบบนี้ ถ้าจะไปเดินเล่น ต้องไปเดินเล่นริมน้ำ หาของกิน บรรยากาศดีๆ ถึงจะฟิน และคงไม่มีที่ไหนเป็นตัวเลือกที่ไปกว่า Asiatique  นี่แหละ (เอาจริงๆนะที่นี่มันให้ฟีลลิ่งตลาดน้ำไฮโซของชาวพระนครนี่แหละ) ผมเชื่อว่าหลายๆคนที่เคยไปมาแล้วก็คงชอบที่นี่กันอย่างแน่นอน

มาดูแผนที่กันก่อนไปยังไง แนะนำว่าใช้วิธี นั่งรถไฟฟ้าไปลงตากสิน แล้วนั่งเรือมาเลยฮะ สะดวกมว้ากกกกกกกก ที่สุด



มา Asiatique แล้วได้อะไร ?

1. มาเดินเล่น มาดูวิว มาถ่ายรูปเล่น

ก็ไม่ได้มีอะไรมาก แต่ มันเหมาะกับการเดินเล่นชิลล์ๆ ปล่อยเรื่องทุกข์ใจให้ลอบยไปกับแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศริมน้ำ สบายๆ  ไม่เสียค่าใช้จ่ายค่าเข้า คงไม่มีอะไรจะดีกว่า จะนัดเพื่อนมา

นัดมาฝึกถ่ายรูปกันนะ
นัดมาจีบกันมั้ย
นัดมากินโตะแชร์เถอะ
นัดมายืมตังค์หน่อยจิ
นัดมาบอกเลิกดีมั้ย
นัดมาดักตบเลยดีกว่า

ใครจะนัดมาทำอารายยยย ก็เหมาะทั้งนั้น ป่ะๆๆๆไปดูบรรยากาศรวมๆกับวิวของที่นี่กันดีก่า













2. มากิน สายแข็งห้ามพลาด


เดินเล่นกันไปแล้วมันก็หิวใช่มั้ย เมื่อหิวก็ต่้องกินใช่มั้ยครับ ถ้าใครไดเอตอยู่ก็รีบนั่งเรือกลับไปเลยฮะ เชิญๆๆ ไม่ส่งนะ บายยยย

 บอกเลย ของกินเล่นมีมากมาย แต่ของกินจริงจังมีมากกว่า จะ กินเล่นๆ กินแต่กับ กินแล้วกินอีก กินแล้วมรึงจ่ายให้กูที  หรือ กินบ้างทิ้งบ้าง กรูรวยจะทำมั้ย ก็ตามตามสบายเลยฮะ

ไฮไลท์ของที่นี่ บอกเลยคือซีฟู้ด แต่ราคาก็ไม่ได้ถูกนะ เอาน่ะ เดินเล่นริมน้ำ กินกุ้งแม่น้ำเผา ฟินจะตายยยยย นานๆที เนอะๆ ถ้าเป็นรร้านอาหารจริงจังกระเป๋าฉีก แนะนำร้าน "โกดังทะเล" โกดัง 7 ฮะ อาหารทะเลสดมากกก แต่ราคาก็โหดร้ายเหลือเกิน















3.มาแชะชิงโชค

ตอนนี้ทาง กลุ่มโรงแรมอนันตรา ร่วมมือกับ  เอเลเฟนท์พาเหรด จัดนิทรรศการ เอเลเฟนท์พาเหรด กรุงเทพฯ (Elephant Parade® Bangkok) โดยจะจัดแสดงรูปปั้นช้างระบายสีสดใสสวยงามจำนวน 88 ตัว เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 88 พรรษา  

อ่ะๆๆ !!!! เดี๋ยวก่อน ก่อนที่สมองหนูๆจะรับข้อมูลกันไม่ไหว เพ่ขอเนื้อๆเน้นๆ อะไร ยังไง  ชิงโชคแล้วได้อะไร กันก่อนดีกว่า

มาๆๆ มาดูรางวัลกันก่อน กับ  อนันตรา มัลดีฟ  7 คืน คือรางวัลใหญ่เวอร์วังมว้ากกกกกกก



วิธีการก็ง่ายมาก ช้างมีตั้ง 88 ตัวเลือก ที่ถูกใจมาสักตัวนะฮะ
จากนั้นก็ถ่ายรูป ผมชอบตัวสีรุ้ง ช้างตัวสีรุ้งมีชื่อ peacelove&music โพสในอินสตราแกรม เท่านั้น

ใครถ่ายช้างตัวสีรุ้งก๊อปตัวข้อความไปโพสนี่ได้เลยฮะ

#peacelove&music (แก้ตามชื่อช้างที่ถ่ายนะ)
#elephantparadeBangkok
@anatara_hotels
@elephantparade

จากนั้นเช็คอินที่
Elephant Parade At Asiatique

สุดท้ายนี้ขอให้ความโชคดีจงสถิตอยู่กับท่าน " May the Luckky be with U & Me นะจ๊ะ"







มาถึงตรงนี้แล้วใครจะอ่านต่อเอาข้อมูลก็เชิญ ใครไม่อ่านก็เปิดตูดหนีไปนะ เชิญ ไม่ไปส่งวนะครับ บ้ายบาย

เรามาเริ่มกันใหม่เนอะๆๆ

ตอนนี้ทาง กลุ่มโรงแรมอนันตรา ร่วมมือกับ  เอเลเฟนท์พาเหรด จัดนิทรรศการ เอเลเฟนท์พาเหรด กรุงเทพฯ (Elephant Parade® Bangkok) โดยจะจัดแสดงรูปปั้นช้างระบายสีสดใสสวยงามจำนวน 88 ตัว เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 88 พรรษา  

 หลังจากนิทรรศการเสร็จสิ้นลง รูปปั้นช้างเพ้นท์ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการนำมาประมูลในงานกาล่าดินเนอร์การกุศลซึ่งจะจัดขึ้น ณ โรงแรม อนันตราสยามกรุงเทพฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 โดยรายได้จากการประมูลจะมอบให้กับมูลนิธิโกลเด้นท์ไทรแองเกิ้ลเอเชียนเอเลเฟนท์ (Golden Triangle Asian Elephant Foundation) เพื่อสนับสนุนโครงการที่ให้ความช่วยเหลือช้างในประเทศไทยอย่างยั่งยืน

  สถานที่จัดงานเริ่มต้นที่ ลานพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยาม พารากอน ในวันที่ 1 - 18 ธันวาคม 2258
จากนั้นก็จะย้ายไปยังเอเชียทีค ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในวันที่ 18 ธันวาคม 2558 – 11 มกราคม 2559
ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปจบงานที่สวนลุมพินีในวันที่ 15 - 29 มกราคม 2559

ใครอยากรู้ลึก รู้จริง แบบล้วงลึก เชิญที่ลิงค์นี้นะจ๊ะ

http://pantip.com/topic/34587546







Create Date : 23 ธันวาคม 2558
Last Update : 24 ธันวาคม 2558 16:53:34 น.
Counter : 1130 Pageviews.

3 comment
รับส่วนลดโรงแรมง่ายๆ 400+210 ฟรีๆ กับ Hotel Quickly
 ได้ส่วนลดฟรีดีกว่าไม่ได้ คำนี้ใช้ได้เสมอ วันนี้ผมมาสอนวิธี เอาส่วนลด 400 บาท แบบฟรีๆกันฮะ แถมเรายังสะสมเพิ่มได้เรื่อยๆนะฮะ

1 ไปโหลด แอพนี้กันก่อนฮะ จัดไปฮะ แอพนี้จะสามาถใช้จองโรงแรม ได้เร่งด่วน ยกตัวอย่างเช่น เราขับรถจากภูเก็ตมา กทม ต้องการหาที่พักถูกๆสักที่ค้างก่อนมากรุงเทพ แอพนี้ช่วยได้ฮะ หรือจะวางแผนไปเที่ยวแบบกระทันหันแอพนี้ก็เอาอยู่ฮะ



แอพตัวนี้สามารถใช้จองโรงแรมได้หลายประเทศเลยล่ะ



แต่ผมแนะนำในประเทศไทยนี่แหละใช้ก็ไม่หมดล่ะ



ลองดูที่หัวหินครับ เมื่อลดแล้ว 5 ดาวก็ราคาไม่น่ากลัวนะ



หรือจะเอาโรงแรมแบบไม่แพง ก็มี ยิ่งลดแล้ว นอนหัวหินไม่ถึง 500 ก็ยังได้



เอาล่ะครับเรามาเริ่มวิธีเอา 400 บาทดีกว่า หลังจากเปิดแอพ ล๊อกอินเรียบร้อยแล้ว กดเข้าไปตามภาพเลยฮะ ตรงที่ลูกศรชี้



เข้าไปที่เครดิตฮะ ตามรูปภาพ



เข้าไปที่แลกสิทธิ์



ใส่รหัสนี้ฮะ PSABU แล้วกดแลกสิทธิ์ เท่านี้คุณก็จะได้ 400 บาทไปลดฟรีๆเลยฮะ เราสามารถสะสมแต้มได้จาก คำสั่งห้องพักฟรีด้วยฮะ ถ้าสะสมแต้มจนครบตามราคาห้องพัก ก็นอนฟรีไปเลยยยย คุ้มนะแอพนี้ เพื่อนๆหลายคนไปนอนฟรีกันมามากแล้วฮะ



อย่าลืมเก็บอีก 210 บาท กับคำสั่ง ห้องพักฟรีนะครับ






Create Date : 04 กันยายน 2558
Last Update : 4 กันยายน 2558 23:35:59 น.
Counter : 5442 Pageviews.

10 comment
ชีวิต ดี๊ดี บินดี อยู่ดี กับ "Bangkok airways"


อะไรคือ "ชีวิต ดี๊ดี บินดี อยู่ดี  กับ Bangkok airways" ? เพื่อนๆสงสัยกันมั้ยครับ
สำหรับผมมันคือ 1 สต๊อปเซอร์วิสสำเรื่องท่องเที่ยว ผมเชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนจะมีปัญหาเรื่อง ฉันจะจองตั๋วเครื่องบินที่ไหน จองไม่เป็น  ฉันจะไปหารถทัวร์ไปเที่ยวที่ไหน ใครจะแนะนำที่เที่ยวให้ฉัน โรงแรมอะไรดีที่ฉันต้องนอน ฉันอยากได้ใครสักคนที่ทำเรื่องพวกนี้ให้ฉันที

ผมบอกเลย ชีวิต ดี๊ดี บินดี อยู่ดี  กับ "Bangkok airways" จะช่วยคุณได้แน่นอน เพราะ ที่เพียงแค่คุณเลือก จังหวัดที่คุณจะไปเท่านั้น  นอกนั้น บินดี อยู่ดี กับ "Bangkok airways" จะจัดหาทุกอย่างให้คุณเอง ทั้งตั๋วโปรราคาพิเศษ รถรับส่งสนามบิน ไกด์ทัวร์ คนขับรถ ทัวร์ที่เที่ยว โรงแรมพร้อมอาหารเช้า



ทัวร์ที่ผมใช้บริการคราวนี้คือ ชีวิต ดี๊ดี บินดี อยู่ดี  จังหวัดเชียงราย โรงแรมที่เลือก เลอ เมอลิเดี้ยน เชียงราย แพคเกจราคา 9100 บาท/คน (18200 / 2 คน ) เรามาคำนวนกันดีกว่า ว่าราคาต่างกับจองเองขนาดไหน

1. ค่าตั๋วเครื่องบิน พร้อมอาหารบริการที่ห้องรับรองที่สนามบินทั้ง 2 ที่ พร้อมอาหารบริการบนเครื่องบิน 6000 บาท (ไปกลับ สำหรับ 2 ท่าน)

2. ค่ารถตู้ แบบส่วนตัว พร้อมคนขับ + น้ำมัน  2500 บาท/ วัน

3. ค่าไกด์/วัน 1200 บาท (ไกด์จะช่วยเราจัดทริป แนะนำ และอำนวยความสะดวกในการพาเราเข้าสถานที่ต่างๆ)

4.ค่าโรงแรมที่พัก พร้อมอาหารเช้า ผมเลือก เลอ เมอลิเดี้ยน เชียงราย ห้องพักพร้อมอาหารเช้า 2 คืน จะอยู่ที่ 5600 บาท

5.ค่ากิจกรรม ซิฟไลน์ 750 บาท/คน (1500 บาท/2คน)

6. ค่าอาหารเที่ยง 400 บาท/คน (800 บาท/2คน)

7. ค่ารถจากโรงแรมมาสนามบิน 300 บาท

ราคานี้คือราคาที่เราต้องจ่ายเองจองเองหมด  6000+2500+1200+5600+1500+800+300 = 17900บาท / 2 ท่าน

ส่วนราคาทัวร์ ชีวิต ดี๊ดี บินดี อยู่ดี 18200 / 2 ท่าน

เห็นมั้ยครับ แทบไม่ต่างกันเลย แต่เราไม่ต้องเหนื่อยจองอะไรเองเลย ชี้นิ้วสั่งเป็นคุณนาย แล้วจ่ายเงินอย่างเดียวนะคร้าบบบบ งานเน้ ชีวิต ดี๊ดี เป็นราชนิกูลกันไปนะคร้าบบบบ กราบบบบ

มาครับเรามาดูกันดีกว่า ในราคาที่เราจ่ายไปเราได้อะไรบ้าง

1 ตั๋วเครื่องบิน พร้อมอาหารบริการที่ห้องรับรองที่สนามบินทั้งที่สุวรรณภูมิ และที่สนามบินเชียงราย พร้อมอาหารบริการบนเครื่องบิน มูล่า 3000 บาท (ไปกลับ 6000 บาท สำหรับ 2 ท่าน) 

ห้องรับรองในสนามบินสุวรรณภูมิ บอกเลย อาหารว่างแบบบุฟเฟ่ต์ไม่อั้น







ไม้ตายของของว่างที่นี่คือ ข้าวต้มมัดในตำนาน นั้นเอง ใครอยากรู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไร ต้องมาลองฮะ



เคาเตอร์รับรองที่สนามบินเชียงราย



ก็ยังคงอิ่มทั้งขาไปทั้งขากลับ เหมือนเดิมฮะ



อิ่มกันหรือยังฮะ ป่ะ เราไปขึ้นเครื่องกันดีกว่า (ได้โปรดอย่าถามนะครับว่าดีกว่าอะไร ก็ดีกว่า ตกเครื่องนะสิ 555555) ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้ว เราจะบินไปกับเครื่องบินแบบนี้แหละครับ



มีคนถามว่าแอร์สวยมั้ย บอกเลย...ไม่สวย แต่ น่ารักมว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เห็นแล้วกระชุ่มกระชวยหัวจายยยย 55555



ท่านผู้โดยสารโปรดนั่งประจำที่และรัดเข็มขัดกันนะค่ะ เรากำลังจะพาท่านเหิรฟ้าพาท่านสู่ เชียงรายนครกันแล้ว ใครมีคำถามอะไรมั้ยค่ะ ถ้าไม่มี เรามาเสริฟอาหาร มื้อพิเศษ แสนอร่อย กันดีกว่า



อิ่มจากาคพื้นดินมาแล้ว เรามาอิ่มอร่อยต่อบนเครื่องกันต่อฮะ อาหารบนเครื่องส่วนใหญ่จะไม่ใช่ของว่างนะครับเป็นมื้อจัดหนักทีเดียว เมนูก็จะเป็นอาหารไทย รสไทยๆ หมุนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ใครชอบอาหารฝรั่งแนะนำให้หันมาปลื้มอาหารไทยกันแทนนะช่วงที่บิน 55555 เรามาลองดูเมนูกันดีกว่าว่าเราจะมีโอกาสเจออะไรกันบ้าง

สุกี้แห้ง มีใครชอบบ้างก๊าบบบบบบ



ยำแหนมสด ขอบอกเลยรสไม่มีเอาใจฝรั่งนะคร้าบบบ



ไส้กรอกไก่ใบกระเพรา



2. ค่ารถตู้ แบบส่วนตัว พร้อมคนขับ + น้ำมัน  2500 บาท/ วัน

3. ค่าไกด์/วัน 1200 บาท (ไกด์จะช่วยเราจัดทริป แนะนำ และอำนวยความสะดวกในการพาเราเข้าสถานที่ต่างๆ)

เมื่อมาถึงสนามบินเชียงราย จะมีไกด์กับคนขับรถถือป้ายรอเราอยู่หน้าประตูทางออกพร้อมป้ายบางกอกแอร์เลยฮะ



รถที่นั่งก็เป็น รถตู้ที่ไม่ต้องจอยบกับใคร เป็นทัวร์แบบส่วนตั้วววว ส่วนตัวครับ



ในรถที่นั่งก็ไม่ขี้เหร่นะครับ นั่งสบายหายห่วง 9 ที่นั่ง ดี๊ ดี สบ้าย สบาย



จุดที่ทำให้เราแน่ใจได้ว่าเราอยู่ในตัวเมืองเชียงราย คือ อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งราย ครับ บริเวณนี้ถือเป็นประตูของตัวเมืองเชียงรายเลยก็ว่า  ชาวเมืองเชียงรายจะเรียกบริเวณนี้กันว่า "5 แยกพ่อขุน" (ห่างจากสนามบินเชียงราย ประมาณ 10 กม)

จุดแรกเมื่อมาถึงเมืองเชียงรายแล้วเราควรต้องกราบไหว้ขอพรกับพ่อขุนเม็งรายกันก่อนเลยครับเพื่อความเป็นศิริมงคล ในชีวิต และทริปนี้




หลังจากกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิเพื่อเป็นสิริมงคลเรียบร้อยแล้ว ไกด์ (ชื่อลุงโทนี่) จะขอคำปรึกษาเราเกี่ยวกับเรื่องการปรับเปลี่ยนโปรแกรมท่องเที่ยว ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเรา แต่ถ้าเอาไปตามโปรแกรมเดิมที่จัดมาจะเป็นไปตามนี้นะจ้า

ไร่บุญรอด กิจกรรมซิบไลน์ อาหารเที่ยงที่ไร่บุญรอด วัดร่องขุ่น และอาหารเย็นที่ร้านกาแฟชีวิตธรรมดา


"สิงค์ปาร์คหรือไร่บุญรอด"ที่เที่ยวใกล้ตัวเมือง ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง   ใครรัก ต้นไม้ ใบหญ้า ท้องฟ้า แสงแดด สายลม ดอกไม้ สัตว์โลกและไร่ชา คงจะปลื้มกับที่นี่กันอย่างแน่นอน กิจกรรมที่น่าสนใจที่สุดสำหรับที่นี่คือกิจกรรมโหนสลิง ซิบไลน์ 4 ฐาน ระยะทาง 1400 เมตร ราคา 750 บาทต่อคน (รวมอยู่ในทัวร์)



เมื่อมาถึง ลุงโทนี่จะจัดการ เรื่องจองคิวรถให้เรา เข้าชมไร่ชาครับ เราไม่ต้องทำไรเลย เดินไปถ่ายรูปเล่น จิบชาฟรีสบายใจแฮ 55555









ลุงโทนี่ : น้องๆๆ  รถมาแล้ว ไปกันๆๆๆ ขึ้นมากันเลยคร้าบบบบบบบ

ลุงโทนี ตามแล้ว เราไปขึ้นรถกันดีกว่าไปครับ



ข้างในก็จะเป็นสวนดอกไม้ สวนผลไม้  แต่ช่วงที่ผมไปไม่ค่อยจะมีทั้งดอกไม้ ทั้งผลไม้ ( เดือน 7 ) ผมแนะนำว่าถ้าจองทัวร์ไปช่วงปลายเดือน 10 น่าจะเป็นช่วงที่สวยที่สุด



ไฮไลท์ของรถรางชมไร่บุญรอด สำหรับผมคือการให้อาหารสัตว์ครับ มีทั้งยีราฟ วัววาตูซี วัวแดง ม้าลาย



เราจะมาสุดเส้นทางรถรางที่ตรงนี้ ถ้าเราไม่ได้ทำกิจกรรมซิบไลน์ เราก็จะวนกลับไปจุดเริ่มต้นฮะ แต่วันนี้ น้องกิ๊ก(คนขับรถ)กับลุงโทนี(ไกด์) มารอเราอยู่ที่บ้านแดงแล้วฮะ บ้านแดงคืออะไร เหมือนบ้านทรายทองหรือเปล่า ? บอกเลยถ้าคุณหวังเจอ พจมาน ที่นี่ คงไม่ได้เจอแน่ๆ สภาพดูคล้ายๆจะเจอทัดดาว บุษยา มากกว่า " เจ้าฮะ กาแฟมั้ยฮะ" ออกทะเลไปล่ะๆๆ กลับมาๆๆ บ้านแดงคือคาเฟ่กลางไร่บุญรอด ถือเป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมเส้นมันๆมากมาย

มาถึงนี่แล้วต้องทำอะไร ไม่ต้องทำอะไรฮะ เดินถ่ายรูป นั่งชิลล์ๆ สวยๆ เดี๋ยว น้องกิ๊ก(คนขับรถ)กับลุงโทนี(ไกด์) ไปจัดการให้ทุกอย่างฮะ







5.ค่ากิจกรรม ซิฟไลน์ 750 บาท/คน (1500 บาท/2คน)

กิจกรรมซิบไลน์หรือการโหนสลิง 1400 เมตร

คำถามที่ควรได้รับคำตอบ คือ "มันน่ากลัว อันตรายมั้ย" คำตอบคือไม่น่ากลัวเลยฮะ เพราะไม่เร็ว และวิวไร่ชาสวยเวอร์ แล้วมัน
อันตรายมั้ย บอกเลย นอกจากอุปกรณ์จะโครตเซฟตี้แล้ว ยังมีน้องพนักงาน 2 คนมาคอยดูแลเราด้วยครับ วางใจได้อย่างแน่นอน "i believe i can fly" ท่องไว้ครับ "ฉันเชื่อว่าฉันบินได้"







ส่วนคนน้ำหนักเยอะ ก็ไม่ต้องห่วงว่าถ้าฉันเล่นสลิงมันจะขาดมั้ย จากภาพเห็นมั้ยครับ สลิงเส้นเดียวแต่ไป 2 คน ยังสบายเลย สองคนนี้รวมกัน น้ำหนักน่าจะ 100 นิดๆนะ



6. ค่าอาหารเที่ยง 400 บาท/คน (800 บาท/2คน)

เรียบร้อยจากกิจกรรมซิปไลน์ ก็น่าจะเที่ยงกันแล้ว เราไปหาอะไรหม่ำกันดีกว่าฮะ บอกเลยว่าห้องอาหารภูิรมย์ของที่นี่ นอกจากอาหารจะอร่อยแล้ว วิวยังสวยเทพมาจุติมว้ากกกกกกกก ไม่ควรจะพลาดด้วยประการทั้งปวง ( จะพลาดได้ไงก็รวมอยู่ในทัวร์อยู่แล้วอ่ะ 55555 )







อาหารจะเป็นเซ็ตเมนู เราสามารถเลือกสั่งได้นะครับ เพียงแต่เราต้องบอกไกด์ก่อน ว่าเราของสั่งเอง  เมนูที่ไม่น่าพลาด คือยำยอดใบชาฮะ กราบกันเลยฮะ มาไร่ชาทั้งทีก็ต้องหาทานอะไรที่มัน ชินเมโจไต่ กันใช่มั้ยคร้าบบบบ

ป.ล. ไก่ย่างภูภิรมย์ของขึ้นชื่อที่นี่ผมเฉยๆนะ แนะนำให้ลองขาหมูเยอรมันแทน ฟินกว่าเห็นๆ





ป.ล. สำหรับคนที่ไม่อยากเล่นกิจกกรมซิปไลน์ (ซึ่งผมว่าไม่ควรด้วยประการทั้งปวงนะคร้าบบบบ) ทางทัวร์จะปรับเปลี่ยนแผนให้มาลองนวดไทยที่นี่ฮะ





เสร็จจาก มื้อเที่ยงแสนอร่อยกับวิวแสนงามแล้ว เราไปเที่ยวกันต่อดีกว่าคร้าบบบบบบ มาเชียงราย เรานึกถึงวัดอะไรเป็นวัดแรก ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก  ใช่แล้ว "วัดร่องขุ่น" ฮะ มาๆๆๆ ไปเยี่ยมอาจารย์เฉลิมชัยกันดีกว่าฮะ





เราปิดท้ายตารางทริปวันเน้กันที่ ร้านกาแฟในตำนานของเชียงราย กันดีก่า  (มื้อนี้เราต้องออกเองนะฮะ)

ชีวิตธรรมดา

ถึงร้านจะชื่อ "ชีวิตธรรมดา" แต่ร้านนี้ไม่ธรรมดาเลยครับ ด้วยทุนสร้างกว่า 10 ล้านบาท เนรมิตบ้านพักสไตล์อังกฤษให้ขึ้นมาอยู่บริเวณริมน้ำกก  ฟีลลิ่งของที่นี่คือ เหมือนเรามาเที่ยว มาเยี่ยมบ้านเพื่อนคนอังกฤษครับ ร้านจะรกๆหน่อย เพื่อให้คนมารู้สึกเหมือนเข้ามาในบ้านจริงๆ

อาหารแนะนำ ไม่เคยทานอาหารที่นี่ครับ แนะนำเป็นเครื่องดื่ม กาแฟ ร้อนเย็น และบานอฟฟี่ครับ











แต่เดี๋ยวก่อน...... ทัวร์นี้ใจดี  แค่เพียงคุณบอกมา ว่าไม่อยากไปร้านชีวิตธรรมดา ทางน้องกิ๊ก (คนขับ) และลุงโทน ี่(ไกด์) พร้อมจะพาคุณไปยังร้านอาหารที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็น

Melt In Your Mouth

Melt In Your Mouth "ละลายในปากแต่ไม่ละลายในมือ" ร้านตกแต่งสไตล์อังกฤษ เรียบ หรู ดูสะอาดตา ผมค่อนข้างปลื้มบรรยากาศของร้านนี้ เพราะปลอดโปร่ง โล่งสบายให้ความเป็นร้านอาหารร้านคาเฟ่สมฐานะความเป็นร้านกาแฟไฮพรีเมี่ยมของเมืองเชียงราย เครื่องทำกาแฟของร้านนี้แพงสุดๆครับ ได้ข่าวว่า 800000 กันเลยทีเดียว ไม่รู้ข่าวลือ หรือข่าวโคมลอย

ป.ล.มีโอกาสได้ชิมอาหารเช้ามาครับ ขอบอกว่า ไม่ผ่าน T__T ไม่ชอบอ่ะ ขอแนะนำเป็นเบเกอรี่และกาแฟ (ก็เครื่องชงแพงขนาดนั้นคงต้องลองกันล่ะนะ) ดีกว่าครับ กาแฟที่นี่มีหลายตัวที่เป็นสูตรของเฉพาะที่ร้าน ลองถามดูครับว่าตัวไหนแนะนำ









มโนรมย์ และ ละอองแห่งความสุข


เติมเต็มความสุขด้วยอารมณ์สุนทรีย์ที่ "มโนรมย์" ใครชอบอะไรฟรุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้ง กิ้งก่องแก้ว คงต้องมาที่นี่ล่ะครับ  เจ้าของร้านต้องการให้บรรยากาศร้านออกมาเหมือน ภาพฝันหวาน ร้านจึงได้รับตกแต่งให้ออกมาหวานแหววเหมือนภาพฝันเช่นนี้

ป.ล.ในสามร้านนี้ผมมีโอกาสได้ชิมอาหารหนักๆของร้านนี้เพียงร้านเดียว ขอบอกว่าอร่อยมากกกก อาจเป็นเพราะเจ้าของร้านคือลูกชายของ "ร้านสลุงคำ" (ร้านต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองของชาวเชียงรายมาช้านาน) เลยค่อนข้างพิถีพิถันกับอาหารสักหน่อย แถมได้เชฟจาก ซีร๊อกโก้ มาร่วมวงไพบูรณ์ด้วย อาหารมันจะไม่เริ่ดได้ไง









ส่วนใครไม่ Need ร้านฟรุ้งฟรุ้ง มุ้งมิ้ง กิ้งก่องแก้ว อยากจัดอะไรที่มันโลคอล อร่อยบ้านๆ มาถึงถิ่นพ่อขุนเม็งรายแล้ว ขอจัดแบบพื้นบ้านเถอะ จัดไปครับ ตามลิสนี้ บอก น้องกิ๊ก (คนขับ) และลุงโทนี่ (ไกด์) เลยจะไปทานร้านไหน

อาหารอีสานแซ่บๆ ก็ต้องที่ "ลาบสนามกีฬา"
ข้าวต้มกุ๊ย ก็ต้องที่ "ช.เจริญชัย"
ต้มเลือดหมู ก็ต้องที่ "เจ้สหรส"
อาหารเมืองเทพๆ ก็ต้องที่ "สลุงคำ" (หมูย่างอร่อยเทพ)

และถ้าคุณทำเวลาดี ไม่เลท ไม่สาย ทัวร์นี้ใจดีมีแถมให้นะคร้าบบบบบบ

แถมทริปไหว้พระสวยๆในเมืองให้แบบไม่อิดออด ไม่ว่าจะเป็นวัดคู่เมืองเชียงรายอย่างวัดพระแก้ว



อารามหลวงชั้นเอก อย่างวัดพระสิงห์



หรือจะเป็นวัดช้างมูบ วัดไทยใหญ่อายุกว่า 800 ปี



แต่เดี๋ยวก่อน ยังไม่พอ ยังแถมไม่พอ ยังไม่สาแก่ใจอีช้อย ถ้าคุณมาวันเสาร์ อ้อนขอ น้องกิ๊ก (คนขับ) และลุงโทนี่ (ไกด์) เลยครับ ว่าอยากไปเดินเล่น ถนนคนเดินเชียงราย ด้วย





ปิดท้ายทริปวันนี้ด้วย ชมการแสดงแสงสีจากหอนาฬิกาเมืองเชียงราย กันดีกว่า

ป.ล. อันนี้อาจต้องทิปเพิ่มให้เขาหน่อยนะครับ เพราะทัวร์จริงๆเขาจะหมด 5-6 โมง แต่การแสดงแสงสีจากหอนาฬิกามันเริ่มทุ่มนึงอ่ะ เขาปันน้ำใจให้เรา เราก็ปันน้ำใจกลับให้เขา คนไทยด้วยกันเนอะ



อันนี้เป็นตัวเลือกกรณีพิเศษ ในกรณีที่ทัวร์ทั้งหมดที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น คุณไม่ปลื้มเอาซะเลยยยยยย

กรุณาบอกไกด์ตั้งแต่ลงที่สนามบินเลยฮะ ว่าฉันมีแปลนของฉัน ฉันไม่ชอบแปลนที่ทัวร์จัดมาให้ ฉันอยากไปนอกเมือง ทางทัวร์จะจัดโปรแกรมทัวร์ที่เหมาะสมให้ใหม่ให้ทันที

อันนี้คืออีกโปรแกรมที่ผมแนะนำ เป็นอีกเส้นที่ฉีกออกไปจากโปรแกรมอันแรกฮะ เส้นทางนี้จะเป็น ไร่ชาฉุยฟง บ้านดำ และ ดอยตุง (ขออภัยด้วย ยังไม่เคยไปถึงดอยตุงไม่มีรูปเลยฮะ ดูภาพไร่ชา กับบ้านดำไปแทนล่ะกันนะฮะ)













7. ค่ารถจากโรงแรมมาสนามบิน 300 บาท

ตอนขากลับมาสนามบินทางน้องกิ๊ก และลุงโทนี จะถามเราครับว่าอยากซื้อของฝากมั้ย ถ้าอยากซื้อ พวกเขาจะพาเรามาแวะซื้อของฝากที่นี่ ถ้าถามผมมีอะไรน่าซื้อ ผมก็ไม่รุ้ฮะ แต่ผมซื้อแคปหมู หมูกระจกมาฝากที่บ้านคร้าบบบบบบ





ส่วนสุดท้ายมาดูเรื่องที่พักกันครับ

4.ค่าโรงแรมที่พัก พร้อมอาหารเช้า ผมเลือก เลอ เมอลิเดี้ยน เชียงราย ห้องพักพร้อมอาหารเช้า 2 คืน จะอยู่ที่ 5600 บาท

สำหรับผมแล้ว เลอ เมอลิเดี้ยน เชียงราย ถือเป็นโรงแรม 5 ดาวที่อยู่ใกล้ตัวเมืองที่สุดแล้วฮะ ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดของโรงแรม ทำให้ผมไม่ลังเลเลยครับที่จะเลือกที่นี่ ผมบอกเลยนะครับว่า ชีวิตนี้ผมผ่านโรงแรมมาหลายร้อยโรงแรมแล้ว ที่นี่ถือเป็นโรงแรมที่ผมจะเลือกกลับไปเยือนบ่อยครั้งมากเมื่อไปเยือนเชียงราย ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 แล้วครับ ผมบอกเลยครับ ถ้าไม่ดีจริงผมไม่กลับมาเยือนถึง 6 ครั้งหรอกครับ และถ้าให้ไปอีก ไปมั้ย ตอบโดยไม่ลังเลเลยครับ ไปแน่นอน




ถึงโรงแรมจะอยู่ใกล้ตัวเมือง แต่ตัวโรงแรมจะอยู่ติดริมน้ำกกเลยนะครับ แถมฝั่งตรงข้ามก็เป็นวัดด้วยครับ บรรยากาศดีทีเดียวครับ





ผมไม่อยากอธิบายอะไรมาก เดี๋ยวจะหาว่าผมโม้เกินจริง ให้รูปเป็นตัวบอกทุกอย่างล่ะกันฮะ

ใครอยากชมรีวิวโรงแรม Le Meridien Chiang Rai ที่นี่แบบเต็ม เชิญที่ลิงค์นี้ครับ

Le Meridien Chiang Rai



















ในส่วนของห้องพัก ตามแพคเกจทัวร์แล้ว เราจะได้ห้องแบบนี้ครับ ห้องพักในภาพเป็นห้องชั้น 4 นะ เพดานจะสูงกว่าชั้นอื่นๆ











อาหารเช้าคุณภาพโครตๆ ผมเชื่อว่าหลายๆคนจะติดใจอย่างแน่นอน





แถมท้ายด้วยภาพจากห้องประชุม ที่เพิ่งสร้างเสร็จมาดๆ



ถ้าอยู่ในโรงแรมแล้ว อะไรคือสิ่งที่ต้องลองทาน

ตั้งแต่นี้ไปไม่รวมอยู่ในแพคเกจท่องเที่ยวนะครับ นี่คือส่วนที่เราจะต้องออกเอง หลายๆคนอาจแอบกลัว โรงแรมหรูกหราแบบนี้ ราคาอาหารโหดร้ายแน่นอน แต่ผมบอกเลยว่าคุณคิดผิด

Latest Recipe บุฟเฟ่ต์มื้อเที่ยง (จันทร์-ศุกร์)

ด้วยบรรยากาศของโรงแรมและห้องอาหารบุฟเฟ่ต์ของบอกเลยว่างดงามไม่แพ้  "3 ร้านกาแฟริมน้ำกก" แน่นอน อาหารที่เสริฟในบุฟเฟ่ต์จะเป็นอาหารนานาชาติครับ มีทั้งไทย จีน ฝรั่ง ญี่ปุ่น และเบเกอรี่ สลับหมุนเวียนกันไป ส่วนในเรื่องรสชาติ ขอบอกเลยว่าไม่ได้ขี้เหร่เลยนะครับ (แต่มันก็ไม่ได้อร่อยเวอร์ประหนึ่งบุฟเฟ่ต์จากแมนดารินโอเรียลทอลหัวล่ะ 3000 หรอกนะ) ด้วย ราคา 289 บาทเน็ตรวมน้ำ ได้อาหารแบบนี้ ได้ขนมแบบนี้ ได้บรรยากาศร้านแบบนี้ รับประกันไม่มีอะไรคุ้มกว่านี้แล้วครับ

ป.ล. สิ่งที่ไม่ควรพลาดทั้งหมดทั้งปวง คือขนมหวานฮะ อร่อยจนอี "ร้านกาแฟสามร้าน" ที่ว่าดังๆ ต้องหันมาค้อนแรงๆเลยครับ ราคานี้ไปกินขนมอย่างเดียวก็โครตคุ้มแล้วฮะ












ส่วนมื้อเย็น ผมแนะนำให้ลอง ฟาโวล่าฮะ

Favola

ฟาโวล่า ห้องอาหารอิตตาเลี่ยน บรรยากาศดี๊ดีของที่นี่ เมนูอาหารเริ่มต้นที่ 160++ เท่านั้น บรรยากาศดินเนอร์ริมน้ำกกสวยๆ มีใครชอบบ้างคร้าบบบบ





อาหารในภาพคือไฮไลค์ ของที่นี่ฮะ ราคาไม่ใช่ 160++ นะคร้าบบบบ 55555  ในภาพจะมีอาหารอยู่  4 จาน เป็นเนื้อวัวแองกัส ปลาหิมะ ไก่และมะเขือม่วง แต่ผมเลือกแนะนำตัวอาหารประจำเดือน คือตัวเนื้อไก่ทอดแและสปาร์เก็ตตี้ ทำมั้ยถึงแนะนำตัวนี้ บอกเลยครับเนื้อไก่อร่อยแบบไม่ธรรมดา นุ่มมว้ากกก ชิ้นใหญ่ ผมทานกับเพื่อน 2 คน ก็ลงความเห็นเหมือนกันว่าต้องจานนี้เท่านั้น จานนี้ราคา 500++



สรุปปิดท้ายกันสักนิด

ชีวิต ดี๊ดี บินดี อยู่ดี  กับ "Bangkok airways" เส้นเชียงรายนคร
ถามตรงๆว่าคุ้มมั้ย ขอตอบตรงๆเลยเช่นกัน ถ้าคุณเป็นคนไม่ชอบความยุ่งยาก ชอบชีวิตดี๊ดีแบบราชนิกูล "ชีวิต ดี๊ดี บินดี อยู่ดี" ตอบโจทย์คุณได้อย่างแน่นอน ไปจะเที่ยวไหนก็มีคนขับรถ มีรถรับส่งให้ มีคนคอยดูแลประสานงานให้ทุกทีที่ไปเหยียบย่างไป  ถ้าอยากใช้ชีวิตเยี่ยงราชนิกูลเช่นนี้ ก็เลือกเลยฮะ ไม่ผิดหวังแน่นอน



Create Date : 30 กรกฎาคม 2558
Last Update : 28 สิงหาคม 2558 17:43:15 น.
Counter : 11447 Pageviews.

566 comment
ถ้ามีเวลา 1 วันในตัวเมืองเชียงราย จะไปไหนดี ?




เชียงราย จังหวัดเหนือสุดของประเทศไทย จังหวัดที่ชอบมีโปรสายการบินบ่อยๆ จังหวัดที่อยู่ถัดเชียงใหม่ขึ้นไปหน่อยเดียว (แต่ไม่รู้ว่ามีอะไรเที่ยวบ้าง)  ไปเชียงรายต้องไปไหน ไปเชียงรายต้องกินอะไร ไปเชียงราย...แล้วมันจะฟินเท่าเชียงใหม่หราาาาาา เอาล่ะ ก่อนนจะมีคำถามมากมายไปมากกว่านี้ ผมจะพาเพื่อนๆไปสัมผัสผิวๆกับตัวเมืองเชียงรายสัก 1 วันก่อนดีกว่า แล้วคุณก็จะรู้เชียงรายก็มีดีไม่แพ้เมืองไหนๆ

จุดที่ทำให้เราแน่ใจได้ว่าเราอยู่ในตัวเมืองเชียงราย คือ อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งราย ครับ บริเวณนี้ถือเป็นประตูของตัวเมืองเชียงรายเลยก็ว่า  ชาวเมืองเชียงรายจะเรียกบริเวณนี้กันว่า "5 แยกพ่อขุน" (ห่างจากสนามบินเชียงราย ประมาณ 10 กม)

จุดแรกเมื่อมาถึงเมืองเชียงรายแล้วเราควรต้องกราบไหว้ขอพรกับพ่อขุนเม็งรายกันก่อนเลยครับเพื่อความเป็นศิริมงคล ในชีวิต และทริปนี้



ว่าด้วยเรื่องกิน

"กองทัพต้องเดินด้วยท้อง" ว่าด้วยเรื่องกินกันก่อนเลย ขอบอกเลยเรื่องกินของเมืองเชียงรายก็ไม่ได้แพ้เมืองเชียงใหม่เลยนะ ร้านดังร้านเด็ดที่ต้องไปลองมีมากมายมหาศาล จะเอาแนวไหนล่ะ

อาหารอีสานแซ่บๆ ก็ต้องที่ "ลาบสนามกีฬา"
ข้าวต้มกุ๊ย ก็ต้องที่ "ช.เจริญชัย"
ต้มเลือดหมู ก็ต้องที่ "เจ้สหรส"
อาหารเมือง ก็ต้องที่ "สลุงคำ"

บอกเลยมีเวลาวันเดียว หากินของอร่อยในเมืองเชียงรายไม่หวาดไม่ไหวหรอกนะครับ แต่ถ้าจะให้ผม เลือกแนะนำ ก่อนอื่นเลย ผมขอเลือกแนะนำ "3 ร้านกาแฟศักดิ์สิทธิ์ริมน้ำกกของเมืองเชียงราย" ล่ะกันนะ (ที่ว่าศักดิ์สิทธิ์ ก็เพราะว่า ขายดี คนแน่น มีคนไปเจิมไม่ขาดสาย กันเลยล่ะครับ)

ชีวิตธรรมดา

ถึงร้านจะชื่อ "ชีวิตธรรมดา" แต่ร้านนี้ไม่ธรรมดาเลยครับ ด้วยทุนสร้างกว่า 10 ล้านบาท เนรมิตบ้านพักสไตล์อังกฤษให้ขึ้นมาอยู่บริเวณริมน้ำกก  ฟีลลิ่งของที่นี่คือ เหมือนเรามาเที่ยว มาเยี่ยมบ้านเพื่อนคนอังกฤษครับ ร้านจะรกๆหน่อย เพื่อให้คนมารู้สึกเหมือนเข้ามาในบ้านจริงๆ ในสามร้านที่จะแนะนำร้านนี้ถือเป็นร้านกาแฟ โครตไฮเอนร้านแรกของเมืองเชียงรายครับ

อาหารแนะนำ ไม่เคยทานอาหารที่นี่ครับ แนะนำเป็นเครื่องดื่ม กาแฟ ร้อนเย็น และบานอฟฟี่ครับ











Melt In Your Mouth

ร้านที่สองที่จะแนะนำ Melt In Your Mouth "ละลายในปากแต่ไม่ละลายในมือ" ร้านตกแต่งสไตล์อังกฤษ เรียบ หรู ดูสะอาดตา ในสามร้านที่จะแนะนำ ผมค่อนข้างปลื้มบรรยากาศของร้านนี้ที่สุด เพราะปลอดโปร่ง โล่งสบายให้ความเป็นร้านอาหารร้านคาเฟ่สมฐานะความเป็นร้านกาแฟไฮพรีเมี่ยมของเมืองเชียงราย ในสามร้านนี้ เครื่องทำกาแฟของร้านนี้แพงที่สุดครับ ได้ข่าวว่า 800000 กันเลยทีเดียว ไม่รู้ข่าวลือ หรือข่าวโคมลอย

ป.ล.มีโอกาสได้ชิมอาหารเช้ามาครับ ขอบอกว่า ไม่ผ่าน T__T ไม่ชอบอ่ะ ขอแนะนำเป็นเบเกอรี่และกาแฟ (ก็เครื่องชงแพงขนาดนั้นคงต้องลองกันล่ะนะ) ดีกว่าครับ กาแฟที่นี่มีหลายตัวที่เป็นสูตรของเฉพาะที่ร้าน ลองถามดูครับว่าตัวไหนแนะนำ















มโนรมย์ และ ละอองแห่งความสุข

เติมเต็มความสุขด้วยอารมณ์สุนทรีย์ที่ "มโนรมย์" ใครชอบอะไรฟรุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้ง กิ้งก่องแก้ว คงต้องมาที่นี่ล่ะครับ  เจ้าของร้านต้องการให้บรรยากาศร้านออกมาเหมือน ภาพฝันหวาน ร้านจึงได้รับตกแต่งให้ออกมาหวานแหววเหมือนภาพฝันเช่นนี้ เท่านั้นยังไม่พอครับ เพราะความชวนฝันมันลามไปถึงอาหารกันเลยล่ะ เพราะนอกจากรสชาติอาหารของที่นี่จะอร่อยแล้ว  หน้าตาอาหรของที่นี่ก็ต้องสวยเกินหน้าเกินตารสชาติไปอีกสองสเต็ป  และปิดท้ายด้วยพนักงานของที่นี่ก็ขี้เหร่ไม่ได้ คัดแต่พนักงานหนุ่มหน้าตาดีไว้บริการสาวๆ เพราะภาพในฝันมันไม่เคยมีอะไรขี้เหร่ใช่มั้ยๆ (นอกจากฝันร้าย)

ป.ล.ในสามร้านนี้ผมมีโอกาสได้ชิมอาหารหนักๆของร้านนี้เพียงร้านเดียว ขอบอกว่าอร่อยมากกกก อาจเป็นเพราะเจ้าของร้านคือลูกชายของ "ร้านสลุงคำ" (ร้านต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองของชาวเชียงรายมาช้านาน) เลยค่อนข้างพิถีพิถันกับอาหารสักหน่อย แถมได้เชฟจาก ซีร๊อกโก้ มาร่วมวงไพบูรณ์ด้วย อาหารมันจะไม่เริ่ดได้ไง













ถามว่า 3 ร้านนี้ราคาเป็นไง ตอบแบบไม่ต้องอวยกันเลยดีกว่า "แพง" ครับ ต่อคนนี่ขั้นต่ำ 300-400 บาท ได้ฟังแบบนี้แล้ว คนที่เบี้ยน้อยหอยน้อยก็คงหมดสิทธิฟินสินะ? T__T  ไม่ต้องน้อยใจไปสำหรับคนที่ งบมีจำกัด เพราะสวรรค์ยังมีทางเลือกให้กับคนดีเช่นคุณ แนะนำให้ไปฟินกับบุฟเฟ่ต์อาหารกลางวันในราคา 289 บาท พร้อมเครื่องดื่ม ที่ le meridien chiang rai ครับ

บุฟเฟ่ต์อาหารกลางวันในราคา 289 บาท พร้อมเครื่องดื่ม ที่ le meridien chiang rai (จ-ศ)

ด้วยบรรยากาศของโรงแรมและห้องอาหารบุฟเฟ่ต์ของบอกเลยว่างดงามไม่แพ้  "3 ร้านกาแฟศักดิ์สิทธิ์ริมน้ำกก" แน่นอน แถมที่นี่ก็ติดริมน้ำกก อีกด้วยเช่นกัน อาหารที่เสริฟในบุฟเฟ่ต์จะเป็นอาหารนานาชาติครับ มีทั้งไทย จีน ฝรั่ง ญี่ปุ่น และเบเกอรี่ สลับหมุนเวียนกันไป ส่วนในเรื่องรสชาติ ขอบอกเลยว่าไม่ได้ขี้เหร่เลยนะครับ (แต่มันก็ไม่ได้อร่อยเวอร์ประหนึ่งบุฟเฟ่ต์จากแมนดารินโอเรียลทอลหัวล่ะ 3000 หรอกนะ ด้วยราคา 289 บาทเน็ต ได้อาหารแบบนี้ ได้ขนมแบบนี้ ได้บรรยากาศร้านแบบนี้ รับประกันไม่มีอะไรคุ้มกว่านี้แล้วครับ)




ว่าด้วยเรื่องเที่ยว

จบเรื่องกินกันไปเบาๆกับ 4 ร้านที่ไม่น่าพลาด (วันนึงกินกันได้กี่มื้อกันล่ะเนี้ยะลองไปคำนวนกันเอาเองนะครับ ใครเหมาะกับร้านไหน อะไรยังไง ) เอาล่ะครับ ถึงตอนนี้ มาพูดถึงเรื่องเที่ยวกันบ้าง 1 วันที่อยู่ในตัวเมืองเราจะไปเที่ยวไหนกันดี สำหรับผม ผมขอแนะนำการเที่ยวชมเมือง ด้วยรถราง เพื่อเรียนรู้ ตัวเมืองเชียงรายกันครับ

เที่ยวชมตัวเมืองเชียงราย ด้วยรถราง

ฟังๆดูแล้ว อาจดูไม่น่าสนใจ จนอาจเผลออุทาน  "อี้ อะไรอ่ะ? ให้มาเสียตังชมทัววร์วัฒนธรรม เงินฉันไม่เหลือหรอกนะ โดน อี 3-4 ร้านข้างบนดูดไปหมดแล้ว" แต่ขอโทษครับ ทัวร์เที่ยวรอบเมืองเชียงรายนี้ เที่ยวฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ย้ำฟรี และ ไม่มีค่าใช้จ่าย คร้าบบบบ ใช้เวลาเที่ยว 1-2 ชั่วโมง วันนึ่งจะมี 2 รอบเท่านั้น 9.30 น และบ่าย 13.30 น

สถานที่เที่ยวจะถูกปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม ไม่ตายตัวเสมอไปครับ จะชมสถานที่รอบๆเมืองประมาณ 7-8 แห่ง เราไปดูกันคร่าวๆดีกว่าว่าทัวร์นี้มีอะไรน่าสนใจกันบ้าง

นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ที่กำลังปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์  ตอนนี้ที่นี่เป็นที่เก็บราชรถที่จะเอาไว้ใช้ในงานสำคัญต่างๆของเมืองเชียงราย ( ใครที่เคยฝันไว้ว่าอยากได้ราชรถมาเกย ส่องไว้เลยครับ อยากได้คันไหนมาเสย อิอิ )

ราชรถส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบฉบับล้านนา มีทั้งแบบจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน ฯลฯ

ในส่วนของราชรถเชียงรายจะเป็นคันสีเงินทั้งคัน อย่างในภาพ ใครสนใจลองแวะมาชมกันดูได้

จุดต่อไปที่จะพาไปชมคือ "วัดพระสิงห์" วัดแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงห์จากเมืองลังกา (ตอนนี้ถูกอัญเชิญไปประดิษฐานที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ กทม แล้วครับ)

ถึงแม้องค์พระพุทธสิหิงห์จะไม่ประดิษฐานอยู่ที่วัดแห่งนี้แล้ว แต่ทางเมืองเชียงรายก็ดูแลรักษาพระอุโบสถเป็นอย่างดีและสร้างองค์พระจำลองมาประดิษฐานแทน ไม่ปล่อยให้รกล้าง ทรุดโทรมไป

บานประตูไม้แกะสลักจากไม้ชิ้นเดียวโดยฝีมือศิลปินแห่งชาติอย่างอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ที่หน้าพระอุโบสถใหม่ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลที่ไม่ควรพลาด ตอนนี้ถือเป็นงานศิลปะที่มีค่ามากมายมหาศาลของเมืองเชียงราย เรียกว่าไม่สามารประเมินค่าเป็นตัวเงินได้กันเลยล่ะ

"วัดพระแก้ว" ถือเป็นวัดสำคัญอีกวัดของเมืองเชียงราย (สำหรับผมให้ความสำคัญกับวัดนี้เป็นอับดับหนึ่งเลยล่ะ) วัดแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตจากเมืองลาว (ตอนนี้ถูกอัญเชิญไปประดิษฐานที่พระศรีรัตนศาสดารามที่ กทม แล้วครับ) ใครไม่เคยมาเยือนต้องลองมาสัมผัสกันสักครั้งครับ ที่นี่ร่มเย็นและเงียบสงบมาก สมกับเป็นวัดคู่เมืองอันดับหนึ่งของเมืองเชียงราย

"วัดพระธาตุดอยจอมทอง" ที่นี่ถือเป็นจุดกำเนิดของเมืองเชียงรายก็ว่าได้ ( ใครอยากรู้ว่าเรื่องราวเป็นยังไงต้องไปนั่งรถรางฟังไกด์เล่าเอาเองล่ะกัน อิอิ )

นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งเสาสะดือเมือง 108 หลัก ที่ชาวเมืองเชียงรายช่วยกันสร้างขึ้นตามหลักความเชื่อของจักรวาลในศาสนาฮินดู เพื่อเป็นการสักการะในคุณความดีของพ่อขุนเม็งรายอีกด้วย

"วัดมิ่งเมือง" อีกหนึ่งวัดสำคัญของเมืองเชียงราย รูปแบบของวัดนี้จะต่างจากวัดอื่น เพราะแอบออกไปทางไทยใหญ่ซะมากกว่า เพราะเป็นวัดที่มเหสีของพ่อขุนเม็งรายมาปฏิบัติธรรมบ่อยๆ (พระมเหสีของพ่อขุนเม็งรายเป็นชาวเมืองพม่า)

จุดที่รถรางจะผ่านเป็นจุดสุดท้าย น่าจะเป้นที่นี่ครับ "สวนตุงและโคม" เมืองเชียงราย สวนสาธารณะกลางเมืองเชียงราย ในช่วงปลายเดือน 12 ทางสวนตุงจะมีจัดงานเทศกาลดอกไม้งามเมืองเชียงรายด้วย ใคชอบดอกไม้เมืองหนาาวน่าจะเป็นปลื้มกัน ไฮไลของงานนี้ก็คือ ทิวลิป นี่แหละคร้าบบบ เห็นว่าปีนี้มีทิลิปสีรุ้งด้วย

ส่วนใครมาเที่ยวตัวเมืองเชียงรายในวันเสาร์ ที่นี่ก็ไม่น้อยหน้าเมืองเชียงใหม่นะจะบอกให้ เพราะมี"ถนนคนเดินเมืองเชียงราย"เช่นกัน ถึงแม้ของขายอาจจะดูอ่อนด้อยกว่าทางเชียงใหม่ไปหลายช่วงตัวอยู่ก็ตามที แต่เดินเอาเพลิน เอามัน เอาชิลล์ เอาอร่อยก็ได้อยู่นะ

ถ้าใครเดินถนนคนเดินในวันเสาร์อย่ามัวแต่เดินกันจนเพลิน เพราะ ช่วง 1 ทุ่ม 2 ทุ่ม 3 ทุ่ม ของทุกวัน
จะมีการแสดงแสงสีเสียงที่ "หอนาฬิกาเมืองเชียงราย" (ที่ออกแบบโดยอาจารย์เฉลิมชัย)กลางเมืองเชียงรายด้วยนะจ้า ไหนๆก็เดินผ่านอยู่แล้ว อย่าลืมแวะไปดูกันน้าาาาา

เอาล่ะครับ ถ้าเรามาเที่ยวเชียงรายแต่เรามาเที่ยวแค่ตัวเมืองเชียงรายเพื่อนๆอาจบอกว่ามันยังไม่ฟิน ไม่งั้น ผมพาออกไปเที่ยวรอบนอกเมืองแบบไม่ไกลกันบ้าง

"ขั้วศิลปะ" แหล่งรวมความงามศิลปะของศิลปินเมืองเชียงราย ที่นี่อยู่ไม่ห่างจากตัวเมืองเชียงราย การจะเดินทางมาที่นี่ถ้าไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ก็สามารถนั่งรถโดยสารประจำทาง(ไปทางแม่สาย)จากท่ารถในตัวเมือง ช่วงที่ผมไปเป็นงานจัดแสดงศิลปะที่เกี่ยวกับอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

ที่นี่จะมีห้องอาหารอยู่ด้วยครับชื่อ "ครัวศิลปิน"  เท่าทีชิมมารสชาติอาหารใช้ได้นะครับ เนื้อผัดพริกไทดำอร่อยมั่กๆ แต่ราคาโหดร้ายมากกกกกกกก โดยเฉพาะลาบปลาแซลม่อนจานนี้ 300 กว่าบาทกันเลยทีเดียว

"บ้านดำ"  หมู่บ้านพิพิธภัณฑ์งานศิลปะของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี อยู่ไม่ห่างจาก "ขั้วศิลปะ" สักเท่าไหร่ เราสามารถจัดทริปรวมกันได้ ใครชอบงานศิลปะสไตล์ของอาจารย์ถวัลย์  ดัชนี ก็ไม่ควรจะพลาดด้วยประการทั้งปวง

พูดถึงบ้านดำแล้ว ไม่พูดถึง "วัดขาว" ได้ไงใช่มั้ย การเดินทางมา "วัดขาวหรือวัดร่องขุ่น" ถ้าไม่มีรถยนต์ส่วนตัวก็ไม่ยากเลยครับ  เริ่มต้นจากท่ารถบัสในเมือง จะมีมีรถบัส รถสองแถวผ่านไปเส้นนั้นตลอด ค่าไดยสารประมาณ 20 บาท สำหรับคำอธิบายสำหรับวัดนีัสำหรับผม  "วัดนี้คือคำจำกัดความในงานศิลปะอาจารย์เฉลิมชัยครับ เหมือนบ้านดำที่เป็นคำจำกัดความในงานศิลปะของอาจาร์ถวัลย์ ดัชนี เช่นกัน

ถัดจากขั้วศิลปะมาประมาณ 15 นาที เราจะถึงอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอีกหนึ่งที (เรียกว่า สถานที่ท่องเที่ยวได้มั้ยหว่า) ที่นี่คือ มหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในประเทศไทยครับ "มหาลัยแม่ฟ้าหลวง" ความงดงามของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ จัดเป็นอีกหนึ่งสถานที่ๆน่ามาเยือนจริงๆ ใครที่จะขับรถออกไปเที่ยวทางแม่สายแนะนำให้แวะเข้ามากราบสมเด็จย่า และพระเจ้าล้านทองเพื่อความเป็นศิริมงคลในในการเดินทางด้วยก็จะดีมั้ยน้อย

สวนจีน คณะเรียนภาษาจีนของที่นี่

ช่วงที่ไปดอกประดูแดงออกดอกแดงเต็มต้นทีเดียวครับ งดงามมากกกก

พระเจ้าล้านทอง พระคู่มหาลัยของที่นี่

ที่เที่ยวใกล้ตัวเมือง ที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ "สิงค์ปาร์คหรือไร่บุญรอด" ใครรัก ต้นไม้ ใบหญ้า ท้องฟ้า แสงแดด สายลม ดอกไม้ สัตว์โลกและไร่ชา คงจะปลื้มกับที่นี่แน่นอน การจะมาที่นั้นอาจต้องอาศัยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถแท๊กซี่เท่านั้น ตอนนี้ที่นี่ยังไม่เสียค่าเข้านะครับ ภายในสิงค์ปาร์คจะมีจุดท่องเที่ยวอยู่หลายโซนทีเดียว แต่โซนที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผมคือกิจกรรมโหนสลิง 4 ฐาน 800 บาทต่อคน ส่วนใครสนใจจะแวะทานอาหารที่นี่ก็มีบุฟเฟ่ต์ราคาไม่แพงบริการในมื้อเที่ยง(ประมาณ 300 บาท)และมีอาหารสั่งตามเมนูในมื้อเย็น



ว่าด้วยเรื่องที่พัก

เอาล่ะครับ เรามาจบกันด้วยเรื่องที่พักกันดีกว่า ไปเชียงรายพักไหนดี ? `

จำได้มั้ยครับเราเริ่มต้นรีวิวจากห้าแยกพ่อขุน ผมก็ขอจบรีวิวนี้ที่ห้าแยกพ่อคุณเช่นกัน โรงแรมดีๆที่ใกล้ 5 แยก พ่อขุนมากที่สุด คือที่นี่ครับ รสา บูทิค เชียงราย

รสา เป็นโรงแรมบูทิคขนาดเล็ก การตกแต่งเน้นสไตล์โมรอคเคียน(ที่ไม่ค่อยจะสุดนะครับ) เอาเป็นว่า เรียกว่าเป็นโรงแรมคอนเทมโพรารี่ที่ได้การตกแต่งสไตล์โมรอคโคเป็นแรงบรรดาลใจ เอาล่ะครับผมพาไปสำรวจดีกว่าที่นี่มีอะไรน่าสนใจ

ลอบบี้ของที่นี่ สำหรับผมแล้ว ดูไม่แกรนเอาซะเลย เป็ลอบบี้ขนาดเล็กๆน่ารักๆ มีมุมให้ถ่ายรูปมุ้งมิ้งอยู่บ้าง

เวลคัมดริ้งที่นี่เป็เวลคัมดริ้งที่ไฮโซกว่าโรงแรมไหนๆที่เคยไปมา เพราะมันคือน้ำครอโรฟิลคร้าบบบบบ

ถึงจะเป็นโรงแรมขนาดเล็ก ก็มีสระว่ายน้ำไว้บริการด้วยนะคร้าบบบบ ขนาดของสระว่าน้ำก็ไม่ได้ไก่กาอาราเร่เลย ออกจะกว้างพอดูทีเดียว

ใกล้ๆสระว่ายน้ำจะมีบาร์ให้ด้วยครับ บาร์ที่นี่จะเปิดเฉพาะช่วงกลางคืน บรรยากาศดีทีเดียว ยิ่งช่วงหน้าหนาวขอบอกเลยว่าจบ ฟินนนน (แต่น่าจะไม่งามในหน้าฝน)

ห้องอาหารหนึ่งเดียวของที่นี่ อาหารที่นี่นอกจากรสชาติจะดีแล้วราคาก็ไม่แพงด้วยนะครับ เมื่อเทียบกับอาหารข้างนอก ผมกินเต๊่ยวเนื้อในเมืองชามนึงก็ 80 บาทแล้ว  อาหารที่นี่เริ่มต้นที่ 100 นิดๆเท่านั้น แถมไม่มี ++ ด้วย

เมนูนี้ชื่อ.....เออ.... ช่างมันเถอะ เป็นน้ำอัญชันมะนาวผสมโซดาครับ เปรี้ยวหวานซาบซ่า

รสาสลัดกับ เดรสซิ่งรสา น้ำสลัดสูตรพิเศษของที่นี่

ออเดริฟเมือง เซ็ตใหญ่ไม่เบาแต่ราคาไม่แรงนะ จำได้ว่า 100 ก่าๆ

จานนี้แอบแพงนิด 300 ก่าๆ ไส้กรอกพรีเมี่ยมรวม (ไม่ใช่เหมือนบิ๊กไบท์ใน 7-11 นะ) ทานกับเส้นหมี ผัดอร่อยไปอีกแบบ

มาลองของหวานกันบ้าง เมล่อนฟรุ๊ตสลัด เห็นว่าใช้เมล่อนจากฮอกไกโด ใครชอบเมล่อนต้องลองครับ

เสาวรสชีสเค้ก ไม่ค่อยมีร้านไหนทำนะ ใครชอบทานชีสเค้ก ลองดูครับ

บูลเบอรี่ชีสพาย อร่อยแบบไม่ต้องสืบ

ส่วนอาหารเช้า ไลน์อาหารถึงจะดุมีไม่เยอะสักเท่าไหร่ แต่โดยรวมก็เพียงพอสำหรับมื้อเช้าแล้วครับ ส่วนรสชาติ  ก็อาหารทั่วไปนะ ไม่โดดเด่นอะไร


เอาล่ะครับไปชมห้องพักกันดีกว่า โดยรวมห้องพักจะมี รูมไทพ์เดียว  แต่จะมีหนึ่งห้องพิเศษที่ต่างออกไป 1 ห้องเท่านั้น

เราไปดูห้องธีมสีเขียวน้ำตาลกันก่อน

ส่วนผมชอบห้องห้องธีมสีฟ้าม่วง

อันสุดท้าย เป็นธีมสีส้มสดใส ใครชอบอะไรสว่างๆต้องห้องนี้เลยครับ

ส่วนห้องพิเศษ ห้องสวีทมีเพียง 1 ห้องเท่านั้น ายในโรงแรม ขนาดเท่า 2 ห้องต่อกัน ผมว่าห้องนี้เป็นห้องที่สวยที่สุดเลยครับ

ห้องน้ำอาจเล็กไปสักนิด ทุกห้องๆน้ำเป็นแบบนี้หมดครับ มีน้ำอุ่น มี สายชำระ สำหรับผม เพียงพอล่ะ แต่น้ำฝักบัวเบาไปหน่อยนะ

ก่อนจบไดอารี่กันคงต้องพูดเรื่องการเดินทางกันสักนิดสักหน่อยจะดีกว่า

การเดินทางมาเชียงรายนั้นสะดวกมากมาย มีหลายวิธีมากมาย แต่ผมคงไม่แนะนำให้เดินทางกับเจ้เกียวนะครับ เพราะจ่ายต่างกันไม่กี่บาท ใช้บริการโปรสายการบินจะคุ้มค่ามากมายกว่านะ ปีทีแล้วช่วงที่ผมไป โปรที่คุ้มที่สุดจะเป็นของ Bangkok airways 1000 ต้นๆ แต่เรียกว่าอิ่มตั้งแต่ภาคพื้นดินยันบนฟากฟ้าสวรรค์ (จ่ายแพงกว่าสายการบินอื่น 200 บาท แต่คุ้มผิดกันลิบลับ) แถมอาหารที่เสริฟบนเครื่องบินตอนนี้ก็เปลี่ยนเป็นอาหารร้อนจากเชฟหมึกแดงแล้วด้วยครับ

ภาพจากเลาจน์ผู้โดยสารปกติ มีอาหารเสริฟในเลาจน์เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่เป็นสเน็ค

ส่วนเลาจน์บูลริบบ้อน อาหารที่เสริฟจะอลังเพิ่มขึ้นพอตัวอยู่ ไม่รู้ว่า AIS เซเรเนดจะยังใช้สิทธิเข้า ได้มั้ยนะ


ส่วนอาหารบนเครื่อง ผมว่าแบบนี้โอแล้วครับไม่ต้องหลายไอเทม แต่เอาเจ๋งๆไปเลยสักไอเทม เมนูนี้ข้าวไก่พลโล้ครับ อร่อยได้โล่ห์อยู่นะ

บอกเลย ข้อมูลในรีวิวนี้ ไม่สามารถเที่ยววันเดียวได้หมดอย่าแน่นอน เอาเป็นว่าผมขอสรุปคร่าวเป็นทริปให้สัก 2 ทริป ที่แตกต่างกันนิดหน่อย เผื่อมีคนสนใจลอกการบ้าน

ทริปที่1

9.00 ไหว้พ่อขุนเม็งราย (ฟรี)
9.30 เที่ยวชมรอบตัวเมืองเชียงรายด้วยรถราง (ฟรี)
11.00 แวะทานอาหารบุฟเฟ่ต์ที่เลอเมอลิเดี้ยนเชียงราย 269-/คน
14.00 ไปวัดร่องขุน (ฟรี)
15.00 ไร่บุญรอด  (ฟรี)
17.30 ไปถนนคนเดิน (วันเสาร์) (ฟรี)
19.00 ชมการแสดงไฟที่หอนาฬิกา) (ฟรี)
19.30 ทานอาหารเย็นที่ร้าน ช เจริญชัย  หรือ สลุงคำ

ทริปที่2

9.30 ไหว้พ่อขุนเม็งราย (ฟรี)
10.00 ชมงานศิลปะที่ขั้วศิลปะ บ้านดำ และ ม.แม่ฟ้าหลวง
12.30 แวะทานอาหารเที่ยงที่ร้าน มโนรมย์ ชีวิตธรรมดา หรือ เมล อิน ยัวร์ เมาท์
13.30 เที่ยวชมรอบตัวเมืองเชียงรายด้วยรถราง (ฟรี)
15.00 ไร่บุญรอด
17.30 ทานอาหารเย็นที่ห้องอาหารภูิรมย์ไร่บุญรอด
19.00 ชมการแสดงไฟ (หอนาฬิกา) (ฟรี)

ติดตาม รีวิวเต็มๆได้ที่นี่นะครับ กดลิงค์ตามไปกันเลยฮะ

 รีวิว ถ้ามีเวลา 1 วันในตัวเมืองเชียงราย จะไปไหนดี ?




Create Date : 18 มกราคม 2558
Last Update : 12 มิถุนายน 2559 9:30:11 น.
Counter : 172237 Pageviews.

183 comment
มาเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวเมืองนอกกันเถอะ


เวลาผมเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไหนสักแห่ง ไม่ว่าเป็นที่ๆผมไม่เคยไป ที่ๆเดินทางไปยากลำบาก หรือเป็นที่ผมไม่คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรื่องต่างประเทศ สิ่งที่ผมต้องสำรวจก่อนเสมอคือที่ๆจุดนั้นใกล้ร้านสะดวกซื้อมั้ย ถ้าในประเทศแค่รู้ว่าใกล้ร้านสะดวกซื้อมันก็โอแล้ว แต่ถ้าเป็นต่างประเทศล่ะ บางทีก็จนปัญญาจะทราบได้ว่ามันมีมั้ย แถมของที่ขายในร้านแพงมั้ย รสชาติเป็นไง แล้วจะถูกจริตคนไทยมั้ย ปัญหาเหล่านี้แก้ได้ไม่ยากครับ แค่เราต้องเตรียมบางอย่างที่ถูกจริตกับเราไปกันเองบ้างนิดๆหน่อยๆ



ผมขอพูดหลักๆสามอย่างเท่านั้น เพราะพูดเยอะไปก็ขนไปกันไม่หมด

1 เครื่องดื่ม ในเมื่อเราเอาแบบน้ำไปไม่ได้ แนะนำเอาแบบแห้ง แบบผง พกพาไปครับ แนะนำเป็นกาแฟสำเร็จรูป หรือชาซองรสโปรด บางคนอาจคิดว่าไม่จำเป็น ขอบอกเลยครับ มีไว้ดีกว่าไม่มี บางทีมันก็มีประโยชน์นะครับ อย่างบางคนชอบทานชาคาโมมาย หลังอาบน้ำ เพื่อให้นอนหลับสบาย อย่างบางทีกาแฟร้อนๆ สักแก้วในห้องพัก เวลาหนาวๆก็โอเลยนะครับ ใครชอบอะไรก็จัดตามใจกันไป



ในภาพจะเป็นกาแฟกาแฟสำเร็จรูป 3 อิน 1 ยี่ห้อซุปเปอร์คอฟฟี่บราวน์คอฟฟี่ ตัวนี้จะมีกลิ่นหอมๆคล้ายๆกลิ่นในร้านกาแฟ รสชาติแอบหวานหอมกว่ารสอื่นเพราะมีส่วนผสมของบราวน์ซูการ์ ใครที่ชอบใส่บราวน์ซูการ์ ในกาแฟเหมือนผม น่าจะชอบกาแฟตัวนี้ได้ไม่ยาก เห็นตอนนี้มีเจ้าเดียวนี่แหละที่ใส่บราวน์ซูการ์ ราคาก็ไม่ได้แพงอะไรตกซองล่ะ 3 บาทกว่าเอง

ส่วนพวกชา แนะนำให้พกกลิ่นที่ชอบไปเลยครับ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ซื้อหรอกครับ แฮบเอามาจากเวลาไปนอนโรงแรมต่างๆ เวลาเราไปเที่ยวกลับมาเหนื่อยๆ ได้ดื่มอะไรที่เป็นแก้วโปรดเรา ขอบอกเลยครับว่ามัน สบายใจผุด

2 ยา คือสิ่งที่ขาดไม่ได้จริงๆครับ  ผมแนะนำยาแก้หวัด ยาดม ยาแก้แพ้เลยครับ ส่วนยานวดคลายกล้ามเนื้อ ขอบอกว่ามีประโยชน์มากกกกกกในการท่องเที่ยวที่เดินเยอะๆ พกไปได้ให้พกไป ใช้ไม่ใช้ว่ากันอีกที เวลาเราป่วยคงไม่มีใครอยากลากสังขารโทรมๆเดินไปหาซื้อยาในเมืองที่เราไม่รู้จักใช่มั้ยครับ

ส่วนสบู่ในภาพเป็นสบู่ก้อนผมชอบสบู่ก้อนอ่ะรู้สึกอาบแล้วสะอาดกว่าสบูเหลว(ความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ)



ป.ล.เป็ดในภาพผมพกไปทุกทริปนะครับ เอาไว้เป็นพรอบถ่ายภาพ

3 อาหาร อาหารที่คุณจะขนไปได้สะดวกและทำให้คุณหายคิดถึงสยามเมืองยิ้มที่สุด คือบะหมี่กึ่งงสำเร็จรูป บอกเลยว่าการไปเที่ยวต่างประเทศปัญหาใหญ่อีกเรื่องคือเรื่องอาหารครับ ไม่ว่าคุณจะชอบอาหารชาตินั้นๆขนาดไหนขอบอกเลยครับทนได้ไม่เกิน 5 วันแน่นอน ผมเป็นคนชอบอาหารญี่ปุ่นมากกกกกกกกก ไปญี่ปุ่น 10 วัน ขอบอกเลย คิดถึงอาหารไทยมากกกกก ที่โน่นไม่มีอะไรแซ่บแสบปากเลยยยย



แนะนำ
พกแบบซองไว้กินแบบกรุบกรอบ ระหว่างเดินทาง
พกแบบถ้วยไว้กินแบบจัดเต็ม เวลาอยู่ในห้องพัก สำหรับผมขอจัดเต็มแบบแซ่บแสบปาก รสต้มยำ ต้มโคล้งเท่านั้น คุณค่าที่พัก..สบายคู่ควร

ผมขอเลือกสามอย่างนี้ยัดลงไปในกระเป๋าด้วย คิดว่าไม่น่าจะเปลืองพื้นทีอันมีค่าของเป๋าใบน้อยๆสักเท่าไหร่ คงไม่ต้องถึงกับต้องซื้อน้ำหนักเพิ่มกันหรอกมั้ง ทริปคราวหน้าจะไปไหนกัน ลองเก็บข้อมูลเล็กๆน้อยๆไว้ใช้ รับรองว่ามีประโยชน์ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน  



Create Date : 03 ตุลาคม 2557
Last Update : 4 ตุลาคม 2557 14:48:12 น.
Counter : 3836 Pageviews.

1 comment
1  2  3  

Paksabuy
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 337 คน [?]



free counters
Free counters