Group Blog
 
All blogs
 

..เขาใหญ่..ที่พักใจของใครหลายๆ คน

นานๆ มาอัพ blog กะเขาสักที พาคนดีไปเที่ยวเขาใหญ่ดีกว่า




... อช.เขาใหญ่ ที่ใครๆ ก็รู้จักกันดีแต่นานๆ ทีฉันถึงจะได้ไป...หนาวสุดท้ายต้นเดือนแห่งความรัก..ก่อนออกเดินพวกเราวางแผนกันไว้คร่าวๆ ว่าจะออกเดินทางกันตอนบ่ายของวันศุกร์ 2 ก.พ. 50 แล้วกางเต็นท์นอนกันที่สันเขื่อนลำตะคองเพราะมีเพื่อนอีกคนรอเราอยู่ที่นั่น ไปๆ มาๆ กว่าจะออกจากกรุงเทพก็เกือบ 5 โมงเย็นพวกเรา 4 ชีวิต นั่งรถทัวร์ป.1 โดยมีจุดหมายแรกอยู่ที่เขื่อนลำตะคอง







...จากทีแรกที่ตั้งใจว่าจะไปนอนที่สันเขื่อน ก็ต้องเบนเข็มเปลี่ยนทิศไปนอนกันค้างกันที่ศาลาพักรถ บริเวณจุดชมวิวริมถนนมิตรภาพแทน กว่าจะไปถึงก็ค่ำเต็มที ต้องลำบากเพื่อนซื้อข้าวซื้อน้ำไว้คอยท่า หลังจากที่ไปถึงพวกเราก็จัดการเตรียมที่เตรียมทาง ปูกราวด์ชีต ขึ้งเต็นท์กั้นลม เสร็จสรรพก็นั่งล้อมวงใครใคร่กิน..กิน ใครใคร่ก๊ง..ก๊ง ใครใคร่คุย..คุย...





... แม้เราจะนอนกัน(เกือบ)ริมถนน แต่บรรยากาศคืนนั้นดีจริงๆ คืนวันเพ็ญเห็นพระจันทร์ลอยเด่นดวงกลมโต ถึงแม้จะเป็นต้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่อากาศตอนนั้นหนาวเข้าขั้นเป็นหนาวสุดท้ายของปี....ลมหนาวพัดมาชวนให้ร่ำสุรากันหนาว ละอองหมอกลอยเอื่อย เสียงจักจั่น เรไร ระงม เรานั่งชมแสงรถไฟที่ผ่านไปยามค่ำคืน ชมพระจันทร์เต็มดวงที่ลอยเด่นอยู่บนฟ้า ส่องแสงนวลตาน่าชื่นชม....พวกเรานั่งคุยกันเบาๆ ดื่มเหล้าเคล้าบรรยากาศจนถึงเที่ยงคืนเพื่อนที่อยู่ที่นั่นจึงขอตัวกลับบ้าน...


... เช้าตรู่ของวันที่ 3 ก.พ. 50 ตื่นขึ้นมาเตรียมตัวเดินทางกันต่อ หลังจากเก็บข้าวของเสร็จแล้วก็เดินไปหาของกินรองท้องกัน บริเวณจุดพักรถ ของกินหาง่ายเพราะมีร้านค้าคอยบริการอยู่ตั้งแต่เช้า ห้องน้ำห้องท่าก็สะดวกสบายแถมสะอาดสะอ้านดี พวกเราแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว ล้างหน้าแปรงฟันกันดีแล้ว ก็มานั่งล้อมวงกินข้าวเช้าพลางวางแผนเดินทางสำหรับวันนั้นกันไปพลาง โดยตกลงกันว่าเราจะไปลงน้ำกันก่อนที่บ้านน้ำผุด แล้วค่อยขึ้นเขาใหญ่ตอนบ่ายๆ ไปนอนเล่นกันที่ อช.อีกสักคืนก่อนกลับบ้าน...ว่าแล้วเราก็ออกเดินทางกันโดยนั่งรถประจำทางไปลงบริเวณปากทางเข้าเขื่อนลำตะคองเพราะน่าจะหารถเข้าปากช่องได้ง่ายกว่า...หลังจากนั้นก็ต่อสองแถวขึ้นเขาใหญ่ ...





... เมื่อรถสองแถวมาถึงปากทางเข้าบ้านน้ำผุด เราก็ลง...เดินกันไปหยอกล้อเล่นกันไปได้สักพักก็มีรถปิคอัพใจดีผ่านมา ให้พวกเรา 4 ชีวิตอาศัยไปลงที่บ้านน้ำผุด....ตอนแรกนึกว่าจะเป็นแอ่งเล็ก แต่มันไม้ได้เป็นอย่างที่นั้น...มันค่อนข้างใหญ่ทีเดียว กั้นเขื่อนให้น้ำตกลงมาเป็นสามชั้น ชั้นบนสุดเป็นบริเวณตาน้ำที่ผุดขึ้นมา ชั้นที่สองและสามผู้คนนิยมมาเล่นน้ำกัน







...น้ำบริเวณนั้นใสเย็นเป็นแอ่งใหญ่ ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดจากตาน้ำที่ผุดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ พวกเราใช้เวลาเล่นน้ำกินข้าวถ่ายรูปอยู่ที่นั่นนานพอควร เกือบบ่ายถึงได้เก็บข้าวของออกเดินทางต่อ...โชคเป็นของพวกเราในการเดินทางครั้งนี้จริงๆ มีรถปิคอัพใจดีจอดรับเราให้อาศัยขึ้นเขาใหญ่ด้วย..แถมไปส่งให้ถึงผากล้วยไม้อันเป็นที่หมายในการตั้งแคมป์ในคืนนี้อีกด้วย ...










....วันนั้นคนที่ขึ้นไปนอนค้างบนเขาใหญ่เยอะมากที่เดียว กว่าจะหาทำเลดีๆ กางเต็นท์ก็ใช้เวลาเยอะอยู่...หลังจากเดินวนหาที่วางเพื่อกางเต๊นท์ได้แล้ว พวกเราก็ช่วยกันจัดที่หลับที่นอนแล้วก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว กินข้าวบ้าง อาบน้ำบ้าง นั่งคุยกันเล่นรอเวลาไปเดินเล่นยามเย็นก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน....อากาศตอนนี้กำลังเย็นสบาย เราไปเดินเล่นกัน ที่ที่เราไปเรียกว่าอะไรไม่รู้ละเราเดินเลาะถนนกันไปเรื่อยๆ จนถึงบริเวณนึงก็วกขึ้นไปบนเนิน ไปบริเวณลานสำหรับจอดฮ. เราเดินกันไปไม่ไกลมากถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆ เดินดูรอยเท้าสัตว์ แล้วก็คุยกันว่าน่าจะเป็นตัวอะไร อยู่ถ่ายรูปกันจนอิ่มเอมใจพวกเราก็กลับแคมป์...








...เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ก็เป็นเวลาของการสังสรรค์ และเราก็ได้สมาชิกใหม่ที่กางเต็นท์อยู่ใกล้ๆ มาร่วมวงน้ำเมา...แม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่มิตรภาพก็เกิดขึ้นได้เสมอทุกที่ทุกเวลา ดังเช่นในคืนนี้...เสียงคุยเสียงหัวเราะ ดังเสมือนรู้จักกันมานานนับสิบปี แซวกระเซ้าเย้าแย่กันเป็นที่สนุกสนาน..แม้ว่าอากาศตอนนั้นจะแค่ 10 องศากว่าๆ แต่ความอบอุ่นแห่งมิตรภาพก็ยังอบอวนอยู่...




...ดึกสงัดมากแล้ว ที่ได้ยินเสียงเพื่อนปลุกขึ้นมากลางดึก ...เสียงที่สงบราบเรียบ ไม่บอกอาการตื่นเต้นหรือตกใจ แต่มันก็ทำให้ใจเรารั่วเป็นกลองเพลได้ เพียงแค่ประโยคสั้นๆ เฮ้ย..ตื่น..ช้างลง เราลุกขึ้นมาสอบถามรายละเอียดกันว่าเป็นไปได้หรือที่ช้างป่าจะยกโขลงบุกลงมาที่ลานกางเต็นท์แห่งนี้..ถ้าเป็นจริงใยเจ้าหน้าที่ถึงไม่ประกาศเสียงตามสายเตือนเล่า??? ความสงสัยต่างๆ ยังไม่จางหาย เพื่อนอีกคนก็สะกิดให้ดู ที่ปลายเต็นท์ด้านหนึ่ง ห่างออกไป 3-4 เมตร กวางตัวผู้ยืนเด่นเป็นสง่าท่ามกลางแสงจันทร์ เขาของมันแตกกิ่งสวยงาม แม้จะมืดแต่ก็พออาศัยแสงจันทร์เห็นได้ถนัด เสียงผู้คนอื้ออึง..ย่องเข้าไปใกล้ๆ เพื่อถ่ายรูปแสงแฟรชสว่างแว๊บวับอยู่ตลอดเวลา ...กลัวเหลือเกินว่ามันจะตกใจแสงแฟรช วิ่งเข้าชาร์จคนที่ถ่ายรูป....


....ความกังวลกับช้างโขลงยังมีอยู่มากไม่มีเวลาดื่มด่ำกับกวางตัวนั้นได้นาน เพื่อนที่ออกไปฟังข่าวกลับเข้ามาอีกครั้งเล่าว่าเขาได้ยินเสียงช้างร้องอยู่ใกล้...ไม่ช้าไม่นานพวกเราก็ได้ยินกับหู เสียงแปร๋นขึ้นสองสามครั้งก้องกังวาลสะท้อนเข้าไปจับถึงขั้วหัวใจ พวกเรามองหน้ากันเลิกลั่ก ตัดสินใจออกจากเต็นท์กันทั้งหมดเพื่อดูเหตุการณ์ อากาศหนาวจับจิต เสื้อแขนยาวที่เราใส่ดูเหมือนจะไม่ช่วยให้ความอบอุ่นอะไรแก่เราเลย พวกเรายืนดูเหตุการณ์สู้อากาศหนาวอยู่เพียง 5 นาทีก็ตัดสินใจเข้านอน เพราะถ้าช้างป่ายกโขลงลงมาจริง เจ้าหน้าทีก็คงจะไม่นิ่งเฉยอยู่อย่างนี้แน่ๆ ....









....เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมายามเช้าก็เจอกับอากาศหนาวเย็นทันที พวกเราจัดการต้มน้ำเพื่อกินมาม่ากาแฟกันไปตามเรื่องเพื่อเรียกความอบอุ่นให้ร่างกาย คุยกันถึงเรื่องเมื่อกลางดึกกันสรุปได้ว่า มีกวางวิ่งฝ่าเข้ามากลางลานเต็นท์พังระเนระนาดกันไปสามสี่หลัง เสียงร้องที่ได้ยินและคิดว่าเป็นเสียงช้างนั้น น่าจะเป็นเสียงของกวางนั้นมากกว่า

.... เหตุการณ์ตื่นเต้นผ่านพ้นไป เรื่องอาการหน้าซีดตัวสั่นของแต่ละคนก็ถูกเอามาล้อกันเป็นที่สนุกสนาน...หลังจากที่ทำใจสู้กับอากาศหนาวได้แล้ว พวกเราก็ออกไปเดินเล่นถ่ายรูปยามเช้ากันที่น้ำตกเหวสุวัต อันเป็นที่สุดท้ายที่เราจะไปกัน...










....ระยะทางจากผากล้วยไม้เดินไปน้ำตกเหวสุวัต ก็ไม่ไกลเท่าไหร่ แค่ประมาณ 3 กม. ไปกลับก็แค่ 6 กม.เท่านั้นเอง!!!





....เมื่อมาถึงแคมป์ตอนสายๆ หลังจากอาบน้ำอาบท่า เก็บข้าวของสัมภาระเสร็จแล้ว เราก็ตกลงกันว่าจะโบกรถออกไปทางปราจีนบุรี เพื่อนั่งรถตู้เข้ากรุงเทพฯ กันเลย เพราะกลัวว่าจะกลับไปไม่ทันเชียร์ฟุตบอลไทย vs สิงคโปร์ แมชดีเดือดแห่งปี....

.... ลาก่อนเขาใหญ่ ที่พักใจของฉัน...ไว้มีเรื่องบอบช้ำ..จะไปทำใจอีกครั้งที่เขาใหญ่...







 

Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2553 9:41:49 น.
Counter : 897 Pageviews.  

ขุนด่านปราการชล

>เขื่อนขุนด่านปราการชล
โครงการอันเนื่องมากจากพระราชดำริ


ชื่อนี้อาจไม่คุ้นหูของใครหลายๆ คน แต่ถ้าพูดว่า เขื่อนคอลงท่าด่าน หลายๆ คนคงเคยได้ไปเยี่ยมเยียนกันมาแล้ว ชื่อ “ขุนด่านปราการชล” เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นใหม่แทนคลองท่าด่าน เพื่อรอเปิดอย่างเป็นทางการประมาณปลายปีพ.ศ. 2549 ณ วันนี้ตัวเขื่อนได้สร้างเสร็จแล้วเหลือเพียงแต่ตกแต่งภูมิทัศน์อีกนิดหน่อยเท่านั้น





เขื่อนขุนด่านปราการชลมีความยาว 2.72 กิโลเมตร สูง 93 เมตรยาวที่สุดในประเทศไทย (ไม่แน่ใจว่ายาวที่สุดในโลกหรือเปล่า เพราะตอนนี้จีนสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงเสร็จแล้ว เผอิญไม่มีข้อมูล ใครรู้ช่วยบอกด้วยนะคะ) การก่อสร้างมีลักษณะพิเศษ คือได้นำเอาเถ้าของถ่านลิกไนท์ จากเหมืองแม่เมาะ มาบดอัดผสมกับคอนกรีต ซึ่งช่วยเพิ่มแรงยึดเหนี่ยว และลดการเกิดรอยร้าวได้ดี ที่สำคัญประหยัดงบประมาณในการก่อสร้างอีกด้วย





น่าเสียดายที่สันเขื่อนไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวได้เดินจนสุดทาง จนท.บอกว่าที่ไม่อนุญาตเป็นเพราะป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับบานระบายน้ำ และเป็นการป้องกันนักท่องเที่ยวพลัดตกสันเขื่อนด้วย แต่ในอนาคตทางเขื่อนจะมีรถไฟสำหรับพานักท่องเที่ยวเข้าชมสันเขื่อนจนสุดทางเหมือนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์









ถ้ามีโอกาสได้ไปนครนายก อย่าลืมแวะไปชมความยิ่งใหญ่ของเขื่อนขุนด่านปราการชล หรือเขื่อนคลองท่าด่านด้วยนะคะ







 

Create Date : 26 กันยายน 2549    
Last Update : 29 ตุลาคม 2553 13:32:02 น.
Counter : 599 Pageviews.  

เปิดหน้าต่างบ้าน





สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ

อัพ blog แล้วนะคะ แหะๆ ยังไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ เลย ค่อยๆ หัดทำไปน่าจะสวยเข้าสักวัน เนอะ...


เฮ้อ~~ อยากจะแต่ง blog ให้หวานๆ อย่างคนอื่นเขาบ้างแต่ก็กลัวว่าจะไม่เข้ากับเนื้อหาที่ใส่ลงไป ทำไงดีหว่า...ชอบหวานๆ แต่ทำหวานๆ ไม่ค่อยเป็นอ่ะ

เดี่ยวไว้วันไหนขยันๆ จะกลับมาอัพให้อ่านกันอีกเน้อ





 

Create Date : 24 กันยายน 2549    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2550 23:08:09 น.
Counter : 155 Pageviews.  


pakem
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add pakem's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.