Pahpong Blog
Group Blog
 
All Blogs
 

Week 22 ตะคริวครั้งแรก (20-26 มิถุนายน53)

สัปดาห์ที่ 22 นี้ มีเหตุการณ์เกิดขึ้นกลางดึกในช่วงกลางสัปดาห์นี้เอง ระหว่างที่พ่อและแม่นอนหลับอยู่ๆ คุณแม่ก็ร้องเสียงดังมากฟังแทบไม่ออกเลย นอนร้องไห้อย่างเดียว ที่แก็คือคุณแม่มีอาการตะคริวที่ขาครั้งแรก นั่นเอง คุณแม่บอกว่าเจ็บมากเลย สาเหตุค่ดว่าคงขาดแคลเซียมนั่นเอง เพราะตอนนี้ลูกเริ่มต้องการแคลเชียมสูงจากแม่มาก ทำแม่เริ่มขาดแคลเซียมแล้วเลยเป็นตะคริว สงสัยต้องเสริมแคลเซียมเพิ่มขึ้นอีก เดี๋ยวจะเป็นตะคริวคุณแม่จะเจ็บมาก ส่วนท้องของคุณแม่ตอนนี้ใหญ่ขึ้นมากกว่าสัปดาห์ที่แล้วอีก(จะใหญ่ได้อีก) แต่สิ่งที่คุณแม่เป็นอีกอย่างก็คือ มีอาการผิวหนังเป็นผื่นแดงตามท้องและหน้าอกและคันด้วย คาดว่าเป็นอาการที่ผิวหนังขยายตัวจึงบางลง และมีการไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้นเพราะมีฮอร์โมนบางอย่างในร่างกายเปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง
ลูกของพ่อและแม่ตอนนี้ไม่ใช่ทารกตัวจิ๋วอีกต่อไปแล้ว เพราะตอนนี้ลูกมีลำตัวยาวถึง 27-28 ซม. และมีน้ำหนักประมาณ 255-280 กรัม เริ่มเป็นรูปร่างสมบูรณ์ ในขณะเดียวกันความสามารถในการได้ยินและการรับรู้ก็พัฒนาขึ้นตามลำดับ ลูกจะเริ่มตอบสนองต่อเสียงของคุณแม่มากยิ่งขึ้น รูปร่างหน้าตาของลูกจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับรูปร่างหน้าตาของเด็กแรกเกิดทั่วไปมาก แต่ไม่รู้จะเหมือนใครมากกว่าระหว่างพ่อกับแม่ ส่วนผิวหนังของลูกจะยังคงโปร่งแสงและยังไม่มีการสร้างชั้นไขมันมาห่อหุ้ม

ปลายสัปดาห์นี้พ่อและแม่พาลูกไปเที่ยวด้วยกันอีกครั้ง คราวนี้พาไปที่หัวหิน พักที่ THE HEN บรรยากาศดี สงบ ไม่พลุกพล่าน เพราะมีแค่ 6 ห้องเท่านั้น ก็อยากให้ลูกได้อากาศดีๆจะได้เติบโตและพัฒนาต่อไป




 

Create Date : 06 กันยายน 2553    
Last Update : 6 กันยายน 2553 22:55:59 น.
Counter : 217 Pageviews.  

Week 21 ไอโฟนลูก (13-19 มิถุนายน 53)

ครบ 5 เดือนแล้ว เริ่มต้นครึ่งทางหลังกันแล้ว สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ท้องของแม่เริ่มใหญ่ขึ้นมากขึ้น อาการเจ็บแผลผ่าตัดหายดีแล้ว แต่เวลาท้องของแม่ขยายแผลไม่ยอมขยายไปด้วยทำให้แผลหายช้ากว่าปกติ
ในสัปดาห์ที่ 21 นี้ลูกมีขนาดลำตัวยาวประมาณ 26 ซม. และในระยะนี้ลูกสามารถได้ยินเสียงพูดและเสียงเพลงที่คุณแม่ร้อง ดังนั้น จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะเริ่มพูดคุยกับลูกแล้วปลายสัปดาห์นี้ในวันเสาร์คุณพ่อกับคุณแม่ไปอบรมเรื่อง 5 สัมผัสสร้างลูกฉลาดตั้งแต่ในครรภ์ เลยนะ ได้เครื่องพูดกับลูกมาด้วยนะ(I Phone ลูก) เป็นท่อต่อกับปากของแม่ได้เลยคราวนี้ลูกคงได้ยินเสียงแม่ชัดมากยิ่งขึ้นอีก และเนื่องจากช่วงระยะนี้ ไตของลูกเริ่มทำงานแล้ว ร่างกายของลูกจึงเริ่มมีกระบวนการขับถ่ายของเสียด้วยตัวเอง ช่วงนี้ลูกจะแอคทีฟมากขึ้นจนคุณแม่รู้สึกได้ว่าลูกเตะหน้าท้องเบาๆ บ่อยๆ เริ่มมีการสร้างปุ่มรับรส รับรู้รสของน้ำคร่ำว่าหวานหรือขมได้ด้วย ส่วนสมองของลูกมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน หมอบอกว่าต้องมีการกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งห้าของลูกเช่น การได้ยิน การมองเห็น การรับรส การรับกลิ่น และการสัมผัสด้วย
คุณพ่อและคุณแม่เริ่มรู้สึกแล้วว่าตอนนี้เรามีกันสามคนแล้วนะเพราะคุณแม่สามารถรู้ถึงเวลาที่ลูกดิ้นหรือสะอึกแล้วนะ ส่วนพ่อก็ยังคงอธิษฐานขอพรให้ลูกแข็งแรงเสมอนะ




 

Create Date : 06 กันยายน 2553    
Last Update : 6 กันยายน 2553 23:02:24 น.
Counter : 289 Pageviews.  

weeks 20 ครึ่งทางแห่งการรอคอย (6-12 มิถุนายน 2553)

หลังจากการผ่าตัดไสิติ่งผ่านไป สัปดาห์นี้เองคุณแม่ต้องเริ่มกลับไปทำงานแล้ว แต่ก็มีการเจ็บแผลบ้างจนวันที่ 9 มิย.จึงกลับไปหาหมอให้เอาไหมออก คุณแม่มีแผลค่อนข้างยาวเลยทีเดียว ประมาณ 10 ซม.ได้ จนปลายสัปดาห็อาการเจ็บผลจึงค่อยบรรเทาลง เป็นอันว่าการผ่าตัดในครั้งนี้ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ขอบคุณพระเจ้า
สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ 20 แล้วนะ เรารอคอยที่จะได้เจอหน้าลูกมาได้ครึ่งทางแล้ว เหลืออีกเพียงประมาณ20 สัปดาห์เท่านั้น เราก็จะได้เจอหน้าลูกแล้วนะ ตอนนี้ท้องของคุณแม่เริ่มโตขึ้นมากเลยเริ่มเป็นคนอุ้ยอ้ายแล้ว แต่ก็สวยน่ารักเสมอ อาการเหนื่อยง่าย หายใจลำบากก็ยังมีอยู่ตลอดเวลา
ส่วนตัวของลูก สมองลูกที่ควบคุมความรู้สึกกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และสามารถตรวจการเต้นของหัวใจได้อย่างง่ายดาย ด้วยเครื่องมือของหมอ เป็นจังหวะคล้ายควบม้าเลย ในขณะเดียวกัน ผิวของลูกจะมีเมือกสีขาวหนาปกคลุมหรือที่เรียกว่าสารไขมันเคลือบผิว เพื่อป้องกันผิวอันบอบบางของลูกระหว่างการตั้งครรภ์ ตอนนี้ลูกมีความสูงประมาณ 22 ซม. จากหัวถึงเท้า แล้วนะ
ส่วนพ่อก็ยังคงอธิษฐานขอพระเจ้าดูแลการเติบโตของลูกและสุขภาพของแม่ตลอดไปเสมอ




 

Create Date : 04 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 4 กรกฎาคม 2553 23:18:56 น.
Counter : 301 Pageviews.  

weeks 19 การขอคืนพื้นที่ (ไส้ติ่ง) เพื่อให้ลูกวิ่งเล่น (30 พฤษภาคม-5 มิถุนายน 2553)

หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้วทุกอย่างปกติดีและไม่มีเหตุการณ์ให้คุณพ่อได้เขียนเล่าเท่าไหร่ สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่มีเหตุการณ์ที่ไม่ปกติเกิดขึ้น
โดยเริ่มต้นจากวันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม คุณแม่ได้เกิดมีอาการปวดท้องด้านขวา บางครั้งก็ปวดทางด้านหน้าบริเวณ มดลูกบ้าง จนวันอังคารตอนเที่ยงก็ยังปวดอยู่ พ่อจึงพาแม่ไปหาหมอที่โรงพยาบาลทันที พอไปถึงก็ตรวจกับหมอกีรนุช เพื่อดูอาการ และทำการอัลตราน์ชาวน์กับหมออีกท่านนึงก่อนเวลา เพราะจริงๆแล้ว นัดวันเสาร์ เพื่อเช็คดูความปกติของลูก และดูว่าปวดท้องผิดปกติหรือไม่ ผลออกมาก็ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่สิ่งที่เห็นคือมีก้อนเนื้อเล็กๆข้างมดลูกซึ่งไม่เป็นอันตราย และเห็นส่วนต่างๆของลูกทุกส่วน รวมทั้งเห็นว่าลูกเป็นลูกชายแน่นอน ขนาดของความกว้างของหัวของลูก(BPD) ประมาณ 4.2 cm. เส้นรอบวงของศรีษะ(HC)ประมาณ 15.5 cm. เส้นรอบวงของท้อง(AC)ประมาณ 14.2 cm. ความยาวช่วงบนท่อนขา(FL) 2.6 cm. น้ำหนักลูกประมาณ 254 Gram เมื่อคำนวณโดยเครื่อง แล้วอายุของลูกคือ 18 Weeks 5 days ซึ่งตรงตามอายุครรภ์จริง สุขภาพสมบูรณ์ดีทุกประการ
หลังจากที่พบหมอสูติแล้ว ก็ไปพบกับหมอด้านอายุรกรรมเพื่อดูว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบหรือไม่ ซึ่งคุณหมอประเสริฐ ไตรรัตน์วรกุล ให้เจาะเลือดดูว่าผลเลือดเป็นอย่างไร เมื่อวิเคราะห์แล้วก็ให้นอนพักให้น้ำเกลือ เพื่อรอดูอาการอีกวันหนึ่งก่อน วันรุ่งขึ้น(วันพุธ)หมอมาดูอาการตอนเช้าแล้ว วิเคราะห์แล้วสรุปว่าน่าจะเป็นไส้ติ่งอักเสบต้องผ่าตัดเอาออกก่อนที่จะอักเสบจนแตก และอาจจะมีปัญหากับมดลูกได้ เราจึงตัดสินใจผ่าตัดในบ่ายวันนั้น ช่วงเวลาที่ตัดสินใจช่างยากเย็นเหลือเกินเพราะไม่สามารถวิเคราะห์ได้ชัดเจนว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบจริง เนื่องจากเอกเรย์ไม่ได้ และที่สำคัญเรากลัวว่าการผ่าตัดจะกระทบกับลูกหรือเปล่า เราจึงอธิษฐานให้พระเจ้าดูแลลูกและแม่ให้ปลอดภัยในการผ่าตัดครั้งนี้ด้วย หลังจากใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 2 ชม. หมอก็มาพบพ่อที่ห้องและอธิบายว่ามีไส้ติ่งอักเสบจริงเพราะเส้นเลือฝอยแดงก่ำรอบๆไส้ติ่ง เป็นไปได้ว่ามีอะไรไปอุดทางออกทำให้มูกด้านในไม่สามารถออกมาได้จนบวมและอักเสบ ซึ่งถ้าไม่ผ่าออกอาจเกิดการแตกได้ และจะมีผลทำให้มดลูบีบรัดตัวเป็นอันตรายกับลูกและแม่ได้ รวมทั้งการผ่าตัดทำการทำได้ยากกว่ามาก
หลังจากผ่าตัดเสร็จคุณแม่ออกมาและมานอนพักฟื้นต่ออีก 2 วันในโรงพยาบาล จริงๆแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ โอกาสในการเกิดเช่นนี้กับคนท้อง ประมาณ1:1000 คน ซึ่งก็เกิดขึ้นกับเราคุณแม่แอนต้องประสบเหตุครั้งนี้ในช่วงท้องต้องอดทนมาก ลำพังแค่อุ้มท้องอย่างเดียวก็ลำบากมากอยู่แล้วแต่ต้องมาเจ็บแผลหลังผ่าตัดอีก ลูกคงรู้นะว่าแม่เจ็บปวดแค่ไหนที่ต้องผ่าตัดเพื่อให้ลูกไม่ได้รับอันตราย เมื่อลูกเกิดออกมาแล้วต้องรักคุณแม่ให้มากนะ น้องเซ้นท์ รู้ไหมว่าคุณแม่ต้องเอาไส้ติ่งออกเพื่อเคลียพื้นที่ให้ลูกขยายตัวได้อย่างเต็มที่เลยนะ
สำหรับตัวลูกในสัปดาห์นี้ลูกจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็ว เซลล์สมองยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ประสาทไขสันหลังเริ่มหนาตัวขึ้น ตอนนี้ต่อมรับรสของลูกเจริญเต็มที่แล้วและลูกจะเริ่มรับรู้รสหวานของน้ำคร่ำในมดลูกแล้วนะ นอกจากการรับรู้รสในช่วงนี้การได้ยินซึ่งพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วและไวพอที่จะได้ยินเสียงที่สูงหรือต่ำเกินกว่าที่ผู้ใหญ่จะได้ยินอีกด้วย และที่สำคัญ ลูกยังเติบโตขึ้นอีก 1 ซม. จากสัปดาห์ที่แล้ว ดังนั้น ตอนนี้ลูกจึงมีลำตัวยาวประมาณ 19 ซม. แล้ว




 

Create Date : 04 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 4 กรกฎาคม 2553 23:16:11 น.
Counter : 241 Pageviews.  

weeks 18 สัปดาห์แห่งความสงบสุข (23-29 พฤษภาคม 2553)

หลังจากสัปดาห์ที่แล้วในกรุงเทพเป็นสัปดาห์แห่งความวุ่นวาย สัปดาห์นี้เหมือนเป็นสัปดาห์แห่งความสงบ เพราะเราเริ่มไปทำงานแล้ว สภาพร่างกายคุณแม่ก็ปกติดีทุกอย่าง ลูกก็ไม่กวนแลปกติดีทุกอย่างเหมือนกัน
ตอนนี้ลูกโตขึ้นอย่างรวดเร็วและตอนนี้มีลำตัวยาวประมาณ 18 ซม. แล้ว ลูกดูดหัวแม่มือได้แล้วนะ และกำลังฝึกหายใจเอาน้ำคร่ำเข้าปอดและหายใจออกโดยการปล่อยน้ำคร่ำออกมา ผิวหนังของลูกยังย่นอยู่เพราะยังไม่มีการสร้างไขมันใต้ผิวหนัง จังหวะแห่งชีวิตเริ่มลงตัวและเริ่มมีพัฒนาการของนิสัยในการนอน นอกจากนี้ บางครั้งคุณแม่จะเริ่มรู้สึกว่าลูกเคลื่อนไหวไปมาเหมือนปลาตอดในท้องคุณแม่ ตลอดเวลาด้วย แต่ทำไมเวลาพ่อจับไม่เห็นรู้สึกเลย หัวใจดวงน้อยๆของลูกตอนนี้เริ่มมี สี่ ห้องแล้วนะ
เราหวังว่าความสงบที่มีในเวลานี้ เป็นสัญญาณที่ดีที่พระเจ้าจะทรงคุ้มครองลูกให้เติบโตและปลอดภัยต่อไปนะ




 

Create Date : 04 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 4 กรกฎาคม 2553 23:20:39 น.
Counter : 434 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

pahpong
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add pahpong's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.