Group Blog
 
All blogs
 

ลงเครื่องที่สุราษฎร์ธานี แต่ตุเรงตุเรง ไปเที่ยวพังงา พัก iroom, The Briza Beach Resort





ทริปนี้เป็นทริปปรวนแปร คือแปรปรวนตามสภาพอากาศอะคับ แผนการแรกที่วางไว้คือ
เกาะสมุย, เกาะพะงัน และเกาะเต่า แต่พายุเจ้ากรรมดันบุกภาคใต้ ทำไงดีละที่นี้
ก็ต้องเบนเข็มไปทางพังงาครับ เนื่องจากตรวจสอบแล้วพบว่าพายุได้เข้าจากทางอ่าวไทย 
ยังข้ามไปไม่ถึงอันดามัน เอาครับ(วะ) ไปเที่ยวเกาะตาชัยดีกว่า อย่างน้อยก็ยังเป็นแค่หางพายุ
น่าจะยังพอเที่ยวได้อยู่

วันนี้ผมเลยมานำเสนออีกหนึ่งทางเลือก สำหรับคนที่มีตั๋วเครื่องบินไปลงที่สุราษฎร์ธานี 
แต่เกิดเปลี่ยนใจอยากมาเที่ยวพังงาขึ้นมาครับ แม้ว่าเกาะตาชัยจะถูกปิดอย่างไม่มีกำหนด
แต่ที่พังงา ยังมี เกาะสิมิลัน และเกาะสุรินทร์ ให้เที่ยวอยู่นะครับ 




รีวิวนี้จึงขอทิ้งท้ายเกาะตาชัยไว้เป็นอนุสรณ์ รอวันที่คุณตาหายดี แล้วเราจะได้พบกันใหม่นะครับ




หากจะต้องเดินทางมาโดนเครื่องบิน คงต้องต่อรถกันหน่อย เพราะพังงาไม่มีสนามบิน
ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมมาลงกันที่สนามบินภูเก็ต เพราะระยะทางมาพังงาใกล้ที่สุด

แต่วันนี้ผมจะนำเสนออีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่มีตั๋วเครื่องบินไปลงที่สุราษฎร์ธานี 
แต่เกิดเปลี่ยนใจอยากมาเที่ยวพังงาขึ้นมา

ลองมาดูกันครับว่าเส้นทางการพเนจรไปสู่เกาะตาชัยของผมนั้นเป็นอย่างไร?
ผมเริ่มต้นออกเดินทางจากดอนเมือง มายังสนามบินสุราษฎร์ธานี โดยใช้เวลาประมาณ 1.10 ช.ม.



ลงเครื่องแล้วไปไหนต่อ? ง่ายมากครับ เพราะออกจากประตูมาเราจะพบกับผู้ให้บริการด้านคมนาคมมากมาย



สำหรับคนที่จะไปเขาหลัก, สิมิลัน หรือตาชัย ให้ตรงดิ่งไปที่ป้ายสีชมพูนั่นเลยครับ เป็นรถของบ.พันทิพย์ 
เราต้องตีตั๋วเข้าเมือง เพื่อต่อรถไปเขาหลัก-พังงาครับ ซึ่งใครจะไปสมุยก็ใช้บริการที่นี่ได้เช่นกัน

ราคาตั๋วรถ
สนามบินสุราษฎร์ฯ-ตัวเมืองสุราษฎร์ฯ คนละ 100 บาท
สนามบินสุราษฎร์ฯ-ท่าเรือดอนสัก (ท่าเรือไปสมุย) คนละ 250 บาท

ราคาตั๋วรถ + เรือ
สนามบินสุราษฎร์ฯ-เกาะสมุย คนละ 350 บาท 
สนามบินสุราษฎร์ฯ-เกาะสมุย (พร้อมรับส่งถึงโรงแรม) คนละ 550 บาท
สนามบินสุราษฎร์ฯ-เกาะพงัน คนละ 500 บาท

ได้ตั๋วแล้วก็ออกมาขึ้นรถที่จอดรออยู่หน้าอาคารอย่างที่เห็นนี่แหละครับ 
คันใหญ่ไปสมุย 
คันเล็กเข้าเมือง 
คันในร่มผ้า ทาซีม่าโลชั่น (ฮากริบ)

**ขอหมายเหตุไว้ก่อนว่า รายละเอียดค่าใช้จ่ายต่างๆที่ผมจะนำเสนอต่อไปนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
ตามกาลเวลา และฤดูกาล ดังนั้นควรตรวจสอบให้ดีก่อนจับจอง เดี๋ยวจะหาว่า แบรี่ไม่เตือน... ฮี่ฮี่ฮี่

รถจากสนามบินจะมาจอดสุดสายที่หน้าบริษัทพันทิพย์ ซึ่งอยู่ใกล้กับท่ารถที่เราจะนั่งไปพังงาครับ



เนื่องจากเที่ยวบินของผมมาถึงเย็น คืนแรกจึงต้องค้างที่สุราษฯ ส่วนคนที่มาเที่ยวบินก่อนบ่ายโมง
สามารถต่อรถไปได้เลย เพราะรถที่จะไปเขาหลักเที่ยวสุดท้ายออกตอนบ่าย 3 โมงครับ



คืนนี้ผมเลือกพักที่โรงแรม iroom ซึ่งอยู่ใกล้ๆท่ารถ เพื่อความสะดวกในการเดินทางครับ
ในแผนที่นี้คืออาณาบริเวณ ที่ผมร่อนเร่เป็นสัมภเวสีอยู่ที่นี่หนึ่งคืน ทั้งหมดอยู่ในรัศมีไม่เกิน 700 เมตร
สามารถเดินเท้าไปยังจุดต่างๆได้อย่างสบาย



iroom เป็นโรงแรมเล็กๆที่ตกแต่งได้น่าพักดีครับ พนักงานที่นี่มีไม่มาก แต่ยิ้มแย้มและมีใจกระตือรือร้นที่จะให้บริการ



มาดูห้องที่ผมพักกัน สิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบ ขาดก็แต่เพียงไดร์เป่าผม
ห้องนี้ราคา 690บาท พร้อมอาหารเช้า 2 ที่ อาหารเช้าจะมีให้สำหรับห้องราคา 690 ขึ้นไปนะครับ


เตียงดูอบอุ่นน่านอน งงตรงที่เอาหมอนเล็กไปวางบนโคมไฟ 
สงสัยได้รับอิทธิพลมาจากยุคบาร็อค ร็อคโคโค่ (?) 



มาดูห้องน้ำกันบ้างครับ เป็นโทนสีดำ มีผ้าขนหนูและเสื้อคลุมให้ เจลอาบน้ำ แชมพู หมวก 



ช่วงค่ำหลังจากฝนตกลงมาพักใหญ่ ผมก็ออกไปหาของกินแถวตลาดศาลเจ้าฮกเกี้ยน
ที่ตลาดศาลเจ้าฮกเกี้ยนของกินเยอะมากครับ มีให้เลือกทานกันทั้งซอย 
เจอแบบนี้ทีไร ลำบากใจทุกที เพราะมันอยากกินไปหมด แต่พื้นที่ในท้องมีจำกัด



เช้าวันรุ่งขึ้น เราก็ลากกระเป๋ากันไปที่ท่ารถ ซึ่งอยู่ใกล้นิดเดียวครับ 
การเดินทางแบบนี้ เวลาคือสิ่งสำคัญมากนะครับ ดีที่เราพักใกล้ๆ 
เมื่อวานผมเดินมาเช็ครอบรถทัวร์ และตอนเช้าก่อนอาบน้ำ ก็ลงมาเช็คอีกที 
เพราะรถทัวร์ไทยมีอะไรเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ถึงจะอยู่ใกล้ 
แต่เผื่อเวลามารอรถซักครึ่งชั่วโมงนะครับ ดีกว่าตกรถแล้วต้องรอไปอีกเกือบสองชั่วโมง 
รถสายนี้คือสาย 465 มีทั้ง ป.1 และป.2 คันที่ผมนั่งเป็นป.2 กะว่าจะนั่งให้จบมหาลัย
รถจะวิ่งไปภูเก็ตสายเก่า ผ่าน เขาสก ตะกั่วป่า เขาหลัก และปลายทางที่ภูเก็ต 
วิวแถวๆเขาสกสวยมากครับ



แล้วเราก็เดินทางมาถึงพังงา ที่พักของผมที่เขาหลัก จะอยู่เลยเขาหลักเซ็นเตอร์ไปหน่อยครับ 
บริเวณนี้มีโรงแรมตั้งรวมกันอยู่หลายแห่ง เช่น เขาหลักเมอร์ลิน, เขาหลักบันดารี, เขาหลักไดมอนด์บีช  
รวมไปถึงที่พักของผม นั่นก็คือ เดอะบริษา บีช รีสอร์ท 



ภาพด้านบนถ่ายจากล็อบบี้ จะเห็นที่พักของเราซึ่งเป็นโซนใหม่ ที่นี่จะแบ่งเป็นสองโซนนะครับ
คือโซนดั้งเดิม และโซนสร้างใหม่



มาดูบรรยากาศโซนติดหาดกันก่อนครับ อาคาร และวิลล่าจะตั้งเรียงกันเป็นรูปตัว U หันหน้าออกสู่ทะเล



สระว่ายน้ำของโซนนี้จะตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างตัวอาคาร



และนี่คือ Grand Deluxe Beachfront Rooms หันหน้าชนทะเลเลย



ไปดูโซนใหม่ที่เราพักกันบ้าง สระว่ายน้ำกว้างและสวยมาก
โดยมีอาคารที่พักล้อมรอบสระอยู่ ชั้นล่างเป็นห้องแบบ Deluxe Pool Access
ส่วนชั้นบนเป็นแบบ Deluxe Pool View ผมพักชั้นบนนี่แหละครับ



บรรยากาศภายในห้อง Deluxe Pool View ขาวสะอาดตา น่านอนมากครับ 
คืนละ 2,700 บาท พร้อมอาหารเช้า



ถ่ายย้อนกลับไปบ้าง เจอห้องน้ำสำหรับคนเปิดเผยอีกแล้ว การตกแต่งจะเป็นโทนขาวผสมสีไม้อ่อนๆ



ห้องน้ำใสแจ๋ว มองเห็นทะลุทะลวงหลายชั้นไปจนถึงกะเพาะปัสสาวะเลยทีเดียว



ออกมาดูวิวที่ระเบียงกันบ้างครับ สระว่ายน้ำสวยใสน่าว่ายมาก กระโดดลงจากชั้น 2 จะตายมั้ยเนี้ย 
มีใครเคยลองบ้างครับ?



ไปดูชายหาดของที่นี่กันบ้างดีกว่า



ชายหาดบริเวณนี้ทรายจะเป็นสีน้ำตาลเข้มครับ แต่น้ำสะอาดเล่นได้สบาย 
ยาวพอสมควรทีเดียว ใช้ร่วมกัน 4-5โรงแรม เดินยังไม่ถึงครึ่งหาดฟ้าก็เริ่มมืด





เช้าวันรุ่งขึ้น เราตื่นกันแต่เช้า เพราะทางทัวร์นัดไว้ว่าจะมารับตอน 8 โมง เป็นเพราะเราพักอยู่ใกล้กับท่าเรือ
จึงไม่ต้องตื่นเช้ามาก และมีเวลาทานอาหารเช้า เพราะรถจะมารับเราเป็นกลุ่มสุดท้าย 
เรามาถึงท่าเรือทับละมุ ด้วยรถตู้ของทางทัวร์ ผมซื้อแพ็คเก็ตเกาะตาชัยของ love Andaman ในราคาคนละ 2,399 บาท
วันนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ระหว่างรอก็ทานของว่างกันโขมงโฉงเฉงตามสไตล์เค้าล่ะ



มองออกไปนอกเรือแล้วรู้สึกหดหู่นิดหน่อย ทั้งท้องฟ้าและน้ำทะเลเป็นสีเทา 
โอกาสที่จะได้ภาพทรายขาวๆน้ำใสๆแบบคนอื่นเค้า มันช่างริบหรี่ยิ่งนักนะ
ใครที่ชอบเมาเรือ เตรียมทานยาไว้ก่อนเลยครับ เพราะเราจะต้องใช้เวลาบนสปีดโบ๊ดยาวนานถึง 50 นาที
ต่างจากทัวร์จังหวัดอื่นๆที่มีการแวะเกาะโน้นเกาะนี้ไปเรื่อยๆ 



เมื่อเรือมาถึงเกาะ ผมก็ต้องอึ้งกับสีน้ำทะเล ฟ้าคลื้มขนาดนี้ แต่สีน้ำทะเลรอบๆเกาะก็ยังสวยมาก









หากเดินไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เราจะพบปูไก่อยู่มากมายตามโพรง และใต้ขอนไม้





บางตัวก็จะออกมาต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ชายหาด





แดดออกแล้ว กระโดดกันสักหน่อย





อีกหนึ่งกิจกรรมของทัวร์ก็คือการดำน้ำ แต่ฝนเจ้ากรรมเริ่มโปรยลงมาอีกแล้ว ฝนไม่ได้ตกหนักครับ 
แต่ตกๆหยุดๆ จนทำอะไรไม่ถูก คลื่นวันนี้ค่อนข้างแรง อุตส่าห์เช่ากล้องกันน้ำมา ไม่ค่อยได้ภาพเลย



ส่งท้ายเกาะตาชันกันด้วยภาพนี้ครับ ลาก่อนเกาะสวาท หาดสวรรค์  
งานนี้ต้องหาโอกาสกลับมาซ้ำแน่นอนครับ เพราะด้วยสภาพอากาศ 
ทำให้ผมยังไม่ฟินถึงขีดสุดของเกาะตาชัยแห่งนี้



วันสุดท้ายผมต้องกลับกรุงเทพฯด้วยเที่ยวบิน 16.05น. ผมต้องกลับมาถึงสุราษฯ ช้าสุดคือบ่ายโมง 
เพราะต้องเผื่อเวลาเดินทางจากเมืองไปยังสนามบินด้วย ดังนั้นผมต้องออกมารอรถประมาณแปดโมงครึ่ง 
รถรอบนี่จะมาถึงเขาหลักประมาณ 9 โมง รถสายเดิมคือ ภูเก็ต – สุราษฎร์ธานี จะโบกตรงไหนก็ตามสะดวก
หน้าโรงแรมคุณก็ได้ ขอให้เป็นถนนหลักเส้นเพชรเกษม แต่ต้องสังเกตนิดนึงนะครับ เดี๋ยวจะคลาดสายตา
วิธีง่ายๆไม่ให้พลาดเที่ยวบิน 
1.ดูตารางรถออกจากภูเก็ตให้ดี (ตามรูป)
2.ให้รู้ว่าจากภูเก็ตมาถึงเขาหลักจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
3.ให้รู้ว่าจากเขาหลักไปถึงสุราษฎร์ธานีจะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง
4.ให้รู้ว่าจากตัวเมืองไปสนามบินจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
5.เผื่อเวลาไว้สัก 1 ชั่วโมง
เบอร์ท่ารถที่ภูเก็ต 084-852-8752 ไว้เช็คเวลาเพื่อความชัวร์



ก่อนขึ้นเครื่องมีพายุฝนกระหน่ำลงมาอย่างแรง นับเป็นการ take off ที่ตื่นเต้นที่สุดครั้งหนึ่ง

สำหรับทริปนี้ผมได้ทำเวอร์ชั่นเต็มไว้ที่พันทิป สามารถคลิ๊กเข้าไปชมภาพใหญ่ๆเรื่องราวแบบละเอียด 
ได้ที่ลิ้งค์นี้ครับ คลิ๊กที่คำว่า เวอร์ชั่นเต็ม ได้เลยครับ

สุดท้ายนี้..ขอฝากเพจท่องเที่ยวน้อยๆ ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะครับ 
คลิ๊ก จุดพักนักเที่ยว




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2556    
Last Update : 24 พฤษภาคม 2559 20:40:41 น.
Counter : 8775 Pageviews.  


PAEstudio
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]




ไปเที่ยวเมืองไทยกันนะครับ
Friends' blogs
[Add PAEstudio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.