เชิญติดตามข่าวคราว ขุนเขา ริมน้ำ ที่ fb.com/KhunkaoRimnam .. Instagram @kkrn14 .. twitter @KhunkaoRimnam -- ทางเข้าหน้าหลักบล็อกคือ http://p-tham.bloggang.com
Group Blog
 
All Blogs
 
บริหารชีวิตแบบมืออาชีพ @ โครงการบัณฑิตเกียรตินิยม มธบ.

ครั้งแรกที่ทางมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ชวนเป็นวิทยากรให้กับนศ.โครงการบัณฑิตเกียรตินิยม (มหาวิทยาลัยให้ นศ. ชั้นปี3-4 ที่จะได้เกียรตินิยมของทุกคณะมาร่วมโครงการนี้ ซึ่งจะมีการอบรมโดยวิทยากรจากข้างนอก) เขาบอกว่า ปกติทางมหาวิทยาลัยจะตั้งหัวข้อ แล้วให้วิทยากรพูด แต่คราวนี้อยากให้วิทยากรเป็นคนตั้งหัวข้อ

สุดท้ายมหาวิทยาลัยก็ไม่ใช้ที่เราตั้ง กลับตั้งมาให้ในที่สุด ด้วยสาเหตุทางการนำเสนอหัวข้อต่อทางผู้บริหารมหาวิทยาลัย ทั้งที่จริงแล้วเราอยากได้หัวข้อที่โดนใจเด็ก เด็กฟังแล้วสนใจ ไม่ใช่แนววิชาการ ดูน่าเบื่อสำหรับเด็ก

แต่ในที่สุดกลับได้หัวข้อที่มหาวิทยาลัยตั้งให้คือ "บริหารชีวิตแบบมืออาชีพ" ได้ฟังแล้วโอ้ว!!! ติดต่อวิทยากรผิดคนไหมนั่น เอ่อ นึกว่าต้องการเจ้าสัวซีพี หรือเจ้าของฟาร์มโชคชัย เพราะฟังแล้วแลดูนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จเหลือเกิน





ลงข่าวแจ้ง นศ. ทราบในเวบของมหาวิทยาลัย
(แอบชอบนิยามที่ มธบ. ตั้งให้ "มัคคุเทศก์ชีวิตวัยรุ่น" )



แต่ทางผู้ติดต่อชี้แจงถึงการตั้งชื่อหัวข้อดังกล่าวว่า เพราะเราก็อายุยังไม่มากมาย (อือ ฟังเข้าที 55) แต่มีโอกาสทำงานมาหลากหลาย หรืออย่างการทำหนังสือก็ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถอยากมีหนังสือก็ทำได้เอง แบบทุกขั้นตอน บางคนก็ดูแลแค่ต้นฉบับแล้วส่ง สนพ. ทางมหาวิทยาลัยจึงอยากให้แชร์วิธีการทำงาน การ (บริหาร) จัดการชีวิต (การทำงาน) แบบมืออาชีพ

เนื่องจากเด็กปี 4 ที่จะเข้าฟังรู้ทฤษฎี แต่ยังไม่รู้โลกการทำงานจริงๆ จึงอยากให้คนที่มีประสบการณ์ไปแชร์ให้กับน้องๆ อีกสาเหตุเขาบอกว่า ลุคส์ บุคลิก การพูดของเราน่าจะโดนใจเด็ก เด็กน่าจะชอบ

พอตกลงเรื่องหัวข้อเรียบร้อย เราเกิดคิดขึ้นมาอีกว่า อยู่ๆคนหนึ่งคนไปพูดอะไรเป็นชั่วโมงคนเดียวคงน่าเบื่อ แล้วสิ่งที่พูดก็ไม่รู้คนฟังจะอยากรู้ไหม ฉะนั้นเอาตัวแทน นศ. มาร่วมพูดคุย ถามด้วยดีกว่า พอเสนอไปอาจารย์ที่เป็นคนประสานเห็นด้วย จัดแจงหาตัวแทน นศ. มาร่วมซักถาม 2 คน

จากนั้นจึงบรีฟข้อมูลน้องทั้งสองทางโทรศัพท์ โดยก่อนหน้านั้นให้เข้ามาหาข้อมูล ทำความรู้จักเราผ่านบล็อกแห่งนี้ (มีทั้งบทสัมภาษณ์ ข่าวการเป็นวิทยากร) ครั้งแรกน้องยังเน้นประเด็นเกี่ยวกับหนังสือของเรา เราจึงบอกให้ไปเพิ่มเติมคำถามที่เกี่ยวเนื่องกับหัวข้อ และให้ตรงวัตถุประสงค์ของการบรรยายครั้งนี้มากขึ้น ซึ่งผลออกมาน่าพอใจทีเดียว เพราะน้องทั้ง 2 คนทำการบ้านมาดีใช้ได้เมื่อเทียบกับเวลาในการเตรียมตัว






และแล้วก็ถึงวันที่ 26 สิงหาคม 2552 เวลา 16.00-18.00น. น้องพัฒน์และอ้อมผู้รับหน้าที่เป็นตัวแทน นศ. ในการพูดคุย แนะนำวิทยากรและเกริ่นนำเข้าสู่การบรรยาย



พิธีกร ช : เอาอย่างงี้เลยครับ ก่อนอื่น ผมติดอยู่คำเดียวเลย ขุนเขา ริมน้ำ มันมีที่มายังไงครับพี่เปิ้น


ขุนเขา ริมน้ำ : ลองหลับตานึกภาพค่ะ ขุนเขา ริมน้ำ


พิธีกร ช : แสดงว่าพี่ต้องไปนั่งริมเขา นั่งริมน้ำ


ขุนเขา ริมน้ำ : ไม่ใช่ๆ คืออย่างงี้ ด้วยความที่ พี่เท้าความก่อนได้ไหม ก่อนที่จะเป็นขุนเขา ด้วยความที่เมื่อก่อนเราทำงานอิสระในแวดวงบันเทิง ก็คือผู้จัดการศิลปิน ทำออร์แกไนซ์ แล้วก็เคยเปิดบริษัทอิราโต้ แมเนจเม้นท์ ทำเป็นลักษณะเหมือนเอเจนซี่เล็กๆ แล้วก็มาทำนิตยสาร

เมื่อก่อนเราจมจ่อมอยู่กับความทุกข์ เรารู้สึกผิดหวังกับสังคม มันขึ้นอยู่กับว่าน้องจะมองโลกในแง่ไหนนะ แต่พี่ดันมองในแง่แบบ ถ้าเป็นทฤษฎีคือ เอาตัวเองเป็นเหยื่อ เรารู้สึกว่า โอ๊ย ทำไม ฉันเจอแต่คนโหดร้าย เจอแทงข้างหลังอีกแล้ว เจอแต่คนไม่จริงใจ แล้วเราก็จมจ่อมอยู่อย่างงั้นเป็นสิบปี คือพี่ทำงานเป็นสิบกว่าปีละ


พิธีกร ช : เยอะมากนะสิบกว่าปีเนี่ย


ขุนเขา ริมน้ำ : มีคนเคยถามว่าพี่เอาเวลาที่ไหนไปทำงานเพราะหน้าเด็กมาก (หัวเราะ) ทีนี้พี่ก็รู้สึกว่าเรามองโลก เราเปลี่ยนมุมมองน่ะ เขาถึงมีคำว่าเปลี่ยนมุมมองชีวิตเปลี่ยน เปลี่ยนวิธีคิดชีวิตเปลี่ยน พอพี่มองว่าเฮ้ยทำไมเราเจอแต่คนร้ายๆ ทำไมไม่มองว่าเฮ้ย มีอ้อมอยู่ข้างๆคอยให้กำลังใจเรามาตลอดเลยนะสิบปีนี้ คือเราให้น้ำหนักผิดด้านไง พอวันหนึ่งเราเริ่มมองโลกในอีกแง่หนึ่ง แล้วเราเริ่มมีความสุขกับชีวิตขึ้น เราก็อยากเอาประสบการณ์ของเราเนี่ยไปแชร์กับคนอ่าน ไม่ได้สอนนะ เรียกว่าแชร์ เหมือนที่พี่กำลังมาแชร์ให้น้องๆฟัง ไม่ได้บอกว่าตัวเองดี ตัวเองเก่ง หรือต้องทำแบบนี้ แต่พี่มีวิธีแบบนี้ แล้วน้องต้องไปถามตัวเอง ค้นหาตัวเอง ค้นหาสไตล์ต่อ


พิธีกร ช : ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยน


ขุนเขา ริมน้ำ : ถูกต้อง พอเราอยากแลกเปลี่ยน แชร์มุมมองชีวิตของเรา เราก็ เอ๊ะ เราไม่ใช่ฮาวทูอ่ะ มันต้องมีนามปากกา จะใช้นามปากกาอะไรดี เราก็คิดอยู่นานจนได้คำว่าขุนเขา ริมน้ำ ขุนเขา ริมน้ำ ลองนึกภาพค่ะ ขุนเขาลูกหนึ่งกว่าจะเป็นขุนเขาได้ มันไม่ใช่อยู่ๆมีโลกแล้วมีขุนเขา ขุนเขาเริ่มตั้งแต่เป็นดิน เป็นฝุ่น เป็นละออง กว่าจะก่อตัวมาเป็นขุนเขาลูกใหญ่ ฉะนั้น มันทั้งมีสิ่งที่จับต้องได้ สิ่งที่จับต้องไม่ได้ สิ่งที่เล็กน้อย สิ่งที่ยิ่งใหญ่รวมกัน บวกระยะเวลาที่เป็นขุนเขา นั่นคือที่มาของคำว่าขุนเขา เป็นไงล่ะ


พิธีกร ช : แล้วริมน้ำล่ะครับ


ขุนเขา ริมน้ำ : ริมน้ำนี่ก็คือ ด้วยความขุนเขาเนี่ย ขุนเขา ริมน้ำ สื่อถึงจิตวิญญาณของคนเขียน จิตวิญญาณนะไม่ใช่รูปลักษณ์ (หัวเราะ) ทีนี้พอขุนเขาเป็นอย่างงั้น พอริมน้ำมา support คือ ขุนเขาเนี่ยแทนของความสงบ ความนิ่ง ความมั่นคง การที่บ่มเพาะโดยใช้ระยะเวลา ริมน้ำก็คือการเคลื่อนไหวท่ามกลางความสงบนิ่ง


พิธีกร ญ : พี่มีจุดมุ่งหมายในชีวิต หรือเป้าหมายในชีวิต ก่อนที่จะจบ อย่างไรคะ แบบพี่คิดยังไง แบบว่าตอนพี่อยู่ปีสี่


ขุนเขา ริมน้ำ : พี่เคยเป็นวิทยากรอยู่โรงเรียนอยู่ที่หนึ่ง แล้วมีเด็กส่งคำถามขึ้นมาถามว่า ตอนที่พี่อายุเท่าพวกหนู ม.6 ที่นั่นม.6 พี่มีคำตอบกับชีวิตหรือยัง พี่ว่าจริงๆคำตอบชีวิตเราน่ะ เปลี่ยนไปตามช่วงวัยนะ พอเราเด็กๆ เราก็จะฝันๆ ตามความอยาก ตามจินตนาการเราอย่างเดียว จบมาอยากแต่งชุดเจ้าสาวอะไรก็ว่าไป ตอนเด็กๆก็อยากเป็นแบบจบออกมาเป็นคุณครู พอโตขึ้นมาก็คุณครูมันเงินเดือนน้อย ไม่เอาดีกว่า ทำอะไรแล้วรวย ทำอะไรแล้วรวย ใช่เปล่า มันก็จะเปลี่ยนไปเรื่อย

ทีนี้ที่ถามว่าตอนปีสี่นี่ เอาเป็นว่าตั้งแต่เด็กดีกว่า เล่าแล้วอาย (หัวเราะ) แต่มันคงต้องเล่าล่ะ รับปากเขามาแล้ว คือ มันมีละครแบบพงศาวดารแนวอารมณ์แบบพระเจ้าตาก ทีนี้พี่ก็ปิดห้อง ใครเคยเห็นดาบเป็นฝักไม้ๆ เป็นดาบจริงนะ นั่นล่ะ พี่ก็อยู่ห้องแล้วเล่น แล้วพี่ก็ทำเกมโชว์ พวกรายการมาตามนัด พลิกล็อก มาตามนัดมันจะเป็นการใบ้คำ พลิกล็อกนี่จะเป็นเปิดแผ่นตัวเลขให้ทายมากกว่าน้อยกว่า พี่ทำอย่างงี้ แล้วให้เพื่อนในห้องเล่นแล้วซื้อของมาแจกจริงๆ ตอนนั้นมีตังค์ ไม่ใช่ตอนนี้ (หัวเราะ) ตอนนั้นตังค์คนอื่นไง ตังค์ผู้ใหญ่ไม่ใช่ตังค์เราเอง

ช่วงป.5-ป.6 นั่นแหละ เริ่มรู้สึกว่าเราอยากทำงานเกี่ยวกับบันเทิง ซึ่งตอนนั้นเราไม่รู้หรอกนะ ไม่เหมือนสมัยนี้ บันเทิงคือนิเทศใช่ป่ะ คือตอนนั้นเราไม่รู้หรอกนะว่าบันเทิงคืออะไร แล้วเราจะต้องทำอะไรบ้าง แต่รู้สึกอย่างงั้น แค่นั้นเอง


พิธีกร ญ : มันสนุกใช่ไหมคะ คือรู้สึกว่ามันได้สร้างสรรค์


ขุนเขา ริมน้ำ : มันได้สร้างสรรค์ อะไรเงี้ย ในขณะที่ผู้ใหญ่คิดว่า เรียนบันเทิง เรียนนิเทศไปทำอะไร ทำไมไม่เรียนบริหาร ความคิดของคนสมัยโน้นไง แต่เราก็ยังยืนยันทิศทางเจตนารมณ์ว่า เฮ้ย เราชอบสไตล์นี้ แล้วชีวิตมันก็จับพลัดจับผลูมาเรื่อยๆ


พิธีกร ช : แล้วถ้าย้อนเวลากลับไปได้ พี่เปิ้นนั่งอยู่ตอนนี้ เรียนปีสี่และกำลังจะรับปริญญาเนี่ย พี่เปิ้นอยากทำอะไรมากที่สุดครับ


ขุนเขา ริมน้ำ : อยากหาโอกาส ได้เรียนรู้ หาโอกาสทำสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำ และชอบ ฉะนั้นถ้าน้องยังไม่รู้ว่าน้องชอบอะไร น้องก็จะต้องไปหาคำตอบว่าน้องชอบอะไร จะทำอะไร


พิธีกร ช : มันมีกลุ่มบางคนนะพี่เปิ้นที่ พวกผมไม่รู้จริงๆน่ะครับพี่ว่าพวกผมอยากทำอะไร ชอบที่จะทำอะไรอย่างงี้น่ะครับ


ขุนเขา ริมน้ำ : มันต้องรู้สิว่าตัวเองชอบอ่าน ชอบคิด ชอบฟัง ชอบดู ถ้าชอบดูชอบดูแนวไหน ชอบฟัง ชอบฟังแนวไหน หรือไม่ชอบฟังใครเลย ฉันชอบคิด มันก็จะบอกสไตล์ ถ้าชอบคิดคุณก็ไปทำงานคอม ชอบดีไซน์ ชอบคิด แต่ไม่ชอบคุยกับใครก็ไปทำงานหน้าคอม ออกแบบ ทำเวบ ทำอะไรก็ว่ากันไป แต่ถ้าชอบคุยชอบต่อรองก็อาจจะเป็นอะไรล่ะ ฝ่ายขาย การตลาดก็ว่ากันไป หรือ ชอบมีข้ออ้างเยอะแยะนักก็ไปเป็นทนาย อะไรอย่างนี้มันดูได้ เพียงแต่ว่าคุณสังเกตตัวเอง และคุยกับตัวเองมากพอไหม


พิธีกร ช : งั้นเราต้องคุยกับตัวเองให้มากขึ้น และถามตัวเองว่าอยากที่จะเป็นอะไร อยากที่จะทำอะไร






พิธีกร ช : อย่างงี้ก็คือเราต้องรู้จักที่จะเรียนรู้และตั้งใจกับมัน ถ้าเราจะทำอะไรสักอย่างเราต้องมีใจที่จะให้มัน


ขุนเขา ริมน้ำ : ใช่ แต่ถ้าเราได้ทำงานในสิ่งที่เราเรียนมามันตรงกับสิ่งที่เราชอบและอยากจะทำงานมันก็ดี มันก็เป็นต่อที่เราไม่ต้องไปเรียนรู้ตั้งแต่ต้นในการทำงาน เราก็รู้โครงมันละ


พิธีกร ช : ครับผม แล้วในเหตุการณ์ปัจจุบันล่ะครับพี่เปิ้น มีทั้งเหตุการณ์การเมือง ประท้วง ชุมนุม อะไรอย่างงี้ครับ ปิดสนามบิน เศรษฐกิจตกต่ำ พวกผมใกล้จะเรียนจบละ ต้องเตรียมตัวอย่างไรในอนาคตข้างหน้าล่ะครับพี่เปิ้น


ขุนเขา ริมน้ำ : ตามหัวข้อเลยนะคะ ทางมหาวิทยาลัยเชิญพี่มาพูดเพื่ออยากให้น้องเตรียมตัวคือ พี่ได้ยินจากอาจารย์หลายๆเสียงพูดว่า เด็กปีสี่รู้ทฤษฎีเยอะ แต่ยังไม่เจอโลกของการทำงานจริงๆ จึงอยากให้พี่มาแชร์เรื่องโลกของการทำงานจริงๆว่า โอเค ถ้าจะไปสู่โลกของการทำงานจริงๆมันต่างจากโลกของมหาวิทยาลัยยังไง หรือจะเตรียมตัวยังไง ในความคิดพี่

การเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ
1. ฟัง คือพี่จะบอกว่า การเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพเป็นเรื่องเกี่ยวกับการสื่อสาร ในช่องทางต่างๆ ฟัง เปิดโลกทัศน์ทางหู ฟัง รับข้อมูลเยอะๆ ฟังเสร็จ
2. อ่าน อ่านทุกอย่างในสิ่งที่เราสนใจหรือไม่สนใจก็ตาม มันอาจจะเป็นข้อมูลที่มา adapt หรือมาบวกเพิ่มฐานความรู้หรือพื้นฐานชีวิตของเราได้
3. สังเกต สังเกตไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ สิ่งแวดล้อม ป้าย ถุง คน มันเกี่ยวหมด
4. ตั้งคำถาม หัดตั้งคำถามเหมือนอย่างที่พี่บอกว่า หัดสื่อสารกับตัวเองเยอะๆ หรือสมมุติเราอยากเป็นทนาย มันไม่มี case study ให้เราขึ้นศาลจริง เราก็อ่าน เฮ้ยคนนั้นมีปัญหากับคนนี้ คนนี้มัน case อย่างงี้ แล้วถ้าคนนี้พูดอย่างงี้แล้วมันจะเป็นยังไง มันได้หมดกับทุกสาขาอาชีพ สิ่งที่พี่บอกว่าเตรียมความพร้อมเนี่ย เมื่อเราตั้งคำถามกับตัวเอง หรือ จะเอาคำถามนั้นไปถามคนที่มีประสบการณ์กว่าก็ตาม
5. คิด วิเคราะห์ ด้วยความคิดของเรา ก็คือการตรึกตรอง ซึ่งอันนี้สำคัญนะ จนจบขบวนการ ขั้นตอนนี้จะเป็นสิ่งที่สร้างสไตล์และแนวทางของเราเอง บางทีเราจะค้นพบสิ่งใหม่ๆหรือชัดเจนกับตัวเองในขั้นตอนนี้
6. พูด เกี่ยวยังไง เกี่ยว เราทำงานอะไรก็ตามเราต้องมีการสื่อสารกับผู้อื่น ใช่ไหม เราเป็นอาจารย์เราก็ต้องพูด เราเป็นวิทยากร เราก็ต้องพูด คุณเป็นนักศึกษาคุณต้องก็ต้องถาม ถามอาจารย์คะ รายงานเป็นแบบนี้อาจารย์จะหักคะแนนไหม ทุกอย่างมันต้องสื่อสารกันให้เข้าใจ ต่อให้คุณจบไปเป็นลูกน้องหรือไปเป็นเจ้านายเขา คุณรับ Brief จากลูกค้าหรือรับคำสั่งจากหัวหน้า คุณสื่อสารไม่เข้าใจ งานก็ไม่สำเร็จ คุณเป็นหัวหน้า สื่อสารกับลูกน้องไม่เข้าใจ ลูกน้องก็ทำงานออกมาไม่ได้อย่างที่คุณต้องการ ฉะนั้น พูดให้รู้เรื่อง
7. เขียน ก็เกี่ยว เขียนนี่ บางทีไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นนักเขียน หรือ เขียนอะไรเป็นหน้าๆนะ การย่อ สรุปใจความ บางทีเราไปรับ Brief ลูกค้า หรือเราไปคุยรายละเอียดเรื่องงานเราต้องจด แล้วเน้น ถ้าเวลาน้อยหรือมีข้อจำกัดด้วยปัจจัยอื่นๆ อุปกรณ์ หรือ อะไรก็ตาม เราต้องสามารถสรุปและจับใจความสำคัญได้ หรือจะเขียนสั่งงานลูกน้อง หรือจะเขียนรายงานส่งลูกค้า เกี่ยวหมด




(นี่เป็นเพียงบางส่วนของการบรรยาย)

ขอบคุณผู้มีส่วนร่วมและสนับสนุนการทำงาน :
schocolade / JewNid









Create Date : 06 กันยายน 2552
Last Update : 18 ธันวาคม 2552 16:06:32 น. 33 comments
Counter : Pageviews.

 
เข้ามาตีตั๋ว นั่งรออ่านบล็อกจนจบจ้า ...

แต่ว่าอ่านคร่าวๆ จากข้างบน พู่ว่าก็ถูกต้องแล้วล่ะจ้ะ
เพราะว่าพี่เปิ้นทำอะไรเยอะแยะมากมาย ปสก.
เพียบ แบบนี้เอามาให้เล่าให้น้องๆ ฟัง พู่ว่ามันทำให้เห็นภาพ
มากขึ้นจ้ะ


โดย: JewNid วันที่: 6 กันยายน 2552 เวลา:13:33:25 น.  

 
มาปูเสื่อฟัง ^^


โดย: เอี่ยว IP: 125.27.186.62 วันที่: 6 กันยายน 2552 เวลา:15:27:16 น.  

 
เนี้ยแหละพี่เปิ้น....บริหารชีวิตแบบมืออาชีพ


โดย: imnida IP: 117.47.229.65 วันที่: 6 กันยายน 2552 เวลา:16:04:34 น.  

 
เห็นหัวข้อแล้วเครียดนะ แต่พออ่านดูจริงๆแล้วเพลินดี แบบมันไม่ใช่มีแต่หลักการล้วนๆ แต่ก็มีหลักการอยู่บ้าง แล้วภาษาของพี่เปิ้นก็เข้าถึงวัยรุ่นดีค่า วัยรุ่นน่าจะชอบ และได้อะไรกลับไปคิด ^^


โดย: หูเล็ก IP: 125.26.70.89 วันที่: 6 กันยายน 2552 เวลา:17:37:24 น.  

 
สำหรับบางคน กว่าจะรู้ตัวว่าอยากจะเดินไปทางไหน ก็เสียเวลาหลงทางอยู่เสียนานเลย


โดย: poiliss IP: 61.7.135.99 วันที่: 6 กันยายน 2552 เวลา:20:17:22 น.  

 
พี่เอาเวลาที่ไหนไปทำงานเพราะหน้าเด็กมาก หุหุหุ จริงอ่ะ ตอนแรกๆ แฟงก็ไม่เชื่อว่าทำนด้านนี้มานานแหะ

ตอนแรกที่อ่านหัวข้อ ถ้าแฟงเป็นเด็กปี 4 คงเบื่อล่วงหน้านะเนี้ย แต่ก้สนุกได้คิดตามแบบพี่เปิ้นอ่ะ


โดย: ฟักแฟง แตงโม ไชโยโฮฮิ้ว~ ~ ~ ~ ~ ~ IP: 117.47.12.199 วันที่: 6 กันยายน 2552 เวลา:20:22:15 น.  

 
แวะมาติดตามความเคลื่อนไหวค่ะพี่

คิดถึงพี่เสมอ

และยังมีใจและกำลังใจให้พี่ตลอดค่ะ


โดย: pimmas IP: 124.121.171.245 วันที่: 6 กันยายน 2552 เวลา:20:39:46 น.  

 
กะว่าจะมาอ่านตอนดึกๆ .. แต่ว่าไม่รอดพี่เปิ้น
เลยต้องมาอ่านต่อสำหรับรายละเอียดตอนเช้า
มาอ่านแล้วเพลินดีค่ะ ..

พู่ว่าเด็กสมัยนี้ดีนะ เพราะว่ามีโอกาสแบบว่าไม่ยากเลย
กับการได้รับการชี้แนะแนวทาง ไม่เหมือนเราสมัยก่อนๆ
การชี้แนะมีแน่นอนแต่ว่ามันไม่ได้มองเห็นภาพ
กันได้ง่ายๆ และการจะให้คนที่เค้าประสบความสำเร็จ
มาให้รายละเอียดแบบนี้นะพู่ว่ามันน้อยมากๆ อ่ะพี่
มันต้องดิ้นรนด้วยตัวเอง พุ่เลยคิดว่าเด็กๆ สมัยนี้
เรียนไปแล้วโชคดีอ่ะเพราะว่าเค้ามีแต่จะแค่เลือกรับ
หรือว่าเลือกไม่รับโอกาสนั้นเฉยๆ อ่ะ


โดย: JewNid วันที่: 7 กันยายน 2552 เวลา:7:43:23 น.  

 
แวะมาส่งความคิดถึงให้คุณเปิ้น มีความสุขกับมื้อเที่ยงนะค่ะ


โดย: sawkitty วันที่: 7 กันยายน 2552 เวลา:11:55:07 น.  

 
แบบนี้ก็ต้องเรียกอาจารย์แล้วจิ ^^


โดย: น้องผิง วันที่: 7 กันยายน 2552 เวลา:12:01:20 น.  

 
ผมก็อยากจะทำงานอย่างเจ้าของบ้านนี้บ้าง..

แต่บังเอิญไม่ค่อยฉลาด..

แต่มีลูกห่ามเยอะครับ..

แหะๆๆๆ...

เราต่างสร้างสรรค์โลกได้ในแบบของเราเนาะ...


ขอบคุณที่ชอบงาน..

ขอบคุณครับ..



โดย: ต๊ายตาย..นี่มัน..!!! (อสัญแดหวา ) วันที่: 7 กันยายน 2552 เวลา:19:18:52 น.  

 
เคยแอบสงสัยเหมือนกันค่ะ ว่าเวลาสิบกว่าปีคุณเปิ้นทำอะไรหลายอย่างได้ยังไง แล้วก็หาตัวเองเจอ และมีความสุขกับสิ่งนั้น
อายุไม่เท่าไหร่แต่เขียนหนังสือเหมือนผ่านชีวิตมายาวนาน
งานหนังสือปีนี้จะมีลายเซ็นต์คุณเปิ้นติดมือกลับมาบ้างมั๊ยน๊อ
คราวที่แล้วไปบูธไหนก็ขายหมดเกลี้ยงอ่ะค่ะ


โดย: คุณย่า วันที่: 7 กันยายน 2552 เวลา:22:06:44 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...



โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 8 กันยายน 2552 เวลา:14:06:47 น.  

 
พี่เปิ้นนี่ ยิ่งดูยิ่งเท่นะคะ


โดย: KOok_k วันที่: 8 กันยายน 2552 เวลา:18:10:42 น.  

 
สวัสดีค่ะ


โดย: pim(พิม) วันที่: 8 กันยายน 2552 เวลา:21:46:48 น.  

 
สมกับเป็นมัคคุเทศน์ชีวิตวัยรุ่นจริง ๆ ค่ะคุณเปิ้น อยากไปนั่งฟังการสนทนา การแชร์กับน้อง ๆ ด้วยจัง คงเพลินดี ได้เกร็ดความรู้มากมาย .... เห็นคุณเปิ้นชัด ๆ วันนี้ หน้าอ่อน เหมือนที่น้อง ๆ เขาพูดจริง ๆ ค่ะ


โดย: Tristy วันที่: 9 กันยายน 2552 เวลา:2:01:49 น.  

 



เอาน้ำผักสมุนไพรมาเสิร์ฟ ค่ะ


โดย: สายลมอิสระ วันที่: 11 กันยายน 2552 เวลา:7:36:52 น.  

 
ขอบคุณที่แวะมาบอกค่า :)

ขออนุญาตเรียกพี่เปิ้นด้วยคนนะคะ

พี่เปิ้นไม่ได้เป็นแค่นักคิด นักเขียน
เป็นนักพูดด้วยค่ะ พูดได้ดี ชอบค่ะ ^^


โดย: เด็กหญิงริมขอบฟ้า วันที่: 11 กันยายน 2552 เวลา:12:23:10 น.  

 
สวัสดีคะพี่เปิ้ล วันนี้มาเยี่ยมชมและทำตามสัญญาแล้วเน้อ ในวันนั้นที่พี่ได้เข้ามาที่ม.ธุรกิจ มาเสวนาสาระดีให้แก่พี่น้องม่วงฟ้าเรา วันนั้นอ้อมเกร็งมากเลย เพราะอ้อมกลัวงานออกมาไม่ดี แต่สักพักก็ ok อ้อมชอบที่จะฟังพี่เล่าประสบการณ์เพราะว่าพี่มีอะไรมาแชร์ให้เราได้คิดและเรียนรู้เยอะแยะดีคะ แต่วันนั้นสนุกและการที่อธิบายสั้นๆเน้นความเข้าใจอ้อมว่าดีกว่านิยามหรือทฤษฎีกฎต่างๆเป็นร้อยเป็นพันที่ยากแก่การเข้าใจ อิอิ สรุปง่ายๆ
มันมาก อิอิ


โดย: น้องอ้อม IP: 124.121.32.110 วันที่: 14 กันยายน 2552 เวลา:20:55:32 น.  

 
จุไม่เข้าบล็อกกับ hi5 มานานมาก เข้ามาอีกที คุณเปิ้ลไปเป็นวิทยากรเสียแล้ว นี่ๆๆๆ จุจะบอกว่า กล่องคอมเมนท์เนี่ย เม้นท์ยากมาก เวลาพิมพ์ผิดอ่ะ จุกะระยะไม่ถูกเลย


โดย: กระจ้อน วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:0:48:37 น.  

 
แอบอ่านข้างบน อิ อิเลยรู้ว่าเราชื่อคล้ายๆกันเลย ...เอ..หรือชื่อเหมือนกันก็ไม่รู้นะคะ


โดย: Suessapple วันที่: 21 กันยายน 2552 เวลา:3:53:57 น.  

 
เมื่อไหร่จะทำได้บ้างหน๋อ....


โดย: ท้องฟ้าเสียงเพลงทะเล วันที่: 23 กันยายน 2552 เวลา:4:17:35 น.  

 

เชิญ&ชวนมาทำ "หนังสือทำมือ-ทำบุญ" โครงการ ๒


“ในทวงทำนองเดียวกัน” รายได้มอบให้ มูลนิธิรักษ์เด็ก จ.เชียงใหม่



คลิกที่รูปเข้าไปอ่านรายละเอียดได้นะคะ

รับทั้งคำแนะนำและคนใจดีมาร่วมโครงการในครั้งนี้

ขอบคุณค่ะ


หมายเหตุ
โครงการ ๑ "ความทรงจำระหว่างรัก" รายได้มอบให้ มูลนิธิเด็กรักป่า จ.สุรินทร์
เข้าไปอ่านย้อนหลังได้ค่ะโดยคลิกที่รูปค่ะ




ทำความรู้จักมูลนิธิรักษ์เด็กเพิ่มเติมได้ที่นี่ ค่ะ มูลนิธิรักษ์เด็ก จ.เชียงใหม่

www.rakdek.or.th





โดย: สายลมอิสระ วันที่: 24 กันยายน 2552 เวลา:1:10:46 น.  

 
แวะมาสวัสดีค่ะ


โดย: Flowery วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:11:53:30 น.  

 
ดีจังเลยค่ะ ไว้รอฟังตอนจบด้วยคน อิอิ


โดย: อุ๊ (oumon ) วันที่: 27 กันยายน 2552 เวลา:18:49:56 น.  

 


โดย: นายแจม วันที่: 27 กันยายน 2552 เวลา:21:18:32 น.  

 
ขอโทษด้วยนะค่ะพอดีบทความดังกล่าวน้องรักส่งมาให้ เค้าไม่ได้เครดิตไว้ เลยไม่ทราบ ได้ลบข้อความออกไปแล้วนะค่ะเพื่อความสบายใจ ขอบคุณอีกครั้งที่ไปบอกนะค่ะ


โดย: kun_isara วันที่: 27 กันยายน 2552 เวลา:22:49:12 น.  

 
หวัดดีค่ะ

มาตามเป็นเพื่อนค่ะ

โอ้ หนังสือเยอะจัง


โดย: นินจิน วันที่: 27 กันยายน 2552 เวลา:23:08:58 น.  

 
สวัสดีค่ะ ตอนแรกกะแค่มาใส่ คืนเท่านั้นนะ แต่พอเห็นเนื้อหาแล้วน่าสนใจเชียว พึ่งกลับมาเล่น Bloggang ไม่นาน ยังไม่รู้จัก จขบ เลย แต่จะกลับมาอ่านบ่อยๆนะคะ ชอบตรงบทสัมภาษณ์จัง แอบดีใจที่สไตล์ความคิดคล้ายๆกัน


โดย: รีโหมดไม่มีถ่าน วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:9:59:52 น.  

 
หวัดดีค่ะคุณเปิ้น
ไม่เจอกันนาน คิดถึงค่ะ

เดินทางไปพบเจอผู้คนมากมาย
เป็นวิทยากร และอาจารย์พิเศษ
เป็นไงบ้างคะ

คิดว่าคงมีความสุขใช่มั๊ยคะ
กับคุณค่าของงานที่ทำ...

เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ


โดย: Hachi_chan วันที่: 3 พฤศจิกายน 2552 เวลา:17:30:00 น.  

 
แก้ไขให้แล้วนะครับพี่เปิ้น
ต้องขออภัยด้วยครับพี่
ผมรีบมากเกินไปครับ 5555




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 พฤศจิกายน 2552 เวลา:13:15:12 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่เปิ้น


บทบรรยายของพี่อ่านแล้วสนุกดีครับ
น้องๆเข้าใจตั้งคำถามนะครับ

บทแนะนำหนังสือคุณปูก็เขียนได้ดี

ปล. Be Mag ผมเพิ่งมาอ่านเล่มนี้เป็นเล่มแรกครับพี่
แล้วเมื่อวานก็เพิ่งซื้อเล่ม 8 มาครับ
พอดีเห็นหน้าปกเป็นรูปท่าน ว.วชิรเมธีน่ะครับ









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 มกราคม 2553 เวลา:6:32:16 น.  

 


โดย: นาฬิกาสีชมพู วันที่: 9 มกราคม 2553 เวลา:0:13:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
p_tham
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539
ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิง
ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความ
ในสื่อคอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด



งานที่มีการเขียนลงบน WEB SITE แล้วส่งผ่านอินเตอร์เนตนั้นถือว่าเป็น สิ่งเขียนซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของงานวรรณกรรม ดังนั้นย่อมได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (มาตรา 15) หากผู้ใดต้องการทำซ้ำหรือดัดแปลงงานดังกล่าวต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ (มาตรา 27) การดัดแปลงงานจากอินเตอร์เนตเป็นภาษาไทย จึงต้องขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม การคุ้มครองลิขสิทธิ์เป็นการคุ้มครองอัตโนมัติ เจ้าของลิขสิทธิ์หรือผู้สร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิตามกฎหมายลิขสิทธิ์

ที่มา : เว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา






มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(๑) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

อันนี้มีสิทธิโดน ถ้าพิสูจน์ได้ว่า มีคนที่เสียหาย (แต่ต้องเป็นตัวเิงิน เสียความรู้สึกไม่เกี่ยว)




| |
ศิลปิน Little Bird / เพลง 80-90
New Comments
Friends' blogs
[Add p_tham's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.