มาทำความรู้จักกับ Mozilla Firefox กันเถอะ
คัดลอกบทความจาก : http://www.vcharkarn.com

หากจะพูด(บ่น)ถึง Pop-up window, spyware, หรือมารร้ายไซเบอร์อื่นๆที่ผุดขึ้นมาบนหน้าจอโดยมิได้รับเชิญนั้น คงไม่มีนักท่องเว็บคนไหนปฏิเสธว่าเป็นหนึ่งในเรื่องระคายเคือง เปลืองอารมณ์ลำดับต้นๆของการใช้เว็บเลยทีเดียว
แต่หลังจากที่ Netscape โดน Internet Explorer ช่วงชิงตำแหน่งเจ้าแห่ง browser ไปแล้ว ก็ดูเหมือนว่าผู้บริโภคอย่างเราๆท่านๆ
จะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะใช้ IE กันต่อไป ถึงแม้ว่าจะยังมี browser อื่นๆออกมาพยายามช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดบ้าง
ไม่ว่าจะเป็น Mozilla, Opera, หรือ Netcaptor ก็ไม่มีเจ้าไหนสามารถผงาดขึ้นไปท้าทายตำแหน่งแชมป์ของ IE ได้
จนเมื่อต้นปีนี้เองที่กระแสความนิยม browser เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจเกิดขึ้น และ browser ที่จุดประกาย
การเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ก็คือเจ้า Mozilla Firefox ผู้เขียนได้จั่วหัวข่าวไว้นั่นเอง

แต่เดิมทีนั้น Mozilla Firefox เป็นส่วนหนึ่งของ Mozilla suite (โปรแกรมที่สามารถใช้ในการดูเว็บ เขียนเว็บ อีเมล์ และแชท IRC คล้ายๆกับ Netscape Communicator) ที่ภายหลังแยกตัวออกมาพัฒนาต่างหากเมื่อทาง Mozilla ปรับเปลี่ยนแผนการ ดำเนินงานของโครงการเพื่อให้การพัฒนา Mozilla มีประสิทธิ์ภาพขึ้น (อ่านรายละเอียดได้ที่ Wikipedia - Mozilla)
จุดเด่นที่สำคัญของ Mozilla Firefox ที่น่ากล่าวถึงเป็นอย่างแรกคือ ความเป็นโปรแกรม open source ที่่พัฒนาโดยองค์การที่ไม่หวังผลกำไรและคนทั่วไป(ที่มีความสามารถในการเขียนโปรแกรม)จะเรียกว่าโปรแกรมเพื่อประชาชนโดยประชาชนก็คงไม่ผิดมากนัก

อารัมภบทมาสองย่อหน้าแล้ว ลองมาดูกันเป็นข้อๆซิว่าเจ้า Mozilla Firefox นี้มีดีอย่างไรบ้าง

  • ดาวโหลดมาใช้ติดตั้งใช้งานได้ฟรี สำคัญทีเดียวข้อนี้
ขนาดไฟล์ติดตั้งเล็ก ใช้เวลาไม่นานในการดาวโหลด (ไฟล์ติดตั้งโปรแกรม version ล่าสุด Preview Release 1.0
  • มีขนาดเพียง 4.5 MB ไม่ใหญ่ไม่โตไปกว่าไฟล์เพลง mp3 ทั่วไป)

ปลอดภัยและเสถียร(ไม่ค่อยล่ม) แม้แต่หน่วยงาน U.S. Computer Emergency Readiness Team
(CERT; Department of Homeland Security) ก็ออกมากระตุ้นให้คนเปลี่ยนไปใช้
browser เจ้าอื่นๆอย่างเช่น Mozilla Firefox แทน IE

  • แก้ไขจุดบกพร่องรวดเร็ว เมื่อครั้งล่าสุดที่มีการค้นพบ security vulnerabilities ใน Firefox นั้น
    ทาง Mozilla ใช้เวลาเพียงวันกว่าในการแก้ไขและ
    patch โปรแกรม ซึ่งนับว่าเร็วมาก นอกจากนี้
    ทาง Mozilla ยังได้จัดตั้งโครงการ Security Bug Bounty ที่เสนอให้รางวัล (USD0!!) สำหรับผู้ใดก็ได้ที่ค้นพบ
    security vulnerabilities ก่อนที่ vulnerability นั้นๆจะถูกนำไปใช้ในทางไม่ดีอีกด้วย

Cross platform สนับสนุนระบบการใช้งานหลายอย่างทั้ง Windows, MacOS, Linux

  • สามารถปรับเปลี่ยนหน้าตาและการใช้งานได้ตามความถนัดของผู้ใช้ (highly customizable) ด้วยหลากหลาย themes, extensions

    Extensions คืออะไร? ทำอะไรได้บ้างเอ่ย?
    ลำพังเจ้า Firefox โดดๆที่เราโหลดมาลงเครื่องเมื่อแรกทีเดียวนั้นออกจะโล้นๆเลี่ยนๆไม่ค่อยมีลูกเล่นอะไรสักเท่าไหร่
    จนหลายๆท่านอาจจะผิดหวังและสรุปเอาได้ว่า ไม่เห็นจะมีอะไรเจ๋งจ๊าบชะแว๊วๆอย่างที่ร่ายมาให้ฟังเสียตั้งนานเลย!
    ต่อเมื่อเราได้เริ่มเลือก extensions มาติดตั้งนั่นแลที่เสน่ห์ของ Firefox จึงได้เริ่มปรากฏออกมาให้เห็นชัด

    หากจะเปรียบไปแล้ว extensions ก็เสมือน options ที่เราสามารถเลือกมาติดตั้งเพิ่มเติมกับรถยนต์
    จะซื้อรถสักคันโดยไม่เพิ่มเติม options อะไรเลยนั้นก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างไร เพราะแม้ว่าจะปราศจาก options เพิ่มเติม
    รถคันใหม่ที่ถอยมาก็สามารถพาผู้โดยสารไปถึงที่หมายได้ แต่หากเงินถึงสามารถใส่ options อำนวยความสะดวกเช่น
    เครื่องปรับอากาศ เครื่องเล่นซีดี ติดฟิล์มกระจก ฯลฯ เพิ่มได้ ก็จะทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความอภิรมณ์ยิ่งขึ้น
    extensions สำหรับ Firefox ก็เช่นกัน หากแต่ว่า options เหล่านี้ เราสามารถโหลดมาติดตั้งได้ฟรีไม่มีจำกัด :D

    ส่วนคำถามที่ว่า extensions ทำอะไรได้บ้างนั้น คงต้องบอกว่าเยอะเกินกว่าจะจารนัยหมด! สำหรับ Firefox เวอร์ชั่นล่าสุดนั้น
    ก็มี extensions ให้เลือกสรรได้กว่าร้อย extensions เข้าไปแล้ว (และจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆเมื่อ extensions
    สำหรับเวอร์ชั่นเก่าได้รับการปรับปรุงให้ใช้ได้กับเวอร์ชั่นล่าสุดของ Firefox) ตัวอย่าง extensions ที่ผู้เขียนใช้งานประจำ:
    Adblock - กันโฆษณา (อย่างพวก images, flash animation) ออกไปจากหน้าเว็บ

    All-in-one gestures - เพิ่มความสามารถในการใช้ mouse gestures (การลากเม้าส์ในทิศทางต่างๆเพื่อบังคับไปหน้า
    ถอยหลัง ปิดหรือเปิดหน้าเว็บใหม่ ฯลฯ) ใน Firefox

    Allow Right click - ทำให้สามารถคลิกเม้าส์ปุ่มขวาได้ในบางเว็บที่มีสคริปป้องกันการคลิกเม้าส์ปุ่มขวา
    (เพื่อเรียกเมนูสำหรับ save หรืออื่นๆ)

    Bookmarks Synchronizer 0.9.6 - สำหรับ synchronize ไฟล์ bookmark ใน Firefox ไปยัง FTP server ของผู้ใช้

    BugMeNot – นำบริการของเว็บ BugMeNot (บริการฟรีที่มี login และ password แจกสำหรับใช้กับเว็บฟรี
    ที่อุตส่าห์บังคับให้ใช้ login ก่อนจะเข้าไปอ่านเนื้อหาได้) มาสู่ Firefox เมื่อพบเว็บที่ถามหา login
    เพียงกดเม้าส์ปุ่มขวาแล้วเรียก BugMeNot ขึ้นมา Firefox ก็จะทำการเปิดหน้าเว็บใหม่ที่มี
    login และ password สำหรับใช้งานกับเว็บนั้นๆขึ้นมาให้ทันที

    Context Search - เพิ่มเมนูสำหรับเลือกเว็บต่างๆที่เราใช้บ่อยเข้าไปใน context menu1
    (เมนูที่เราเรียกขึ้นมาด้วยการคลิกเม้าส์ปุ่มขวา)
    หลังจากติดตั้งแล้ว เมื่อเราอ่านเว็บพบคำที่เราต้องการค้นหาเพิ่มเติม
    เพียง highlight คำที่ต้องการค้นหา
    แล้วคลิกเม้าส์ปุ่มขวาเพื่อเลือกเว็บที่เราต้องการใช้ Firefox
    ก็จะทำการเปิดหน้าเว็บใหม่ไปยังเว็บที่เราเลือกและค้นหาด้วยคำที่เรา highlight ไว้ทันที

    Gmail Notifier - เช็คเมล์ที่ Gmail.com และแจ้งให้ทราบเมื่อมีเมล์ใหม่เข้ามา

    GooglePreview - แสดง thumbnail สำหรับบางเว็บที่ขึ้นมาจากผลการค้นหา google.com

    Sage - สำหรับอ่าน RSS และ Atom feeds

    Spiderzilla - เซฟเว็บมาอ่าน offline

    Translate - แปลเว็บภาษาอื่นๆ2 (French, German, Spanish, Italian, Dutch, Portugese, Greek, Korean, Japanese,
    Chinese-Simplified, Chinese-Traditional, Russian) เป็นภาษาอังกฤษ



Create Date : 14 กันยายน 2549
Last Update : 14 กันยายน 2549 9:00:04 น.
Counter : 377 Pageviews.

2 comment
วิธีแก้ไขไวรัสที่แอบใส่password บน Windows
ไวรัสจอมป่วนที่ทำการเปลี่ยน Password บน Windows
ใหม่ๆ ยังนึกว่ามีใครแอบแกล้งมาใส่ Password ในเครื่อง ซะอีก
ใครโดน ลองทำตามนี้นะครับ

บทความต่อไปนี้ คัดลอกมาจากเว็บบอร์ดใน http://www.jcomzone.com

ชื่อไวรัส: Backdoor.Glupzy is a Trojan horse that changes the administrator password on the compromised computer.


- ขั้นตอนการกำจัดไวรัสชื่อ Flashy.exe ทั้งหมด (1.-6.) ทำใน Safe Mode เท่านั้น

- ส่วนเรื่อง password ให้ไปที่ User account ใน Control panel เลือก Change Password ช่องแรก พิมพ์รหัส hacked ลงไป
ช่องทื่ 2 กับ 3 ที่ให้ระบุรหัสใหม่ ไม่ต้องใส่อะไร (โหมดปกติ)

อาการของเครื่องที่ติด Flashy.exe

- ไม่สามารถเรียกใช้ Task Manager, Registry Editor และFolder Option ได้ ไม่ว่าจะเรียกด้วยวิธีใด

- หากพยายามแก้ไขด้วยวิธีการทำ System Restore ถ้าเครื่องของเราได้ทำการตั้งรหัสเอาไว้

Flashy.exe จะทำการแก้รหัสของเราใหม่ ทำให้ไม่สามารถ Login เข้าเครื่องของเราได้อีกเลย

- Error นี้จะแสดงขึ้นมาทันทีเมื่อ ตรวจพบการใช้งาน Controller ของ Removeble Media ต่างๆ

อยู่เฉยๆอาจจะปกติไม่มีอะไร แต่เมื่อเสียบ Card Reader เข้าไปก็จะโชว์ Error นี้ทันที

- เมื่อเสียบ Flash Drive เข้าไป หรือเสียบ Memory Card เข้าไปใน Card Reader แล้ว

หากว่า ใน Memory Card นั้นมี Folder อยู่ Folder เหล่านั้นจะถูกเปลี่ยนให้ไปอยู่ใน สถานะ Hidden ทำให้เราไม่สามารถมองเห็น Folder ของเราในนั้นได้

- หากว่าใน Memory Card หรือ Flash
Drive ของเรามี Aplication อยู่ ( ที่มีนามสกุลว่า .exe ) Flashy.exe จะทำการปลอมชื่อตัวเองไปเป็นชื่อเดียวกัน Aplication นั้นๆ ทำให้เราเข้าใจว่าAplication ของเรากำลังเรียกใช้งานอยู่ตามปกติ

- จะมีการเขียนค่าลงใน Memory Card ที่เราไส่ลงไป และทำให้ตัวเองมีหน้าตาเหมือน Folder ( คล้ายๆเจ้า Brontok ) และเมื่อเราเอาไปใช้ที่ใหม่ เครื่องอื่นจะมองเห็นเป็น Folder ทำให้ User ไม่ทันระวังตัว พอดับเบิ้ลคลิกไปก็เท่ากับเป็นการรัน Virus เข้าเครื่องในทันที

- Virus ตัวนี้ไม่แพร่กระจายในเครือข่าย (คือไม่ใช่ อยู่ๆก็ไปเขียนค่าหรือ ติดตั้งตัวเองในเครื่องอื่นๆในวง Lan ของเรา มันจะอยู่แต่เครื่องที่มันอยู่เท่านั้น แต่ใช้ Flash Drive เป็นพาหะแทน)

- อาการจะแสดงผลในทันที ไม่รีรอค่อยๆ
เป็นค่อยๆ ไป อย่าง Brontok ..

ขั้นตอนการกำจัดไวรัส Flashy.exe

1. เราต้องทำให้เครื่องเราที่ ติด password อยู่ boot ให้ได้ก่อน ทำได้โดย

หาแผ่น Hirens BootCD 8.1 เข้าหัวข้อ pass.... เลือกข้อ 1. Act...

- โปรแกรม จะถามว่า patition เราอันไหน เราก็เลือกไป

- โปรแกรม จะถามว่า Account ที่จะล้าง pass อันไหน เราก็เลือกไป

- เสร็จแล้ว ออกจากโปรแกรม เราก็ reboot กด f8 เพื่อเข้า Safe Mode

2. เมื่อเข้า Safe Mode มาแล้ว

- คลิกขวาที่ My Computer > Properties >
แท็บ System Restore > เลือก Turn off System Restore on all drives > OK

3. คลิกขวาที่ Task Bar > Task Manager (หรือ Ctrl+Alt+Del) > แท็บ Processes หาตัวที่ชื่อ Flashy.exe และ systemID.pif > End Process (กรณีถ้าตรวจพบ..)

4. เปิด Notepad แล้วก็อบ***ข้อความด้านล่างไปวาง เซฟชื่อ killfrashy.bat

เมื่อเซฟเสร็จแล้ว ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์ killfrashy.bat เพื่อเรียกให้ไฟล์ดังกล่าวทำงาน

--------------------------------------------------------

@ECHO OFF

REG delete
HKCUSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesSystem /v DisableRegistryTools /f

REG delete HKLMSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionRun /v Flashy Bot /f

REG add HKCUSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionExplorerAdvanced /v Hidden /t REG_DWORD /d 2

REG add HKCUSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionExplorerAdvanced /v HideFileExt /t REG_DWORD /d 0

REG add HKLMSYSTEMCurrentControlSetServicesSharedAccess /v Start /t REG_DWORD /d 2

--------------------------------------------------------

5. ไปที่ Start Menu All ProgramsStartup หา systemID.pif แล้วลบทิ้ง (คลิกขวา > Delete) ไปที่ C:WINDOWSsystem หา Flashy.exe แล้วลบทิ้ง

6. จบขั้นตอนการกำจัด Flashy.exe > Restart เครื่อง

เพิ่มเติม

ต้องเข้าไปแก้ค่าใน regedit ด้วย

HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesExplorer"NoFolderOptions" = "1"

HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionExplorerAdvanced"HideFileExt" = "1"

HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionExplorerAdvanced"Hidden" = "2"

HKEY_LOCAL_MACHINESYSTEMCurrentControlSetServicesSharedAccess"Start" = "4"



Create Date : 10 สิงหาคม 2549
Last Update : 10 สิงหาคม 2549 22:03:02 น.
Counter : 3454 Pageviews.

6 comment
วิธีแก้ไขเมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ติด Virus Brontok.A
อาจจะเก่าหน่อย แต่หวังว่าคงมีประโยชน์สำหรับคนที่ โดนไวรัสตัวนี้นะครับ
คัดลอกบทความจาก http://www.bcoms.net

1. หากมีคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง มีการแชร์ไดร์ฟ หรือ Work group ไวให้จัดการยกเลิกการแชร์ ตัดการติดต่อกันเสียก่อน
2. รีบูตเข้าสู่ Safe Mode โดยกด F8 เร็วๆ ตอนเริ่มเปิดเครื่อง แล้วเลือกเข้าสู่ เซฟโหมด ในฐานะของ Administrator
3. กด Start…>run พิมพ์ msconfig กด OK ไปที่แทป StartUp ยกเลิกเครื่องหมายหน้ารายการเหล่านี้ออกไป
– norBtok
- smss
4. รีบูตเครื่องใหม่ ตอนนี้ไวรัสจะไม่เรียกการทำงานขึ้นมาตอน Start up อีก ต่อไปก็ต้องตามลบไฟล์และแก้ไขรีจิสทรีครับ
ลบไฟล์และแก้ไขรีจิสทรี
1.ให้คุณดาวน์โหลดไฟล์ http://securityresponse.symantec.com/avcenter/UnHookExec.inf เมื่อโหลดเสร็จให้ คลิกขวาที่ไฟล์ แล้วคลิกคำว่า install นะครับรีจิสทรีจะถูกปลดล็อกออก

2. กด start…>run พิมพ์ regedit กด OK เข้าไปที่ HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\ Policies\Explorer ในพาธทางขวา ลบค่า “NoFolderOption”= “1” ออกไป ทีนี้ Folder Options ใน Control Panel ที่ถูกซ่อนโดยไวรัสจะกลับมา

3. จากนั้นตามลบไฟล์ที่เหลือครับ เปิดหน้าต่างวินโดวส์ขึ้นมาใส่ %UserProfile%Local Settings\Application Data\ ลงไป กด Enter หากพบไฟล์เหล่านี้ลบทิ้งให้หมด
- csrss.exe
- inetinfo.exe
- lsass.exe
- services.exe
- winlogon.exe
ไปที่ %UserProfile%\Start Menu\Program\Startup\ ลบไฟล์ Empty.pif
ไปที่ %UserProfile%\Templates\ ลบไฟล์ A.kontnorB.com ไปที่ %Windir%\inf\ ลบไฟล์ norBtok.exe
ไปที่ %System%\ ลบไฟล์ 3D Animation.scr

เท่านี้ไวรัสจะถูกกำจัดไปครับ ต่อจากนี้ก็ควรทำ Windows Update โดยอาจเปิดการอัพเดทไว้เป็นแบบ Automatic เพื่อที่จะอัพเดท Security Patch ที่จะปิดช่องโหว่จากไวรัสหนอน ที่แพร่ระบาดได้อีกทางหนึ่ง (แต่ถ้าใช้ของไม่ถูกลิขสิทธิ์อย่าเปิด Auto Update นะครับ ระวังจะมีปัญหา ) หมั่นอัพเดทแอนตี้ไวรัสบ่อยๆ ครับเท่านี้จะปลอดภัยอีกระดับหนึ่ง



Create Date : 26 กรกฎาคม 2549
Last Update : 26 กรกฎาคม 2549 13:40:05 น.
Counter : 642 Pageviews.

6 comment
Foxit โปรแกรมอ่านไฟล์ PDFแบบพกพา
โปรแกรม Foxit reader ของฟรี ใช้อ่านไฟล์ PDF ขนาดของโปรแกรมเล็กมากครับ ใช้ได้กับ Win 98/NT/ME/2000/XP/2003
สามารถเรียกใช้โปรแกรมจาก Flash Drive ได้เลย ไม่จำเป็นต้องติดตั้งลงในคอมพิวเตอร์ เหมาะสำหรับพกพาติดตัวครับ

เวอร์ชั่นแบบZIP File ( แตกไฟล์แล้วใช้งานได้เลย )
http://www.foxitsoftware.com/foxitreader/foxitreader.zip
เวอร์ชั่นแบบ Install
http://www.foxitsoftware.com/foxitreader/foxitreader_setup.exe



Create Date : 30 มิถุนายน 2549
Last Update : 30 มิถุนายน 2549 8:27:50 น.
Counter : 1013 Pageviews.

13 comment
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแผ่น DVD+R และ DVD-R
ที่มา : บทความของ "คุณลอร์ดยู" (ThaiDVD)

ในด้านความจุนั้น
DVD-R และ DVD-RW เป็นแบบชั้นเดียว มีความจุ 4,706,074,624 bytes หรือเท่ากับ 4488MB

DVD+R และ DVD+RW ก็เป็นแบบชั้นเดียว มีความจุ 4,700,372,992 bytes หรือเท่ากับ 4482MB

DVD-R และ DVD-RW เป็นแบบชั้นเดียว มีความจุ 4,706,074,624 bytes หรือเท่ากับ 4488MB

DVD+R และ DVD+RW ก็เป็นแบบชั้นเดียว มีความจุ 4,700,372,992 bytes หรือเท่ากับ 4482MB

DVD+R DL เป็นแบบสองชั้น (DL==Dual Layer) มีความจุ 8,547,993,600 bytes หรือเท่ากับ 8152MB

DVD-R DL เป็นแบบสองชั้น ขณะนี้ยังอยู่ในห้องแล็ปคาดว่าภายในปีนี้จะเริ่มออกวางตลาด แต่ราคาคงแพงหูฉี่ ความจุก็คงประมาณ DVD+R DL

DVD-ROM เป็นได้ทั้งชั้นเดียวหรือสองชั้น ความจุประมาณ DVD-R หรือ DVD+R DL

DVD-RAM มี 2 แบบคือแบบเก่าและแบบใหม่ ทั้งสองแบบมีทั้งแบบด้านเดียว (Single Side) และแบบสองด้าน (Double Side) เวลาใช้งานแบบสองด้านผู้ใช้จะต้องทำการกลับข้างแผ่นเอง ทุกด้านจะเป็นแบบชั้นเดียว (Single Layer) โดยมีความจุดังนี้

2,6xx,xxx,xxx bytes เป็นแบบเก่า ชั้นเดียว ด้านเดียว

5,2xx,xxx,xxx bytes เป็นแบบเก่า ชั้นเดียว สองด้าน

4,7xx,xxx,xxx bytes เป็นแบบใหม่ ชั้นเดียว ด้านเดียว

9,4xx,xxx,xxx bytes เป็นแบบใหม่ ชั้นเดียว สองด้าน

ในด้านความเร็วในการเขียนของเครื่องเขียนนั้น ความเร็วสูงสุดของเครื่องเขียนที่เขียนแผ่นแบบต่างๆได้ขณะนี้อยู่ที่
16x สำหรับ DVD-R และ DVD+R โดยเครื่องเขียนดีวีดีที่เขียนได้ทั้งสองแบบส่วนใหญ่จะเขียน DVD+R ได้เร็วกว่า DVD-R เช่น 16x DVD+R 12x DVD-R หรือ 12x DVD+R 8x DVD-R

8x สำหรับ DVD+RW

6x สำหรับ DVD-RW, DVD-R DL, DVD+R DL

5x สำหรับ DVD-RAM

โดย 1x ของดีวีดี = 9x ของซีดี = 9*150kB/s = 1350kB/s

ในด้านราคาและความเร็วของแผ่นนั้น
ที่ความเร็วการเขียนเท่ากัน และที่คุณภาพของแผ่นเท่ากัน DVD-R จะถูกกว่า DVD+R นิดหน่อย

ที่คุณภาพของแผ่นเท่ากัน DVD-R และ DVD+R ที่ 16x ยังหายาก 12x ยังแพงอยู่ 8x ถูกลงมา 4x ก็ถูกสุด

แผ่น DVD-R หรือ DVD+R บางแผ่นที่บอกว่ารับรองการเขียนได้ที่ 4x แต่จริงๆอาจเขียนได้ถึง 6x หรือ 8x นั้น จะต้องระวังเรื่องคุณภาพการเขียนและการอ่านกลับ ไม่ควรเก็บข้อมูลสำคัญไว้กับแผ่นที่เขียนมาด้วยความเร็วสูงกว่าที่ระบุไว้ที่แผ่น

แผ่น DVD+R DL ตอนนี้มีแค่ 2.4x และ 4x ราคายังแพงมากในขณะนี้ ถ้าบ้านไม่รวยก็ยังไม่คุ้มที่จะซื้อใช้

แผ่น DVD-R DL ยังไม่มีวางขาย

แผ่น DVD-RW หรือ DVD+RW ตอนนี้มีไม่เกิน 4x ราคาแพงกว่า DVD-R หรือ DVD+R แต่ถูกกว่า DVD+R DL

แผ่น DVD-RAM ตอนนี้มีไม่เกิน 5x ราคาแพงกว่า DVD-RW หรือ DVD+RW แต่ถูกกว่า DVD+R DL

ในด้านความเข้ากันได้กับเครื่องอ่าน (เขียนแล้วเอาไปอ่านกับเครื่องอื่นได้หรือไม่ได้มากน้อยแค่ไหน)
แผ่น DVD-ROM มีความเข้ากันได้กับเครื่องอ่านมากที่สุด (ไม่ว่าจะเป็นเครื่องอ่านแบบ DVD-ROM ที่ใช้ในคอมพ์ หรือเครื่องเล่นดีวีดีที่ต่อเข้าทีวี) เนื่องจากเป็นแผ่นที่ปั๊มมาจากโรงงาน โดยปั๊มจากโมล ไม่ได้ถูกเขียน(หรือถ้าจะเรียกให้ถูกคือ เบอร์น)มาด้วยแสงเลเซอร์จากเครื่องเขียนดีวีดี

ความเข้ากันได้รองลงมาจาก DVD-ROM ของแผ่นแบบอื่นเรียงตามลำดับคือ DVD-R (93%), DVD+R (89%), DVD-RW (80%), DVD+RW (79%), DVD+R DL (??), DVD-RAM (??)


ในด้านความสามารถในการเขียน
แผ่น DVD-R, DVD+R, DVD-R DL, DVD+R DL เขียนแล้วลบไม่ได้ เขียนทับไม่ได้

แผ่น DVD-RW, DVD+RW เขียนแล้วลบได้ เขียนทับได้

แผ่น DVD-R สามารถเขียนแบบทีละนิด ไปเรื่อยๆจนเต็ม (ที่เรียกว่าการเขียนแบบ multi-session) ได้เช่นเดียวกับ DVD+R หลายคนเข้าใจผิดว่า DVD-R เขียน multi-session ไม่ได้ จริงๆแล้วเขียนได้ เพียงแต่เครื่องอ่านหลายเครื่องที่อ่าน DVD-R ได้ อาจจะอ่าน DVD-R แบบ multi-session ไม่ได้ บางรุ่นอาจต้องอัปเกรด firmware ก่อนจึงจะอ่านได้ นอกจากนี้ก็ยังมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อก็คือตัว OS เช่น Windows บางเวอร์ชั่นก็อ่าน DVD-R แบบ multi-session ไม่ได้ ไม่แน่ใจว่ามีรุ่นไหนบ้าง แต่ Windows XP นั้นอ่านได้ นอกจากนี้การเขียน multi-session ของ DVD-R นั้นจะใช้แก็ปมากกว่า DVD+R เช่นถ้าทดลองเขียนข้อมูลขนาด 10MB ทีละนิดเขียนไป 100 ครั้งด้วยข้อมูลเดียวกัน ทดลองทั้งแผ่น DVD-R และ DVD+R แล้วลองดูว่าใช้พื้นที่ไปแล้วเท่าไรและหลืออีกเท่าไร จะพบว่าแผ่น DVD+R จะเหลือที่ว่างเพื่อเขียนเพิ่มมากกว่าแผ่น DVD-R (ต่างกันแค่ไหนนั้นจำไม่ได้ แต่มากพอสมควร)

ต่างกันแค่ไหนระหว่าง multi-session ในแบบของ DVD-R กับ DVD+R นั้น ก็ต่างกันมากทีเดียว โดย DVD-R นั้นจะต้องเสียพื้นที่ถึง 32-96 MB ระหว่างสอง session แรก และ 6-18 MB ระหว่างสอง session ต่อๆ ไป ดังนั้นสมมติว่าตอนนี้เรามีอยู่แล้ว 10 session ก็แสดงว่าอาจต้องเสียพื้นที่ไปแล้วมากถึง 258 MB (มากกว่า 5% ของพื้นที่ทั้งหมดบนแผ่น) ส่วน DVD+R นั้น จะเสียพื้นที่ระหว่าง session เพียง 2 MB เท่านั้นไม่ว่าจะเป็นระหว่าง session ไหน ดังนั้นถ้าเราเขียนไปแล้ว 10 session ก็แสดงว่าเราเสียพื้นที่ไปแค่ 18 MB เท่านั้น ที่เป็น 18 MB ไม่ใช่ 20 MB ก็เพราะว่า session ที่ 10 นั้นไม่ต้องเสียพื้นที่ 2 MB เพื่อปิดท้ายเหมือนของ DVD-R

DVD+R, DVD+RW, DVD+R DL มีความสามารถที่ไม่มีในคู่แข่ง (แบบ -) คือ ความสามารถที่เรียกว่า bitsetting ซึ่งเป็นการเปลี่ยน book type ของแผ่นให้กลายเป็น DVD-ROM ทำให้ความเข้ากันได้ของ DVD+R, DVD+RW, DVD+R DL เพิ่มขึ้นไปใกล้เคียง หรือมากกว่า คู่แข่งแบบ - เพราะเครื่องอ่านโดนหลอกว่าแผ่นนี้เป็นแผ่น DVD-ROM (แผ่นปั๊ม) ไม่ใช่แผ่น DVD+R หรือ DVD+RW หรือ DVD+R DL บางคนบอกว่าตอนนี้ DVD+R ที่เปลี่ยน book type เป็น DVD-ROM มีความเข้ากันได้เทียบเท่าแผ่น DVD-ROM จริงๆเลยทีเดียว ซึ่งความสามารถนี้ทำให้แผ่น DVD+R/RW/R DL ล้ำหน้า DVD-R/RW เพราะ DVD-R/RW นั้นไม่สามารถเปลี่ยน book type ได้ อนึ่ง bitsetting นี้ตัวเครื่องเขียนจะต้องสนับสนุนด้วย เครื่องเขียนบางเครื่องทำ bitsetting ได้เฉพาะแผ่น DVD+R หรือบางเครื่องทำได้เฉพาะ DVD+R DL บางเครื่องทำได้ครบทั้ง DVD+R, DVD+RW, DVD+R DL บางเครื่องเปลี่ยนให้โดยอัตโนมัติ บางเครื่องต้องเข้าไปเซ็ตก่อน ต้องดูเป็นเครื่องๆไป ทั้งนี้อาจขึ้นกับ firmware ด้วย เครื่องเดียวกันตอนนี้อาจทำไม่ได้แต่อัปเกรด firmware แล้วอาจทำได้

แผ่น DVD-RAM มีความสามารถในการเขียนที่น่าอัศจรรย์ที่หลายคนไม่รู้ คือ การเขียนข้อมูลแบบ random ได้เหมือนกับฮาร์ดดิสค์ ยกตัวอย่างคือ เปิดไฟล์ขึ้นมาตรงๆจากแผ่น DVD-RAM แล้วแก้ไฟล์ แล้วก็เซฟไฟล์ไปตรงนั้นเดี๋ยวนั้นได้เลยเหมือนกับทำบนฮาร์ดดิสค์ ไม่มีแผ่นแบบไหนทำแบบนี้ได้ และไม่ค่อยมีเครื่องเขียนเครื่องไหนเขียน DVD-RAM ได้ และที่สำคัญ (ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ DVD-RAM ไม่ค่อยแพร่หลาย) คือไม่ค่อยมีเครื่องอ่านเครื่องไหนที่อ่านแผ่น DVD-RAM ได้ เครื่องเขียนที่เขียนและอ่านแผ่น DVD-RAM ได้คือเครื่องเขียนหลายรุ่นจากค่าย LG และค่าย Panasonic แผ่น DVD-RAM เป็นที่นิยมกันในญี่ปุ่น โดยจะใช้อัดหนังด้วยเครื่อง DVD Recorder (คือเครื่องอัดที่ใช้อัดหนังจากทีวีแบบเดียวกับเครื่อง Video VHS เพียงแต่อัดลงแผ่น DVD) แล้วเอามาแก้ไขตัดต่อบนคอมพ์ โดยใช้เครื่องเขียนดีวีดีที่อ่านเขียน DVD-RAM ได้ ทำให้ไม่จำเป็นต้องย้ายข้อมูลทั้งหมดจากแผ่น DVD-RAM ลงฮาร์ดดิสค์ก่อน เป็นการประหยัดเวลาได้มาก เครื่อง DVD Recorder ที่อัดลง DVD-RAM ได้ก็เครื่องจากค่าย Panasonic หลายรุ่น ดังนั้นใครมี LG ก็อาจลองเล่นความสามารถนี้ของ DVD-RAM ดูได้ ไม่ต้องถึงขนาดซื้อ DVD Recorder มาลอง แค่ใช้เก็บข้อมูลแล้วลองแก้ไขบนแผ่นโดยตรง แล้วจะติดใจ

เพิ่มเติมรายละเอียดของ DVD-RAM ข้อดี: http://www.ramprg.com/en/a/main.html เป็น Flash สีสันสวยงาม และ การใช้งาน: http://www.ramprg.com/en/b/B_1_1.html



Create Date : 29 มิถุนายน 2549
Last Update : 29 มิถุนายน 2549 8:36:05 น.
Counter : 842 Pageviews.

12 comment
1  2  3  4  5  6  7  

OvO
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



สวัสดีครับ ผมสนใจในเรื่องคอมพิวเตอร์และอีกหลายๆเรื่อง
ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนครับ มีบล็อกส่วนตัว เกี่ยวกับเรื่องโหราศาสตร์ และบริการดูดวงฟรี
http://thaiastrotalk.tk
Custom Search
All Blog
MY VIP Friend