Group Blog
  •  

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  ชีวิตในญี่ปุ่น
  •  
  •   
  •  
  •  
  •  
All Blog
50. “การทำซ้ำซาก” คือวิธีกระตุ้น ความสนใจของเด็กที่ดีที่สุด
พวกเราผู้ใหญ่หากได้ฟังเรื่องอะไรซ้ำถึง 3-4 หนในวันเดียวคงเบื่อหน่ายสิ้นดี ยิ่งคนใจร้อนอย่างผมได้ยินเรื่องเดียวกันแค่สองหน ผมก็รำคาญจนสุดจะระงับแล้วละครับ แม้แต่คนอย่างผมตอนเป็นเด็ก ผมยังขอให้พ่อหรือแม่เล่านิทานเรื่องเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าซึ่งน่าแปลกใจอยู่เหมือนกัน

อะไรที่ซ้ำซากสำหรับเด็กเล็กจะมีผลมากต่อการสร้างเส้นสายสมองส่วนที่เป็นฮาร์ดแวร์อย่างถูกต้อง ดังที่ผมเคยพูดย้ำแล้วย้ำอีก การที่เด็กเล็กไม่รู้จักเบื่อไม่ได้หมายความว่าเราจะทำอะไรก็ได้ที่ซ้ำๆซากแก่เด็ก แต่เราควรอาศัยความไม่รู้จักเบื่อของเด็กนี่แหละเพื่อสร้างเส้นสายสมองที่ถูกต้องโดยผ่านการกระทำอย่างซ้ำซาก เด็กอายุ 3 เดือนสามารถจำเพลงยากๆได้ หากได้ฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน ความสามารถของเด็กอ่อนนี้น่าทึ่งมากทีเดียว

อนึ่ง การทำอะไรซ้ำซากสำหรับเด็กวัยนี้ นอกจากช่วยสร้างเส้นสายในสมองแล้ว ยังมีบทบาทในการสร้างความสนใจขึ้นในตัวเด็กอีกด้วย เด็กซึ่งได้รับการฟังเพลงหรือนิทานต่างๆอย่างซ้ำซากจะจดจำเอาไว้ และในที่สุดแกจะเรียกร้องขอฟังเพลงหรือนิทานที่แกสนใจ หรือเฝ้าถามแล้วถามอีกว่า ทำไมเป็นอย่างโน้นทำไมเป็นอย่างนี้ การเล่านิทานซ้ำซาก ด้านหนึ่งช่วยให้เด็กจำนิทาน ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง ทำให้เด็กเกิดความสนใจในนิทานเรื่องนั้นขึ้นมาเอง

ผมได้ยินเรื่องเศร้าของสามีภรรยาคู่หนึ่งซึ่งต้องทำงานนอกบ้านทั้งคู่และนำลูกวัย 1 ขวบ 2 เดือนไปฝากสถานเลี้ยงเด็กไว้ เมื่อพาลูกกลับบ้านเด็กเกือบจะอยู่ในสภาพเด็กปัญญาอ่อน ต่อมาเมื่อเด็กอายุ 4-5 ขวบแกเริ่มสนใจดนตรีมากขึ้น อยากเรียนไวโอลิน อยากเรียนเปียโนมากจนพ่อแม่ถึงกับแปลกใจ จึงตรวจสอบดูว่าเป็นเพราะเหตุใด ปรากฏว่าสมัยที่อยู่สถานเลี้ยงเด็กลูกอยู่ในสภาพที่ไม่มีอะไรมากระตุ้นเลย มีพียงอย่างเดียวคือก่อนนอนและตอนออกกำลังกาย ทางสถานเลี้ยงเด็กจะเปิดเพลงของชูเบิร์ตและโมสาร์ทกับเพลง The Skaters’Waltz สภาพไร้สิ่งกระตุ้นกับการฟังเพลงซ้ำซาก ทำให้เด็กคนหนึ่งกลายเป็นเด็กปัญญาอ่อน แต่มีความเข้าใจในดนตรีสูง เมื่อผมเห็นเด็กคนนี้ ทำให้ผมรู้ถึงบทเรียนที่มีค่ามหาศาลเกี่ยวกับการศึกษาในวัยเด็ก



Create Date : 26 มิถุนายน 2556
Last Update : 23 กรกฎาคม 2556 10:16:48 น.
Counter : 342 Pageviews.

0 comment
49. ความสนใจของเด็กต้องต่อเนืองจึงจะมีผล
ผมได้กล่าวมาแล้วว่า ความสนใจเป็นยากระตุ้นที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก แต่มีปัญหาอยู่ประการหนึ่ง เด็กนั้นมีความอยากรู้อยากเห็นมากเสียจนกระทั่งเป็นการยากที่จะทำให้แกสนใจอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ถ้าเราปล่อยไปตามธรรมชาติ เด็กจะเปลี่ยนเรื่องสนใจอย่างมากมายจนน่าแปลกใจ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ หากเราพยายามบังคับให้เด็กสนใจอยู่สิ่งเดียวกลับจะทำให้เด็กไม่พอใจ การที่เด็กมีความอยากรู้อยากเห็นอย่างเอกอุเช่นนี้ ช่วยให้เด็กได้รับสิ่งกระตุ้นและประสบการณ์มากมายจากภายนอก ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาทั้งทางด้านสมองและทางด้านร่างกายของเด็ก

อย่างไรก็ตาม ทุกสิ่งทุกอย่างไม่จำเป็นต้องดีเสมอในสภาพของมัน ถ้าหากเด็กหมกมุ่นสนใจสิ่งหนึ่ง

สิ่งใดเพียงอย่างเดียวเหมือนกับเด็กที่เป็นโรคออติสซึม (Autism) ย่อมไม่ดีแน่ แต่เด็กที่ไม่สนใจอะไรนานสักอย่างเดียวก็เสี่ยงกับการเติบโตขึ้นเป็นคนใจคอโลเลไม่หนักแน่นเช่นกัน

ตามปกติเด็กที่พบกับสิ่งที่ตนสนใจท่ามกลางของที่มีอยู่มากมาย และสานความสนใจของตนต่อไปอย่างต่อเนื่องด้วยตนเอง แต่ก็มีไม่น้อยที่พ่อแม่มีส่วนช่วยสานความสนใจของเด็กให้ต่อเนื่อง กล่าวคือ พ่อแม่มีบทบาทสำคัญในการสังเกตว่าลูกสนใจอะไรเป็นพิเศษและตอบสนองทันที ซึ่งจะมีผลให้ความสนใจของเด็กเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ผมเคยกล่าวแล้วว่าต้นหน่อของความสนใจนั้นสามารถแตกหน่อหรือเหี่ยวเฉาได้ในพริบตา หน้าที่ของพ่อแม่คือ ต้องสังเกตระยะแตกหน่อนั้นให้ได้และช่วยให้หน่อนั้นเติบโตขึ้นมา แต่กระนั้นก็ดีเราไม่สามารถช่วยให้ความสนใจทุกอย่างของเด็กเติบโตขึ้นมาอย่างเท่าเทียมกันและไม่รู้ว่าความสนใจอันไหนของเด็กจะเติบโต แต่สิ่งที่เราทำได้ก็คือช่วยให้เด็กมีโอกาสลองดูความสนใจอันไหนของแกจะเติบโต อันไหนไม่โต

ผมได้รับจดหมายจากคุณพ่อคนหนึ่งซึ่งทำงานอยู่ที่เมืองมัทสุยามะ รายงานมาอย่างละเอียดถึงเรื่องที่เขาสามารถสังเกตเห็นหน่อของความสนใจของลูกและช่วยส่งเสริมให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

เขาเล่าว่าลูกชายคนโตของเขาตอนอายุ 1 ขวบ 2 เดือนเกิดสนใจในอักษร ”โนะ” ในภาษาญี่ปุ่น เวลามีตัว "โนะ" นี่โผล่ให้เห็น เช่น บนขวดอายิโนะโมโตะ คุณพ่อชี้ไปที่ตัวนั้นแล้วบอกลูกว่า “โนะ” พอลูกอายุครบ 1 ขวบ 4 เดือน แกจำอักษร ABC ได้ เขาจึงสอนอักษรตัวอื่นๆ เช่น X Y Z W I F H M N ลูกก็จำได้หมด เมื่ออายุ 1 ขวบ 6 เดือน เด็กเริ่มสนใจเครื่องหมายรถยนต์และเครื่องไฟฟ้า คุณพ่อใช้วิธีเอ่ยชื่อบริษัทและให้ลูกชี้เครื่องหมายให้ดูหรือชี้ให้ดูเครื่องหมายการค้า แล้วให้ทายชื่อบริษัท ความพยายามเช่นนี้อาจดูเหมือนเป็นตัวอย่างของพ่อที่เห่อลูกอย่างไร้สาระ แต่น่าจะกล่าวได้ว่า ความพยายามนี้ช่วยสานความสนใจของเด็กให้ต่อเนื่องและลึกซึ้งขึ้น



Create Date : 26 มิถุนายน 2556
Last Update : 23 กรกฎาคม 2556 10:16:02 น.
Counter : 146 Pageviews.

0 comment
48. เด็กจะมองสิ่งที่เขาสนใจเป็นสิ่งดี และสิ่งที่ว่าไม่ชอบก็ว่าไม่ดี
เวลาลูกของคุณฉีกกระดาษปิดบานประตูเลื่อน คุณดุลูกว่าอย่างไร(ประตูเลื่อนแบบญี่ปุ่นเป็นประตูกรอบไม้ปิดด้วยกระดาษว่าวสีขาว-ผู้แปล) คุณคงใช้ประสบการณ์ที่มีมานานปีกับหลักความประพฤติทางสังคมเป็นเครื่องวัดความถูกผิด แต่สำหรับเด็กที่เกิดมาในโลกเพียงปีสองปี แกไม่รู้หรอกว่าการฉีกกระดาษหรือการปิดประตูนั้นถูกหรือผิด เมื่อพ่อแม่ดุ เด็กไม่อยากพบเหตุการณ์เช่นนี้อีก จึงไม่ฉีกกระดาษนั้นอีก อย่างไรก็ดี การดุลูกเช่นนี้อาจเป็นการทำลายความคิดสร้างสรรค์ของแกก็ได้

นายเชชิโร อาโอคิ (Seishiro Aoki) นักจิตวิทยาด้านเด็กได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่องเด็กคิดว่าอะไรดีอะไรไม่ดีอย่างไร ผลปรากฏว่า สิ่งที่เด็กคิดว่าดีคือสิ่งคิดว่าดีคือสิ่งที่ “น่าสนใจ” “น่าสนุก” ตัวอย่างเช่น กรณีเด็กถูกหลอกพาตัวไปซึ่งปราฏกตามหน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆ เมื่อเด็กกลับมาแล้วเราถามว่าทำไมถึงตามเขาไป เด็กส่วนใหญ่ตอบว่า “คุณลุงเค้าเป็นคนสนุก ไม่ใช่คนไม่ดีหรอกนะ” ทางฝ่ายผู้ร้ายมักจะรู้ถึงจิตวิทยาของเด็กได้ดี จึงใช้ของเล่นหรือเล่าเรื่องสนุกให้เด็กสนใจ เด็กเห็นว่าเป็นคนสนุกน่าสนใจจึงคิดว่าเป็นคนดีจึงติดตามไป

ในวัยเริ่มต้น เด็กคิดว่าสิ่งสนุกเป็นสิ่งดี แต่เมื่อเด็กมีประสบการณ์มากขึ้น เด็กจะคิดว่าสิ่งดีจะทำให้แกได้รับคำชมเชย เช่น ไปซื้อของให้แม่แล้วได้รับคำชม แกก็คิดว่าการไปซื้อของเป็นสิ่งที่ดี ในทางตรงกันข้าม สิ่งไม่ดีคือสิ่งที่ทำให้เด็กรู้สึก “เสียใจ” “ไม่สนุก” “เจ็บใจ” คือสิ่งที่ไม่สบอารมณ์ทั้งหลายเพราะฉะนั้นเวลาเด็กถูกแม่ดุ ตี เด็กไม่สบอารมณ์จึงรู้ว่าทำสิ่งไม่ดีลงไป

สมมุติว่าคุณดุลูกอย่างรุนแรง เมื่อเด็กเล่นไวโอลินไม่เก่งหรือจำตัวหนังสือไม่ได้ เด็กจะจำไว้ว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่จะทำให้ตนลำบากไม่ชอบ เพราะฉะนั้นสิ่งไม่ดีในความคิดเด็ก การสีไวโอลินจึงกลายเป็นสิ่งไม่ดีเหมือนกับการฉีกกระดาษปิดประตูเลื่อน การที่พวกเราเป็นผู้ใหญ่แล้วยังไม่ชอบไวโอลินไม่ชอบภาษาอังกฤษ คงเป็นเพราะในวัยเด็กเรามีประสบการณ์ที่ไม่สบอารมณ์กับสิ่งเหล่านี้นั่นเอง

เพราะฉะนั้น หลักการพื้นฐานในการอบรมเด็ก คือไม่ยัดเยียดความคิดว่าอะไรทำผิดอะไรถูกแบบผู้ใหญ่ให้เด็ก สิ่งใดที่ไม่อยากให้เด็กทำก็ต้องทำให้เด็กไม่สบอารมณ์ สิ่งใดที่อยากให้เด็กทำก็ต้องทำให้เด็กสนุกและชื่นใจกับสิ่งเหล่านั้น วิธีการดุหรือชมของพ่อแม่นั้นส่งผลให้เด็กพัฒนาความสามารถของตนที่มีอยู่ต่อไป



Create Date : 26 มิถุนายน 2556
Last Update : 1 กรกฎาคม 2556 7:20:38 น.
Counter : 220 Pageviews.

0 comment
47. เด็กมักสนใจสิ่งที่เป็นจังหวะ
แผ่นเสียงชื่อ “Fox in Sox" เป็นแผ่นเสียงสำหรับเด็ก ซึ่งเคยได้รับความนิยมมากในสหรัฐอเมริกา แผ่นเสียงนี้ใช้คู่กับหนังสือฝึกภาษา ท่านผู้อ่านคงเห็นจากไตเติ้ลแล้วว่า คำทั้งสองมีเสียงคล้องจองกัน ในบทกวีภาษาอังกฤษมีการใช้สัมผัสคล้องจองกันเพื่อให้เกิดจังหวะ นอกจากนั้น แผ่นเสียงแผ่นนี้ยังมีเพลงประกอบเป็นเพลงสองจังหวะ ซึ่งมีชีวิตชีวาและสนุกสนานมาก

เมื่อฟังเพลงนี้อย่าว่าแต่เด็กเลย แม้แต่ผู้ใหญ่อย่างผมฟังเพลินไปด้วย แผ่นเสียงนี้มีจุดมุ่งหมายให้เด็กจดจำคำต่างๆโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่เพลินไปกับเสียงเพลง ไม่มีการบังคับให้เด็กจำอย่างยัดเยียด จึงได้รับความนิยมมากในสหรัฐอเมริกา

สิ่งที่ผมสนใจก็คือการเรียนรู้ในขณะที่ฟังเพลงโดยไม่มีกลิ่นอายของการบังคับให้จดจำหรือการฝึกปะปนอยู่เลย เป็นที่น่าเสียดายที่ในญี่ปุ่นยังไม่มีแผ่นเสียงเล่านิทานประกอบดนตรีที่ดีเลิศเช่นนี้ สาเหตุที่การศึกษาระดับปฐมวัยในสหรัฐอเมริกาประสบความสำเร็จอย่างสูง คงเป็นเพราะเขาคอยคิดอยู่เสมอว่าจะทำอย่างไรเด็กถึงจะสนใจสิ่งนั้นสิ่งนี้ แทนที่จะบังคับเด็ก ในประเทศญี่ปุ่นเราก็น่าจะใช้จังหวะดนตรีกระตุ้นความสนใจของเด็กบ้าง

เมื่อพูดถึงเรื่องเรียน พวกเราส่วนใหญ่มีปฏิกิริยาในทางลบ เป็นเพราะเราถูกบังคับยัดเยียด ให้เรียนมาตั้งแต่เด็ก อันที่จริงการเรียนควรเป็นสิ่งที่เราสนใจและเรียนอย่างสนุก

เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ไม่ใช่เรื่องที่เป็นคำพังเพยญี่ปุ่นว่า “เด็กหน้าวัดไม่ต้องเรียนก็สวดมนต์ได้” หรอกนะครับ คือผมรู้จักเด็กวัดอยู่คนหนึ่ง อายุ 3 ขวบเท่านั้น แต่แกจำบทสวดมนต์ที่พ่อสวดเช้าได้หมด เวลาสวดมนต์พระญี่ปุ่นจะเคาะไม้เป็นจังหวะ เด็กจึงสนใจจำได้ ถ้าหากเราบังคับให้แกจำบทสวดนั้นคงกลายเป็นการสร้างความทุกข์ทรมานโดยไม่ได้อะไรขึ้นมา



Create Date : 26 มิถุนายน 2556
Last Update : 1 กรกฎาคม 2556 7:20:18 น.
Counter : 160 Pageviews.

0 comment
ตอนที่ 4 ห ลั ก ใ น ก า ร ฝึ ก เ ด็ ก 46. ความสนใจคือยากระตุ้นที่ดีที่สุด
เกือบทุกวันจะมีแม่จูงมือลูกสาวอายุ 2-3 ขวบไปที่โรงเรียนสอนไวโอลินของอาจารย์ซูซูกิ เพื่อมาขอเรียนไวโอลิน เด็กหลายคนถูกพามาอย่างไม่ได้เต็มใจ เมื่อมาถึงโรงเรียนก็ไปดูโน้นดูนี่บ้าง กระโดดเล่นตามระเบียงบ้าง ไม่ได้สนใจไวโอลินเลย ถ้าหากใครบังคับเด็กอายุ 3 ขวบให้เรียนไวโอลิน เด็กวัยนี้คงร้องไห้ไม่ยอมและพานเกลียดไวโอลินไปเลย เพราะเด็กวัยนี้เริ่มมีความคิดเป็นตัวของตัวเองแล้ว

ดังนั้นในระยะแรกๆอาจารย์ซูซูกิจึงปล่อยให้เด็กๆทำอะไรตามใจชอบและไม่ยอมให้ไวโอลินแก่เด็ก แต่กลับสอนแม่ของเด็กให้รู้จักใช้ไวโอลิน ต่อมาเมื่อเด็กเห็นเพื่อนๆอายุรุ่นราวคราวเดียวกันสามารถสีไวโอลินได้เก่ง แกก็เริ่มสนใจนั่งดู เวลาผ่านไปประมาณ 2-3 เดือน แกก็จำทำนองเพลงที่เพื่อนเล่นได้และอยากจะลองสีเองบ้าง แต่อาจารย์ก็ยังไม่ยอมส่งไวโอลินให้เด็กจะรอจนกระทั่งเด็กอยากเล่นจนทนไม่ไหวจึงเริ่มฝึกให้ ซึ่งกว่าจะมาถึงขั้นนี้เด็กบางคนต้องใช้เวลาถึง 6 เดือน

“ความสนใจคืออยากกระตุ้นที่ดีที่สุด” นี่คือหลักการพื้นฐานของโรงเรียนสอนไวโอลินของอาจารย์ซูซูกิ อาจารย์มีความเห็นว่าการบังคับเด็กที่ไม่อยากเรียนโดยบอกว่า”ต้องเรียน ต้องฝึกซ้อม” เป็นวิธีการสอนที่แย่ที่สุด ถ้าเกิดความสนใจไวโอลินขึ้นมาเมื่อไร แกจะเรียนรู้ได้เร็วมาก จนกระทั่งอาจารย์ซูซูกิเองยังแปลกใจ

มีคำกล่าวที่ว่า “หากชอบสิ่งใด จะทำได้ดี” คงไม่มีวิธีการสอนใดที่ได้ผลกว่าการสร้างความสนใจขึ้นในตัวเด็กเสียก่อน เราไม่ต้องสอนเลขแต่เร้าให้เด็กสนใจในตัวเลข ไม่ต้องสอนวาดภาพหรือเขียนหนังสือ แต่ชวนให้เด็กสนใจในการขีดเขียน

กล่าวได้ว่าพ่อแม่เป็นตัวกระตุ้นความสนใจ และเตรียมความพร้อมของเด็กก่อนเข้าโรงเรียน

แน่นอน การสร้างสิ่งดึงดูดความสนใจนั้นจำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือต่างๆถ้าเราไม่ให้กระดาษวาดเขียนและสีเทียนแก่เด็กแล้วชวนให้แกวาดรูปย่อมเป็นไปไม่ได้ หากเด็กมีสีเทียนและกระดาษวาดเขียนอยู่ใกล้ตัวตลอดเวลา เด็กย่อมเกิดความสนใจอยากวาดภาพ การไม่ให้เครื่องมืออะไรแก่เด็กแล้วสั่งให้แกสนใจไอ้โน้นไอ้นั่น เปรียบเสมือนการหัดให้สุนัขรู้จักนั่งไหว้โดยไม่มีขนมล่อเลย

เมื่อสอบถามบรรดาผู้ใหญ่ถึงสาเหตุที่ไม่ชอบดนตรีหรือไม่ชอบภาพเขียน คนส่วนใหญ่บอกว่า เพราะเมื่อสมัยเด็กถูกบังคับให้เรียนบ้าง หรือเพราะไม่มีโอกาสได้สัมผัสสิ่งเหล่านี้เลย



Create Date : 26 มิถุนายน 2556
Last Update : 1 กรกฎาคม 2556 7:19:38 น.
Counter : 137 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

Harutoaki
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]



ตอนนี้ผันตัวมาเป็นแม่ค้าทำขนส่งจากจีนมาไทย หาตังค่าขนมให้เจ้าหนูฮิโร ใครสนใจติดต่อมาได้เลยนะคะ เราคิดราคาถูกสุดๆ

ส่วนอะไรที่เป็นข้อมูลเอามาแชร์กับเพื่อนๆเท่าที่จะทำได้นะคะ เพื่อนๆจะได้ไม่เจอเหตุการเซ็งแบบเรา หากเพื่อนๆมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมก็เขียนแนะนำเราเอาไว้ได้เลยนะคะจะได้เป็นความรู้กับเราด้วย.

สำหรับเพื่อนๆที่สงสัยเกี่ยงกับเรื่องวีซ่า สามารถทิ้งอีเมล์ไว้ให้เราได้นะค่ะ เวลาตอบบางทีบางคนไม่ใช่สมาชิกเราก็ไม่รู้ว่าจะได้เห็นข้อความเราไหม

เรื่องวีซ่าเราไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญแต่อย่างใด แต่ที่ลงข้อมูลไว้เผื่อคนที่ต้องการทำวีซ่าอย่างเราจะได้มีที่หาข้อมูลได้