Group Blog
 
All Blogs
 

วันที่สาม เหนือสุดของญี่ปุ่น@wakkanai

หลังจากที่เมื่อวานออกจาก furano ไปกินราเมงที่ asahikawa และนั่งรถไฟแบบหลับแล้วหลับอีก กว่าจะถึง minami-wakkanai ตอนห้าทุ่มกว่า ลุงพนักงานต้อนรับยังยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับดี บอกว่ารออยู่เลยครับ (รถไฟแอบเลท) ก็ขอโทษเขาไปที่ไปถึงสายทำให้เขาต้องรอ ลุงก็ใจดีบอกว่าไม่เป็นไรจ้ะ แล้วก็รีบเข้าห้องตัวเองว่าจะรีบนอน แต่ก็ดันอดดูรายการของ arashi ก่อนนอนมิได้

แหกขี้ตาตื่นเช้าอีกแล้ว เพราะต้องขึ้นรถไฟขบวน 7:38 ไปยัง wakkanai ไม่งั้นตกรถทัวร์แน่นอน รถไฟบ้านนอกแต่ละวันนี่มีนับขบวนได้เลย



และแล้วก็มาถึงสถานีเหนือสุดของญี่ปุ่น wakkanai


มีเสาบอกไว้ด้วยว่า เราคือสถานีที่อยู่เหนือสุดของญี่ปุ่น



เสร็จแล้วก็รีบเดินไปยังbus terminal (ตึกสีสดได้อีก จะเด่นไปไหน) เพื่อไปซื้อทัวร์พาเที่ยวจุดต่างๆ เนื่องจากเช่ารถขับเองไม่ได้ ไม่มีใบขับขี่ ทัวร์นี้ราคา 3,300 เยน มีไกด์สาวสวยน่ารัก เรียกได้ว่าอยู่เมืองไทยเป็นดาราได้แน่นอน(เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมา) พูดบรรยายได้น่าฟังเป็นธรรมชาติมาก






นั่งรถมาซักพักก็มาถึงจุดแรก Hyosetsu no Mon สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่คนญี่ปุ่นที่เสียชีวิตไปบนเกาะซาฮาลิน(ตอนที่ยังเป็นดินแดนของญี่ปุ่น ตอนนี้เป็นของรัสเซียไปแล้ว)


นี่คือแท่นหินอนุสรณ์แด่สตรี 9 นางที่ทำงานเป็นพนักงานสื่อสารบนเกาะซาฮาลิน ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่จนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนจะจบชีวิตตัวเอง เมื่อทหารโซเวียตบุกตอนช่วงปลายสงคราม


แดดแรง อากาศเย็นมาก ลมแรง แต่ถือว่าโชคดีเพราะวันก่อนหน้าและวันหลังจากนี้อากาศแปรปรวน ฝนตก



มาถึงจุดที่สอง แหลม Noshappu (ระวังสับสนกับแหลม Nosappu ที่ Nemuro อันนี้อยู่ทางตะวันออก คนละทางกันเลย) วันนี้ท้องฟ้าใสมาก เห็นเกาะ Rishiri อยู่ไกลๆ (ซึ่งไม่ได้ไปเพราะเวลาจำกัด เสียดายเหมือนกัน เพราะที่นี่มีธรรมชาติที่สวยงามมาก)


บริเวณใกล้ๆมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเล็กๆ ศูนย์วิทยาศาสตร์เยาวชน และประภาคารซึ่งสูงเป็นอันดับสองของญี่ปุ่น รองจากประภาคาร Hi no Misaki จังหวัด Shimane





แล้วก็จรลีไปยังจุดต่อไป ระหว่างทางนั่งรถชมวิว สังเกตเห็นได้ว่า ป้ายตามร้านค้า นอกจากจะเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นแล้ว ยังมีภาษารัสเซียด้วยแทนที่จะเป็นภาษาอังกฤษ เพราะในเมืองมีชาวรัสเซียอาศัยอยู่ด้วย ร้านที่เน้นกลุ่มลูกค้าคนรัสเซียเป็นหลักเลยก็มี(ไกด์ว่า)



แอบขำไกด์สาว เธอพยายามพรีเซนต์เมืองอย่างเต็มที่ แต่ด้วยความที่เมืองไม่ค่อยมีอะไร สิ่งที่พูดออกมาจึงประมาณว่า
- ดูทางซ้ายมือนะคะ นี่เป็นร้านสะดวกซื้อของเมืองชื่อ seicomart (seico = success) เป็นร้านที่มีในเขตฮอกไกโดค่ะ ถ้าอยู่ว่างๆระหว่างทางลองนับจำนวนร้านดูก็ได้นะคะ
- ถัดไปเป็นห้างที่แห่งเดียวของเมืองค่ะ ทุกคนจะมารวมตัวกันที่นี่ ถ้าเลิกเรียนแล้วแวะมาต้องได้เจอกับเพื่อนแน่นอนค่ะ(เพราะไม่มีที่อื่นจะไปแล้วค่ะ)
- เมื่อเร็วๆนี้มีร้าน sukiya(คู่แข่ง yoshinoya) มาเปิดใหม่ร้านแรกค่ะ เห็นไหมคะว่า wakkanai ก็ไม่ยอมแพ้ต่อภาวะเศรษฐกิจซบเซานะคะ และเร็วๆนี้ก็ได้ข่าวว่าแมคโดนัลด์จะมาเปิดค่ะ ชาวเมืองกำลังรออย่างใจจดจ่อเลยค่ะ
- ดูซิคะ โรงงานแปรรูปอาหารทะเลของ wakkanai
etc.

เธอพยายามจริงๆ


มุ่งหน้าสู่จุดที่สาม วิวสวยมากมาย ท้องฟ้าใส เมฆสวย ตัดกับทุ่งหญ้าเขียว ระหว่างทางก็ได้เห็นกังหันลมมากมาย ทั้งหมดมี 57 ตัว โดยบริษัทมิตซูบิชิ(กังหันลมที่อื่นจะเป็นของเดนมาร์กซะเยอะ) เริ่มเดินเครื่องปลายปี 2005 ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 57,000kw


บัสแล่นไปตามทางคดเคี้ยว ทุ่งหญ้าไกลสุดลูกหูลูกตา เป็นฟาร์มปศุสัตว์เลี้ยงแบบปล่อยให้กินหญ้าเอง


มาถึงตรงนี้ไกด์ก็ฮาได้อีก โดยขอร้องลูกทัวร์(แบบจริงจังสุดขีด)ว่าให้ช่วยถ่ายรูปวัวหน่อยเถอะ สงสารวัวบ้าง เพราะส่วนมากคนจะถ่ายแต่รูปวิว คน ตึก แต่ไม่ถ่ายรูปวัวเลย ทั้งๆที่มีอยู่ตั้งเยอะ แล้วก็มีคนถ่ายรูปวัวให้เธอเห็น เธอก็ขอบอกขอบใจใหญ่ วัวต้องดีใจแน่ๆเลยค่ะ


ดิฉันชอบไกด์คนนี้จัง



และแล้วก็มาถึงจุดเหนือสุดของญี่ปุ่น(ที่นักท่องเที่ยวจะเข้าถึงได้) แหลม Soya ส่วนรูปหล่อลุงที่เห็นในรูปคือ Mamiya Rinzo นักสำรวจทำแผนที่ ผู้คนพบว่าซาฮาลินเป็นเกาะแยกออกมาจากทวีปเอเชีย ไม่ได้เป็นคาบสมุทร


จากรูป วงกลมสีชมพูคือบริเวณที่เราอยู่ตอนนี้ อีกเกาะทางเหนือคือซาฮาลิน ส่วนวงกลมสีเหลืองคือช่องแคบMamiya (หรือในภาษาอังกฤษ Tartar Strait)


แถวนี้แดดแรงจัดแต่ไม่ร้อน ที่แรงคือลม แรงมากกกกกกกกกกกกก ถ่ายรูปไม่ต้องหวังสวยกันเลย ผมเพ้าปลิวหมด มีทัวร์มาลงอยู่เป็นระยะ ส่วนลุงคนนี้ร่วมทัวร์มาด้วยกัน ยืนฟังเพลง "แหลมโซยะ" อย่างตั้งใจ เพลงไพเราะหวานจับจิต


บริเวณใกล้เคียงมีอนุสรณ์ไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิต 269 คน(มีคนไทยรวมอยู่5 คน จากวิกิพีเดีย) ในเหตุการณ์เครื่องบินของสายการบินโคเรียนแอร์ถูกยิงตกเพราะละเมิดน่านฟ้าของโซเวียตในปี 1983



ได้เวลานั่งรถกลับสถานี ซื้อเครื่องดื่มแก้หิวกันหน่อย อร่อยใช้ได้(จริงๆที่ซื้อเพราะแพคเกจมันน่ารักโดนใจ)


ระหว่างทางเห็นป้ายหาเสียงของพรรคLDP ออกแบบได้น่ารักมาก


แล้วก็ถึงเวลาบ๊ายบายคุณไกด์สาว ไปหาข้าวกลางวันกินก่อนออกเดินทางต่อไป แวะกันที่ตลาดหน่อย


ชั้นสองมีร้านอาหารหลายร้าน แต่ดิฉันเลือกร้านเบอร์เกอร์ร้านนี้ เพราะมีเขียนไว้ในไกด์บุค เบอร์เกอร์ jyu jyu ราคาก็เป็นมิตรดี ถ้าจำไม่ผิด 300เยน แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง เพราะมันไม่อร่อย กินไปพออิ่มก่อนละกัน(ปลอบใจตัวเองไปพลาง)



ได้เวลาเตรียมตัวขึ้นรถไฟแล้ว แต่ก่อนลาขอไปเดินดูที่ป้องกันคลื่นและลมเสียหน่อย ความยาว 424เมตรได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกฮอกไกโดด้วยนะ


ลาก่อน wakkanai



ขึ้นรถไฟด่วน Sarobetsu ไปลงที่ asahikawa(อีกแล้ว)


หาข้าวเย็นก่อน หิวมาก รีบหาราเมงกิน ร้านที่ตั้งใจมากินหาไม่เจอ มาเจอร้านนี้แทน ichikura เอาวะ เห็นมีแนะนำในโบว์ชัวร์เหมือนกัน น่าจะอร่อยแหละน่า


สั่งโชยุราเมงไป รอแป๊บนึงก็มาเพราะคนไม่เยอะมาก แค่น้ำซุปคำแรกที่เข้าปากก็บอกกับตัวเองเลยว่า โชคดีแล้วที่เข้าร้านนี้ อร่อยมากๆๆ



กินเสร็จแล้วจะช้าอยู่ไย รีบจับรถไฟไปเมืองต่อไปดีกว่าเอย




 

Create Date : 15 กันยายน 2552    
Last Update : 15 กันยายน 2552 17:14:30 น.
Counter : 3272 Pageviews.  

วันที่สอง Farm Tomita @ Furano

เวลาไม่เคยคอยใคร รีบตื่นเช้าไปเที่ยวกันดีกว่า(จริงๆแล้วง่วงมาก แต่ถ้าไม่รีบจะไปไม่ทัน)

ก่อนอื่นก็ต้องไปซื้อตั๋วก่อน เดินทางหนึ่งอาทิตย์ นั่งรถไฟเมื่อยก้น จึงซื้อ Hokkaido Free Pass 25,500 เยน มาใช้ นั่งรถไฟสายไหนก็ได้ เบ่งได้เต็มที่


ออกเดินทางจากสถานี Otaru มุ่งหน้าสู่สถานี Naka-Furano สถานที่ตั้งของฟาร์มโทมิตะ โดยเปลี่ยนรถไฟที่ Sapporo และ Asahikawa รูปข้างล่างนี้เป็นรถไฟ super kamui (ตั้งชื่อเท่ห์ได้อีก) วิ่งระหว่าง sapporo กับ asahikawa ดีไซน์สวยและนั่งสบายกว่า tokaido shinkansen อีก



ดูวิวระหว่างทางไปก่อน



พอมาถึงสถานี naka-furano ก็เดินไปอีกประมาณ 20-30 นาที ก่อนจะถึงฟาร์ม ระหว่างทางเจอกลุ่มคุณลุงคุณป้ามาเที่ยว อารมณ์ประมาณ walk rally เลยขอร่วมกลุ่มไปด้วย เดินเองกลัวหลงทาง ทั้งๆที่มีแผนที่ในมือเนี่ยแหละ

มาถึงฟาร์มปุ๊บก็ไม่รอช้า ฝากของในลอคเกอร์ก่อนทันที (ที่ไม่ยอมฝากที่สถานีเพราะว่ามันต้องเสียเงิน ฝากที่ฟาร์มมันฟรี) ตึกแรกที่เข้ามาดูเป็นร้านขายของ มีผลิตภัณฑ์หลายหลายที่มีลาเวนเดอร์เป็นส่วนประกอบ กลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งร้านเลย ส่วนตึกข้างๆเป็นร้านขายดอกไม้แห้ง




ก่อนมาทำใจไว้แล้วว่าไม่มีลาเวนเดอร์ให้ดูแน่ๆ เพราะมาช้าไปเดือนสองเดือน แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีดอกไม้อื่นสวยๆให้ดูอีกมาก



อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนไม่หนาวเกินไป เดินชมไปเรื่อยๆ สังเกตได้ว่าทุ่งดอกลาเวนเดอร์นี่อย่างเขียว





สาวๆนั่งขัดสบู่ลาเวนเดอร์ให้ขึ้นเงาก่อนจะจำหน่าย


วิวที่ถ่ายจากตึกที่สาวๆนั่งขัดสบู่ นี่เป็นแปลงดอกไม้แปลงเดียวที่มีให้ชมยังสวยขนาดนี้


ลงจากตึกมาดูใกล้ๆกัน








แวะทานอาหารกลางวันก่อนดีกว่า กับข้าวราดแกง และคาลปิโก้ผสมลาเวนเดอร์(เอาสีสวยเข้าว่า)


แล้วก็ไปดูลาเวนเดอร์ที่เขาปลูกไว้ในเรือนควบคุมอุณหภูมิ กำลังบานพอดี




โค้งสุดท้ายก่อนออกจากฟาร์ม





พอออกจากฟาร์มที่เป็นสวนดอกไม้มาแล้ว ข้างๆมี melon house ขายเมล่อนกับของกินที่เป็นเมล่อนทั้งหลายแหล่ด้วยนะ


เกือบลืม ซอฟท์ครีมลาเวนเดอร์ ที่กินแล้วรู้สึกได้ว่ามีลาเวนเดอร์ผสมอยู่จริงๆ อร่อยทั้งตาและปาก


ระหว่างทางเดินกลับสถานี เจออีกสวนนึง พูดตรงๆ ดอกไม้บานสวยกว่าฟาร์มโทมิตะอีก(อ้าว)




อันที่จริง วันนี้กะว่าจะแวะไป Biei ด้วย แต่ดันเสียเวลาไปกับฟาร์มโทมิตะมากเกินจนเวลาไม่พอ เลยไปกินราเมงที่ asahikawa ก่อนจะเดินทางสู่จุดหมายต่อไป wakkanai




 

Create Date : 15 กันยายน 2552    
Last Update : 15 กันยายน 2552 17:20:34 น.
Counter : 2439 Pageviews.  

หนีเรียนเที่ยวฮอกไกโดหนึ่งอาทิตย์ เริ่มออกเดินทาง

เริ่มออกเดินทางจากโอซากา ไปขึ้นเรือที่ท่า Maizuru(เกียวโต) โดยจองตั๋วล่วงหน้าไปกลับราคา 17,400 เยน(ราคานี้รวมค่าshuttle bus จากท่าเรือไปยังสถานีshin-osaka แล้ว) เรือออกเวลา 00:30



ที่นอนเป็นแบบชั้นสองถูกสุด นอนรวมกันห้องละ 12คน มีผ้าห่มเน่ากับหมอนสูงคอเคล็ดมาให้



ภายในตัวเรือก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก มีห้องอาบน้ำรวมแยกชายหญิง มีภัตตาคาร คาเฟ่และร้านขายของเล็กๆซึ่งจะเปิดหลังจากที่ภัตตาคารปิดแล้ว มีเกมเซ็นเตอร์แก้เบื่อ เก้าอี้นวด และconference room สถานที่จัดแสดง saxophone live บรรเลงโดยลูกเรือ(ที่แอบบ่นว่างานหนักแต่เงินเดือนน้อย)







เรือมาถึงท่า Otaru ตอน 20:45 ก็นั่งรถบัสเข้าเมืองเพื่อพักผ่อนที่โรงแรมก่อนลุยวันถัดไป




 

Create Date : 15 กันยายน 2552    
Last Update : 15 กันยายน 2552 12:04:29 น.
Counter : 896 Pageviews.  

1  2  

คุกกี้รสส้ม
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add คุกกี้รสส้ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.