Tear

Note: เออ...ห่างหายจากการเขียนฟิคไปเกือบๆ 3 ปี แต่เวิ่นเว้อท่านโลกิจนจะอ่านหนังสือสอบไม่รู้เรื่อง เลยต้องมาสปีดเขียนเพื่อให้ตัวเองหายเสี้ยน แถมคนเขียนยังอยู่ต่างประเทศได้ดูแต่เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ซับจีน กร๊ากกกกก...เพราะฉะนั้นภาษาอาจจะประหลาดไปบ้าง ติชมได้นะคะ ^^”
ปล. ที่มาของฟิคนี้เกิดจาก(น่าจะ)เข้าบ้าน THORKI ณ พันทิปแล้วบังเอิญไปเห็นถึงความสามารถของพี่ธอร์เข้า บวกกับอย่างจิ้นถึงน้องกิในแนวกลัวพี่ท่านรังเกียจเลยขอชิง(เชือดทิ้ง?)ทำเป็นเกลียดก่อนอะค่ะ
+++++


ชื่อเรื่อง: Tear 


“มาหลบร้องไห้อยู่นี่เอง โลกิ”
เด็กน้อยที่นั่งกอดเข่าสื้นอยู่เงียบๆ เงยหน้าเปื้อนน้ำตาขึ้นมองที่มาของเสียงอย่างตกใจ
“เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าอยู่ที่นี่”
เจ้าของเรือนผมสีทองประกายแย้มรอยยิ้มที่สว่างไสวไม่แพ้กันมาให้ “ข้าบอกก็ได้ แลกกับเจ้าต้องหยุดร้องไห้นะ น้องข้า”
โดยไม่รอฟังคำตอบ เด็กหนุ่มผมทองถือวิสาสะนั่งลงข้างเจ้าของดวงหน้าซีดขาว ก่อนจะโอบบ่าดึงอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ พลางแนบริมฝีปากกระซิบข้างหูราวกับสิ่งที่เอื้อนเอ่ยสำคัญนักหนา “ข้าสามารถได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญจากอีกฟากหนึ่งของดวงดาว เพียงเจ้าหลั่งน้ำตา ข้าสาบานว่าจะไปให้ในทันที”


++++++
เมื่อเจ้าสามารถได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญจากอีกฟากหนึ่งของดวงดาว
หากวันนี้ข้าหลั่งน้ำตา...เจ้าจะมาหาข้าอยู่อีกไหม?
...หนาว...
น่าขัน...ทั้งที่เป็นยักษ์น้ำแข็งกลับสั่นสะท้านเพราะความหนาวเย็นแผ่ซ่านกลืนกินจิตวิญญาณ
...เหงา...
น่าสมเพช...ที่เพิ่งตระหนักได้ว่าการเป็นเงาหมายถึงมีข้าอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ
ข้าไม่ได้เป็นเงาของเจ้าอีกต่อไปแล้ว...เป็นไม่ได้แม้แต่เงา
กี่เพลาผันผ่าน...ดวงดาวรกร้างไร้สรรพสิ่งที่เขาหลุดหลงมา ความว่างเปล่าสุดลูกหูลูกตาทำให้ไม่อาจคาดเดาได้ ไม่กี่คืนวันหรือชั่วกัลป์ขั่วกาล
ถึงตอนนี้ผู้คนในแอสการ์ดจะลืมเขาไปหมดแล้วหรือยัง ประชาชนจะลืมว่าเคยมีเจ้าชายองค์รอง ท่านพ่อท่านแม่จะลืมว่าเคยมีบุตรชายอีกคน และเจ้าจะลืมว่าเคยมีน้องชายคนนี้
รสขมปร่าแล่นไปทั่วปลายลิ้น...สถานะจอมปลอม แอสการ์ดไม่เคยมีเจ้าชายองค์รอง ท่านพ่อท่านแม่ไม่เคยมีบุตรชายอีกคน ...และเจ้าไม่เคยมีน้องชายคนนี้
หลับตาลงครั้งใด แววตาและน้ำเสียงในตอนนั้นก็รังแต่จะผุดขึ้นมาในความคิด “โลกิ ไม่............”
แววตาและน้ำเสียงที่คนอย่างธอร์ไม่มีทางมี
...แววตาหวาดหวั่นราวกับกำลังจะสูญเสียของสำคัญ น้ำเสียงรวดร้าวราวกับใจกำลังจะแตกสลาย
จะดีแค่ไหนถ้านั่นไม่ใช่การเสแสร้ง จะเชื่อได้ไหมว่านั่นคือความจริงใจ
...กลัว...
เขากลัวว่ามันจะเป็นอีกครั้งของการเสแสร้ง หากกลัวยิ่งกว่าถ้ามันคือความจริงใจ
หากเจ้าไม่เคยรู้ความจริงอันน่ารังเกียจที่ท่านพ่อเก็บงำ
หากเจ้าเชื่อหมดใจว่าข้าคือน้องชายร่วมสายโลหิต
หากทั้งหมดนั่นคือความจริงใจ
...ยามที่เจ้ารู้ความจริง...
ถ้าสายตาอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา
ถ้ามือแข็งแกร่งแปรเปลี่ยนเป็นผลักไส
ถ้ารอยยิ้มสว่างไสวแปรเปลี่ยนเป็นวจีเดียจฉันท์
ครานั้นเขาคง........
เมื่อเจ้าสามารถได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญจากอีกฟากหนึ่งของดวงดาว
น้ำตาของข้าจักไหลรินเพียงเงียบๆในใจไปตลอดกาล




Create Date : 13 พฤษภาคม 2555
Last Update : 13 พฤษภาคม 2555 4:08:19 น.
Counter : 275 Pageviews.

1 comments
  
ไอ๊ยะ !!! ชอบอ่ะค่ะ สั้นง่ายได้อารมณ์มาก บอกไม่ถูก แต่ว่าชอบมากๆ > < เหมือนอ่านความคิดโลกิแล้วเอามาเขียนเลยอะ ฮ่าาา คนอ่านก็เพ้อพอกัน เอิ้กๆ
โดย: namiki วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:1:40:21 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Midnight Moon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



All Blog