Group Blog
 
All blogs
 

ทริปวันหยุดกลางสัปดาห์กับทุ่งดอกคอสมอส&ช้อปปิ้งของถูกที่ Bazarr

หลังจากทริปเกาหลีที่ยังเขียนไม่เสร็จซักที็ก็คงต้องดองต่อไปก่อน ขอมาเขียนถึงทริปล่าสุดก่อน เมื่อวานนี้เป็นวันหยุดของญี่ปุ่น ไม่ต้องไปมหาลัยและเช็คดูพยากรณ์อากา๋ศเค้าว่าอากา๋๊็๋ศดี แดดออก เลยจัดการนัดสมาชิกปั่นจักรยานจากหอไปดูทุ่งดอกคอสมอสกัน ตอนแรกที่จินตนาการไว้คือจะทำเป็นข้าวกล่องแล้วเอาไปปูเสื่อนั่งกินด้วยกัน เหมือนในหนัง แต่พอเอาเข้าจริงกลายเป็นได้อุดหนุน Mcdonald แทน

สวนที่เราไปกันนั้นชื่อ Bambaku Koen เป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่มากๆ เมื่อประมานกี่ปีก่อนไม่รู้เคยใช้เป็นที่จัดงาน Expo หลังจากนั้นก็เลยกลายเป็นสวนสาธารณะ ณตอนนี้ ที่นี่มักจะมีงานที่น่าสนใจสลับไปเรื่อยๆตามฤดูกาล ทำให้มาเที่ยวกันได้ทั้งปี อย่างเมื่อวานนี้เค้าก็จัดเป็นทุ่งคอสมอสซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงานนี้แล้วด้วย โดยปกติแ้ล้วสวนนี้จะต้องเสียค่าเข้าคนละ 350 เยนแต่เมื่อวานเป็นกรณีพิเศษโชว์บัตรนักศึกษาเข้าฟรี เดินเข้าประตูไปอีก 700 เมตรก็จะถึงทุ่งคอสมอส เมื่อวานอากาศค่อนข้างเย็นมากเลยทั้งๆที่เพิ่งเข้าฤดูใบไม้ร่วงแท้ๆ อากาศหนาวเหมือนช่วงหน้าหนาวปีที่แล้วเลย ดีที่วันนี้เตรียมตัวมาดี ใส่เสื้อกับกางเกงฮีทเทคมาด้วย คืนก่อนประมาทเกินไปไม่คิดว่าตอนกลางคืนจะหนาวมาก ออกจากแล็ปขี่จักรยานกลับบ้านแทบแข็งถุงมือก้อลืมหยิบมา เสื้อ กางเกงก็ใส่มาชั้นเดียว เอาละไปดูรูปกันดีกว่า ของจริงสวยกว่านี้มากๆๆๆๆ มันเยอะแยะไปหมดเลย รูปพวกนี้เอามาจากกล้องโปรทั้งหลายของเด็กๆ









หลังจากเริงร่ากับดอกคอสมอสกันไปหลายชั่วโมงก็ได้เวลาเดินไปจุดหมายต่อไปก็คือ Bazarr หรือ Garage Sale นั่นเอง โดยเฉพาะวันนี้จะมีคนมาขายทั้งหมด 600 บูท จากปกติมีแค่ 300 บูท งานนี้ต้องเสียค่าเข้าอีก 350 เยน ของส่วนใหญ่ก้อจะเป็นเสื้อผ้่า ของใช้ทั้งมือหนึ่ง มือสอง หรือของที่เก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้ ก้อเอามาขายราึคาุุึุึุึถูกๆ พวกเสื้อกันหนาว เสื้อโค้ตราคาแพงๆ รองเท้าบู้ท ถ้าตาดีๆก้ออาจจะหาได้ในราคาไม่กี่พันเยน ยิ่งช่วงใกล้เลิก บางร้านแจกฟรีกันเลย ดูจากจำนวนคนในรูปก็ได้ว่าได้รับความนิยมล้นหลามแค่ไหน



หมดแล้วกับหนึ่งวันหยุดสั้นๆ ก็สนุกสนาน มีความสุขกับดอกไม้สวยๆ ของถูกๆ แล้วก็เพื่อนๆที่น่าีรัก การมาอยู่เมืองนอกคนเดียว เพื่อนเป็นคนสำคัญเลยที่ทำให้ไม่คิดถึงบ้าน ได้กินข้าวด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน มีคนคอยบอกให้สู้ๆ แค่นี้ก็หายเหนื่อยแล้วเนอะ




 

Create Date : 04 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2553 13:32:27 น.
Counter : 106 Pageviews.  

Tenjin Matsuri and Yukata

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา 2009/07/25 ได้ไปช่วยเสิฟน้ำให้กับผู้เข้าร่วมขบวน Tenjin ก็เลยเป็นครั้งแรกที่ได้แต่งยูกะตะ เป็นไงบ้าง อิอิ
















 

Create Date : 29 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 5 สิงหาคม 2552 9:51:50 น.
Counter : 70 Pageviews.  

หม้อหุงข้าวใหม่ ได้มาฟรีๆ




ตอนนี้ก็มาเรียนที่นี่ได้สองเดือนกว่าๆแล้ว บล็อคก็ปล่อยร้างมานาน วันนี้ขอเขียนถึงหม้อหุงข้าวใบนี้หน่อยล่ะกัน ตอนช่วงเดือนแรกที่เรามาอยู่ที่หอนี้ ยังไม่มีหม้อหุงข้าวไปของตัวเอง และหม้อหุงข้าวที่นี่ราคาค่อนข้างแพงเหมือนกัน อย่างใบเล็กๆแบบนี้ก็ตกประมาณ 6,000 เยน ถ้าเป็นของใหม่ ดังนั้นเราเลยพยายามหาวิธีหุงข้าวด้วยวิธีต่างๆ ที่ไม่ต้องใช้หม้อหุงข้าว เพราะไม่อยากเสียเงินซื้อ เราคิดว่ามันไม่น่ายาก ก็ทำมาได้ซักพัก ที่มหาลัยก็มีประกาศว่าจะมีการแจกพวกเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสอง แต่มีจำนวนจำกัดและใช้วิธีการ Lotto ตอนแรกอ่านประกาศก็งง ว่ามันล็อตโต้ยังไง ในงานนี้เป้าหมายของเราก็คือหม้อหุงข้าวและพัดลม แต่คนนึงจะได้แค่ชิ้นเดียว ดังนั้นเราก็เลยให้เพื่อนมาด้วยอีกคน 555 เผื่อจะได้สองชิ้น พอถึงเวลาคนก็มาเยอะขึ้นเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่เค้าก็จะประกาศวิธีการ และก็เริ่มการล็อตโต้ โดยของที่จะเริ่มแจกก่อนก็คือ หม้อหุงข้าว เพราะมีผู้ท้าชิงเยอะที่สุด เป้าหมายมีจำนวน 3 ใบเท่านั้น 2 ใบเป็นของใหม่เอี่ยมแกะกล่อง อีกใบเป็นของมือสอง ใครได้เลือกก่อนก็มีสิทธิ์เลือกก่อน

มาถึงการล็อตโต้นั่นก็คือ ให้คนที่อยากได้หม้อหุงข้าวทั้งหมดประมาณสิบกว่าคน ออกมาหยิบฉลากซึ่งจะมีเลขอยู่ จำไว้และก็เอาฉลากใส่เข้าไปในวงล้อที่มีรู ใครเคยดูการ์ตูนญี่ปุ่นน่าจะพอนึกออก เวลาที่เค้าจับฉลาก มันเป็นเหมือนวงล้อและจะมีที่หมุนๆ เจ้าหน้าที่ก็จะหมุนๆวงล้อไอ้ฉลากที่อยู่ข้างในมันก็จะหลุดลงมาอันนึง เลขที่หลุดลงมาเป็นของใครก็ได้ไป รอบที่หนึ่งพอเจ้าหน้าที่เริ่มหมุน เราก็เริ่มสวดชินบัญชร ขอให้หลวงพ่อโตช่วยให้หนูได้หม้อหุงข้าวด้วยเถอะ (แอบเล่นไสยศาสตร์) และเลขก็หลุดออกมา เลขที่ออกก็คือ เลข 89 ทุกคนก็มองหาผู้โชคดี ก็ไม่มีคนออก เจ้าหน้าที่ก็งง เพราะเลขที่ใส่มันต้องพอดีกับจำนวนคนแน่นอน เค้าก็พูดทั้งอังกฤษ ทั้งญี่ปุ่น Eighty-nine , ฮาจิจิวคิว ก็ยังไม่มีคนออก สุดท้ายเค้าคงเพิ่งรู้ตัวว่ามันกลับหัว 555 มันคือเลข 68 ซึ่งเป็นเลขของเรานั่นเอง 555 ขอบคุณหลวงพ่อโตมากค่ะ ก็แอบเป็นเรื่องตลกได้นะนั่น ที่มาของหม้อหุงข้าวใบนี้ หลังจากนั้นก็เป็นพัดลม แต่เพื่อนเราไม่ได้ก็เลยอดไป แต่ได้แค่หม้อหุงข้าวใหม่เอี่ยมก็คุ้มสุดๆแล้ว




ไหนๆก็พูดถึงเรื่องหม้อหุงข้าวแล้ว ก็พูดถึงเรื่องข้าว こめ ที่นี่หน่อยล่ะกัน ข้าวที่นี่มีมากมาย หลายแบบมาก และราคาก็ค่อนข้างแพงกว่าที่ไทยมาก คนที่เป็นชาวนาที่นี่ถือว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติและมีฐานะมาก แต่ส่วนใหญ่ที่คนญี่ปุ่นกินกันคือข้าวขาว はくまい จะเหนียวๆหน่อย ราคาข้าวสารขาวๆนี่ก็ประมาณ 5 kg = 1500-2000 เยน ซึ่งเราไม่ค่อยชอบ มันขัดจนไม่เหลืออะไรแล้ว ข้าวที่เรากินตอนนี้เรียกว่า げんまい หรือ unpolished rice หน้าตาก็เป็นเหมือนในรูปนะ ราคา 1 kg = 550 เยน ข้าวแบบนี้มันจะไม่เหนียวๆ เหมือนข้าวขาว กินแล้วอิ่มนานกว่าข้าวขาวด้วย ชอบๆ

อันนี้นอกเรื่อง ลีจุนกิ จะมี Fan meeting ที่ญี่ปุ่นด้วย ค่าบัตรตั้ง 10,000 เยนแน่ะ ค่าข้าวตั้งหลายอาทิตย์ รอไปก่อนล่ะกันเน้อ




 

Create Date : 14 มิถุนายน 2552    
Last Update : 14 มิถุนายน 2552 15:01:38 น.
Counter : 127 Pageviews.  


Sunshine over Rainbow
Location :
Osaka Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Sunshine over Rainbow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.