La fête de la musique, ถนน คน ดนตรี
La fête de la musique อ่านว่า "ลา-แฟด-เดอ-ลา-มิว-สิค" เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้น สดๆ ร้อนๆ เมื่อ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมานี้เอง ผมและชาวคณะได้ออกไปร่วมสัมผัสบรรยากาศ ไม่อยากเก็บเอาไว้คนเดียว จึงนำมาแบ่งกันชม


La fête de la musique เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1982 เมื่อไปอ่านดูในประวัติของวันนี้ ได้ความมาว่า "le 21 juin 1982, jour du solstice d'été" แปลมาได้ว่า "21 มิ.ย.1982 เป็นวันที่พระอาทิตย์อยู่ใกล้โลกมากที่สุด" (อ้างอิงมาจาก พจนานุกรม ของพระเรี่ยม) ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทุกวันที่ 21 มิ.ย.ของทุกปี (วันนี้จะตรงกับ Saint Eté ถ้าดูในปฏิทิน อันอาจแปลได้ว่า "เทพแห่งฤดูร้อน") จึงมีการจัดงานนี้ขึ้น


คนจำนวนมากจึงออกกันมาฉลองต้อนรับการมาของฤดูร้อน และทางการได้อนุญาตให้วันนี้ สามารถจัดแสดงดนตรีได้อย่างอิสระ ที่ไหน อย่างไร ก็ได้

จึงทำให้มีวงดนตรี หลายแบบ หลายวัย ทั้งชายและหญิง ออกมาแสดงโดยพร้อมเพียงกัน จึงเป็นโอกาสอันดีของผมและชาวคณะ ที่ต้องตักตวงเอาไว้ จะพลาดได้อย่างไร ติดตามชมบรรยากาศนะครับ...


ที่เกิดเหตุจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้...นอกจาก Aix-en-Provence ฐานที่ตั้งของ "นาย Pompier" วันนั้นผมและชาวคณะออกจากบ้าน มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองเวลาประมาณ 19 นาฬิกา ทำความเข้าใจนิดนะครับว่าช่วงหน้าร้อนนี้ ที่ฝรั่งเศสพระอาทิตย์จะตก ก็ต้องหลังสามทุ่มไปแล้วนั่นล่ะครับ

ตอนออกไปจึงยังมีแดดอยู่อ่อนๆ อากาศไม่ร้อนมากนัก มีลมพัดเบาๆ พอให้สบายกัน สรุป อากาศกำลังน่าเดินครับ





Aix en Musique แปลยากนะครับผมว่า เพื่อให้ได้คำที่ไพเราะ เอาเป็นว่าผมยกตัวอย่าง คำที่ว่า "La vie en rose" อันนี้มีความหมายประมาณว่า "ชีวิต(ช่วง)ที่เต็มไปด้วยความสวยงาม" ดังนั้น Aix en Musique ก็น่าจะหมายความประมาณว่า "Aix (ช่วง)ที่เต็มไปด้วยดนตรี"





ถ้าใครนึกไม่ออกว่า สถานการณ์จะเป็นอย่างไร ก็ลองเข้าไปดูสภาพโดยทั่วไปของเมืองเอ็กซ์ (ต่อไปผมจะใช้คำว่า "เอ็กซ์" แทน Aix-en-Provence) ได้ที่ เที่ยวเมือง Aix-en-Provence ฐานที่ตั้งของ "นาย Pompier" สภาพเมืองจะเป็นอย่างที่เห็น แต่วันนี้พิเศษที่ทุกมุมของเมือง นั้น เต็มไปด้วยวงดนตรีต่างๆ จำนวนมาก โดยเฉพาะถนนสายหลักของเมือง "กู-มิ-คา-โบ" ทั้งสองฝั่งถนน วันนี้ โดนบรรดาคนมีดนตรีในหัวใจยึดไปได้หมดแล้ว...











สำหรับบรรดานักดนตรีนั้น มีทุกเภททุกวัย อย่างที่เห็นนะครับ ว่ามีหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ เด็กน้อย สาวน้อย สาวมาก...แม้กระทั่งสาวใหญ่....อย่างคุณป้าด้านล่างนี้นะครับ ยอดจริงๆ





เห็นอุปกรณ์คุณป้ามั้ยครับ สภาพเป็นรถเข็นค่อนข้างจะเก่า ดูท่าทางคุณป้าอาจจะร่วมงานนี้มาแล้วหลายปี สำหรับเครื่องดนตรีชิ้นนี้ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าชื่อจริงว่าอะไร ลักษณะคือต้องใช้การหมุน แล้วจะมีเสียงเพลงออกมา โดยภายในเป็นกระดาษเจาะรูคงจะทำเป็นตัวโน้ตดนตรี เมื่อผ่านกลไก (ยังไงไม่ค่อยแน่ใจ) แต่เห็นคุณป้าออกแรงหมุน พร้อมๆกับเข็นรถไปด้วยรอบๆเมือง ก็ได้เสียดนตรีที่ไพเราะออกมา ดึงดูดให้ผมเดินตามคุณป้าไปด้วยอยู่พักหนึ่ง





ดูวงข้างบนนี้สิครับ ผมว่าน่าจะไม่เกิน ม.ต้น นะ ดูแล้วยังเอ๊าะๆ กันอยู่เลย...ที่สำคัญบรรดาสาวๆ ที่ตามมาเชียร์ก็เรียกได้ว่าสาวน้อยทั้งนั้น...





ถัดมาวงนี้ เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว อาจจะเป็นอย่างวงก่อนหน้านี้ก็ได้นะ แต่วันนี้พวกเขากลายเป็นขวัญใจวัยรุ่นตัวจริง บรรดาสาวๆ กรี๊ดกันไม่หยุด (แถมเห็นแอบมีหนุ่มมากรี๊ดอยู่บ้างบางส่วน) พวกเขาเล่นได้หนักแน่นไม่เบา แต่...





เจอแก๊งค์นี้เข้าไป วงที่แล้วเงียบไปเลยครับ มีทั้งไม้ ทั้งกลอง แล้วก็อะไรไม่รู้คล้ายๆฉิ่งหลายๆอันมารวมกัน มีหัวหน้าทีมคอยเป่านกหวีดให้จังหวะ (ฟังแล้วเหมือนแถวๆสีลม ที่พี่จราจรคอยเป่านกหวีดให้จังหวะ แก้รถติด) ลักษณะดนตรีคล้ายๆแบบเวลาเชียร์กีฬา เล้าใจสนุกสนาน ยกให้เป็นวงหนึ่งที่ผมชอบมากสำหรับงานนี้





ปีนี้เจอแต่เพลงหนักๆ ถนนสายหลักของเมือง มีแต่พวกวง Rock จนต้องหลบพักหูไปเดินซอยเล็กๆ ก็ไปเจอเข้ากับ ดนตรีสไตล์บลู โชคดีของหูจริงๆ บริเวณนี้แฟนเพลงต่างกันอย่างเห็นได้ชัด อาจเป็นว่าคุณลุงคุณป้าขอแบบเบาๆ ดีกว่า เลยมาหลบกันเต็มที่นี่

...ถัดมาอีกมุมหนึ่งใกล้ๆน้ำพุสวย พบวงดนตรีแบบ "เรกเก้" นะผมคิดว่า สนุกสนานตามสไตล์





รูปด้านล่างนี้ โปรดสังเกตให้ดี เป็นเรื่องฮา และเรื่องแปลก สำหรับงานนี้และสำหรับผม...คือ ปรากฎการณ์ที่ มนุษย์ดนตรีชอบและหลงไหลอยู่กับลำโพงขนาดยักษ์ จูงมือกันเข้ามาโยก กันอยู่ตรงหน้าลำโพง

อธิบายต่ออีกนิด ไม่งั้นเดี๋ยวไม่แปลก คืออย่าพยายามหาวงดนตรีนะครับ เพราะไม่มี แต่ด้านหลังลำโพงจะมีคนคอยเปิดเพลงอยู่ ก็ไม่รู้ว่าเปิดยังไงถึงสามารถดึงดูดใจมนุษย์ดนตรีได้มากขนาดนี้ ที่สำคัญแบบนี้มีอยู่หลายจุดของเมือง





เริ่มจะมืดลงแล้ว เดินมาถึงที่เวทีใหญ่ รู้สึกจะเป็นของเมืองเอ็กซ์เป็นฝ่ายจัดขึ้น แสงสีจึงดูดีกว่าเวทีอื่นๆ เวทีนี้จัดวันเดียวไม่พอ ขอแสดง 3 วันรวด โชดดีจริงๆ ดนตรีดีๆ แบบนี้หากไปเสียตังค์ดู คงต้องหมดหลายนะ

หน้าเวทีคนค่อนข้างจะเยอะแล้ว เพราะเค้าติดประกาศว่าจะเริ่ม 21.30 คนก็เลยมายืนรอกัน...ตอนนี้มองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยคน ยิ่งดึกยิ่งเยอะ








ออกจากเวทีใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่หัวถนน "กู-มิ-คา-โบ" ก็น่าจะสี่ทุ่มกว่าเห็นจะได้นะครับ เริ่มเมื่อยล้าแล้ว เพราะเริ่มเดินตั้งแต่หนึ่งทุ่ม แบบ Non Stop เดินย้อนกลับมุ่งหน้าไปหัวถนน "กู-มิ-คา-โบ" อีกฝั่งหนึ่ง (เอาเป็นว่าถนนนี้มีสองหัว) ซึ่งทางนี้เป็นทางกลับบ้านด้วย











เดินผ่านมาอีกหลายวง ซึ่งตอนเย็นก็ผ่านมาแล้วรอบหนึ่ง แต่ตอนนั้น ยังตั้งสายกีต้าร์กันอยู่เลย แต่ถึงเวลานี้ทุกวงโดนล้อมรอบไปด้วยแฟนเพลง แน่นพอๆ กันทุกวง

ผมว่าวงที่มาเล่นก็ต้องมีความมั่นใจกันพอสมควร ไม่งั้นคงไม่กล้ามาแสดง เพราะรู้กันอยู่แล้วว่างานนี้มีแฟนๆมาดูกันเยอะแน่นอน อีกทั้งคงต้องมีการเตรียมตัวเพื่องานนี้มากันเป็นอย่างดี





ส่วนนี่... เหมือนกับงานวัดบ้านเรา มีลูกโป่ง ของเล่นต่างๆ มาขายล่อใจเด็กๆ พ่อแม่ก็ต้องซื้อให้ เพื่อเด็กจะได้ไม่กวนใจพ่อแม่เค้าจะฟังเพลงเต้นรำกัน





และนี่เป็นการยืนยันของความหมายที่ว่า "ยิ่งดึกยิ่งเยอะ" ถนนสายนี้เป็นถนนสายหลักของเมือง ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คน ผมว่าเป็นหมื่นคนได้มั้ง ทุกคนสนุกสนาน ฟังเพลง เต้นรำ ดื่มกินกันพอสมควร (มีบ้างที่เกินควร)

...จึงเป็นหน้าที่ของพี่น้องผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ที่ต้องมาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ขึงขังเข้มแข็ง








และที่พลาดไม่ได้ พี่น้องของ "นาย Pompier" ก็เตรียมพร้อมอยู่หลายมุมของเมือง หากเกิดเหตุฉุกเฉินก็พร้อมเข้าควบคุมสถานการณ์ เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องชาวเอ็กซ์ (Aixois อ่านว่า เอ็กซัว)





ทุกกรณีต้องขอขอบคุณพี่น้องตำรวจ และ Pompier ที่อยู่ดูแลพวกเราจนดึกดื่น กว่าเสียงเพลงจะหมดลงก็น่าจะเกือบตีสอง


สรุป...งานนี้สนุกสนานมาก จริงๆแล้วผมร่วมงาน La fête de la musique หนนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยสองครั้งก่อนหน้านี้เดินไม่นานนัก เพราะในตอนนั้นติดภารกิจเรื่องการเรียน ปีนี้เลยเต็มที่หน่อย

ผมอยากให้เมืองไทยเรามีงานแบบนี้บ้างเนอะ เพิ่มเติมจากที่เราก็มีงานดีๆ อยู่แล้วหลายงานเหมือนกัน เช่น ลอยกระทง สงกรานต์ ...ลูกหลานของเรา (ดูแก่จังพูดแบบนี้) จะได้มีโอกาสแสดงผลงานกันถ้วนหน้า...ดีไม่ดีลุงป้าจะได้เต้นรำสนุกสนานตามท้องถนนกันบ้าง คงสนุกไม่ใช่เล่น

อย่าลืมว่า..."อันชนใดไม่มีดนตรีการ ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก" พระราชนิพนธ์ของ รัชกาลที่ 6






Create Date : 23 มิถุนายน 2550
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2550 6:19:30 น.
Counter : 609 Pageviews.

11 comment

pompier
Location :
Provence-Alpes-Côte d Azur  France

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



+






หนาวนี้ที่โพรวองซ์ ตอน 1 : หิมะหลงทางที่ Aix en Provence 12/01/09
Le Pont du Gard มรดกโลก 2,000 ปี 09/11/08
เที่ยวโพรวองซ์ ( Provence ) ที่ ... LOURMARIN 29/10/08
ดิน..แดน..แดง แห่ง Provence 28/07/08
สีสัน (สีแดง) แห่งโพรวองซ์ ที่ Roussillon 22/05/08






web counters


MY VIP Friend