สุขสันต์วัน Valentine...เอาดอกไม้จาก Provence มาฝาก
ไม่ได้เขียน Blog ใหม่มาเป็นเวลาเนิ่นนานแล้วครับ แต่วันสำัคัญเช่นนี้ก็ต้องแวะมาแบ่งปันความรักให้กับเืพื่อนๆชาว Bloggang หน่อยครับ



ขอมอบดอกไม้สวยๆช่อนี้ ให้กับเพื่อนๆทุกคนครับ...ขอให้ทุกคนมีความสุขกับความรักอันยิ่งใหญ่ไม่ว่าจะเป็นความรักจากใครก็ตาม..และก็ขอให้รับความรักเพิ่มเติมไปอีกนิดจาก "นาย Pompier" คนนี้...รักทุกคนนะ (เหมือนนักร้องยังไงไม่รู้นะ)

หากมีเวลาไปเดินชมดอกไม้สวยๆในบล็อกเก่าๆ กันได้ที่...
" ตลาดดอกไม้ " ในโพรวองซ์ ...ที่บ้านผม Aix-en-Provence










Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2552 19:23:14 น.
Counter : 498 Pageviews.

10 comment
" ตลาดดอกไม้ " ในโพรวองซ์ ...ที่บ้านผม Aix-en-Provence
สวัสดีครับ หลังจากที่ห่างหายจากการ พัฒนาบล็อกใหม่ไปเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน จริงๆก็ยังแอบเข้ามาดูเพื่อนๆ อยู่บ้างนะครับ แต่ว่าไม่ค่อยมีแรงถึงขนาดเขียนบล็อกใหม่ อันเนื่องมาจากกิจกรรมเยอะ ประกอบกับความสามารถเฉพาะตัวเรื่องความไม่ขยัน..

หลังจากได้พักผ่อนเต็มที่ มีพลังขึ้นมาก็เลยได้เข้ามารายงานตัว และพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวด้วยกันอีกครั้งครับ

วันนี้ได้แรงบันดาลใจจากเพื่อนที่ตื่นเช้าแล้วเค้ามักได้เห็นอะไรสวยๆงามๆ ทำให้ลองตื่นเช้าดูบ้าง ออกมาจากบ้านไม่ไกลนัก ใช่ครับวันนี้จะพาไปเที่ยวในตัวเมือง Aix-en-Provence กันอีกครั้ง เป้าหมายอยู่ที่ "ตลาดดอกไม้.."..Marché aux fleurs (อ่านว่า มัค-เช่-โอ-เฟลอ)




ตลาดดอกไม้นี้ตั้งอยู่บริเวณลานด้านหน้า Hôtel de Ville หรือ ที่ว่าการเมือง Aix-en-Provence เพื่อนๆคงจะพอจำกันได้นะครับ ผมเคยพูดถึงไว้ใน เที่ยวเมือง Aix-en-Provence ฐานที่ตั้งของ "นาย Pompier" (จำไม่ได้ก็ลองคลิ้กไปดูนะครับ)










ตลาดดอกไม้นี้ไม่ได้มีขายทุกวันเหมือนตลาดผักผลไม้ ที่อยู่ใกล้ๆกัน (ใครพลาดยังไม่ได้เดินชมตลาดผักผลไม้ก็แวะไปดูนะครับ..."ไปจ่ายตลาด..แบบ Provence")...ก็แน่นอนละครับ ผักผลไม้อาจต้องกินทุกวัน..ดอกไม้คงไม่ต้องบริโภคทุกวันก็ได้เนอะ..










ตลาดดอกไม้นี้ จะมีให้เราเลือกซื้อกัน ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และวันเสาร์ ระหว่างเวลาประมาณ 8.00 -12.30 น.ครับ ใครต้องการจะได้ดอกไม้ไปฝากคนพิเศษในพิเศษละก็ จะต้องวางแผนให้ดี ไปผิดวันละก็ ...จบกัน













พ่อค้าแม่ค้าที่มาขายดอกไม้กันนี้ ก็อัธยาศัยดีครับ น่ารักกันทุกคน จิตใจงามไม่แพ้ดอกไม้เลย... สนนราคาดอกไม้ก็สมน้ำสมเนื้อ แต่ยังไงก็ถูกกว่าตามร้านดอกไม้ ที่เป็นร้านๆแน่นอนครับ ดอกไม้ก็สวยสดกว่า...และยังมีบริการจัดช่อดอกไม้ให้ด้วยนะครับ










พ่อค้าแม่ค้าใจดีมากครับ..วันนั้นไปไม่ได้ซื้อ ถ่ายรูปอย่างเดียวเค้าก็เลยบอกว่า "un euro pour le photo" .....(หนึ่งยูโร สำหรับที่ถ่ายรูปนะ) ..เค้าล้อเล่นน่ะครับ..ว่าแล้วก็ขออีกรูปแล้วเปลี่ยนร้านดีกว่า













สำหรับพระเอก นางเอกที่แสนสวยของเราวันนี้ ...เพื่อการกุศลครับ เค้าทั้งหลายไม่ประสงค์จะออกนามน่ะครับ...ผมเลยขออนุญาตไม่ลงชื่อพวกเค้าก็แล้วกันนะครับ...










ถูกใจต้นไหนก็มีป้ายราคา ติดเอาไว้ให้ตัดสินใจ..ว่าท่านจะเอากลับไปดูแลที่บ้านหรือไม่










อันนี้แถมมาครับ..(ดอก)มะเขือเทศ...ส่วนด้านล่างนี้ก็ตั้งใจจะถ่ายดอกไม้ครับ...ดอกไม้ที่ยืนอยู่นั่นน่ะครับ




ปิดท้ายสำหรับวันนี้ "นาย Pompier" ขอมอบดอกไม้สวยๆ ที่เห็นนี้ ให้กับเพื่อนๆ น่ารักๆทุกคนที่แวะมาเที่ยวด้วยกันเสมอมานะครับ...แล้วเจอกันใหม่..








Create Date : 14 กันยายน 2550
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2552 19:09:41 น.
Counter : 1257 Pageviews.

117 comment
เที่ยวเมือง Aix-en-Provence ฐานที่ตั้งของ "นาย Pompier"
นาย Pompier (ต่อไปจะเรียกแทนตัวเอง ว่า "ผม") ถูกเรียกตัวจากเมืองไทย ไปฝรั่งเศส โดยไปอยู่ที่เมือง ชื่อว่า Aix-en-Provence (อ่านว่า เอ็ก-ซอง-โพร-วองซ์) ซึ่งแต่เล็กจนโต ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน (คงเหมือนคนไทยโดยทั่วไปเมื่อพูดถึงประเทศฝรั่งเศส ก็คงนึกถึง ปารีส ไวน์ น้ำหอม หรือไม่ก็ ซีดาน)

เล่าเรื่องการเดินทางนิดหน่อย ความจริงเหตุการณ์ตอนนั้นก็เกิดมาหลายปีแล้ว แต่ยังพอจำความได้ ซึ่งในตอนนั้นยังทำ Blog ไม่เป็นหรือเรียกได้ว่าไม่รู้จัก ไม่งั้นก็คงทำไปนานแล้ว

ผมเดินทางด้วยเครื่องบิน แน่นอนที่สุด ถ้านั่งเรือก็คงเป็นเดือน คราวนั้นไปลงที่ปารีส แล้วก็ต่อเครื่องที่ปารีส มาลงที่สนามบินเมืองมาร์เซย์ จากนั้นทางการฝรั่งเศส (ขนาดนั้น ดูเหมือนมีความสำคัญมาก) ส่งรถพร้อมพลขับมารับถึงสนามบิน พาผมมุ่งหน้าสู่เมือง Aix-en-Provence นั่งรถไปประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึง....จบเรื่องการเดินทาง

ถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นก็เป็นช่วงบ่าย อากาศกำลังดีเพราะเป็นเดือน ตุลาคม เย็นสบายแบบกำลังจะเข้าหน้าหนาว เอาเป็นว่าเมื่อเอาตัวเองเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว ก็อยากรู้ว่าเมืองนี้มันเป็นอย่างไรก็ต้องออกไปสำรวจซะหน่อย โดยที่รู้มาก่อนหน้านี้แล้วว่า เป็นเมืองเล็กๆ สามารถเดินได้...

ดังนั้น รอช้าอยู่ไย...หน้าเดิน! มุ่งหน้าเข้าเมือง Aix-en-Provence

ต่อไปนี้จะพาชมเมืองไปพร้อมๆ กันนะครับ

จากที่พักของผม เดินแบบสบายเข้าตัวเมือง ก็ประมาณ 10 นาที คือถ้าเดินแบบเร่งรีบ ก็ 5 นาทีถึงแล้ว สิ่งแรกที่เห็นแล้วก็ประทับใจ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองด้วย ก็ได้แก่ La Rotonde เทียบได้กับว่าเป็น อนุสาวรีย์ชัยฯ ประจำเมือง เนื่องจากว่าเป็นวงเวียน และจุดนัดพบที่ดี เหมือนกัน...

"ลาโคตง" ผมอ่านว่างั้น ออกเสียงแบบฝรั่งเศสยาก ยิ่งเอามาเขียนเป็นคำอ่านก็ยิ่งยากไปอีก เป็นวงเวียนน้ำพุ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1860 ซึ่งถือว่าอายุยังน้อยเมื่อเทียบกับน้ำพุอื่นๆ ภายในเมือง ซึ่งมีมากกว่าร้อยแห่ง "ลาโคตง" มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 30 เมตร ด้านบนเป็นรูปปั้นหญิงงาม 3 นาง ซึ่งหันหลังให้กัน (สงสัยไม่ถูกกันอาจแข่งกันสวย) โดยหันหน้าไปใน 3 ทิศทางโดยมีความหมายในตัวต่างกัน คือ

นางแรก หันหน้าไปทางเมืองมาร์เซย์ แสดงถึง การเกษตร นางที่สอง หันหน้าไปทางเมืองอาวิญญง แสดงถึง ศิลปะ นางสุดท้าย หันหน้าเข้า Aix-en-Provence แสดงถึง ความยุติธรรม ซึ่งอันสุดท้ายนี้จึงเป็นเหตุและผลซึ่งกันละกันว่า ทำไมที่นี่เป็นที่ตั้งของศาลยุติธรรมที่มีคดีสำคัญๆมากมาย และยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยทางด้านกฎหมาย อันดับหนึ่งของฝรั่งเศส (อ้างอิง: ความเห็นส่วนตัว ใครจะไปอ้างอิงต่อโปรดพิจารณา) ชื่อว่า Université Paul Cézanne Aix-Marseille III





เมื่อเดินผ่าน "ลาโคตง" มาแล้วจะเห็น ถนนสายหลักของเมืองชื่อว่า Cour Mirabeau ซึ่งผมอ่านว่า กูมิคาโบ เป็นถนนผ่านกลางเมือง มีขนาดใหญ่ใช้ได้เลย มีต้นไม่อยู่ริมทางเป็นทิวสวยงาม สองข้างทางเป็นตึกเก่าแก่ ซึ่งเมื่อหันหลังเข้า "ลาโคตง" แล้ว ตึกทางด้านขวามือ จะเป็นพวกสำนักงานต่างๆ และด้านซ้ายมือ จะเป็นพวกร้านกาแฟ ( Le café )







ร้านที่เห็นด้านบน ชื่อร้าน Les Deux Garçons (ผมอ่านว่า เล เดอ กักซง) เป็นร้านกาแฟเก่าแก่ ตั้งแต่ปี 1792 เห็นเขาว่ากันว่ามีดาราฮอลีวูดมานั่งดื่มบ่อยๆ ด้วยชื่อเสียงของร้านทำให้เมื่อแขกบ้านแขกเมืองมาเป็นต้องพามานั่งดื่มกาแฟกันที่นี่





พูดถึงร้านกาแฟไม่ใช่จะมีอยู่แค่ตรงถนน "กูมิคาโบ" เท่านั้น จะมีอยู่ทั่วไปในมุมต่างๆ ของเมือง ตกแต่งแตกต่างกันไป เลือกนั่งตามแต่ใครจะชอบแบบไหน และอยากนั่งมุมไหน

และร้านกาแฟที่ว่านี้ ก็ไม่ใช่จะบริการกาแฟอย่างเดียวนะครับ ก็จะมีพวกเครื่องดื่มต่างๆ และอาหารจากเบาๆ ไปถึงหนักๆก็มี...





นอกจากร้านกาแฟที่เต็มไปทั่วเมืองแล้ว ที่แน่นอนที่สุดสำหรับเมืองนี้ คือได้ชื่อว่า Ville d'Eau et Ville d'Art ซึ่งแปลว่า เมืองน้ำ หรือหมายถึงเมืองที่มีน้ำ(พุ) เยอะโดยอย่างที่บอกไปแล้วว่ามีมากกว่า 100 แห่ง หลายแบบ หลากสไตล์แตกต่างกันไป เอาไว้มีโอกาสจะพาดูน้ำพุโดยเฉพาะแล้วกัน อีกทั้งเป็นเมืองที่มีศิลปะอันสวยงามด้วยครับ





ภาพนี้เป็นตึกเก่าแก่ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานต่างๆ และที่ทำการไปรษณีย์ ...พอมาอยู่ฝรั่งเศสจำเป็นต้องใช้บริการไปรษณีย์บ่อยมากนะผมว่า ...ไปรษณีย์ (La poste)ที่นี่นอกจากไว้ส่งจดหมายและพัสดุแล้ว เค้าเป็นธนาคารด้วยนะ (ฝากเงินได้ดอกเบี้ยดีด้วยครับ)





ติดๆ กันนั้น จะเป็นที่ว่าการเมือง เรียกว่า Hôtel de ville ผมอ่านว่า "โอเต็ลเดอวิล" สำหรับที่นี่ก็คงเหมือนที่ทำการอำเภอบ้านเรานะผมว่า...แต่มีกิจกรรมที่เห็นบ่อยก็คือ งานแต่งงาน ซึ่งจะมีจัดกันเป็นปกติทุกวันเสาร์ ขึ้นอยู่กับว่าจะกี่คู่เท่านั้นเอง





ติดกันนั้น จะเป็นหอนาฬิกาประจำเมือง ด้านบนจะมีรูปปั้นซึ่งจะเปลี่ยนชุดไปตามฤดูกาล ตรงนี้สวยงามมากครับ เป็นจุดนัดหมายของชาวคณะที่นี่อีกจุดหนึ่งด้วย





แถวๆ นี้ ก็อีกเช่นกันจะเต็มไปด้วย ร้านกาแฟ ซึ่งก็เป็นอีกที่หนึ่งที่ผมและชาวคณะที่นี่ มานั่งกันบ่อย ถ้าใครมีโอกาสผ่านมาก็ลองสังเกตดูนะครับเผื่อจะเจอกันบ้าง ไม่ร้านสีแดง ก็สีเหลือง หรือไม่ก็เขียว มีสามสีนี่ล่ะครับ






นี่เป็นโบสถ์ชื่อว่า Cathédrale Saint-Sauveur ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 เก่ามั้ยล่ะ สภาพยังสวยงามสง่าอยู่ทุกวันนี้ ฝรั่งนี่เค้าดูแลของดีจริงๆ





ฝั่งตรงข้ามกันเป็นตึก ซึ่งเคยเป็นมหาวิทยาลัย Aix-Marseille III สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1409 ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ L’Institut d’Etudes Politiques d’Aix-en-Provence คือ สถาบันทางด้านการเมืองการปกครอง ซึ่งผู้ที่ศึกษาอยู่ที่นี่ ส่วนใหญ่เป็นหัวกระทิ มีการแข่งขันเพื่อเข้าไปเรียนสูง





เมืองนี้ถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของฝรั่งเศส ไม่มีวันไหนที่เข้าไปในตัวเมืองแล้วเงียบเหงา ทุกวันจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว...

ทำไมหรอครับ...ก็เพราะที่นี่อากาศดี ซึ่งเรียกได้ว่าดีตลอดปี ขนาดในฤดูหนาวก็ยังอากาศดี มีแสงแดดให้ความคอยให้ความอบอุ่น ทุกคนคงจะทราบนะครับว่า ฝรั่งจะถูกคอกันดีกับแสงแดดมาก (ผิดกับผมถ้าเจอเป็นหลบ) ประกอบกลับความสวยงามของเมืองเก่า อีกทั้งยังมีร้านค้า ที่เค้าเรียก Le Magasin Chic หมายถึง ร้านค้าหรูหรา อยู่ทุกซอกซอยของเมือง ให้จับจ่ายกันสนุก สบายกระเป๋า


Aix-en-Provence เป็นเมืองขนาดเล็กกระทัดรัด สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ เป็นเมืองที่คนฝรั่งเศสเองอยากมาเที่ยวหรือมาอาศัยอยู่เลย

ก่อนผมจะมาที่นี่ อาจารย์ชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งที่สอนภาษาผมที่เมืองไทย ถามผมว่าจะไปอยู่ที่เมืองไหนในฝรั่งเศส ผมก็บอกไปว่าจะไปอยู่ที่เอ็กซองโพรวองซ์ อาจารย์ท่านนั้นก็บอกกับผมว่า"เธอนี่ช่างโชคดีจริงๆ"







Create Date : 22 มิถุนายน 2550
Last Update : 10 ตุลาคม 2551 20:24:35 น.
Counter : 4873 Pageviews.

43 comment
มารู้จัก นาย Pompier
คงจะสงสัยกันนะครับว่า Pompier นั้นหมายความว่าอย่างไร
วันนี้จะพา นาย Pompier คนนี้มาให้รู้จักกันครับ

Pompier (อ่านว่า ปอง-ปิ-เอ) nm. พนักงานดับเพลิง, ตำรวจดับเพลิง, กองดับเพลิง อ้างอิง พจนานุกรม ฝรั่งเศส-ไทย ของ น.อ.ศิริ พงศทัต ร.น.

Pompier (อ่านว่า ปม-ปิ-เย่) แปลว่า พนักงานดับเพลิง ผู้มีหน้าที่ดับเพลิง กู้ภัยต่างๆ ซึ่งคนทั่วไปเห็นว่าเสียสละ เป็นขวัญใจประชาชน เป็นอาชีพในฝันของชายชาตรี และเป็นชายในฝันของสาวๆอันนี้ อ้างอิง จาก นาย Pompier


ทราบความหมายกันไปแล้วนะครับ อันดับต่อไปจะพาไปดูหน้าค่าตา ของนาย Pompier ครับผม




ขอบคุณภาพนี้ด้วยนะครับ เอามาจาก http://perso.orange.fr/pochoirs/pochoirdivers2.htm


ภารกิจสำคัญที่สุดของนาย Pompier ก็คือการดับเพลิง ซึ่งเขาได้รับการฝึกฝน มาเผื่อการนี้ เป็นอย่างดี




ต่อมาคือ ช่วยเหลือชีวิตซึ่งตกอยู่ในอันตราย ในทางสาธารณะ (ถ้าไม่ใช่ทางสาธารณะ ก็จะเป็นหน่วยกู้ภัยอื่น เช่น samu แต่ในความเป็นจริงแล้ว นาย Pompier คนนี้ก็ทำทุกที่นั้นแหละ)






สำหรับเมืองไทยเราแล้ว หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เกี่ยวกับเพลิงไหม้ สิ่งที่เราจะนึกถึง ก็คือ 199 หรือ 191 ซึ๋งผมคิดว่าคนไทยเราน่าจะ คุ้นเคยกับ 191 มากกว่า ไม่ว่ามีเหตุอะไรเกิดขึ้นก็ 191 ตั้งแต่ งูเข้าบ้าน สามีภรรยาทะเลาะกัน (ที่บ้านผมเค้าเรียก "ผัวเมียตีกัน") จนกระทั่ง ฆ่ากันตาย

แต่สำหรับที่ฝรั่งเศสนี่ อาจจะคล้ายๆ กัน ไม่ว่ามีเหตุอะไรเกิดขึ้น หากเป็นภัยต่อชีวิต พวกเราจะนึกถึง นาย Pompier เป็นคนแรก ( อันนี้ เอาเป็นว่าตั้งแต่กุญแจบ้านหาย แล้วต้องการงัดบ้านหรือหาช่างกุญแจ นายคนนี้ก็ทำได้ หรือจะเป็นน้องเหมียว (ไม่ว่าคนหรือแมว) ขึ้นต้นไม้แล้วลงไม่ได้ นาย Pompier ช่วยได้ จนไปถึงที่เลือดตกยางออก)

สำหรับที่นี่ หมายเลขสำคัญที่ต้องจำไว้ ได้แก่ 18





ที่บอกว่านาย Pompier เนี่ยะเป็นอาชีพที่ชายชาตรีต้องการจะเป็นอันดับต้นๆ และเป็นอาชีพที่สาวๆ หมายปอง โดยเคยมีการทำวิจัย ว่าเป็นอาชีพอันดับหนึ่งที่ผู้หญิงอยากแต่งงานด้วย ก็ให้ดูหมอนี่แล้วกัน เอาเป็นว่านี่เป็นมาตรฐานขั้นต่ำของพวกเค้า








Create Date : 20 มิถุนายน 2550
Last Update : 10 ตุลาคม 2551 23:13:08 น.
Counter : 638 Pageviews.

46 comment

pompier
Location :
Provence-Alpes-Côte d Azur  France

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



+






หนาวนี้ที่โพรวองซ์ ตอน 1 : หิมะหลงทางที่ Aix en Provence 12/01/09
Le Pont du Gard มรดกโลก 2,000 ปี 09/11/08
เที่ยวโพรวองซ์ ( Provence ) ที่ ... LOURMARIN 29/10/08
ดิน..แดน..แดง แห่ง Provence 28/07/08
สีสัน (สีแดง) แห่งโพรวองซ์ ที่ Roussillon 22/05/08






web counters


MY VIP Friend