เด็กขี้สงสัยโต๊ะ79
Group Blog
 
All Blogs
 

Global trust deficit and its repercussions By Peter Blair Henry

Global trust deficit and its repercussions By Peter Blair Henry
http://www.china.org.cn/opinion/2013-07/08/content_29356097.htm


In their preoccupation with fiscal deficits, developed countries' policymakers continue to neglect a different, yet equally critical, shortfall: the trust deficit between advanced and emerging economies when it comes to global governance.

For decades, developed countries' shareholders in the International Monetary Fund and the World Bank used loan conditionality to spur economic reforms - often including contentious fiscal-austerity measures - in the so-called Third World. Through pragmatic, sustained reform efforts, countries like Brazil, China and India turned their economies around to achieve stunning increase in their GDP growth - from an average annual rate of 3.5 percent from 1980 to 1994 to 5.5 percent since then.

But, although developing countries now account for more than half of global GDP growth, advanced countries have yet to admit them to leadership roles that reflect their growing influence in the world economy.

The failure so far of the United States Congress to ratify the IMF reform package agreed to by G20 finance ministers and central bank governors in 2010 is the latest breach of trust - one that makes the promise of adequate representation for emerging economies seem like a shell game. The US' unwillingness or inability to ratify the package - which includes doubling the IMF's funding quota and shifting 6 percent of the new total, together with two directorships, to developing countries - undoubtedly contributed to the decision by BRICS (Brazil, Russia, India, China and South Africa) to establish their own development bank.

In fact, a backlash against Western hegemony in global governance has been brewing for years, with developing countries increasingly turning away from the IMF in favor of creating alternative, regional sources of funding. The Association of Southeast Asian Nations, together with China, Japan and the Republic of Korea, established the Chiang Mai Initiative in 2000, and Latin American countries launched negotiations on Banco del Sur in 2006.

The accelerating erosion of emerging economies' trust in the Bretton Woods Institutions is particularly problematic now, given slow growth and continued economic weakness in advanced countries. While the world economy is expected to grow by 3.3 percent this year, average annual growth in the advanced countries is projected to be just 1.2 percent.

Developed and developing countries alike would benefit from greater economic-policy coordination. While regional groups may obtain some short-run benefits by pursuing narrower interests outside of multilateral channels, neither emerging nor advanced economies can fulfill their long-run potential in an environment characterized by isolationism and a zero-sum mentality in areas like trade and exchange rate policy.

Policy coordination, however, depends on trust, and building trust requires advanced countries' leaders to keep their promises and offer their counterparts in developing countries opportunities for leadership. Instead, developed countries have been taking actions that compromise their legitimacy.

For example, after spending decades encouraging developing countries to integrate their economies into the global market, advanced countries now balk at trade openness. Indeed, despite pledges not to erect trade barriers after the global economic crisis, more than 800 new protectionist measures were introduced from late 2008 through 2010. G8 countries, the supposed champions of the global free-trade agenda that dominates the World Trade Organization, accounted for the lion's share of these measures.

Some question the leadership ability of the BRICS. But many emerging markets are already leading by example on important issues like the need to shift global financial flows from debt toward equity. Mexico, for example, recently adopted - ahead of schedule - the changes in capital requirements for banks recommended by the Third Basel Accord in order to reduce leverage and increase stability.

For too long, developed countries have clung to their disproportionately high influence in international financial institutions, even as their fiscal fitness has dwindled. By ignoring the advice that they so vehemently dispensed to the developing world, they brought the world economy to its knees. And now, they refuse to fulfill their promises of global cooperation.

Leaders of developed and developing countries alike must deepen their commitment to economic reform and integration. But only by giving emerging economies a real voice in global governance - thereby reducing the trust deficit and restoring legitimacy to multilateral institutions - can the global economy reach its potential.

The author is dean of New York University's Stern School of Business and the author of Turnaround: Third World lessons for First World Growth.

Project Syndicate




 

Create Date : 10 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 10 กรกฎาคม 2556 16:33:30 น.
Counter : 304 Pageviews.  

เผยโฉมแนวคิดการออกแบบ Disneyland แห่งแรกของจีนที่เซี่ยงไฮ้ เน้นเอกลักษณ์ความเป็นจีนหวังโดนใจทุกวัย

เผยโฉมแนวคิดการออกแบบ Disneyland Park แห่งแรกของจีนที่เซี่ยงไฮ้
เน้นเอกลักษณ์ความเป็นจีนหวังโดนใจทุกเพศทุกวัยในครอบครัว



นับจากนี้อีก 3 ปี สวนสนุก Disneyland แห่งใหม่ของจีนบนขนาดพื้นที่ 3.9 ตารางกิโลเมตรที่ชื่อ “Shanghai Disneyland Park” (上海迪士尼乐园)ก็จะถูกเนรมิตขึ้นอย่างเสร็จสมบูรณ์ในปลายปี 2558 เพื่อรองรับผู้เข้าชมชาวจีนกว่าวันและหมื่นคน แม้ว่าปัจจุบันจะอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง แต่ด้วยความยิ่งใหญ่ของโครงการและความมีชื่อเสียงของสวนสนุกชื่อดังระดับโลกอย่างดิสนีย์ กระแสข่าวความคืบหน้าล่าสุดของสวนสนุกอภิมหึมาดังกล่าวจึงถูกจับตามองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ล่าสุดได้มีข่าวความคืบหน้าการก่อสร้างในส่วนของการออกแบบว่าทีมงานผู้ออกแบบ หรือที่บริษัทดิสนีย์เรียกกันว่า "นักสร้างฝัน" ทั้งชาวชาวจีนและชาวต่างชาติจำนวนรวมทั้งสิ้นกว่า 500 คนที่ได้เร่งฝีมือออกแบบมาแรมปีนั้น ล่าสุดได้มีการเปิดเผยแนวคิดในการออกแบบหลักว่าจะให้ความสำคัญเน้นถึงเอกลักษณ์ของความเป็นจีนที่โดดเด่น เพื่อเจาะใจกลุ่มผู้เข้าชมชาวจีนทุกวัย แนวคิดในการออกแบบดังกล่าวนี้ กลั่นกรองมาจากการศึกษาวิจัยความต้องการของกลุ่มผู้เข้าชมสวนสนุกในวัยต่างๆเข้าด้วยกันพร้อมทั้งเปิดรับความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบในสาขาต่างๆของจีน อีกทั้งแนวคิดที่ได้ยังผ่านการวิจัยเจาะลึกรายบุคคล (Focus group) ไปยังกลุ่มชาวจีนกว่าพันคนในเมืองต่างๆ ทั่วทั้งจีนเพื่อให้แน่ใจว่าแนวคิดการออกแบบดังกล่าวจะได้รับการยอมรับจากชาวจีน เพื่อบรรลุเป้าหมายที่จะให้ “Shanghai Disneyland Park” จะเป็นสถานที่ที่มอบประสบการณ์ความทรงจำอันไม่รู้ลืมแก่คนทุกวัยในครอบครัว คาดว่าการออกแบบทั้งหมดจะเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์ภายในสิ้นปี 2558 นี้

นักออกแบบเร่งทำการบ้านหนัก หวังเอาใจกลุ่มผู้เข้าชมชาวจีนทุกเพศทุกวัย


เบื้องหลังการออกแบบสวนสนุกขนาดใหญ่นี้ ทีมงานผู้ออกแบบหลักชาวต่างชาติที่ร่วมในโปรเจกต์ดังกล่าวต้องผ่านการเดินทางไปยังสถานที่ที่มีชื่อเสียงต่างๆ ของจีนเพื่อซึมซับแนวคิดและแรงบันดาลใจการออกแบบตลอดจนวัฒนธรรมจีนจากแหล่งอารยธรรมที่มีชื่อเสียงสำคัญของจีน และนำแนวคิดที่ได้จากการสัมผัสถึงความเป็นจีนมานำเสนอความคิด อภิปรายและออกแบบแก้ไขร่วมกันในทีมงานเพื่อถ่ายทอดเป็นเรื่องราวแนวคิดหรือ Theme story ของสวนสนุก เพื่อให้มั่นใจได้ว่าแนวคิดในการออกแบบดังกล่าวจะเป็นไอเดียที่บรรเจิด อีกทั้งจะได้รับการยอมรับถูกใจชาวจีนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ทีมงานดิสนีย์ยังได้เปิดรับความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้ถูกเชิญมาโดยเฉพาะเพื่อให้คำแนะนำเพิ่มเติมอีกด้วย สำหรับการสร้างปราสาทดิสนีย์ที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์เด่นของสวนสนุกดิสนีย์ทั่วโลก ทีมงานผู้ออกแบบได้เผยว่าปราสาทใน Disney Park Resort ของ Shanghai Disneyland Park แห่งนี้จะมีขนาดที่ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับปราสาทดิสนีย์ในเมืองอื่นๆทั่วโลก ไม่เพียงเท่านี้ในสวนสนุกจะยังเป็นแหล่งรวมปราสาทเฉพาะของเจ้าหญิงในเทพนิยายดิสนีย์ทั้งหมด รวมถึงปราสาทสโนว์ไวท์ผู้น่าสงสารและโพคาฮอนทัสแห่งแดนผจญภัยอีกด้วย


ภาพร่างแผนที่ภายในสวนสนุก Shanghai Disneyland Park

การออกแบบการก่อสร้างดังกล่าวนับว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้โครงการสวนสนุกขนาดใหญ่ประสบความสำเร็จ จะเห็นได้ว่าความพยายามของทีมงานในการออกแบบดังกล่าวของดิสนีย์ล้วนเป็นความตั้งใจจริงบนเดิมพันที่ท้าทายเพื่อหวังเจาะตลาดจีนที่มีประชากรกว่าพันล้านคน โดยก่อนหน้านี้ได้มีสวนสนุกหลายแห่งที่ใช้แนวคิดในการออกแบบก่อสร้างที่มีใช้เอกลักษณ์ความเป็นจีนนี้ในการก่อสร้าง ตัวอย่างเช่น สวนสนุกเยียนเฉิงที่เมืองฉางโจว มณฑลเจียงซู (常州淹城春秋乐园) ที่สร้างเป็นเมืองจำลองย้อนยุคไปในสมัยราชวงศ์ฮั่นที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นชาวจีน จึงเป็นที่น่าจับตามองว่าการออกแบบสวนสนุกระดับโลกของดิสนีย์ที่เซี่ยงไฮ้จะตีโจทย์การออกแบบด้วยเอกลักษณ์ความเป็นจีนในแนวคิดแบบใดที่จะสามารถโดนใจกลุ่มผู้เข้าชมชาวจีนทุกเพศทุกวัยได้

ภายในปี 2558 สวนสนุก “Shanghai Disneyland Park” ที่สร้างเสร็จดังกล่าวจะประกอบด้วยธีมพาร์คขนาดใหญ่ 1 แห่ง และโรงแรมที่สร้างตามแนวคิดจินตนาการของดิสนีย์ 2 แห่ง ร้านอาหาร ทะเลสาบ ศูนย์การเดินทาง และแหล่งบันเทิงชั้นนำครบวงจร คาดว่าโครงการทั้งหมดดังกล่าวจะใช้งบประมาณทั้งสิ้น 29,000 ล้านหยวน คาดว่าเมื่อสวนสนุกดังกล่าวแล้วเสร็จในปี 2558 จะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเซี่ยงไฮ้ ตลอดจนจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างประเทศให้มาเที่ยวที่เซี่ยงไฮ้มากขึ้น และจะช่วยยกระดับให้เซี่ยงไฮ้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญในภูมิภาค อีกทั้งยังจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยวภาคการบริการในพื้นที่ดังกล่าวอีกด้วย ไม่แน่ว่าเมื่อสวนสนุกสร้างเสร็จ สวนสนุกดิสนีย์แลนด์แห่งแรกในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้ จะกลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของสังคมจีนที่ให้ความสนใจอย่างล้นหลามเช่นเดียวกับการงานมหกรรมโลก Shanghai World Expo 2010 ที่ผ่านมาก็เป็นได้

ธุรกิจไทยหวังครองใจชาวจีนต้องการทำบ้านหนัก

ไม่เพียงแต่ปัจจัยความสำเร็จที่มาจากชื่อเสียงที่สั่งสมมายาวนานของดิสนีย์ สื่อภาพยนตร์การ์ตูนของดิสนีย์ที่เข้ามาฉายในจีน รวมทั้งผลิตภัณฑ์การ์ตูนต่างๆ หรือแม้กระทั่งความหลากหลายและทันสมัยของเครื่องเล่นชั้นนำของโลก แต่สวนสนุกของดิสนิย์ที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อรองรับลูกค้าชาวจีน จำเป็นต้องทำความเข้าใจกับพฤติกรรมความต้องการของกลุ่มลูกค้าอย่างลึกซึ้ง จะเห็นได้ชัดจากการออกแบบซึ่งต้องมีเอกลักษณ์ของความเป็นจีนเป็นแนวคิดหลักเพื่อให้สามารถครองใจกลุ่มลูกค้าชาวจีนได้ ดังนั้น การทำธุรกิจในจีนผู้ประกอบการไทย ควรให้ความสนใจกับการศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคจีน รวมทั้งมีการปรับตัวให้เข้ากับสังคมความเป็นจีน โดยยังคงไว้ซึ่งจุดแข็งและความแตกต่างของธุรกิจ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจไทยที่เข้ามาบุกตลาดจีนประสบความสำเร็จได้

จัดทำโดย น.ส. เทพรัตน์ ตันติกัลยาภรณ์  ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้
แหล่งข้อมูล นสพ. Shanghai Daily, http://www.dol.cn/




 

Create Date : 18 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 18 กรกฎาคม 2555 13:25:56 น.
Counter : 1265 Pageviews.  

จีนประกาศเริ่มการแลกเปลี่ยนค่าเงินตรงระหว่างสกุลเงินหยวนและเยน

จีนประกาศเริ่มการแลกเปลี่ยนค่าเงินตรงระหว่างสกุลเงินหยวนและเยน

ที่ผ่านมานับแต่รัฐบาลเซี่ยงไฮ้ประกาศเป้าหมายต้องการผลักดันให้เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองแห่งศูนย์กลางทางการเงินนานาชาติภายในปี ค.ศ. 2020 ได้มีข่าวคืบหน้าความพยายามล่าสุดของรัฐบาลจีนในการใช้บทบาทของเงินหยวนเป็นตัวผลักดันเป้าหมายสำคัญของเซี่ยงไฮ้นี้ โดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลจีนและรัฐบาลญี่ปุ่น ประกาศเริ่มใช้ระบบการแลกเปลี่ยนเงินตราโดยตรง ระหว่างเงินหยวนของจีนและเงินเยนของญี่ปุ่นให้สามารถแลกเปลี่ยนเงินสองสกุลได้โดยตรงโดยไม่ต้องอ้างอิงกับเงินสกุลดอลลาร์เริ่มมีผลตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2555 นี้

การประกาศดังกล่าวนับว่าส่งผลดีต่อเงินสกุลหยวนของจีนที่ไม่จำเป็นต้องอ้างอิงกับเงินสกุลดอลลาร์เพื่อแปลงค่าเงินเป็นเงินเยน ทำให้สามารถนำเงินหยวนคิดอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อแลกเป็นเงินเยนได้โดยตรง ซึ่งมีผลทำให้ค่าเงินหยวนของจีนมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2555 เป็นต้นไป อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินหยวนและเงินเยนจะถูกกำหนดตรงระหว่างตลาดเงินสองตลาด โดยไม่จำเป็นต้องอ้างอิงกับค่าเงินดอลลาร์เป็นตัวกลางเพื่อที่จะทอนเป็นเงินสกุลเยนอีกที การประกาศให้เงินหยวนและเงินเยนสามารถแลกเปลี่ยนค่าเงินได้โดยตรงนั้น เป็นความพยายามร่วมกันระหว่างรัฐบาลจีนและญี่ปุ่นในการส่งเสริมการค้าเงินในระหว่างตลาดเงินสองตลาดโดยตรงโดยไม่ต้องมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่มาจากค่าเงินสกุลอื่น เช่น ดอลลาร์ อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนการเติบโตของตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และส่งเสริมความร่วมมือในด้านตลาดทุนร่วมกันระหว่างจีนและญี่ปุ่นอีกด้วย

นอกจากนี้แหล่งข่าวจากธนาคารกลางจีนยังเสริมอีกว่า การแลกเปลี่ยนเงินตราสองสกุลโดยตรงดังกล่าวจะยังช่วยลดค่าใช้จ่ายของการค้าเงินตราระหว่างสองค่าเงินและยังเป็นการช่วยส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศเข้าด้วยกัน

ด้านความเห็นจากนักวิชาการด้านการเงินจากมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการเงินจีนให้ความเห็นต่อการประกาศดังกล่าวว่าเป็นผลดีเพราะแต่เดิมที่สกุลเงินหยวนเมื่อต้องการแลกเปลี่ยนเงินตรากับต่างประเทศต้องอ้างอิงค่าเงินกับสกุลเงินดอลลาร์ซึ่งทำให้ค่าเงินที่แท้จริงของเงินหยวนถูกบิดเบือนอีก อีกทั้งการอิงค่าของเงินหยวนกับเงินสกุลดอลลาร์เพื่อแลกเป็นเงินตราสกุลที่สามนั้นยังจะทำให้เงินหยวนขาดความยืดหยุ่นอีกด้วย แต่ในขณะเดียวกันเมื่อสามารถแปลงเงินหยวนเป็นเงินเยนได้โดยตรงก็จะทำให้ทั้งเงินหยวนและเงินเยนต้องรับกับความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนของเงินสองสกุล ดังนั้นทั้งธนาคารและบริษัทที่ต้องการแลกเปลี่ยนเงินตราควรมีระบบการจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของการแลกเงินสองสกุลโดยตรงนี้อย่างรอบคอบอีกด้วย

ข้อมูลโดย เทพรัตน์ ตันติกัลยาภรณ์
เตรียมลงเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน http://www.thaibizchina.com
แหล่งข้อมูล ประกาศธนาคารกลางจีน, China-Japan to start direct yuan-ten trade from Friday.




 

Create Date : 13 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 13 กรกฎาคม 2555 14:25:51 น.
Counter : 785 Pageviews.  


RBZ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




เป็นเดะสีลม(เซนต์โย สีลม)ตอนป.๑ เรียนอยู่สองอาทิตย์ เค้าหาว่าหนูซนเลยต้องย้ายมาเซนต์โยบางนา ตอนนี้อยู่ธรรมศาสตร์ ขึ้นปีสาม แต่อยากเป็นเด็กปีหนึ่ง ตอนนี้กลับไปเป็นเด็กสีลมเหมือนเดิม (โต๊ะสีลม Color of the wind)

เลือกได้ระหว่างอ่าน blog หรือ space
http://spaces.msn.com/ongchun

chivalrysilk [ at ] gmail.com

icq57152514 [ at ] hotmail.com
สำหรับเล่น MSN เท่านั้น
Friends' blogs
[Add RBZ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.