อดีตชาวดิน สระบุรี กรมที่ดิน (ราส์ส กิโลหก)
Group Blog
 
All Blogs
 
ไปดู...ผ๊ !! (ตอนจบ)

(ตอนจบ)
ผมมองดูเวลาตอนนี้เกือบบ่าย 2 แล้ว นึกสนุกไปกับจ่าย้อย เปลี่ยนที่กินเหล้าให้มันตื่นเต้นหน่อยก็ดีเหมือนกัน รถตู้จ่าแกก็มีไปกลับสะดวกสบาย น่าจะเข้าท่าไปกันหลายๆคนกลัวอะไร ที่สำคัญพรุ่งนี้เป็นอาทิตย์ไม่ต้องไปทำงาน.


“จ่าพูดจริงหรือเปล่า ? ไม่ล้อเล่นนะ ผมเอาจริงๆด้วย !”


“จริง ซิ ! เดี๋ยวไปกันเลย แต่รถของผมด้านหลังไม่มีเบาะนั่งนะ เอาสื่อปูนั่งกันไปแล้วกัน” จ่าย้อยเป็นห่วงกลัวจะนั่งกันลำบาก


ซาวเสียงสมาชิกในวงเหล้า พรรคพวกกลัวเสียหน้าไม่มีใครปฏิเสธ ไปไหนไปกัน !


จ่าย้อยขอตัวกลับไปเตรียมรถ และต้องไปแจ้งให้นางหอยเมียแกว่า จะออกไปกินเหล้าที่บ้านนอก กับพวกช่างฯ เพราะแกอยู่กันแค่สองคนผัวเมียลูกเต้าโตหมดแล้ว แต่ละคนแยกย้ายไปอยู่ที่อื่นกันหมด.


ผมให้อ้ายเบี้ยววิ่งไปซื้อกับข้าวที่ตลาด ส่วนพวกแก้วจานชามกะว่าจะไปยืมเอาที่บ้านลุงบุญ โซดาน้ำแข็งไม่ต้องซื้อให้เกะกะ เพราะเหล้าป่าในหมู่บ้านมีขาย กินเหล้าป่าต้องกินเพียวๆ ถ้าจำไม่ผิดขนาดขวดแม่โขงกลมใหญ่ราคาขวดละ 15 บาท มีขายไม่จำกัด


อุปกรณ์สำคัญที่ลืมไม่ได้เด็ดขาดคือไฟฉาย ผมให้ สาธิต เบิ้ม และ สมาน ไปจัดเตรียมมาให้พร้อม กินเหล้ามาก็หลายครั้ง แต่คราวนี้มีความรู้สึกตื่นเต้นมากๆ เหมือนตอนเด็กๆที่ผู้ปกครองบอกว่าจะพาไปเที่ยวทะเล.


ทุกคนใส่เสื้อกันหนาวอยู่กับตัวเพราะอากาศเริ่มเย็น จ่าย้อยหอบเสื่อโยนใส่ไปที่หลังรถ 2 ผืนสมาชิกพร้อม อุปกรณ์ต่างๆพร้อม ตรวจสอบความเรียบร้อยไม่มีอะไรขาดเหลือ รถตู้พาพวกเราออกจากที่พักเมื่อประมาณ 3 โมงเย็น.


ผมให้อ้ายเบี้ยวไปนั่งด้านหน้าคู่กับคนขับคือจ่าย้อย เพื่อทำหน้าที่บอกเส้นทางไปบ้านลุงบุญ ส่วนพวกผมปูเสื่อนั่งกันที่ด้านหลังรถ เอาเหล้าที่เหลือจากเมื่อกลางวันมานั่งกินต่อ และไม่ลืมชงเหล้าให้จ่าย้อยกินเป็นระยะๆ(สมัยก่อนไม่มีการตรวจจับกินแล้วขับ) เป็นรถตู้มหาสนุกจริงๆ เสียงพวกขี้เมาคุยกันเสียงดังลั่นรถไปตลอดทาง.


รถวิ่งมาจนถึงทางแยกซึ่งเป็นถนนดิน ดีนะที่เป็นรถตู้มีกระจกและตัวถังรถมิดชิด ทำให้ฝุ่นจากถนนดินเข้ามาในตัวรถไม่ได้ ไม่งั้นกินฝุ่นกันอิ่มแน่ .


ก่อนเข้าบ้านลุงบุญ เราแวะไปที่บ้านขายเหล้าป่า สั่งซื้อมา 6 ขวดเอามาเผื่อไว้ จากนั้นรถวิ่งต่อไปยังบ้านลุงบุญซึ่งเป็นจุดหมาย ถึงบ้านลุงบุญเกือบ 5 โมงเย็น ลุงบุญตกใจเห็นคนมาในรถกันเยอะแยะพอเห็นหน้าผมและอ้ายเบี้ยว จึงจำได้


ผมลงจากรถจับมือแกมาคุยบอกว่าพวกเรา จะไปกินเหล้าที่หน้าบ้านนางแป้น .


แกทำตาเหลือก “ โอ๊ย ! นึกหาเรื่องอะไรกันนี่ ! ทำเป็นล้อเล่นไป เล่นกับผีกับสาง ไม่ดีนะครับ”


จ่าย้อยลงมาช่วยพูดอีกแรงหนึ่ง แกยังลังเล ผมจึงบอกว่าให้เอาธูปไปด้วยไปจุดธูปบอกขอโทษก่อนแล้วกัน แกจึงเสียงอ่อนเพราะคงเห็นว่าขัดพวกผมไม่ได้ อีกอย่างมากันจนถึงที่แล้ว.


ลุงบุญบอกให้เมียแก จัดจานชามและแก้วเหล้า ตัวแกเดินไปคว้าจอบมาถือไว้ .


“เดี๋ยวขับรถตามผมมา บางช่วงคันนามันสูงต้องถากคันนาให้มันเตี้ยลง ไม่งั้นรถวิ่งไปไม่ได้มันจะติดใต้ท้องรถ” แกพูดแล้วเตรียมตัวออกไป.


พวกเราไม่ขึ้นรถแต่เดินตามลุงบุญ ให้จ่าย้อยขับรถตามมาคนเดียว เพราะรถจะได้มีความคล่องตัว รถวิ่งลัดเลาะมาตามท้องนา บางช่วงที่คันนาสูงลุงบุญก็จัดการใช้จอบถากจนรถวิ่งผ่านไปได้สะดวก ใช้เวลาเกือบ 20 นาทีทั้งรถและคนก็มาถึงหน้าบ้านนางแป้น


ผมไม่ค่อยตื่นเต้นเพราะเคยเห็นมาแล้ว แต่คนอื่นๆแม้แต่จ่าย้อยมองดูแล้วก็อึ้งๆไปเหมือนกัน เราเลือกทำเลที่จะนั่งกินเหล้ากันบริเวณด้านหน้าบ้าน ห่างจากบันใดหน้าบ้านประมาณ 10 เมตร ผมบอกให้จ่าย้อยตั้งลำรถโดยหันท้ายรถไปที่ตัวบ้านหันหัวรถออกนอกบ้าน กะว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลจะได้ขับรถออกไปได้เลย ไม่ได้กลัวแต่ไม่ประมาท ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ว่างั้น ?


ด้านข้างรถทางด้านซ้ายมือซึ่งเป็นประตูปิดเปิดข้างตัวรถ ผมขอแรงลุงบุญเอาจอบมาปรับพื้นที่ให้เรียบ เพื่อเอาเสื่อมาปู คนอื่นๆช่วยกันยกสิ่งของต่างๆมาวางที่เสื่อ อ้ายเบี้ยว รู้หน้าที่มันวิ่งไปหาขอนไม้และเศษไม้แห้งแถวๆนั้นได้มากองใหญ่ เพื่อเอามาเป็นเชื้อไฟ เราต้องก่อกองไฟเอาความอบอุ่นและแสงสว่าง.


เพิ่งห้าโมงกว่ายังไม่มืด ผมเห็นจ่าย้อยเดินตรวจตรารอบๆบ้าน ซึ่งรกไปด้วยเศษใบไม้แห้งที่ล่วงหล่นมาจากต้นไม้ใหญ่ๆหลายต้นรอบๆบ้าน ต้นไม้ใหญ่มีทั้ง ต้นมะเกลือ มะขาม มะม่วงก็มีแต่เป็นมะม่วงกระล่อนป่าต้นสูงใหญ่เกือบมิดตัวบ้าน แกไม่เดินแค่รอบบ้านแต่ยังปีนบันใดขึ้นไปบนบ้านอีกด้วย คงอยากรู้อยากเห็นและแกไม่เชื่อเรื่องผีสางอยู่แล้ว คงคิดว่าเหตุการณ์ต่างๆที่เล่ากันมาน่าจะเป็นการกระทำของคนมากกว่า.


ตะวันลับหายไปพร้อมแสงสว่าง ความหนาวเย็นมาแทนที่ กองไฟถูกก่อขึ้นท่ามกลางลมหนาวที่พัดมาเป็นช่วงๆจนกองไฟแดงโร่แตกเป็นสะเก็ดปลิวขึ้นทุกครั้งที่ลมพัดมากระแทกใส่ วงเหล้าพเนจรเริ่มแล้ว แก้วเหล้าและคนรินเหล้าเริ่มทำหน้าที่ .


มัวแต่ยุ่งๆจนลืมเรื่อง จุดธูปเพื่อบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง ลืมสนิทจริงๆๆ..


บรรยากาศรอบๆตัว นอกจากรอบๆกองไฟแล้วมันมืดสนิทเหมือนอยู่ในถ้ำ ไม่มีเสียงอะไรเลยนอกจากบางครั้ง เสียงลมที่พัดมากระทบต้นไม้กิ่งไม้และ มีเสียงวี๊ดๆเพราะลมไปพัดผ่านช่องเล็กช่องน้อยของตัวบ้าน


การดื่มกินแรกๆก็ไม่มีอะไร คุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้ จนพอเมาตึงๆได้ที่กัน พี่จ่าเราเริ่มเปิดประเด็นเรื่องผีบ้านนางแป้น แกบอกด้วยความภูมิใจว่าบ้านนี้ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัว แกไปสำรวจมาหมดแล้วทั้งรอบบ้านบนบ้าน ตามที่มีคนเห็นผีหรือโดนผีหลอกน่าจะคิดกันไปเองมากกว่า !


แต่ลุงบุญเถียงทันที “ไม่ใช่ผมโดนคนเดียวนะ โดนกันหลายคน เฉพาะพวกช่างที่จะมารื้อบ้านนั่นโดนหนัก เป็นไข้เป็นหนาวกันหลายคน ” ขณะที่พูดยังไม่วายหันไปมองที่บ้านนางแป้น


เหล้าอร่อย อากาศก็ดีบรรยากาศวังเวงสุดๆกินกันเพลิน จนเวลาล่วงเลยไปจนเกือบ 5 ทุ่มโดยไม่รู้ตัว ยิ่งดึกอากาศก็เย็นมากขึ้น ส่วนลมพัดแรงขึ้นแต่ดีที่จะพัดมาเป็นช่วงๆ


ใครจะเป็นยังไงผมไม่รู้ แต่ความรู้สึกของผม ถึงแม้ปากจะคุยกันในวงเหล้า แต่ถ้ามีช่วงจังหวะที่สายตาเหลือบมองเข้าไปที่ตัวบ้านแม้จะเห็นเพียงเป็นเงาๆ จากความสว่างของกองไฟเล็กๆที่ลุกโชนอยู่ข้างวงเหล้า


ผมจะขนลุกทุกครั้งมันมีความรู้สึกเหมือนมีใครมองออกมาจากตัวบ้าน พยายามตัดความรู้สึกนี้ออกไปแต่ก็ไม่สำเร็จ มันคอยวนเวียนให้นึกแบบนั้นทุกครั้งที่อดจะมองเข้าไปไม่ได้ บางครั้งนึกอยากจะเอาไปฉายส่องสวนเข้าไปเพื่อให้เห็นแจ้งไปเลยว่ามีใครอยู่จริงหรือเปล่า ? แต่ใจไม่กล้า

จนอดใจไว้ไม่ไหว ผมหันมาถามกับลุงบุญที่นั่งอยู่ข้างๆว่ามีความรู้สึกแบบเดียวกันหรือเปล่า ลุงแกเอามือตบเข่าผมเบาๆ หันมาพูดแบบได้ยินกันสองคนว่าแกก็รู้สึกว่ามีคนในบ้านมองออกมาเหมือนกัน พอแกพูดออกมาแบบนี้หนังหัวของผมมันลุกชันซู่ซ่าเหมือนจะพองออกมา


ระหว่างที่คุยกันไป ท่ามกลางความมืดและเงียบ เสียงๆหนึ่งก็ลอยแว่วๆเข้ามาต้นเสียงมาจากบนหลังคาบ้านนั่นเอง เสียงดัง ก๊อบๆแก๊บๆๆเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่บนสังกะสีมุงหลังคา จากค่อยๆจนดังขึ้น ทุกคนได้ยินชัดเจนหันมามองหน้ากันยังไม่พูดอะไร


จ่าย้อยก็คงได้ยินเหมือนคนอื่น “เสียงอะไรบนหลังคา หรือมีตัวอะไรมาเดินอยู่บนหลังคา” แกคิดไปถึงพวกสิงห์สาราสัตว์ อาจจะเป็นลิงหรือสัตว์ป่าบางชนิด จึงยันตัวลุกขึ้นพร้อมหยิบไฟฉายติดมือก้าวออกมาจากวงเหล้า หันปากกระบอกไฟฉายไปที่ทิศทางของต้นเสียง นิ้วกดสวิตแสงไฟสว่างวาบเป็นลำจับไปที่หลังคาบ้านซึ่งเป็นต้นเสียง


ปรากฏพบแต่ความว่างเปล่า ! และที่แปลกคือเสียงก็เงียบหายไปเหมือนกลัวแสงสว่าง จ่าย้อยยังเอาไปฉายส่องกราดไปทั่วๆหลังคาก็ไม่พบสิ่งปกติอะไร เสียงแกบ่นว่า “ทำไมมันไปเร็วจัง”


จ่าย้อยเดินกลับมานั่งที่เดิม “คงเป็นพวกนกแสกหรือนกฮูก ออกมาหาหนูกิน” แกพูดให้พวกเราฟังแล้วเอาไฟฉายวางไว้ข้างตัว ท่าทางไม่ให้ความสนใจมากนัก


เรื่องเสียงบนหลังคาไม่มีใครติดใจคงเป็นสาเหตุตามที่จ่าบอก อีกซักพักใหญ่ๆ อ้ายเบี้ยวซึ่งถือไฟฉายออกไปเยี่ยวแถวๆข้างบ้าน มันเดินเร็วกลับมาจนเกือบเป็นวิ่ง มันมานั่งข้างๆลุงบุญ พูดปากคอสั่นแต่เบาๆ “ ลุงๆ เมื่อกี๊ ผมออกไปเยี่ยวข้างบ้าน ผมคิดว่าที่หน้าต่างบนบ้านมีคนยืนอยู่ ผมเยี่ยวแทบราด”


ผมกำลังจะหันไปบอกพรรคพวกในวงเหล้าตามที่ อ้ายเบี้ยวไปเจอมา แต่ยังคิดในใจว่าพวกเค้าจะเชื่อกันหรือเปล่า ? ที่แน่ๆจ่าย้อยคงไม่เชื่อคงคิดว่ามันเมาตาเลยฝาด ยังไม่ทันจะอ้าปากพูด


ที่ต้นมะเกลือต้นหนึ่งซึ่งอยู่ข้างๆบ้าน ใกล้หน้าต่างสูงเกือบเท่าหลังคาบ้าน ปรากฏว่ามีบางกิ่งสั่นกราวขึ้นมาเสียงดังเหมือนมีอะไรขึ้นไปเขย่า ทั้งที่ช่วงนี้ยังไม่มีลมพัดมา เสียงยังเขย่าไม่หยุดจ่าย้อย


ลุกพรวดพร้อมไฟฉายวิ่งออกมากดไฟฉายไปที่ต้นไม้ทันที และก็ทันทีเหมือนกันคือเสียงเงียบหายไปเลย และก็เหมือนเดิม คือ แม้เอาไปฉายกราดไปทั่วต้นก็ไม่พบเห็นอะไร.


“ตัวบ้าอะไรวะ !” แกพูดด้วยความโมโห ไม่ทันขาดคำ “เพล้ง” เสียงดังสนั่นในความมืดออกมาจากชั้นบนของตัวบ้าน


เล่นเอาจ่าย้อยถอยกรูดกลับมาที่วงเหล้า ตอนนี้หน้าตาของแกบ่งบอกได้ว่าหวั่นไหวพอสมควร ทุกคนลุกขึ้นยืนกันหมด ผมเห็นจ่าย้อยเอามือควักสายสร้อยห้อยคอซึ่งมีพระหลายองค์แขวนอยู่ออกมานอกเสื้อ โชว์หราเต็มหน้าอก


เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศและลดความกลัว ผมเสนอให้ย้ายไปกินในรถตู้


ทุกคนเห็นด้วย เพราะกำลังกินติดลม เหล้ายังเหลืออีก 2 ขวด เรื่องที่เกิดขึ้นก็ ห้าสิบ ห้าสิบ อาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิดก็ได้ อีกทั้งอากาศภายนอกเย็นจัด แต่กองไฟยังไม่ให้ดับ เดี๋ยวจะมืดเกินไปป้องกันงูเงี้ยวเขี้ยวขอไปในตัว


ในรถตู้กว้างพอสมควร เอาสื่อปูก็นั่งกันได้สบายปิดประตูรถให้หมดแง้มๆกระจกหน้าต่างรถไว้นิดหน่อยให้อากาศถ่ายเท โชคดีในรถมีเทียนไขเล่มเขื่องอยู่หลายเล่ม เอามาจุดกลางวงเหล้าสร้างบรรยากาศไปอีกแบบ


ลมหนาวตะบึงพัดกระแทกด้านข้างรถเสียงตึงๆเป็นช่วงๆ จนคนในรถรู้สึกได้ ค่ำคืนนี้ดึกมากแล้วดูเวลาจะตี 2 เหล้าเหลือไม่ถึงครึ่งขวดเริ่มจะเมากัน คงเตรียมตัวกลับในอีกไม่นาน.


“ปุ๊งๆ ปุ๊งๆๆ” เสียงดังที่หลังคารถตู้ มันเหมือนมีลูกผลอะไรซักอย่างหล่นมาใส่หลังคา อ้ายเบี้ยวยังพูดเล่นว่าลูกเห็บหรือเปล่า ? พี่


ผมยังต่อว่ามันไปว่าลูกเห็บบ้าอะไรมาตกตอนนี้ !

“ปุ๊งๆๆๆๆ ปุ๊งๆๆๆๆๆๆ” มาอีกแล้วตอนนี้มาเป็นสิบๆลูก แถวๆนี้มีต้นมะเกลืออยู่หลายต้น หรือเป็นลูกมะเกลือถูกลมกระแทกกระเด็นมาใส่หลังคารถ คิดกันในทางที่ดี.


ไม่นานเหล้าหยดสุดท้ายก็หมด เตรียมตัวกลับบ้านกัน กองไฟที่ก่อไว้ข้างรถก็มอดหมดเชื้อพอดี พวกเราช่วยกันรวบรวมเก็บจานชามเศษอาหารที่เหลือเททิ้งที่ข้างรถ เอาไว้ให้เป็นอาหารของพวกนกหนู


อ้ายเบี้ยวไปนั่งข้างหน้าอย่างเดิม แต่เพิ่มลุงบุญอีกคนเพราะต้องลงก่อนที่บ้านแก ด้านหลังรถจัดการเอาเสื่อมาสลัดให้สะอาดจากเศษอาหารที่ตกหล่น แล้วจัดปูใหม่ให้เรียบร้อยไม่ใช่อะไรพวกเราเอาไว้นอนเลยง่วงเต็มแก่ วันนี้กินเหล้าได้อรรถรสจริงๆ


คนขับคือจ่าย้อยก่อนจะขึ้นที่นั่งประจำคนขับ แกขอตัวไปเยี่ยวก่อนปวดเต็มทีอากาศเย็นๆปวดบ่อยยิ่งกินเหล้าเข้าไปด้วย


จ่าย้อยฉวยไฟฉายเดินหายไปทางหลังรถ ไม่นานอะไรจะเร็วปานนั้น เสียงวิ่งตึ๊กๆ กลับมาที่รถแล้วเปิดประตูขึ้นนั่งและปิดอย่างเร็ว รีบติดเครื่องขยับรถเคลื่อนตัวออกมาทันที.


“ โอยๆๆๆ พ่อแก้ว แม่แก้ว เอ๊ย เต็มตาเลย” แกพูดไปปากคอสั่นไป บุคลิกไม่เหมือนจ่าย้อยเมื่อตอนเที่ยงวัน ผิดกันจากหน้ามือเป็นหลังมือ


พวกในรถหันมาที่แกเป็นจุดเดียว.


“กำลังยืนเยี่ยว ได้ยินเสียงกิ่งมะเกลือเขย่าอย่างแรง ทั้งที่ตอนนั้นยังไม่มีลมพัด จึงเอาไฟฉายส่องขึ้นไปดู โอ้ โห !!” เสียงจ่าย้อยเหมือนหายไปในลำคอ


“เห็นอะไรจ่า !” เสียงคนในรถถามเกือบพร้อมๆกัน


“คงเป็นนางแป้นกับผัว ของมัน นั่งห้อยขาอยู่ที่กิ่งมะเกลือ กำลังเขย่ากันใหญ่ นางแป้นท้องโตเป็นลิงอุ้มแตง แววตายังสะท้อนออกสีแดงสู้ไฟอีกต่างหาก”


แว่วๆเสียงอ้ายเบี้ยวพูดกับจ่าย้อยว่า “จ่าเยี่ยวราดกางเกงด้วยเนี่ย ! น้ำเปียกกางเกงแฉะเลย”


หลังจากกลับบ้านคืนนั้น จ่าย้อยหายไปหลายวัน จนผมเจอแกเช้าวันหนึ่งที่บ้านแกนั่นแหละ บ้านผมกับบ้านแกห่างกันไม่ถึง 20 เมตรเพราะผมเช่าบ้านแกอยู่ ผมบนหัวแกเกลี้ยงเกลาไม่มีผมซักเส้นได้ความว่าไปบวชมา.


เราจึงมีเรื่องเล่าขานกันว่า “จ่าย้อยถูกผีนางแป้นหลอกจนหัวโกร๋น” ทุกครั้งที่ตั้งวงกินเหล้ากัน..



Create Date : 29 กันยายน 2551
Last Update : 30 กันยายน 2551 9:11:43 น. 0 comments
Counter : 236 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สวนดอก
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add สวนดอก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.