อดีตชาวดิน สระบุรี กรมที่ดิน (ราส์ส กิโลหก)
Group Blog
 
All Blogs
 
ชี้ระวาง

ชี้ระวาง....
ราสส์ กิโลหก

ถ้าเป็นชาวดินไม่ว่าฝ่ายรังวัดหรือฝ่ายทะเบียนจะรู้จักดี แต่สำหรับช่างรังวัดแล้ว พวกเขาไม่อยากจะได้ยินคำนี้
“พี่ๆ หัวหน้าให้ชี้ระวาง แปลงนี้หน่อย” นิ้งหน่องผู้ช่วยช่างเขียนประจำสำนักงาน เดินถือคำขอชี้ระวางมาวางให้ที่บนโต๊ะ พลางร้องเรียกเจ้าของที่ดินให้มารอที่หน้าโต๊ะทำงานของช่างผู้นั้น
ช่างเคราะห์ร้าย จะออกอาการตาขวาง คันปากมุบมิบส่งสายตาไปยังห้องหัวหน้าผู้สั่งการด้วยอาการไม่เป็นมิตร
ยิ่งถ้าวันไหนหัวหน้าช่างไม่อยู่ หัวหน้างานจะต้องเป็นผู้สั่ง อาการของช่างซึ่งถูกสั่งให้ชี้ระวางจะมีมากกว่านั้น บางคนที่แก่พรรษามากๆ ถึงกับลุกไปถามว่า คนอื่นไม่มีหรือไง ? ผมไม่ว่าง !..น้ำใจท่านช่างประเสริฐแท้..
บาปก้อนนี้ส่วนใหญ่จะมาตกอยู่กับช่างที่ย้ายมาใหม่ๆหรือด้อยอาวุโสหรือช่างที่เป็นใบ้บื้อ มักจะโดนมัดมือให้ชี้ระวาง จนได้รับตำแหน่งใหม่เป็นช่างชี้ระวาง ระดับ 2 ซึ่งเป็นตำแหน่งพิเศษควบติดตัวไปด้วย..
ตอนที่ผมเป็นธุรการช่างฯ เมื่อมีคำขอชี้ระวางขึ้นมาจากฝ่ายทะเบียน ถ้าหัวหน้าช่างอยู่ก็ไม่ค่อยมีปัญหา แต่หากหัวหน้าช่างไม่อยู่จะเกิดปัญหาทันทีเพราะหัวหน้างานมักไม่กล้าสั่งให้ช่างชี้ระวาง ภาระจึงตกมาที่ธุรการช่าง
ครั้งหนึ่งมีคำขอชี้ระวางจากฝ่ายทะเบียนขึ้นมาหลายแปลง หัวหน้าช่างไม่อยู่ หัวหน้างานจึงรับหน้าที่แทน พี่แกแทงหนังสือด้วยความสบายใจมาให้ธุรการชี้ระวางทั้งหมด ผมถึงกับหงุดหงิดหัวใจเงยหน้ากราดสายตามองไปรอบห้องพวกช่างคนอื่นๆนั่งหัวดำกันเต็มห้อง มันเห็นธุรการเป็นปลาหมึกหรือไง วะเนี่ย ! ก็ได้แต่ทำปากมุบมิบ ก็โธ่ ! การชี้ระวางไม่ง่ายเหมือนชี้ตัวผู้ต้องหาเพราะแค่กระดิกนิ้วก็จบ ยิ่งถ้าข้างเคียงเป็นที่มีการครอบครองหลายด้านละก็ยิ่งเหนื่อยมากขึ้น บางครั้งไปเจอเจ้าของที่ดินหูตึงให้อีก ก็ยิ่งมัน พะยะค่ะ ! ..แหกปากตะโกนกันจนลั่นห้อง ได้ยินลงไปถึงชั้นล่าง พวกฝ่ายทะเบียนคงนึกว่าช่างทะเลาะกับเจ้าของที่ดิน.....(อีกแล้ว..)
--------------------------------------------------------------------
ผมมีเรื่องการชี้ระวางจะมาเล่าให้ฟัง 2 เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่สอง มันเกือบทำให้ผมถุกเด้ง...มาฟังกัน..!

ชายแก่คนหนึ่งอายุประมาณ 60 ปีในมือถือคำขอชี้ระวางเดินขึ้นมาพร้อมกับชายกลางคน เจ้าหน้าฝ่ายรังวัดรับหนังสือคำขอจากแก นำไปให้หัวหน้างานสั่งการเพราะหัวหน้าช่างไม่อยู่ออกไปตรวจป่า ผมนั่งมองอยู่คิดว่าเดี๋ยวคำขอคงมาที่ผมแน่ๆ เพราะหวยไม่เคยพลิก แล้วก็เป็นตามคาด ไม่นานเจ้าหน้าที่ก็พาเจ้าของที่ดินทั้งสองคนมาที่โต๊ะทำงานผม..
ผมเรียกเชิญให้นั่งลงที่หน้าโต๊ะทำงาน ลุงรีบนั่งทันทีเดาว่าแกคงเหนื่อย แต่อีกคนยังไม่นั่ง เขาดึงกระเป๋าสตางค์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงด้านหลัง หยิบนามบัตรมายื่นให้ผม พร้อมกับหย่อนก้นนั่งลง..
“ผมเป็นเลขา ส.ส............”
“อ๋อ ครับๆๆๆๆ” ก็ไม่รู้จะพูดอะไร ผมอ่านในนามบัตรเขาเป็นเลขา ส.ส. คนหนึ่งทางภาคอีสาน ยังนึกในใจว่าถึงไม่เป็นเลขา ส.ส. ก็พร้อมที่จะบริการให้อยู่แล้ว
การชี้ระวาง ก็ต้องการทราบว่าที่ดินอยู่แห่งหนตำบลไหน ที่สำคัญคือแปลงที่ดินที่นำมายื่นสามารถออกโฉนดได้หรือเปล่า เป็นที่ป่า ที่สาธารณประโยชน์อย่างใดหรือไม่ บางคนชี้ระวางไม่ละเอียด ช่างออกไปทำการรังวัดแล้วเกิดปัญหาในตำแหน่งที่ดิน ...มันกลับมาด่าคนชี้ระวางก็มีให้เห็นบ่อยๆ..
“ลุงได้ถ่ายสำเนาหรือจดรายละเอียดที่ดินที่เป็นโฉนดแปลงข้างเคียงมาด้วยหรือเปล่า ครับ” ผมถามลุงเพราะพลิกดูในคำขอแล้วไม่เห็นมี..
“ บ้านลุงอยู่หมู่ 8 ตำบล............ติดกับที่ดิน อีปลิก อ้ายน้อย และก็เจ๊กตง.....”
“ลุง บอกมาแบบนี้ผมชี้ระวางไม่ได้ ถ้าไม่มีสำเนาโฉนดแปลงข้างเคียงมาให้ดู ผมไม่รู้ว่าที่ดินอยู่ระวางอะไร”
เลขา ส.ส...พูดกับผมว่า
“คุณเป็นช่าง เป็นเจ้าหน้าที่ คุณตรวจไล่ดูก็ได้ นี่ครับ ชาวบ้านจะไปรู้อะไร”
เอาแล้วไง ถ้ามาแบบนี้คงไม่เข้าใจ ต้องชี้แจงเสียหน่อย..
ผมหันหน้าไปที่ เลขา ส.ส...
“คืออย่างนี้ครับ การออกโฉนดเราต้องรังวัดสืบเนื่องจากโฉนดที่มีอยู่แล้ว ไม่งั้นโฉนดจะทับกันวุ่นวาย มันเหมือนคุณไปขอต่อน้ำต่อไฟฟ้า มันต้องมีเมนเดิมไว้ก่อนแล้ว......” พูดยังไม่ทันจบ ท่านเลขา ส.ส.เริ่มกร่าง..
“มันเป็นหน้าที่ของคุณ คุณต้องไล่ตำแหน่งได้อยู่แล้ว ลุงแกบอกหมู่ บอกชื่อข้างเคียงให้แล้ว ทำไมจะทำไม่ได้”
ด้วยความเกรงใจผมพยายามหาตำแหน่งโดยอาศัยข้อมูลจากคำบอกเล่าของลุงเจ้าของที่ดิน เดินหยิบระวางมาดูแผ่นแล้วแผ่นเล่า แกบอกว่าที่ดินแกติดกับโฉนดนายน้อยเนื้อที่ 20 ไร่ผมก็มองหาที่ดินที่มีเนื้อที่ 20 ไร่พบอยู่หลายแปลงแต่ก็หาตำแหน่งแปลงที่แกถือ น.ส.3 อยู่ไม่ได้สักที จนเวลายืดยาวไปเกือบ 2 ชั่วโมง ผมจึงคิดว่าถ้ายังเป็นอยู่อย่างนี้ วันนี้คงทำอะไรไม่ได้แน่ ที่สำคัญมันเสียเวลาคนอื่นเขาด้วย จึงบอกเขาว่าถ้าไม่มีข้อมูลมาให้ ผมจะทำให้กับรายอื่นก่อน
“ อะไรกันผมมาก่อนต้องทำให้ผมให้เสร็จก่อน ซิครับ !” เขาแสดงความเห็นแก่ตัวออกมา
ผมเอามือเกาหัว “ โธ่ คุณครับ ระวางหนึ่งๆ กว้าง 2 กิโลเมตรยาว 2 กิโลเมตร และตำบลหนึ่งๆมีเป็นสิบระวาง ถ้าไม่มีข้อมูลนำทาง เราจะเสียเวลามากโดยใช่เหตุ”
“แสดงว่า เราออกโฉนดไม่ได้ใช่ไหม ?” เขายังไม่ยอมเข้าใจ
ผมรีบปฎิเสธทันควัน... “ ออกได้ซิครับ ถ้าไม่ผิดระเบียบอะไร แต่ก็ขอความร่วมมือหน่อยครับ ถ้าจะกรุณาให้ลุงแกกลับไปในที่ดินแล้วของจดหรือถ่ายสำเนาโฉนดแปลงใกล้กันมาให้หน่อย”
คนมันจะมึนพูดยังไงก็ไม่เข้าใจ..
“ผมไม่มีเวลามาก เจ้านายผมจะซื้อที่ดินแปลงนี้ แต่จะต้องออกโฉนดเสียก่อน ถ้าไม่อย่างนั้นผมไม่ต้องมา ง้อออกโฉนดให้เสียเวลา”
ตาลุงคงเกรงใจผม แกบอกว่าเดี๋ยวกลับไปบ้านจะไปขอสำเนาโฉนดแปลงข้างเคียงมาให้เจ้าหน้าที่..
แต่อ้ายขี้แอคไม่ยอม เขายืนกรานจะให้ผมทำให้ได้ ..
ปรากฏว่ามีเจ้าของที่ดินรายอื่นอีก 3 รายมารอให้ผมชี้ระวาง ผมจึงเรียกเข้ามารายหนึ่ง แล้วก็ถามหาเอกสารต่างๆ เช่นสำเนาเอกสารโฉนดแปลงข้างเคียง แล้วนำมาให้เลขา ส.ส. ดู บอกเขาว่า ถ้ามีเอกสารครบแบบนี้ ไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อย
แต่ไม่เป็นผล เขาลุกขึ้น พูดเสียงดังว่า “ ถ้าคุณไม่ยอมทำให้ผมจะไปบอกให้เจ้านายคุณ สั่งให้คุณทำ”
ว่าแล้วก็เดินลงไปด้านล่าง
เวลาไม่นาน เจ้าหน้าที่หน้าห้องเจ้าพนักงานที่ดินฯซึ่งอยู่ด้านล่างของสำนักงาน เดินขึ้นมาบอกว่าเจ้าพนักงานเรียกให้ผมไปพบด่วน...
ผมเปิดประตูห้องเจ้า นายเข้าไป ยืนโค้งทำความเคารพตามธรรมเนียม มองเห็นตัวต้นเหตุนั่งเต๊ะจุ๊ย อยู่หน้าโต๊ะเจ้าฯ
“ว่าไง ! ทำไมถึงไม่ชี้ระวางให้เขา” นายถาม
“คือ งี้ ครับหัวหน้า เจ้าของที่ดินไม่ได้จดโฉนดที่ดินแปลงข้างเคียงมาประกอบการชี้ระวางตามระเบียบครับ !”
แต่นายไม่ได้ฟังเหตุผลของผม..
“เราเป็นเจ้าหน้าที่ต้องบริการให้เขา อย่าให้เขากลับบ้านมือเปล่า เข้าใจหรือเปล่า ไปๆๆไปทำให้เขาให้เรียบร้อย”
ผมชักเลือดขึ้นหน้า วันนี้เป็นไงเป็นกัน ผมไม่ยอม...
“ หัวหน้าครับ มีเจ้าของที่ดินมารอชี้ระวางอีก 3 ราย พวกเขามีเอกสารครบ พร้อมที่จะชี้ระวางให้เสร็จภายในครึ่งชั่วโมง แต่รายท่านนี้ (ต่อหน้านายให้เกียรติมันซะหน่อย) ใช้เวลาไป 2 ชั่วโมงยังทำไม่ได้ แล้ว คนที่รออยู่อีก 3 รายทำไงครับ..!”
เจ้าพนักงานท่านนี้เพิ่งโอนย้ายมาจากหน่วยงานอื่นยังคงไม่ชำนาญเรื่องช่างมากนัก อาจไม่เข้าใจลึกซึ้งในการชี้ระวาง..
“แล้วจะทำยังไง จะให้เขากลับมือเปล่าได้อย่างไร” เจ้าพนักงานฯมีสีหน้ากังวลคงเกรงใจลูกพี่อ้ายเบื๊อกนั่น
ผมก็ชักเต็มที่เหมือนกันเสียเวลามาเกือบครึ่งวันแล้ว อารมณ์ชักเดือด เป็นอะไรเป็นกัน..
“หัวหน้าครับ เขามามือเปล่า ก็ให้กลับไปมือเปล่าเถอะครับ”
“ เฮ้ย..ๆๆๆๆๆๆๆ” เสียงเจ้าฯดังเกือบแปดหลอด...
**********************************
เรื่องนี้จบลงโดย ผมโทรไปหา ส.ส. ลูกพี่ของเขาตามเบอร์โทรที่อยู่ในนามบัตรของเขาที่มอบให้ผมตอนแรก เพราะเขาพิมพ์ชื่อ ส.ส. และเบอร์โทรไว้ด้วย เพื่อเอาไว้อวดบารมี...
ปรากฏว่าท่าน ส.ส. พูดเข้าใจได้ไม่ยาก และเข้าใจที่ผมชี้แจง พร้อมโทรสั่งให้เลขาไปดำเนินการตามที่ผมบอก เมื่อได้สำเนาโฉนดแปลงข้างเคียงมาแล้ว ก็ดำเนินการชี้ระวางให้เสร็จภายในครึ่งชั่วโมง..
ถ้าเขาไม่ดื้อรั้นและเชื่อฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะสำเร็จด้วยความรวดเร็ว...สมความประสงค์...ไม่ต้องมานั่งทะเลาะกันให้วุ่นวาย..



Create Date : 25 มกราคม 2555
Last Update : 25 มกราคม 2555 9:59:00 น. 0 comments
Counter : 522 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สวนดอก
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add สวนดอก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.