อดีตชาวดิน สระบุรี กรมที่ดิน (ราส์ส กิโลหก)
Group Blog
 
All Blogs
 
เขี้ยว...กับงา

นังตาล..

ราสส์ กิโลหก

ลูกหมาเพศเมีย อายุเกือบ 4 เดือน ขนสีน้ำตาลสลับขาวลำตัวอ้วนปุกปุย วิ่งเล่นกับพี่น้องท้องเดียวกันอยู่ในบริเวณพื้นบ้าน อย่างสนุกสนานตามประสาลูกหมาที่ยังดูไร้เดียงสา

“พี่รัตน์ เอาไปเลี้ยงสักตัวไหม ? พันธุ์นี้ฉลาดนะพี่” อิ่ว. หญิง.สาวเจ้าของเรือนร่างอ้วนขาวจนกลม พูดพร้อมก้มลงอุ้มเจ้าลูกหมาตัวสีน้ำตาล นำมายื่นให้ผมดูใกล้ๆเหมือนจะเชียร์ให้นำกลับไปเลี้ยงที่บ้าน แต่ผมว่าเธอคงอยากจะระบายลูกหมาที่ แม่มันออกลูกมาจนเต็มบ้านมากกว่า

ผมมองดู เจ้าลูกหมาตัวน้อย ขนสีน้ำตาลปนขาวถูกทำความสะอาดจนขนเป็นมัน คาดว่าเจ้าของคงดูแลรักษาเป็นอย่างดี มันมองดูผมเหมือนรู้จักกันมาก่อน ดวงตากลมโตดำขลับมองหน้าผมเขม็ง ปากร้อง หงิงๆๆๆ ทำท่าจะกระโดดมาหา

ความจริงผมกับพวกน้องหมา ก็ไม่ได้ถึงกับเกลียดหรือชอบ คือเฉยๆเลี้ยงก็ได้ไม่เลี้ยงก็ได้ ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรเป็นพิเศษ ผมเคยเห็นคนบางคนที่ อินกับหมาจนเลี้ยงไปเป็นลูกเป็นหลาน ก็มีให้เห็นทั่วๆไป..

“เอาไง ? คุณ ! ดูมันมอง ซิ คงอยากไปกับเรา” ผมเอื้อมมือไปลูบหัวมันเบาๆ พร้อมหันไปถาม นิ เมียผมที่ ยืนอยู่ข้างๆกับเจ้าของหมา เมียผมเป็นญาติกับอิ่ว โดยอิ่วเรียกเมียผม ว่า อี้ เพราะพวกเขามีเชื้อจีน

“อี้ เอาไปเลี้ยงเถอะ น่ารักดีออก นังตาลนี่เป็นลูกท้องแรก ท้องนี้มี 6 ตัวเป็นตัวเมีย 3 ตัว มีคนเอาไปแล้ว 2 ตัวเหลือตัวเมียนังตาลนี่เป็นตัวสุดท้าย ตัวผู้ หนูจะเอาไว้เลี้ยงไว้เอง” อิ่ว พยายามตื้อให้รับนังตาลเอาไปเลี้ยง

“เอาก็เอา ! ดีเหมือนกันเอาไว้เฝ้าบ้าน” นิพูดแล้วมองมาที่ผม ผมพยักหน้าตกลง

พรุ่งนี้เราต้องเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านกัน โดยมีพาหนะเป็นรถปิคอัพส่วนตัว ระยะทางจากที่นี่กลับถึงบ้านประมาณเกือบ 500 กิโลเมตร การเดินทางไกลความพร้อมของรถมีความจำเป็นมาก โดยเฉพาะรถเก่าที่มีอายุการใช้งานมามากกว่า 10 ปี เช่นรถของผม

หลังจากล่ำลากันตามธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว เราออกเดินทางกันแต่เช้ามืด กะระยะเวลาเดินทางถึงบ้านคง มืดค่ำแน่ บนรถมีผมและ นิเมียผม พร้อมด้วยแขกใหม่ของเราคือ นังตาลลูกหมาผู้น่ารัก ติดตามมาด้วย

นังตาลนั้นเป็นหมาที่เรียบร้อยไม่ดื้อซน วางตรงไหนก็นอนตรงนั้น หรือมันคงตื่นเต้นไม่เคยนั่งรถก็เป็นได้ ผมให้มันนอนอยู่ที่บริเวณที่พักเท้าด้านซ้ายมือของรถ ก็คืออยู่ตรงเท้าของเมียผม ซึ่งนั่งอยู่ที่เบาะด้านหน้าของรถข้างๆคนขับ เราขับมาเรื่อยๆไม่รีบร้อนเพราะหนทางมันไกลจนสุดกู่ ขับมาได้ประมาณ 100 กิโลฯเศษๆ เห็นนังตาลมันผุดลุกผุดนั่ง เหมือนมันกังวลใจอะไรซักอย่าง

ผมอดสงสัยไม่ได้ ขับรถไปก็หันมามอง นังตาลไป หรือมันคิดถึงบ้านคิดถึงแม่มันและ อิ่วเจ้าของเดิม

“นี่เธอ ! นังตาลมันเป็นอะไร ?”ผม หันหน้าไปถามเมีย

“นั่น ซิ ! ไม่รู้มันเป็นอะไร เดี๋ยวลุกเดี๋ยวนั่ง หรือมันคิดถึงบ้าน”

“คงไม่ใช่หรอก เพราะตอนแรกๆไม่เห็นเป็นอะไร” ผมก็เดาไปตามเรื่องเพราะไม่รู้มันเป็นอะไรแน่ ขับรถมาก็เกือบสองชั่วโมง อากาศเย็นๆรู้สึกปวดท้องฉี่ขึ้นมา มองดูรอบๆมีแต่ท้องไร่ท้องนา ผมเลยตัดสินใจจะหาที่เหมาะๆเพื่อจอดรถปล่อยเจ้าน้ำเบาเสียหน่อย

จนแลเห็นพื้นที่ต้องการ จัดการชะลอความเร็วของรถหักพวงมาลัยจอดชิดขอบทาง เปิดประตูลงจากรถเพื่อออกไปทำธุระส่วนตัว พอเดินไปด้านข้างตัวรถผมตะโกนบอกให้ นิ ออกมายืดเส้นยืดสายบ้างเพราะนั่งรถมาหลายชั่วโมง จะได้สบายตัว

ขณะที่ นิ กำลังเปิดประตูรถเพื่อออกมาด้านนอก เธอก็แทบจะตกจากรถเพราะพอประตูอ้าออก นังตาลกระโจนพรวดออกไปอย่างเร็ว เหมือนรอโอกาสนี้มานาน เมียผมร้องด้วยความตกใจจนผมต้องหันกลับมามอง เจ้าหมาน้อยโกยอ้าวออกมาเหมือนนักวิ่งร้อยเมตรที่ได้ยินเสียงปืนให้ออกจากเส้นสตาร์ท มันวิ่งรี่ไปที่พุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกล ทำท่าเอาก้นเรี่ยๆดิน แล้วก็ปล่อย น้ำฉี่ออกมาพุ่งเป็นท่อประปาแตก คงอั้นมานานจนน้ำเต็มกระเพาะ ทำท่าทางแหงนหน้าขึ้นฟ้า เป็นการแสดงถึงความสบายกายสบายใจที่จัดการเอาเจ้าสิ่งถ่วงความสุขนี้ออกมาได้

ผมมองดูมันฉี่จนเพลิน นึกขำท่าทางของมันจริงๆ ความสงสัยของผมได้รับคำตอบแล้ว นังตาลมันปวดท้องฉี่นี่เอง ยังนึกชมว่ามันช่างเป็นหมาที่รักความสะอาด รู้ว่าที่ไหนควรฉี่และที่ไหนไม่ควรจะฉี่ ..

********************************

บ้านที่พักอาศัยของผมนั้นเป็นบ้านเช่า สภาพบ้านเดี่ยวชั้นเดียว มีรั้วรอบขอบชิด บริเวณที่ตั้งของบ้านเป็นที่ชุมชนมีบ้านเรือนปลูกสร้างอยู่หนาแน่นพอสมควรเพราะอยู่ในตัวเมืองคือเป็นเขตเทศบาลเมือง

เรามาถึงบ้านเกือบมืดตามที่คาดการณ์ไว้ เพราะขับมาเรื่อยๆเหนื่อยก็แวะพักข้างทาง เส้นทางสมัยนั้นถนนหนทางยังไม่มากมายหลายเลนเหมือนสมัยนี้ และเส้นทางส่วนมากยังเป็นแค่ถนนสองเลน รถสิบล้อก็มาก ต้องขับด้วยความระมัดระวัง

บริเวณตรงหน้าบ้านมีพื้นที่ เป็นชานยื่นออกไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของตัวบ้านจึงมีหลังคากันแดดกันฝน ค้นหาลังไม้เก่าๆมา 1 ลังเอาผ้าที่ไม่ได้ใช้วางลงพื้นด้านล่าง เพื่อให้ นังตาล ได้ที่นอนนุ่มๆ มันก็แสนรู้พอทำให้เสร็จ เจ้าหมานิสัยดีเดินลงไปนอนในลังทันที นังตาลได้ที่พักที่เหมาะสมแล้ว

ผมนั้นเป็นคนกินเหล้าครับ เวลาเมาๆเมียมักบ่นว่ากินทำไมเหล้าไม่เห็นอร่อยขมๆก็ขม ผมก็จะพูดแถ กับเธอทุกครั้งว่า ใครๆเขาก็กินกันทั้งนั้น ถ้าเหล้าเป็นสิ่งไม่ดี ทำไมทางการถึงยอมให้มีการโฆษณาใหญ่โต งานเลี้ยงต่างๆก็เห็นมีแต่เหล้าไ ม่ว่าไปไหนก็มีแต่คนกินเหล้า ถ้าไม่กิน ซิ ! คงเป็นเรื่องแปลก ผมก็พูดแบบกวนน้ำให้ขุ่นๆ.. และทุกครั้งเธอจะทำหน้า เบ้ๆ แต่ก็เดินเข้าครัวไปจัดการทำกับแกล้มมาให้ผัวกิน ทุกครั้ง ..จะมีเมียต้องหาเมียแบบผมครับ....การกินเหล้าจึงจะคล่องคอ ไม่เหมือนบางคนกินเหล้าในบ้านไม่เป็นสุขเพราะได้กินกับแกล้มเป็นเสียงเมียด่า..จนสำลักเหล้าเกือบตายไปหลายคน..

วันหนึ่งฤกษ์ยามงามดี พรรคพวกนัดมากินเหล้าสังสรรค์เฮฮาที่บ้านผม เรื่องอย่างนี้มีเป็นประจำเพราะกินที่บ้านผมปลอดภัยไม่มีเสียงรบกวน สิ่งแวดล้อมไม่เป็นพิษ ไม่เหมือนบ้านคนอื่นๆ ..เราตั้งวงกันที่ชานหน้าบ้านนั่นแหละ โต๊ะเก้าอี้ไม่ต้องเอาสื่อปู นั่งกันเป็นวง

การกินเหล้าของพวกขี้เหล้า เริ่มกินใหม่ๆก็คุยกันเรื่องงานเรื่องการ ดูเป็นหลักวิชาดีมีการถกเถียงเกี่ยวกับการงานบ้างพอเป็นพิธี มีการพูดถึงเจ้านายบ้าง พูดถึงน้องผู้หญิงในที่ทำงานคนโน้นขาวคนนี้ดำ คนนั้นอ้วนคนนี้ผอม ก็ว่ากันไปเรื่อยตามภาษาคนมีปาก

จนมาถึงยกสุดท้ายร้อยทั้งร้อยจะลงมาที่เมียของตัวเอง ใช่แล้วมันคือ มหกรรมนินทาเมียนั่นเอง สังเกตมาก็หลายครั้งหลายหนในทุกครั้งที่ตั้งวงดื่มสุรา ไม่เคยได้ยินใครชมเมียตัวเองเลย ทุกคนจะหาข้อบกพร่องของเมียมาประจานกันสนุกปาก ความลับต่างๆของเมียก็มาเปิดเผยกันตอนเมาโดยผัวตัวแสบ ผมละ สงสารคนที่เป็นเมีย จริง จริ๊ง! ..คงจะนอนสะอึกโดยไม่รู้สาเหตุ เพราะผัวสุดที่รักเอาไปด่าในวงเหล้า..ฮิฮิ..

จนได้เวลาอันสมควรแก่เหตุ ที่งานเลี้ยงจะเลิกรา คือจะกลับบ้านกันแล้ว แต่เมียผมชอบพูดว่ายัดกันไม่ลงแล้ว คือเมากันจนปลิ้น พูดกันแทบไม่รู้เรื่อง ถึงจะได้แยกย้ายกันกลับบ้าน สมัยนั้นไม่มีตรวจจับคนกินเหล้าเหมือนสมัยนี้ พวกขี้เมารุ่นเก่าจึงขับรถมอเตอร์ไซค์กลับบ้านได้อย่างเสรี..

ในการกินสังสรรค์ครั้งนี้เป็นวาระพิเศษ คือฉลองพรรคพวกที่ได้รับการพิจารณา ความดีความชอบเป็นพิเศษ จากเจ้านาย ตามภาษาชาวบ้านคือได้ สองขั้น กว่าจะเลิกจึงดึกกว่าทุกครั้ง เมียผมทนรอเก็บกวาดทำความสะอาดไม่ไหว จึงแอบไปนอนก่อน ส่วนผมก็เมาจนเดินแทบไม่ไหว จานชามและเศษอาหารที่เหลือก็เลยปล่อยไว้ที่วงเหล้า คิดว่ามาเก็บตอนเช้าคงไม่เป็นไร

ตอนเช้าตื่นขึ้นมาได้ยินเสียงเมียกำลังเก็บจานชามและเศษอาหารอยู่ที่ชานหน้าบ้าน พอเดินออกไปเธอหันมาพูดกับผมด้วยความตื่นเต้นว่า พวกจานชามต่างๆและเศษอาหารไม่มีร่องรอยการรื้อค้น คือหมายความว่า นังตาลซึ่งนอนอยู่ใกล้ๆ ไม่มาแตะต้องเศษอาหารในจานเลย ทั้งที่เศษอาหารเหล่านั้นมีทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ ซึ่งเป็นอาหารจานโปรดของมัน ผมถึงกับอึ้งในความเป็น สุนัขผู้ดีของนังตาล มันคงไม่ใช่หมาธรรมดา ผมคิดไปไกล..

หลายเดือนต่อมาก็ตามธรรมชาติของหมา นังตาลคงเป็นสาวเต็มตัว เดือน 12 หน้าหมาติดสัด มีหมาหนุ่มๆหลายตัวมาร้องมาหอนและกัดกัน เป็นที่อึกทึกอยู่ที่หน้าบ้าน พวกมันคงจะมาเปิดบริสุทธิ์กับหมาของผม ทั้งที่ตรงหน้าบ้านผมก็มีหมาตัวเมียเหมือนกัน เห็นยืนๆอยู่แต่ไม่เห็นมีหมาตัวผู้ไปสนใจ หมามันคงรู้ว่าตัวไหนสวยหรือไม่สวย ไม่แตกต่างไปจากความรู้สึกของคน ผมคิดว่างั้น ..

อีกไม่นานนังตาลก็ตั้งท้องเพราะไม่ได้คุมกำเนิด ไม่รู้ท้องกับตัวไหนเพราะมันมากันเป็นฝูง แต่ก็ช่างมันเพราะลูกหมามันไม่ต้องการมีพ่ออยู่แล้ว ท้องเริ่มใหญ่ขึ้นทุกวัน เราสองคนผัวเมียคิดกันว่าจะให้นังตาลคลอดลูกที่ไหนดี มองดูทำเลแล้วคงไม่มีที่ไหนเหมาะสมเท่าที่มันเคยนอนอยู่ที่เดิม เพียงแต่เราจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นบางอย่าง ไปเพิ่มเติมให้..
ก่อนวันที่จะคลอดมันเดินไปมา ร้องหงิงๆๆทั้งคืน วันรุ่งขึ้นผมไปมองดูที่ลังนอนของมัน เห็นมันนอนเงียบอยู่ในลัง คิดว่ามันคงคลอดลูกเรียบร้อยแล้ว เมียผมบอกว่าตอนนี้อย่าไปยุ่งกับมันมาก...ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ตอนเย็นกลับจากที่ทำงาน ผมอยากเห็นลูกของมันว่าหน้าตาเป็นไงบ้าง จะเป็นสีอะไร และมีกี่ตัว..

พอเดินเข้าไปใกล้ๆ นังตาลมันมองมาที่ผมแล้วก็มองไปที่ท้องตัวเองเหมือนหวงลูก ทันใดนั้นผมต้องตกใจสุดขีดต้องยืน งง ! จนทำอะไรไม่ถูก เพราะภาพที่เห็นมันทำเอาผมสะอิดสะเอียน จนของเก่าในท้องกำลังจะออกมา..

หมาแม่ลูกอ่อน ก้มหัวไปที่ใต้ท้องของตัวเอง พร้อมกับคาบลูกของมันขึ้นมา สะบัดตัวลูกกลืนเข้าปากไปทันที..

“เฮ้ย ! นิๆๆๆๆ ออกมานี่เร็ว โอ๊กๆๆๆๆอ๊วกๆๆๆๆ” ผมร้องลั่นบ้าน หันหน้าออกไปอ๊วกที่ข้างๆบ้าน

เมียผมวิ่งหน้าตื่นออกมาจากภายในบ้าน ในมือยังถือมีดที่ใช้ทำกับข้าว เพราะเธอกำลังหั่นเนื้อหมูอยู่ในครัวหลังบ้าน.

“ มีอะไรกันคุณ !”

พอเห็นสภาพที่ผมยืนอ๊วกอยู่ หล่อน เสียงดังขึ้นมาทันที

“โอ้โห้ ! ล่อกันแต่วันเลยหรือนี่ ดีจังเลยนะรู้จักกลับมาอ๊วกที่บ้าน เห็นบ้านเป็นกระโถนหรือ ไง ? ” พูดแล้วทำท่าเหมือนจะกลับไปทำกับข้าวต่อ

“เดี๋ยวๆๆๆเดี๋ยวก่อน ผมไม่ได้กินเหล้าเมามา..นังตาลมันกินลูกตัวเอง” ที่ปากผมน้ำลายยืดจนล้นที่ริมฝีปาก จนต้องเอาหลังมือเช็ดด้วยความเคยชิน

******************************

ได้ความว่า นังตาลออกลูกมา 4 ตัวแต่ความที่เป็นคุณแม่มือใหม่ มันเลี้ยงลูกไม่เป็น เลยนอนทับลูกตายจนหมด พอผมเข้าไปใกล้ความที่หวงลูกมันจึงกินลูกตัวเองไป 1 ตัว ผมต้องรีบกันตัวนังตาลออกจากกล่องที่นอนของมัน แล้วเอาลูกอีก 3 ตัวที่ตายหมดแล้วเอาไปฝัง พอมันกลับไปที่กล่องได้ มันดมหาลูก..แต่ไม่เจอ..นังหมาแม่ลูกอ่อนร้องส่งเสียงครางจนน่าตกใจ เอาปากคาบผ้าที่รองนอนตอนก่อนคลอดลูก แล้ววิ่งไปวิ่งมาอย่างบ้าคลั่ง ผมมองดูด้วยความเวทนาสงสารจนจับใจ แต่ไม่รู้จะช่วยมันยังไง ?

มันมีอาการอยู่ถึง 1 วันกับ 1 คืน ข้าวปลาไม่ยอมกิน คิดว่าถ้าไม่ช่วย..มันคงตรอมใจตายแน่ๆ ผมจัดการดึงผ้าออกจากปากปลอบโยนให้มันสงบ เอาตัวเข้าไปในบ้านจับอาบน้ำอาบท่าให้สะอาด แล้วให้นอนในห้องเดียวกัน จนอาการดีขึ้น กลับมากินข้าวได้เหมือนเดิม ..ความรู้สึกของการเป็นแม่..มันลึกซึ้งและเข้าใจได้ยากสำหรับสัตว์ตัวหนึ่ง ...นึกถึงภาพนังตาลคาบผ้าแล้ววิ่งไปมาเพื่อตามหาลูก...มันกินใจทุกครั้งที่นึกถึง..

ในเวลาต่อมา ผมไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบเดิมอีก จึงจับนังตาลฉีดยาคุมกำเนิดเพื่อป้องกันไม่ให้มันมีลูก จนหลายปีต่อมา ผมไปซื้อที่ดินเป็นของตนเองที่บริเวณชานเมือง และได้สร้างบ้านไม้หลังเล็กๆชั้นเดียว เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย ต่อไปไม่ต้องเสียค่าเช่าบ้านให้กับคนอื่น โดยลักษณะของบ้าน..ส่วนของพื้นบ้านไม่ติดพื้นดินแต่ยกพื้นสูงจากพื้นดิน 1 เมตร ทำให้มีช่องว่างระหว่างพื้นบ้านกับพื้นดิน คือบ้านมีใต้ถุนนั่นเอง ช่างที่รับจ้างสร้างบ้านบอกว่าจะได้มีลมพัดผ่านใต้พื้นบ้าน ทำให้อากาศในตัวบ้านถ่ายเทสะดวก ก็คงเป็นลักษณะของบ้านไทยๆทั่วไป

มัวแต่ยุ่งเรื่องสร้างบ้านและย้ายของเข้าบ้าน งานในหน้าที่ก็ยุ่งๆ เพราะตำแหน่งหน้าที่การงานสูงขึ้น จนไม่ค่อยมีเวลาสนใจกับ นังตาล และไม่ได้นำหมอมาฉีดยาคุมกำเนิดเหมือนทุกครั้ง ปรากฏว่ามันไปติดสัดมาและเกิดท้องขึ้นมาอีก ทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยชอบใจที่มันมีท้อง คงเป็นเพราะไม่อยากเห็นเหตุการณ์เก่าๆของมันที่เคยกินลูกตัวเอง..แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงเพราะท้องโตมาแล้ว

ไม่รู้ว่าผีห่าซาตานตนไหนเข้าสิง ทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดกับนางตาลทุกครั้งที่มันมานอนในบ้าน ไม่มีความเมตตากับมันเหมือนเดิม เวลามันเดินเข้ามาในบ้านผมจะตะคอกและไล่มันออกไปด้วยเสียงอันดัง ทั้งที่ก่อนหน้านั้น มันสามารถเข้ามานอนเล่นอยู่ในบ้านได้ ครั้งแรกๆที่โดนไล่มันจะมองผมด้วยสายตาเหมือนแปลกใจ จนโดนไล่บ่อยๆคราวนี้มันไม่เข้ามานอนในบ้านแต่จะหาที่นอนอยู่ที่ใต้ถุนบ้านซึ่งเป็นพื้นดิน และไม่เคยย่างกายเข้ามาในบ้านอีกเลย เมื่อไม่มีใครสนใจจะดูแลหรืออาบน้ำให้ เป็นเวลานานๆ ตัวมันก็เริ่มสกปรกมีกลิ่นเหม็น

นิเมียผมก็ยุ่งอยู่กับการเลี้ยงลูกอ่อน ไม่มีเวลามาสนใจกับนางตาลที่ท้องแก่ใกล้คลอด ผมก็ออกงานสังคมกลับบ้านดึกๆดื่นๆเป็นประจำ

วันหนึ่งกลับจากงานเลี้ยงถึงบ้านประมาณ เที่ยงคืน อาบน้ำอาบท่าเสร็จก็เข้านอน นิเมียผมและลูกหลับไปก่อนแล้ว พอล้มตัวนอนไปไม่นาน หูผมแว่วได้ยินเสียงร้องเบาๆอยู่ที่ใต้ถุนบ้านตรงกับพื้นบ้านที่ผมนอน ครั้งแรกยังฟังไม่ถนัดว่าเสียงอะไร แต่ต่อมาเสียงเริ่มดังขึ้น จนรู้ว่าเป็นเสียงของลูกหมาเสียงร้องกันระงมคงมีหลายตัว จึงนึกถึงนางตาลขึ้นมา มันคงออกลูกแล้ว คิดว่าพรุ่งนี้จะลงไปดู ..

กำลังจะเคลิ้มๆเสียงลูกหมาดังมาอีกคราวนี้ดังแรงขึ้น จนรบกวนการนอน ที่ง่วงจนไม่อยากออกไปทำอะไร ผมต้องย้ายที่นอนใหม่เพื่อไม่ให้เสียงลูกหมารบกวน จนสามารถหลับลงได้ ..

ตื่นเช้าขึ้นมา พอเปิดประตูบ้านออกมา นังตาลมายืนมองที่หน้าประตู ผมจึงนึกถึงลูกมันขึ้นมาได้ รีบเดินไปมองหาดูที่บริเวณใต้ถุน เห็นตำแหน่งได้ไม่ยากเพราะเสียงลูกหมายังร้องกันเสียงดัง ผมนึกเอะใจที่เสียงร้องของมันเหมือนร้องเพราะความเจ็บปวด และเสียงเริ่มแหบๆคงเพราะร้องมานาน..

เข้าไปมองใกล้ๆตรงจุดที่ลูกหมานอนกันอยู่ พื้นที่เป็นหลุมตื้นๆ มีลูกหมาอยู่ 5 ตัวแต่ละตัวนอนดิ้นกันไปมาเป็นที่ผิดสังเกต รีบเอามือจับตัวหนึ่งขึ้นมาดู แล้วผมก็ต้องตกใจสุดขีด ใจหายวาบ เพราะตามตัวของมันมีมดเต็มไปหมดเป็นมดแดงไฟ โดยเฉพาะตรงใบหน้าพวกมดแดงตอมกันเป็นกระจุก

โอ ! ตายละ พวกมันคงโดนมดกัดทั้งคืน แล้วนังตาลทำไมไม่ดูลูก

ผมรีบคว้าลูกหมาทั้งหมดไปที่โอ่งน้ำข้างบ้าน จับอาบน้ำฟอกสบู่หวังที่จะเอามดออกจากตัวให้หมด อาบน้ำเสร็จเอาผ้ามาเช็ด แล้วเอาทั้งหมดเข้าไปในบ้าน เรียก นิ เมียผม ให้หากล่องมาใส่

“ทำไมนังตาลมันไม่ยอมเลี้ยงลูก หมาตัวนี้มันประสาทหรือเปล่า ?” ผมบ่นกับ นิ พร้อมหันไปมองนังตาลที่ยืนมองเราอยู่ที่หน้าประตูบ้าน

“คุณๆๆไม่อาบน้ำให้นังตาล มันมั่งหรือ ? ไม่ได้อาบมาหลายเดือนแล้ว สภาพดูไม่ได้เลย เหม็นไปทั้งตัว ช่วยจัดการให้หน่อยเถอะสงสารมัน” นิ บอกผมเหมือนบังคับ

ผมจึงนำตัวนังตาลไปอาบน้ำที่โอ่งข้างบ้าน ตัวมันเหม็นจริงๆ ต้องอาบหลายเที่ยวกว่าเนื้อตัวจะสะอาดเหมือนที่เคยเป็น กำลังเอาผ้าเช็ดตัวให้มัน..

เสียงเมียผม ตะโกนเรียกอยู่ในบ้าน รีบวิ่งเข้าไปดู เธอยืนอยู่ตรงกล่องที่ใส่ลูกหมา ไม่พูดอะไร แต่ชี้มือไปที่กล่อง ส่วนมืออีกข้างเอาไปปิดที่ปากตัวเอง

ผมรีบมองไปที่ตัวลูกหมา ไม่มีการดิ้นแล้ว จับขึ้นมาดูปรากฏตายหมดทุกตัว ยังแปลกใจตอนจับมาอาบน้ำยังดิ้นอยู่เลยทำไมตายง่ายจัง พอมองดูไปที่ใบหน้าของพวกลูกหมาเคราะห์ร้ายใกล้ๆ ผมถึงกับสยองกับสิ่งที่เห็นไม่ได้ ลูกหมาเกิดใหม่ยังไม่ลืมตา แต่พอเอามือดึงหนังตาขึ้น ปรากฎว่าดวงตาของลูกหมาไม่มี...มีแต่รอยลึกโบ๋ลงไปในกระบอกตา เอามือเขี่ยๆดูยังมีมดหลงเหลืออยู่ 2-3 ตัว ...สังเกตดูทุกๆตัวเป็นเหมือนกันหมด..

“อ้ายมด เวร พวกนี้มันกัดกินลูกตาหมาจนหมด ถ้าผมลงมาดูตั้งแต่เมือคืนมันคงไม่เป็นอย่างนี้” ผมบ่นและตำหนิกับตัวเอง นิ เมียผม ซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆได้ ฟังแล้วถึงกับน้ำตาซึมอกมา คงอดเวทนานังตาลและลูกๆของมันไม่ได้

นังตาลกลายเป็นหมาโรคประสาท จับให้เข้ามาอยู่ในบ้านก็ไม่ยอมมันจะหนีไปนอนที่ใต้ถุนบ้านตลอด ถ้าปิดประตูขังไว้ในบ้านมันก็จะร้อง จนต้องปล่อยออกไป มันไม่มาสนใจผมหรือเมียผมเลย ทั้งที่ธรรมดาแล้วเวลาที่ผมกลับมาถึงบ้าน นังตาลจะเข้ามานอนกลิ้งนอนหงายที่ขาตอนที่นั่งลงถอดรองเท้าเพื่อเข้าบ้าน แต่ตอนนี้มันจะซุกตัวอยู่แต่พื้นดินใต้ถุนบ้าน เรียกออกมากินข้าวก็ไม่ค่อยกิน

เป็นอย่างนี้อยู่เป็นเดือน ร่างกายนังตาลซูบผอมลงจนเห็นได้ชัด แต่มีสิ่งหนึ่งผิดสังเกต คือท้องมันบวมขึ้นมาจนพอง ผมไปตามหมอจากปศุสัตว์ ซึ่งเป็นพรรคพวกกันมาดู เขาบอกมันเป็นท้องมานจัดการเอาเข็มอันใหญ่ๆเจาะที่ท้องนังตาลเพื่อเอาน้ำข้างในออกมา

“ท่าจะเป็นหนัก สงสัยคงรอดยาก คงไม่เกิน 2 วัน” ก่อนกลับ เขาหันมาบอกผม

หมอหมากลับไปแล้ว ผมเดินมาดูนังตาลที่ยังคงนอนอยู่ที่ใต้ถุนบ้าน น้ำตาลูกผู้ชายอย่างผมไหลลงมาอาบแก้ม นึกถึงตอนที่เราเอามันมาใหม่ๆเอามาเลี้ยงที่บ้าน พฤติกรรมหลายๆอย่างของมันแสดงถึงความสูงส่งกว่าหมาทั่วๆไปที่ผมได้เห็นมา ทั้งๆที่ผมเคยรักเคยเอ็นดูมัน แต่ทำไม ? ตอนย้ายมาอยู่บ้านใหม่ผมถึงแสดงความใจดำกับมันได้ลงคอ ผมมองข้ามความรู้สึกของเจ้าสัตว์ตัวเล็กๆนี้ไปได้อย่างไร ?

จนถึงทุกวันนี้ผมยังลืมนังตาลไม่ลง บาปกรรมที่ผมได้กระทำกับนังตาลมันยังรบกวนเกาะติดความรู้สึกของผมไม่รู้ลืม ยิ่งได้เห็นหมาแม่ลูกอ่อนที่อยู่ตามวัดหรือตามถนน ความคิดถึงนังตาลจะกำเริบขึ้นมาทุกครั้ง..มันเป็นบาปที่คงไม่สามารถลบหายไปตลอดชีวิตของผม..



Create Date : 23 พฤษภาคม 2552
Last Update : 23 พฤษภาคม 2552 19:06:04 น. 4 comments
Counter : 258 Pageviews.

 
เยี่ยมครับ น่าสนใจติดตาม

Black Friday Galaxy Tablet


โดย: BFD2011 วันที่: 20 กันยายน 2554 เวลา:22:55:00 น.  

 
Thanks for good content.
Black Friday Delonghi BCO264B


โดย: BFD2011 วันที่: 21 กันยายน 2554 เวลา:11:17:20 น.  

 
แวะมาเยี่ยมครับ

Black Friday Breakfast food

Black Friday adidas basketball shoes


โดย: domemall วันที่: 23 กันยายน 2554 เวลา:8:29:35 น.  

 


โดย: domemall วันที่: 27 กันยายน 2554 เวลา:23:16:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สวนดอก
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add สวนดอก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.