Group Blog
 
All blogs
 

รวมนิทานเรื่องสั้นจากสวนโมกข์ 3

นิทานเรื่องสั้นของท่านพุทธทาส เรื่อง ศิษย์-อาจารย์

สามเณร จ้อยเป็นเปรียญ ตั้งแต่ยังเป็นสามเณร วันหนึ่งอ่านพระบาลี มหาปรินิพพานสูตร ไปจนถึง ภาณวารที่ห้า ได้พบข้อความว่า อิเม จ สุภทฺท ภิกฺขุสมฺมา วิหเรยฺยุ อสุญฺโญ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสฺ (ล. ๑๐ น. ๑๗๖ บ. ๑๓๘)
แปล เป็นใจความได้ว่า "ดูก่อน สุภัททะ ถ้าภิกษุ ทั้งหลายเหล่านี้ จะพึงเป็นอยู่ โดยชอบไซร้ โลกก็จะไม่ว่างจากพระอรหันต์" ดังนี้ สามเณรจ้อย เกิดฉงนอยู่ตลอดเวลาว่า การเป็นพระอรหันต์นั้นเป็นกันได้ง่ายๆ เช่นนี้ หรือว่า ตนแปล พระบาลีนี้ ผิด เพราะไม่รู้ เท่าถึง อย่างใด อย่างหนึ่ง มีความกลัดกลุ้ม เป็นกำลัง

สามเณรจ้อย จึงพาคัมภีร์นั้น เข้าไปหาเจ้าคุณหลวงพ่อผู้เป็นสมภาร สอบถามถึงการแปลบาลีตอนนี้ ก็ได้ความตรงกันว่า สามเณร แปลถูก จึงได้เรียนถาม ขึ้นว่า จะเป็นพระอรหันต์กันได้ด้วย เหตุเพียงเป็นอยู่โดยชอบเท่านั้นแลหรือ ท่านเจ้าคุณ ได้ยืนยันว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะเป็นอยู่โดยชอบ นั้นหมายถึงตั้งอยู่ใน มรรคมีองค์แปด สามเณรจ้อยได้ ถามขึ้นอีกว่า

"ก็พระสงฆ์ ทั้งหลายในบัดนี้ ไม่ได้เป็นอยู่กัน โดยชอบดอกหรือ?"ท่านเจ้าคุณได้โพล่งออกมา
"ก็เป็นกันอยู่โดยชอบซิ" ด้วยน้ำเสียง มีแววแห่งความขุ่นที่ไม่ชัดเจน
สามเณร จึงเรียนถาม ต่อไปว่า "ถ้าเช่นนั้น ก็ต้องมีพระอรหันต์ กันอยู่ทั่ว ทุกวัดวาอาราม นะขอรับ?"
เงียบกันไปขณะหนึ่งแล้ว ก็มีเสียงซึ่งใครๆ แทบจำไม่ได้ว่า เป็นเสียงของท่านเจ้าคุณดังลั่นขึ้น แต่เพียงว่า

"..อื้อ..อื้อ.. ง่า.. อื้อ..ง่า..อื้อ.. นี่มันยังไงกันนี่หว่า!..ง่า..ไปเถอะ!"

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า:

มัน เป็นการสุดวิสัย ที่ใครจะตอบได้ เพราะพระบาลีนั้นก็ถูก พระเจ้า พระสงฆ์ ก็เป็นอยู่โดยชอบจริง แต่แล้วก็ไม่มีใครเชื่อว่า พระอรหันต์ นั้นมีอยู่ตามวัดวาอาราม ทั่วๆ ไป และใครเป็นคนที่น่าสมเพชกว่าใคร ในระหว่าง ศิษย์-อาจารย์ รายนี้

คัดจากหนังสือ นิทานเซ็น มหรสพทางวิญญาณเพื่อจริยธรรม เล่าโดย.. ท่านพุทธทาสภิกขุ แห่งสวนโมกขพลาราม ณ หอประชุมคุรุสภา พุทธศักราช ๒๕๐๕ พิมพ์โดย ธรรมสภา

เครดิต:คุณนภดล http://www.siamsouth.com




 

Create Date : 04 ตุลาคม 2553    
Last Update : 4 ตุลาคม 2553 19:15:10 น.
Counter : 227 Pageviews.  

รวมนิทานเรื่องสั้นจากสวนโมกข์ 2

นิทานเรื่องสั้นของท่านพุทธทาส เรื่อง แม่-ลูก

กระบวนแห่สิงโต ผ่านมาในถนน ประชาชนแตกตื่น พากัน อุ้มลูกจูงหลานออกมาดู เด็กอายุ ๓-๔ ขวบคนหนึ่งร้องไห้ เพราะความกลัวสิงโต ก็ดิ้นอย่างจะสิ้นชีวิตลงไป แม่ต้องอุ้ม พาหนีเข้าไปใน สวนข้างถนนแห่งหนึ่ง พลางบ่นว่า น่าสงสารลูกโง่ๆ คนนี้เหลือเกิน แม่จะได้ดูอะไร สักนิด ก็ไม่ได้ดู
ทันใดนั้นเอง แม่ก็ดิ้น และร้อง วิ๊ดว๊าดขึ้น เพราะกิ้งกือตัวหนึ่ง เผอิญหล่นลงมา จากต้นไม้ ตกลงไปในเสื้อ ลูกเล็กๆ คนนั้นเองหัวเราะชอบใจ เมื่อเขาบอกแม่ว่า เขาจะช่วยหยิบออกให้ แล้วก็ช่วย หยิบทิ้งให้จริงๆ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า:

มัน เป็นการสุดวิสัย ที่จะไม่ให้ลูกๆ กลัวสิ่งที่มีลักษณะ และอาการ อย่างภูตผี ปีศาจ กระโดด โลดเต้น เข้ามาราวกะจะจับเอาตัวไปกินเสียฉะนั้น แต่ทีแม่เอง กลับกลัว กิ้งกือ ตัวนิดเดียว! ทั้งเลื้อยด้วย ท่าทางอันนิ่มนวล อ่อนโยน ราวกะเข้ามาแสดง ความเคารพ หรือ ขอความช่วยเหลือ อะไรสักอย่างหนึ่ง
ความ กลัวของแม่ ก็กลัวอย่างจะขาดใจตายเช่นเดียวกับลูกเหมือนกัน! เมื่อประกอบด้วย อวิชชา อยู่อย่างเต็มที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นภูตผีปีศาจ หรือเป็นสัตว์ตัวนิดๆ เช่น กิ้งกือไส้เดือน ก็ตาม ย่อมสามารถ ปลุกปั่น ความกลัว (วิภวตัณหา) ได้โดย ทำนองเดียวกัน ในฐานะเป็นที่ตั้งแห่งความขลาด และวิ่งหนี ได้โดยเสมอกัน ในที่สุด ก็เหลือแต่ สิ่งที่ต้องคำนวณดูว่า ลูกอายุเพียง ๒-๓ ขวบ ส่วนแม่อยู่ในฐานะ ที่เป็นแม่ หรือ ผู้ปกครอง สั่งสอนลูกแล้ว ในกรณีนี้ ใครเล่าที่โง่เขลา น่าสมเพชกว่าใคร ในระหว่าง แม่-ลูก รายนี้


คัดจากหนังสือ นิทานเซ็น มหรสพทางวิญญาณเพื่อจริยธรรม เล่าโดย.. ท่านพุทธทาสภิกขุ แห่งสวนโมกขพลาราม ณ หอประชุมคุรุสภา พุทธศักราช ๒๕๐๕ พิมพ์โดย ธรรมสภา

เครดิต:คุณนภดล http://www.siamsouth.com




 

Create Date : 04 ตุลาคม 2553    
Last Update : 4 ตุลาคม 2553 19:13:08 น.
Counter : 183 Pageviews.  

รวมนิทานเรื่องสั้นจากสวนโมกข์ 1

นิทานเรื่องสั้นของท่านพุทธทาส เรื่อง พ่อ-ลูก

พ่อ รู้สึกขบขันแกมสงสารอย่างไม่น้อย ที่เห็นลูกชายคนโตดีใจจนเนื้อเต้นในการที่ ได้รับ "ป็ากเก้อร ๕๑" ด้ามหนึ่ง เป็นของขวัญวันเกิด
และ เห็น ลูกชายคนเล็กดีใจมากไปกว่านั้นอีกหลายเท่าในการได้รับลูกกวาดของนอกกระป๋องเล็กๆ กระป๋องหนึ่ง เป็นของขวัญ ในโอกาสเดียวกัน
แต่พ่อ ไม่รู้สึกขบขัน หรือสมเพชตนเองในการที่ตนเองตื่นเต้นยิ่งไปกว่าลูกทั้งสองอีก ในการที่ได้รับ บัตรเชิญ ไปในงานมีเกียรติชั้นพิเศษของเจ้านายรายหนึ่ง ซึ่งตนไม่เคยนึกฝันว่าจะได้รับด้วยอาการมือสั่น ใจรัว แทบไม่เชื่อตา ตนเอง ว่า บัตรนั้น ส่งมาเชิญตน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า:

มันเป็นการเหลือวิสัยในการที่จะให้ พ่อดีใจจนเนื้อเต้น ในเมื่อได้รับปากกาชนิดนั้นด้ามหนึ่ง หรือ เมื่อได้ลูกกวาดกระป๋องหนึ่ง แต่ในที่สุดพ่อก็ไม่พ้นจากการที่ต้อง มีใจเต้นรัว มือสั่น ด้วยการได้ กระดาษแผ่นเล็กๆ อันหมายความถึง เกียรติ อันหรูหรา
จริงอยู่ รูปธรรม เช่น ด้ามปากกา หรือ ลูกกวาด มันไม่เหมือนกับ นามธรรม เช่น เกียรติ หรือ ไม่มีค่าสูง เท่าเทียมกัน แต่เราต้องไม่ลืมว่า มันสามารถ เขย่า ตัณหา (ภวตัณหา) ของคนได้โดยทำนองเดียวกัน โดยไม่มีผิด ในฐานะ ที่เป็นวัตถุ อันเป็นที่ตั้ง แห่งความพอใจ จนลืมตัว ได้เท่ากัน แล้วแต่ว่า ความใคร่ ของใครผู้ใด มีอยู่อย่างไร ส่วนความที่ ต้องใจเต้น มือสั่น เหล่านั้น ฯลฯ มันไม่มีผิด กันที่ตรงไหน เพราะฉะนั้น ใครเล่า ที่ควร สมเพชใคร ในระหว่าง พ่อ-ลูก รายนี้


คัดจากหนังสือ นิทานเซ็น มหรสพทางวิญญาณเพื่อจริยธรรม เล่าโดย.. ท่านพุทธทาสภิกขุ แห่งสวนโมกขพลาราม ณ หอประชุมคุรุสภา พุทธศักราช ๒๕๐๕ พิมพ์โดย ธรรมสภา
เครดิต:คุณนภดล http://www.siamsouth.com




 

Create Date : 04 ตุลาคม 2553    
Last Update : 4 ตุลาคม 2553 19:09:50 น.
Counter : 242 Pageviews.  

"บทเพลงแห่งเซน"

"การมีอยู่" ไม่ใช่ "การมีอยู่"
"การไม่มีอยู่" ไม่ใช่ "การไม่มีอยู่"
หากพลาดจากกฏนี้ไปแม้เพียงเท่าเส้นผม
จุดหมายก็จะอยู่ห่างไกลถึงพันไมล์
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นสู่ความเป็นจริง
ความดีที่เป็นรูปแบบใดๆย่อมไม่ปรากฏ
บุญกุศลที่ทำด้วยความยึดมั่น
ย่อมนำความเพลิดเพลินยินดีมาให้
แต่ก็เหมือนกับการยิงลูกศรขึ้นไปในอากาศ
เมื่อหมดแรงมันก็ตกลงมาที่พื้นอีก
จงทำงานตามลำพังเสมอ
จงเดินตามลำพังเสมอ
ศากยบุตรล้วนยากจนทางกาย
แต่ไม่ยากจนในวิถีทางแห่งเซน
เขาสวมเสื้อผ้าที่เก่าขาดเสมอ
แต่ย่อมแฝงเพชรอันมีค่ามิได้อยู่ภายใน
แม้ว่าจะใช้มันอย่างอิสระเพื่อช่วยผู้คนที่ผ่านพบ
ย่อมไม่มีทางที่จะใช้ได้หมดสิ้น
เมื่อไม่เข้าใจความหมายอันล้ำลึกของสรรพสิ่ง
สันติสุขแท้จริงของจิตใจก็ถูกรบกวนไม่ให้มีอยู่
การเปิดใจรับผัสสะและความคิดอย่างเต็มที่
ด้วยดวงจิตที่ตระหนักรู้ เป็นสิ่งเดียวกับธรรมชาติเดิมแท้.

-------------------------------

"การมีอยู่"ไม่ใช่ "การมีอยู่" "การไม่มีอยู่"ไม่ใช่ "การไม่มีอยู่"
หากพลาดจากกฏนี้ไปแม้เพียงเท่าเส้นผม จุดหมายก็จะอยู่ห่างไกลถึงพันไมล์

ว่าด้วยเรื่องการไม่มี คือจิตที่ไม่แบ่งแยก(discriminating mind)เช่น
ไม่มีเขา-เรา สูง-ต่ำ ดำ-ขาว อ้วน-ผอม สวย-ขี้เหร่ หรือ ดี-ชั่ว เป็นต้น

ทำให้ไม่มี"การมีอยู่และการไม่มีอยู่"
ไม่มีการแบ่งแยกการมีอยู่และการไม่มีอยู่
คือสภาวะไม่มี คือจิตว่าง


เมื่อลืมตาตื่นขึ้นสู่ความเป็นจริง คือการตื่นรู้แจ้งเข้าถึง
จิตหนึ่ง(One Mind)หรือจิตเดิมแท้ (Essence of Mind)

ความดีที่เป็นรูปแบบใดๆย่อมไม่ปรากฏ บุญกุศลที่ทำด้วยความยึดมั่น
ย่อมนำความเพลิดเพลินยินดีมาให้ แต่ก็เหมือนกับการยิงลูกศรขึ้นไปในอากาศ
เมื่อหมดแรงมันก็ตกลงมาที่พื้นอีก

เมื่อไม่มีความดี-ไม่มีความเลว ก็ไมมีการยึดมั่นในความดีและบุญกุศลอีกต่อไป




 

Create Date : 21 มิถุนายน 2552    
Last Update : 21 มิถุนายน 2552 23:38:57 น.
Counter : 399 Pageviews.  

"สะพาน"

"เมื่อเราข้ามสะพาน"

"น้ำใต้สะพานไม่ไหล"

"สะพานต่างหากที่ไหล"

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!




 

Create Date : 21 มิถุนายน 2552    
Last Update : 21 มิถุนายน 2552 23:34:38 น.
Counter : 173 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

Omoto
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีตอนรับเข้าชม omotoblog ทุกท่านครับ
blog นี่จัดทำขึ้นจากจุดประสงค์ที่อยากจะเผยแพร่
เเละเเบ่งปัน บทความดีๆเเด่ทุกท่าน โดยหลักๆเเล้ว
ผมจะเน้นไปในสิ่งที่ผมสนใจเป็นพิเศษ หวังเป็น
อย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านที่เข้ามาชม
ไม่มากก็น้อยนะครับ
VIEW OF PLACE
website-hit-counters.com
Provided by website-hit-counters.com site.
Nasok U-thai

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง
Friends' blogs
[Add Omoto's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.