ให้รางวัลกับชีวิตบ้างครับ ชีวิตคือการเดินทาง เงินทองของนอกกายไม่ตายค่อย ๆ หากันไปครับ

กวางเจาเทรดแฟร์ไปเองง่าย ๆ ไม่ต้องง้อทัวร์ครับ

เตรียมตัวก่อนไปงาน

ก่อนไปงานก็ควรต้องถามตัวเองด้วยนะครับว่าจะไปเพื่ออะไร เพราะช่วงงานนี้ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลทีเดียวนะครับ ถ้าไปเพื่อหาสินค้า ช่องทางการค้า ก็ควรต้องเสียเวลาตรวจสอบสักนิดหน่อยนะครับว่ามีสินค้าหรือ supplier ที่เราต้องการไหมจาก http://search.cantonfair.org.cn/en/ โดยเวบหลักของงานนี้ก็คือ http://www.cantonfair.org.cn/en/ หลังจากท่านคิดว่าได้ที่ต้องการแล้ว หรือจะไปเพื่อให้ได้สัมผัสกับงานแฟร์ที่ใหญ่ขึ้นชื่อก็น่าจะเตรียมตัวกันหน่อยนะครับ

เริ่มจากเพื่อไม่ให้เสียเวลา และค่าใช้จ่ายในการทำบัตรเข้าชมงานซึ่งหากไปทำหน้างานจะเสียเวลา และเสียเงินมากพอควรครับ ก็ควรเริ่มต้นด้วยการสมัครสมาชิกตามเวบนี้นะครับ http://invitation.cantonfair.org.cn/en/index.aspx กรอกข้อมูลแล้วก็รออนุมัติ login และ password นะครับ พอได้แล้วก็ login เข้าไปนะครับแล้วก็ไป click สมัครตรง E-pass นะครับ พอได้อนุมัติแล้วจะได้บัตรแข็ง pvc เหมือนบัตรเครดิต บัตรเอทีเอ็ม ที่มีรูปเราพร้อมชื่อด้วย



เราสามารถเลือกรับบัตรนี้ได้ตามจุดต่าง ๆ ที่เขามีให้เลือกนะครับ แนะนำให้รับที่จุดหน้าสนามบิน หรือหน้าสถานีรถไฟครับ เพราะรับที่หน้างานเนี่ยผมเจอประสบการณ์เลวร้ายที่ต้องเดินวนรอบ hall เพื่อมารับป้ายนี้ครับเซ็งไปเลย อิอิ

มาถึงเรื่องต่อไปก็คือเรื่องของ การเดินทาง นะครับ

ไปงานเนี่ยมีทางเลือกหลายทาง ที่นึกได้ก็คือ 1. นั่งเครื่องบินลงที่ฮ่องกง (ผมเลือก orient thai โปรเหลือ 5899 บาท) ซึ่งจะต่อรถไฟที่ honghum (190 HKD) หรือนั่งรถบัสตรงจากสนามบินไปเลยก็มี (ประมาณ 220 HKD) 2. นั่งเครื่องลงที่กวางเจาโดยตรงเลย อันนี้แพงสุดนะครับ 3. นั่งเครื่องลงมาเก๊า (Air Asia เริ่มแค่สามพันกว่าบาทครับ วางแผนดี ๆ น่าจะมีตั๋วนะ ) แล้วนั่งรถบัสผ่านทางจูไห่เข้ากวางเจา (60 RMB) วิธีนี้ถูกที่สุดครับ

มาแก้ไขข้อมูลครับ Airasia มีบินตรงลงกวางเจาแล้วครับ แต่ ๆๆๆๆๆๆ จะได้ราคาถูกก็วางแผนล่วงหน้านาน ๆ หน่อยนะครับ



ด้านบนเป็นภาพเครื่องบิน boeing 747-400 ที่ oreint thai พาผมไปยัง HK ครับ ก็ดูดีพอใช้ได้นะครับ แถมราคาค่อนข้างถูกด้วยนะมีอาหารและน้ำดื่ม เสิร์ฟให้ทานด้วย แต่ไม่มีพวกแอลกอฮอล์นะครับ

อาหารขาไปครับ



เรื่องต่อมาก็สำคัญมาก ๆ คือ เรื่องที่พัก ซึ่งมักจะเต็ม และราคาห้องพักเพิ่มขึ้นมาก ๆ ทีเดียวนะครับ ถ้าเลือกพักที่กวางเจาก็ต้องทำใจเรื่องราคาห้องพักนะครับ ไม่อยากเสี่ยงก็ต้องจ่ายแพงหน่อยนะมีเวบให้จองโรงแรมหลาย ๆ ที่นะครับ เช่น http://www.hostelworld.com http://www.cantonfair.net/cantonfairhotellist.htm?gclid=CLTmi5uz944CFRErlAodWGSYow
http://www.agoda.co.th/asia/china/guangzhou.html
และอื่น ๆ อีกมากมายนะ แต่สำหรับผมแรก ๆ ก็กลัวครับว่าจะไม่มีที่นอน แต่พอได้รับฟังข้อมูลมาจากคุณห้าสิบกะรัต http://www.data4thai.com และลองเช็คโรงแรมแบบเกาะติดก็พอทราบว่าน่าจะมีเหลือพอควรทั้ง ๆ ที่เมื่อถามผ่านหลาย ๆ ที่แล้วบอกว่าเต็มทั้งนั้น 555 คิดว่าพวก agency คงกันห้องไว้เพื่อได้กำไรมาก ๆ นะผมว่าเพราะเมื่อไปแล้วแวะหลาย ๆ โรงแรมถามก็มีห้องว่างนะ แต่กระนั้นก็ตามก็อย่าประมาท มีแผนสองครับสำหรับผมก็คือ พักโรงแรมรอบนอกโดยการเก็บเบอร์ไว้สักสองสามที่ ที่ตรวจห้องว่างก่อนไปแล้วว่าว่างแน่ หรือไม่ก็นั่งรถไฟไป Shenzhen เลยก็เป็นอีกทางเลือกที่ถ้าจำเป็นจริง ๆ ก็คงต้องทำ ไปพักที่เซินเจิ้นมีแน่ ๆ ครับ สำหรับคำแนะนำ และประสบการณ์ผมแนะนำว่าไปเลยครับแล้วติดต่อนายหน้าที่นั่นเลยหลังจากลงเครื่องบิน หรือลงรถไฟ ผ่านบู๊ทนายหน้าโรงแรมก็แวะถามได้เลย ผมก็ใช้แบบนี้ได้ถูกกว่าราคาที่โก่งกันในเวบมาก ๆ ทีเดียว อิอิ

ที่แรกเราครับ Baiyun International convention center ไกลจากเมืองพอสมควรครับ





ที่ที่สองของผมโทรมกว่าหน่อยแต่ประหยัดไปเยอะเลยครับ Sha He Lou Hotel http://www.shahelou.com Tel. 086-20-61009008 E-mail:chx9008@163.com MSN:chx9008@hotmail.com ( Ms. Viola Chen คนนี้คุยอังกฤษได้นิดหน่อย) Mobile: 13138648553





เรื่องต่อมาก็คือ กิจกรรมหรือโปรแกรมคั่นยามว่าง ว่าจะไปที่ไหนบ้างนะครับ ก็เตรียม ๆ ไว้บ้างว่าจะไปเอง หรือจะซื้อทัวร์ท้องถิ่นที่นั่นจากโรงแรม มีที่ไหนจะไปบ้างอ่ะครับ ส่วนตัวผมใช้ข้อมูลจากเวบ http://www.data4thai.com และwww.wutkate.com เป็นหลักหิ้วหนังสือพี่เขาไปเลยอ่ะ มีบางส่วนจากการ search จาก http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/index.php และ http://www.trekkingthai.com/board/webboard.php?Category=trekking&forum=2&

และที่สำคํญสุดก็คือเครื่องมือช่วยในการเดินทาง ไมว่าจะเป็น แผนที่ guidebook หนังสือนำเที่ยว หรือเครื่องมือ hi-tech หน่อยที่ผมใช้คือ PPC ที่ผมได้ลงโปรแกรมแปรภาษา en-chinese ที่ดีมาก และโปรแกรมช่วยนำทางพวก GPS Navigation ครับ ตัวนี้หากมีงบก็ลงทุนนิดหน่อยนะครับช่วยเรื่องการเดินทางได้พอสมควรครับ หากมีตัวนี้แล้วก็ไปโหลดหรือดูพิกัดได้จากเวบ http://www.googleearth.com จริง ๆ ก็ต้องลงโปรแกรมเขาในคอมด้วยแล้วก็จะได้เห็นว่าอยู่ไหนบ้างอ่ะครับ ตัวนี้ช่วยได้มากทีเดียวนะครับ ลองเล่นกันดู อิอิ สุดยอดมาก ๆ


ล่องเรือ

เที่ยววัด

เที่ยวห้าง

เที่ยว park

shopping

dinner

แล้ว ผมก็เริ่มบิน ด้วยเครื่องบิน orientthai boeing 747-400 ครับเครื่องบินใหญ่แต่คนไม่ค่อยเต็มเครื่องเท่าไรคิดว่ามีประมาณเกินครึ่งหน่อย ๆ เองครับ เครื่องบินเก่าไปหน่อยแต่ฝีมือบินของกับตันอูด้าทำให้สบายใจมากครับ เกิดเหตุต้อง delay จากกำหนด 18:10 เป็น 19:30 เลยทำให้ไปถึง Hongkong ดึกมาก ๆ เลยครับ



แล้ววันรุ่งขึ้นเนี่ยต้องขึ้นรถไฟแต่เช้าอีกเศร้าจัง บอกให้อาไปจองแต่แกไม่ยอมจองอ่ะเลยเกือบเสียวไม่มีตั๋วซะแล้ว อิอิ จองผ่านนี่ก็ได้นะครับ http://www.chinatripadvisor.com/english/index.php?option=com_content&task=view&id=40&Itemid=50 ผมกับอาที่อยู่ที่ฮ่องกงนั่งรถไฟด่วนพิเศษจากสนาบินมาลงที่ Kowloon คนละ 90 HKD แหนะ แล้วก็ต่อรถ taxi อีกกว่าจะคอนโดของอาโกวผมก็เที่ยงคืนได้ครับ

วันรุ่งขึ้นก็นั่งรถบัสไปลงที่สถานี hunghom



ครับไปแต่เช้าเลยกะว่าได้นั่งเที่ยวเช้าเลยแต่ตั๋วเต็มแล้วอาไม่ยอมมาจองก่อนเศร้าไป แต่ก็ยังดีมีตั๋วว่างรอบ 9 โมงกว่าก็ยังพอไหว ใช้เวลาไปถึงสถานี Guangzhou East Station แค่ชั่วโมงครึ่งเองเร็วดีครับ เอ่อบนรถเนี่ยมีขายชา กาแฟด้วยนะครับ อาผมไม่รู้คุยยังไงเขานึกว่าฟรี ผมก็บอกแล้วว่าไม่น่าจะฟรี เลยเสียตังค่าชา (มีแถมถั่วให้ถุงนึงด้วย) ไปอีกหลายทีเดียว (ประมาณ 20 HKD) อิอิ



แต่จริง ๆ เขาก็มีแจกน้ำเปล่าให้ขวดนึงนะครับ

พอไปถึงก็มองหาห้องพักเลยแวบไปถามบู๊ทนายหน้าก็ได้เรื่องเลยครับ ได้ห้องว่างเลยราคาก็โดนใจดี อิอิ 300 RMB ไปดูแล้วพอรับได้นะชื่อ Sha He Lou Hotel tel. 61009008 (ช่วงปกติ เห็นเลข 68 RMB ด้วยนะ อิอิ) http://www.shahelou.com อยู่แถว ๆ สถานีรถไปนั่นแหละครับเดินไกลทีเดียวนะ นั่งรถ taxi ไปก็ประมาณ 10 RMB นิด ๆ ครับ แต่สำหรับผมส่วนใหญ่ก็เดิน ๆ ๆๆๆ 555 ต้องทำใจนะครับพักโรงแรมแถวสถานีรถไฟก็ต้องได้ยินเสียงรถไฟเวลานอน อิอิ เท่าที่เดินผ่าน ๆ แถบนั้นก็มีโรงแรมเพียบเลยนะครับ

Ms. Viola Chen คุยอังกฤษ พอได้ครับ สื่อสารรู้เรื่องแน่นอน

ห้องอาหารด้านล่างก็ดูดีแต่ไม่ได้ลองเลยครับ

พอได้โรงแรมที่พอรับได้แล้วก็ตกลงอยู่ที่นี่สองคืนครับจากที่กะไว้ว่าถ้าแพงมากเกิน 500 RMB จริงคงพักแค่อีกคืนเดียวแล้วกลับ Hongkong ครับ แต่พอได้แค่ 300 RMB ก็เลยอยู่ได้อีกสองวันครับ ราคาเต็มที่เห็นก็ 450 RMB นะครับ คืนแรกด้วยความที่อาโกวกลัวไม่มีที่พักก็เลยยอมจองผ่าน agency ที่ฮ่องกง พักที่ Baiyun International Convention Center ครับเป็นโรงแรมใหม่มากแล้วก็ค่อนข้างดีมากครับ แต่เสียดายไกลจากเมืองค่อนข้างมาก นั่งรถ taxi เข้าเมืองอย่างเดียวเลยครับ อันนี้เลยไม่โดนใจขา trek อ่ะซิครับ แต่อาเขาชอบเปลี่ยนที่นอนเลยคนละแนวไปเซ็งนิด ๆ อิอิ แต่พอคุยกันรู้เรื่องอาโกวก็ต้องตามใจเรา อิอิ ไม่รู้ทรมานผู้สูงวัยเกินไปไหมนะ 555 พอ check-in เก็บกระเป๋าก็นั่ง taxi ไปงานที่ Pazhou เลยครับไกลจากที่พักมาก ๆ เสียค่า taxi ไปตั้ง 70 RMB แหนะ



แล้วไปถึงก็ต้องไปรับ E-pass ที่สมัครไว้แล้วเห็นแถวคนที่ไปทำบัตรหน้างานแล้วก็ให้โล่งอกที่เราทำมาก่อนนะ แต่ไม่แคล้วเสียเวลาเดินหา counter รับ E-pass อ่ะจิ จริง ๆ ถ้ามารถไฟฟ้าใต้ดินคงไม่ต้องเดินวนหานะ ทางเข้ามีคนรับจ้างเป็นล่ามเพียบ



แล้วก็ไปรับเอกสาร directory ที่ Information



พอได้ก็ต้องหาข้าวเที่ยงทานครับ ที่งานมีอาหารกล่องมาขายเริ่มที่ set ละ 10 RMB ครับแต่ที่ทานมายังไม่เจออร่อยเลยอ่ะ แล้วคนเยอะมาก ๆ เลยครับ



ผมเดินดูงานจนเย็น ๆ แต่งานปิดหกโมงเย็นนะครับ เราต้องกลับก่อนพักนึงครับเดี๋ยวคนเยอะแน่นรถไฟฟ้าใต้ดิน



(ต่อไปจะใช้ตัวย่อ Metro นะเพราะที่นั่นเรียก Metro line ครับ) แน่ ๆ ก่อนกลับก็ถ่ายรูปอีกซะหน่อยสำหรับสิ่งสวย ๆ งาม ๆ ที่ได้พบ





เพื่อไปเดินเล่นที่ Beijing lu ครับเพื่อเที่ยวเล่น


และหาของกิน ก็เลยลองร้าน chain ดังของที่นี่ Kungfu แต่ไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ครับ



แล้วก็รีบกลับโรงแรมนอนพักเพราะคืนก่อนนั้นนอนน้อยมาก ๆ ครับ ถึงโรงแรมเพิ่งรู้ว่ามีสระว่ายน้ำด้วยน่าจะเอาชุดว่ายน้ำมานะเนี่ย อิอิ แล้วก็ผ่านเห็นมีคนมาเล่นเปียโนที่ lobby ด้วย แต่เหนื่อยขอไปนอนก่อนดีกว่า



วันรุ่งขึ้นก็ check out เพื่อย้ายโรงแรมไปอีกที่ครับ แล้วก็ check-in ที่ใหม่เก็บของแล้วก็ออกเดินไปขึ้น Metro ผ่านเห็นร้านอาหารข้างทางเห็นแล้วก็น่าสนใจเลย



ถามราคาและลองทางดูครับถูกมาก ๆ เปาลูกเล็ก ๆ เข่งละ 2 RMB เกี้ยวเข่งละ 2.5 RMB มีโจ๊กด้วย 2.5 RMB แล้วก็มีคล้าย ๆ ก๋วยเตี๋ยวหลอด ข้าวเกรียบปากหม้อญวนอ่ะครับ แต่นี่ใช้ถาดสแตนเลสนึ่งแล้วปาดมาอ่ะครับอร่อยไปอีกแบบครับ 2.5 RMB แต่ถ้าต้องการเพิ่มเนื้อหมู และผักมากหน่อยก็สั่งพิเศษ 5 RMB ครับ



ไม่ธรรมดานะมีตู้อบเก็บจานชามด้วยนะครับ

แล้วก็เดินไปคล้าย supermarket เล็ก ๆ ด้านข้าง น่าสนใจดีครับมีที่ฝากของเป็น locker ด้วย



เดินไปถึงสถานีรถไฟนานเหมือนกันนะครับเกือบครึ่งชั่วโมง แล้วก็เจอร้าน Kungfu ที่ทานเมื่อวานที่นี่ด้วย พวก starbug ก็มีนะ



ใช้ตู้ซื้อตั๋วรถไฟครับ



ไปลงที่ Yuexiu Park เพื่อไปดูงานที่ Liuhua Exhibition ครับ แต่แถวนั้นมีอีกงานนะครับเป็นศูนย์ค้าส่งพวกเสื้อผ้าครับ เราต้องเดินออกจากทางออกไปอีกหน่อยครับ



เริ่มเข้างานก็เจอ display สวย ๆ เลยครับ



เดินงานจนหัวแล้วก็หาของทานต่อครับ ในงานก็มีขายคล้ายที่ Pazhou วันแรกครับเริ่มที่ 10 RMB โดยส่วนตัวชอบทานเกี๋ยวซ่า พอทานของเขาก็พอใช้ได้ครับ ส่วนก๋วยเตี๋ยวไม่ค่อยอร่อยแต่ก็หมด 555



เติมพลังแล้วก็เดินต่ออีกพักแล้วก็ไปเที่ยวโดยเดินออกไปที่ Liuhua park ครับค่าเข้าคนละ 5 RMB



ไปนั่งที่ร้าน pub&Restaurant ที่นั่นก็สั่งอาหารแพงทีเดียวแต่ก็พอรับได้ครับ วิวดีได้พักเหนื่อยได้ดี อิอิ





หายเหนื่อยก็ต้องไปเที่ยวต่อครับวัด กวงเสี่ยวซื่อ เดินเลาะสวนด้านถนนไปก็ผ่านร้านนี้ครับป้ายเขียนว่า fisherman village อ่ะ เห็นแล้วหิวทันทีแต่ก็ยังไม่ทานเพราะต้องไปทานบนเรือล่องแม่น้ำครับ





ไม่ได้ถือหนังสือกวางเจาเล่มใหญ่ไป พกแต่แผนที่ กับรายการย่อจาก http://www.data4thai.com/Guangzhou.asp ไป



ก็เลยทำให้คนที่นั่นไม่ค่อยรู้เรื่องถามไปเรื่อย ๆ เล่นเดินเอาเหนื่อยมาก ๆ ทีเดียวครับ (เอ่อผมว่าเคล็ดลับสำหรับการเดินทาง แล้วต้องถามคนที่นี่ คุณควรเตรียมภาพของที่ ๆ คุณต้องการไปพร้อมกับตัวหนังสือจีนนะครับจะง่ายมาก ๆ ในการถาม เพราะที่ผมมีพกไปนั้นแค่ตัวอังกฤษ pingying กับที่อ่านเป็นไทยเลยต้องเสียเวลาพอควร แต่พอวันหลัง ๆ บางที่เรามีภาษาจีนเนี่ยเร็วมาก ๆ ในการสอบถามทางไปครับ)

น่ากินดีเนอะ

กว่าจะเจอเล่นเอาเหนื่อยมาก ๆ ทีเดียวแต่ก็ทำให้อาโกวดีใจเพราะทริปนี้คงเน้นไปเที่ยวพวกวัดมาก ๆ เอาใจอาโกวซะหน่อยครับ จบจากนี่ก็เดินไปขึ้นรถ Metro ที่สถานี Xiemenkou ที่ใกล้วที่นี่มาก ๆ ครับทางลงอยู่ข้าง ๆ McDonald ถ้ามาเองลงสถานีนี้น่าจะหาวัดนี้ไม่ยากนะครับ มองหา Guang xiao road ครับ



วัดดังแห่งกวาเจา มีรูปยักษ์เฝ้าประตู ถ้าไม่ได้ดูหนังถังไถ่จงคงไม่รู้ว่าเป็นมายังไงนะเนี่ย อิอิ













พอไหว้พระเสร็จเราก็มุ่งหน้าเพื่อไปล่องเรือดูแสงสียามค่ำคืนของกวางเจาครับ ไปลงที่ Huangzhu Guangchang ครับ แล้วก็เดินไปทางซ้ายไปทาง Beijing lu ครับ ถ้าออกมาแล้วมึนเหมือนผมก็ง่าย ๆ ครับตรงไปที่ริมน้ำเลยแล้วมองหาท่าเรือที่มีเรือที่มีแสงสีอ่ะครับ ท่านั้นแลไม่ยากครับ เราเลือกเรือที่ออกตอน 18:30 ครับ 49 RMB แต่พอมาดูอีกราคา 92 RMB ที่เป็น buffet แล้วก็ให้เสียดายเหมือนกันนะ แต่คิดอีกทีเราไม่ค่อยหิวกินแบบข้าวกล่อง 49 ก็ประหยัดไปเยอะนะ อิอิ

เส้นทางล่องเรือ

มีอาหารกล่องกับน้ำชาให้

วิวสวยงามเพียบ





แล้วก็แวบผ่านโซน buffet 92 RMB เห็นแล้วก็น่าสนใจดีนะแต่เราไม่ค่อยหิวอ่ะซิคราวหน้ามาคงจ่ายตัวแพงดีกว่า



จบแล้วอาโกวบอกไม่ไหวแล้วก็เลยต้องกลับโรงแรมตามระเบียบครับ

วันต่อมาไม่ไปเดินงานแล้วครับก็เที่ยวกวางเจาต่อครับ เริ่มจากเดินไปสถานีแต่แวะถ่ายภาพที่ Tian He Piao Juan เป็นน้ำตกจำลองขนาดใหญ่ อยู่ด้านหน้าสถานีรถไฟตะวันออก(Guangzhou East Railway Station)



แล้วนั่ง metro ไปลงที่ Sunyatsen Monument ครับออกมาฝั่งตรงข้ามเห็นป้ายนี้



musuem นี่อยู่หลังป้ายนั่นแหละ แล้วไปถ่ายกับรูปปั้นท่านหน่อย ค่าเข้า 10 RMB





หอประชุมสมัยก่อนครับ

เขาบอกว่าต้นไม้เก่าแก่นะเนี่ย

ต่อจากนั้นอยู่ติดกันเลยก็ Yuexiu park ค่าเข้า 5 RMB เพื่อถ่ายรูปกับสัญลักษณ์กวางเจาครับรูปปั้นห้าแพะนั่นเอง





เดินขึ้นบันไดไปจนถึง Monument อ่ะข้างในเดินขึ้นไปได้อีกเยอะแต่ไม่เอาดีกว่า

ดูเอาเองละกัน

เดินผ่านกำแพงที่มีต้นไม้ขึ้นเขาก็เอามาเป็นจุดขายได้เนอะ



สวนนี้ใหญ่นะมีสวนน้ำ และสวนสนุกอยู่ด้านในด้วย เดินไม่ไหวก็มีบริการรถคนละ 10 RMB



เจอแล้ว 5 แพะอิอิ แล้วก็พักอีกตามระเบียบ



แล้วก็ออกไปอีกที่เป็น Musuem ดูแล้วไม่น่าสนใจและหิวแล้วด้วย



นี่เราออกอีกด้านกับทางที่เราเข้านะครับเดินไปเจอร้านอร่อยร้านี้ครับ



แนะนำหมูแดงเลยครับ หมูแดงเปล่าแค่ 15 RMB เอง ถ้าพร้อมข้าว 18 RMB



แล้วก็เดินต่อไปไกลทีเดียวกว่าจะถึง วัด Liurong Pagoda (Six Banyan Trees) วัดเจดีย์อ่ะครับ ค่าเข้า 5 RMB (แค่นี้ก็พอครับ) + ค่าขึ้นเจดีย์เก้าชั้น



อีก 10 RMB (อันนี้ไม่แนะนำครับ เหนื่อยมาก ๆ แถมเสียวอีกสำหรับคนตัวสูง ๆ หรือรูป่ร่างใหญ่นี่จะลำบากมาก ๆ นะครับ )















พุทธประวัติโบราณ



พระหยกขาว


ทางขึ้นทั้งเล็กและเตี้ยมาก ๆ

แล้วก็เดินดุ่ย ๆ ต่อไปที่ Wu Xian Guan (Temple of the Five Celestial Beings)



ค่าเข้า 5 RMB ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไรครับ แต่ถ้าคิดว่าได้เดินผ่านเดินดูย่านการค้าอะหลั่ยอิเลคทรอนิคก็โอนะ เห็นแล้วทึ่งมาก ๆ ครับมีอะหลั่ยหลากหลายมาก ๆ เลยครับ

ผ่านอันนี้ก็ใกล้ถึงละครับ



จบแล้วก็ไปทานข้าวเย็นที่ริมน้ำบริเวณโรงแรม White Swan hotel ครับ ลง Metro ที่ Huangsha ผ่านเห็นร้านนี้คนเยอะ พอถามก็ไม่มีโต๊ะด้วย



แถบนั้นเป็นตลาดขายพวกอาหารทะเลสด ๆ



เดินไปข้าง ๆ ครับบรรยากาศยามค่ำดีมาก ๆ ทีเดียว



แล้วก็ไปนั่งทานอาหารเย็นที่นั่นครับ





ไม่แพงอย่างที่คิดหากสั่งพวกอาหารจานเดียวก็ประมาณแค่ 28 RMB เองครับ แต่แหะ ๆ เราทานกันเยอะไปหน่อยครับเพราะมีเบียร์ สเต็ก และกุ้ง เลยจ่ายไป 200 กว่าอ่ะ





นั่งนานเลยครับแล้วก็เดินต่อเพื่อไปเดิน ซ่างเซี่ยจิ่วลู(Shangxiajiu Road) ครับถ้าออกจากร้านที่ผมว่าก็สังเกตเดินไปตามทางที่จะไปโรงแรม Holiday Inn นะครับถึงโรงแรมก็ถึงถนนนี้ครับ คนเดินกันควักไคว่ทีเดียว แล้วก็นั่ง taxi กลับโรงแรมครับเพราะอาโกวเหนื่อยมากแล้ว อิอิ แต่ค่ารถไม่แพงนะแค่ 20 กว่า ๆ เองครับ



เดินผ่านก็แวะทานไอ้ติมร้านนี้ครับอร่อยดีอยู่ใต้ถุน Holiday Inn



ถึงแล้ว ชางเซี่ยจิ่ว ถนนคนเดินที่พลาดไม่ได้อีกที่ของกวางเจาครับ









วันต่อมาเราไปกันที่ Chen Clan Academy ครับช่วงเช้า



อ้อลืมไปครับการใช้ Metro ก็ต้องมองป้ายพวกเนี้ยเพื่อดูนะครับว่าจะออกทางไหน



มาดูต่อครับที่นี่แนะนำเลยครับเพราะมีอะไรให้ดูเยอะดีคุ้มดี ถ้ามีเวลาน้อยที่นี่ไม่ควรตัดออกจากโปรแกรมครับ





ประตูแกะสลัก

รั้วเหล็กหล่อ



















จะไปหัวหลินซื่อต่อแต่กลัวดึก และก็เปลี่ยนแผนจากเดิมจะนั่งรถไฟกลับฮ่องกงก็อยากลองนั่งรถบัสไปลงจูไห่บ้างก็เลยนั่ง Metro ไปลงที่ Dongfang hotel ตามที่ว่าไว้ในหนังสือ แต่กลับไม่มีไปครับ แต่มีที่ขึ้นไปอีกที่ข้าง ๆ หลังโรงแรม China ครับ





ค่ารถไปลง Zhuhai แค่ 60 RMB เองครับ นั่งรถนาน 3 ชม. ก็มาถึงด่านกงเป่ยประมาณบ่ายสามครับ



เสร็จแล้วก็ฝากกระเป๋า ที่รับฝากก็อยู่ทางลงบันไดเลื่อนนั่นเอง แล้วก็ขึ้นไปด้านบน ข้ามถนนเดินไปไกลเหมือนกันเพื่อนั่งรถเมล์สาย 9 ไปเที่ยว zhuhai yu nu



เพื่อให้รู้ว่ามาถึงจูไห่ครับ



แล้วก็หาข้าวเย็นทานที่นั่น กว่าจะข้ามด่านไปมาเก๊าได้ก็ดึกมากแล้วเพราะคนเยอะมาก ๆ นั่งรถ a3 ไปลงที่ ferry ครับ แล้วก็ขึ้นเรือ ferry ค่าตั๋ว 175 HKD แต่เป็นตั๋วเสริมนะครับ ไม่มีรอบต้องรอลุ้นว่ามีว่างไหม แต่ก็ว่างได้ขึ้นรอบสองทุ่มกว่าจากเดิมตั๋วเสริมรอบสามทุ่ม ก็ยังดีครับ ถึงห้องพักอาโกวก็สลบครับ

วันต่อมาเที่ยวฮ่องกง ก็เริ่มที่ วัด Chi Lin Nunnery โดยนั่งรถบัสไป แต่ถ้าเพื่อนไปเองก็นั่ง MTR ไปลงที่ Diamond Hill นะครับ เป็นวัดที่ร่มรื่นมาก ๆ อาบอกว่าเจ้าสำนักมองการณืไกลซื้อไว้ตั้งแต่ก่อนเจริญนานมาก ๆ เลยทำให้มีพื้นที่เยอะครับ จุดเดีอนอีกอย่างของที่นี่ก็คือบ่อบัว ซึ่งตอนผมไปกำลังซ่อมเลยไม่ได้ภาพยอดฮิตของที่นี่ ฝั่งตรงข้ามมีสวนให้เดินเล่นถ่ายรูปได้วิวสวย ๆ เพียบเลยครับคงชอบถ่ายรูปคงเสียเวลากับที่นี่พอควร







มีร้านขายของด้วย

สวนฝั่งตรงข้ามน่าเที่ยวมาก ออกแบบดีทุกอย่างดูกลมกลืนดี ขนาดถังขยะนะเนี่ย ถ้าได้ดูรางน้ำด้วยยิ่งกลืนมาก ๆ ครับ









สังเกตเส้น ๆ นะนั่นคือรางน้ำพลาสติกที่กลืนมาก ๆ ครับ

แล้วเราก็นั่ง MTR มาอีกสถานีเดียว ลงที่ Wong Tai Sin ครับ วัดดังแดนฮ่องกง ไม่มาสักการะเหมือนมาไม่ถึงฮ่องกงครับ จริง ๆ ถ้าเดินเก่งก็เดินจากที่แรกมาก็ได้นะ อิอิ เช่นกันมีส่วนที่เขาทำเพิ่มเติมเหมาะกันการถ่ายรูปอีกหลายจุด ดูเหมือนวัดแถบนี้เริ่มผนวกการท่องเที่ยวมากขึ้นนะ





อธิษฐานแล้วโยนเหรียญลงทีใบบัวนะแล้วจะสมหวัง

มีสวนสวยให้ถ่ายรูปอีกละ

ต่อจากนั้นนั่ง MTR ต่อ KCR ไปลงที่ Shatin เป้าหมายต่อไปคือ Snoopy world ครับ





อยู่บนดาดฟ้าห้าง New Town Plaza ออกจากสถานีอาจไม่เห็นชื่อนี้จะเป็นชื่อ Citilink plaza ก็เดินตามนั้นไปนิดหน่อยก็เห็นป้ายบอกทางไป snoopy world แล้วครับ



มีบริกาล่องแก่ง่ช่วงสั้น ๆ ด้วยฟรีสำหรับท่านที่ shopping หรือซื้อของในห้างนั้นครับ เอา slip ไปโชว์เขาแค่นั้นเอง



แล้วก็แวะหาของกินพวกขนมร้านอร่อยของฮ่องกง



กับไอ้ติมที่อร่อยแต่แพงดี น่าเสียดายไม่มีบัตร VISA ตามป้ายจาก 20 เหลือ 8 เอง



มีหุ่นน้อยไปนิดเลยไปต่อที่ สถานี Tai Wan เพื่อไปวัด Che Kung วัดเทพเจ้ากวนอูครับ





ที่นี่ดังมากในช่วงตรุษจีนจะคนล้นหลามเลยครับ

แต่สิ่งที่คนนิยมมาทำกันคือหมุนพัดลมที่นี่ครับ เพื่อให้อะไร ๆ ราบรื่นไงครับ เชื่อกันว่าหมุน 3 รอบจะขับไล่สิ่งชั่วร้าย และนำสิ่งดีดีสู่ชีวิต



จบจากนี่ถ้าชอบดู museum ก็มีแถว ๆ นั้นนะครับ แต่ผมไปนั่งไปลงต่อที่ Hunghom ครับเพื่อไปไหว้ศาลกวนอิม Kyun Yum Temple ครับ



แล้วก็เดินเพื่อไปนั่งเรือข้ามฟาก ผ่านร้านขายน้ำจับเลี้ยงที่เราชอบ



พอจบแล้วก็เดิน ยาวผ่านห้างที่ทำเป็นรูปเรือ Whampoa







เป้าหมายเพื่อขึ้นเรื่อ ferry ข้ามฟากไปที่ harbor plaza ไปขึ้นฝั่งฮ่องกงที่ northpoint ครับ



แล้วก็เดินออกไปเพื่อใช้บริการรถรางของฮ่องกงอันเป็นอีก highlight นึงครับ



ครับ ที่นี่มีหลายสายนะ แต่เมื่อดูแผนที่และเดาก็ไม่ยากครับ เราจะไปลงกันที่ Central เห็นป้าย Western Market ก็ขึ้นได้ครับคนละ 2 HKD เท่านั้น



อ้อลืมบอกไปอีกอย่างที่ประทับใจเราใส่เสื้อเหลืองสัญลักษณ์ ภปร. นี่คนที่นี่ส่วนใหญ่จะรู้เลยว่าเราเป็นคนไทย แหนะบ้านเราดังเหมือนกันนะเนี่ย อิอิ ทักมาเป็นภาษาไทยเยอะเลยครับ

ตั้งใจจะไปไหว้อีกศาลให้เหมือนทัวร์ 9 วัดที่นิยมในเมืองไทยแต่อาไม่ไหวแล้วเลยจบด้วยการข้ามเรือกลับไป Tsim Sha Tsui เพื่อทานข้าว และรอดูการแสดงแสงสีตอนสองทุ่มครับ



ภาพฝั่ง HK ที่ถ่ายจากฝั่งเกาลูนนี้ และนี่คือฉากของการแสดงแสงสีครับ



เราทานอาหารเย็นกันที่นี่ครับร้านดังของที่นี่เหมือนกัน ผมชอบหมูแดงอีกเหมือนเดิม อิอิ



สังเกตนะครับจะมีเลขเรียกให้เราไปรับอาหารที่เคาน์เตอร์อ่ะ แต่แกล้งเซ่อร์ ผู้จัดการร้านใจดีก็ยกมาให้ถึงโต๊ะเลย อิอิ อ้อสาวที่รับออร์เดอร์หน้าตาดี พูดไทยได้นิดหน่อยมาช่วยอธิบายแนะนำอาหารด้วย ดีจริง ๆ





การแสดงมีตอนสองทุ่มตรงนะครับใช้เวลาแค่สิบห้านาที แต่คนเยอะมากต้องไปก่อนสักครึ่งชั่วโมงครับเพื่อจองที่นั่ง และมันหนาวก็ตั้งเพิ่มการสูบฉีกซะหน่อย อิอิ



จบการแสดงก็นั่งรถบัสเบอร์ 1 ไปเดินตลาด Ladies’ Market ถนน Tung Choi ต่อแถบ Mongkok ครับเป้าหมายคือหาเสื้อผ้าราคาถูกแต่ดีครับ แต่ไม่ค่อยมีเลย อิอิ เดินไปเจอแต่เสียงต่อรองราคาคนไทยตลอดทาง 555 นัก shop แห่งเอเชียจริง ๆ เลยบ้านเราเนี่ย ตั้งใจไปต่อที่อื่นเพื่อให้ได้เสือ brandname ราคาถูกแต่อาไม่ไหวแล้วเลยจบทริปเพียงเท่านี้



วันรุ่งขึ้นต้องไปสนามบินแต่เช้ามืด เครื่องออก 8:10 อุตส่าห์ตื่นไปรอรถใต้ดินแต่เช้าตีห้า แต่มีเที่ยวแรกตอนหกโมงเลยต้องหาของกินแถบนั้นรอเวลาครับ กว่าไปถึงสนามบินก็เกือบเจ็ดโมงต้องรีบเร่งวิ่งนิดหน่อยครับ เดี๋ยวตกเครื่อง แต่ว่าไปก็ยังเหลือเวลาพอควรนะครับ เมื่อ check-in แล้วยังไงเขาก็น่าจะรอ เหมือนกับเที่ยวบินนี้รอคน HK สองคนกว่าจะออกได้ก็เกิอบ 8:30 แหนะเซ็งนิด ๆ ครับ



วิวแบบนี้เพิ่งเคยเห็นครั้งแรกครับ เงาเครื่องบินมีสายรุ้งล้อมรอบ ฉากไกลเป็นผืนนา สุดยอดจริง ๆ



ถึงบ้านแล้วถ่ายภาพสุวรรณภูมิซะหน่อย อิอิ




 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 25 สิงหาคม 2552 20:34:09 น.
Counter : 16926 Pageviews.  

เซี่ยงไฮ้จานด่วน

เริ่มทริปแบบเร่งด่วนจนต้องขอวีซ่าจีนด่วนเพื่อไปเซี่ยงไฮ้ช่วงวันแรงงานนะครับ ไปเพื่อดูเครื่องที่จะส่งถึงลูกค้าและโรงงานเขา มีเวลาไม่กี่วันที่เหลือก็เที่ยวเองครับ มาเที่ยวเองก็วันแรงงานนะครับ เอาเฉพาะที่ไปเองละกัน ได้ใช้ blog ของคุณ Lastlove ที่มาช่วยตอบในพันทิพ ของท่านอื่น ๆ ไม่ได้หาและอ่านมากเท่าไรนักเพราะเวลาน้อยนะครับ

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=lastlove&group=3

ขอบคุณ Lastlove ที่เขียน blog ดี ๆ ให้ผมได้ใช้อ้างอิงครับ



มาเซี่ยงไฮ้ต้องรู้จักนี่ครับหอไข่มุก




 

Create Date : 07 สิงหาคม 2550    
Last Update : 31 ธันวาคม 2550 21:45:13 น.
Counter : 434 Pageviews.  


ok3
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ok3's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.