ทริปชิลล์มาก ถึงมากที่สุด ณ สระมรกต น้ำตกร้อน ทะเลแหวก เกาะปอดะ ไร่เล รวมเวลา 3 วัน 2 คืน กับกระบี่ท
สถานที่สำคัญน้อยกว่าเพื่อนร่วมทาง

กระบี่ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามสำหรับเราแล้วค่ะ ครั้งแรกไปกับสามี ครั้งที่สองไปกับออฟฟิต ครั้งนี้ไปกับบรรดาเพื่อนสนิทเกือบครบแก๊งค์ เนื่องจากอีกคนนึงมีภารกิจโอนบ้าน เลยไปด้วยไม่ได้
การเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาทั้งหมด 3 วัน 2 คืน โปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินไม่มี แต่ก็จองไปกัน โดยขาไปเลือกสายการบินไลออนแอร์ ราคา 1115 บาทต่อคน และขากลับได้ราคา 890 บาทต่อคน



ส่วนเรื่องโรงแรม หลังจากจองตั๋วเครื่องบินยาวนานข้ามปี (ทั้งทีไม่ใช่โปรโมชั่น) ก็นั่งส่อง Agoda มาเรื่อยๆ จนวันหนึ่งได้เห็นโปรที่ค่อนข้างถูกใจ คือคืนละ 925 บาทกับห้อง Ibis Style รวมอาหารเช้า ซึ่งหมายความว่าเรานอนกันสองคนกับเพื่อนก็จ่ายค่าห้องคนละประมาณ 500 บาทต่อคืนเอง และมาตรฐานโรงแรมก็ชัดเจนดี ไม่น่าจะทำให้ผิดหวัง แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ



วันเดินทาง เราออกเดินทางกันตั้งแต่ตี 4 จากบางแสน เพราะต้องเข้าไปรับเพื่อนอีกสองคนแถวเทพารักษ์ แล้วตรงไปดอนเมือง เนื่องจากเชคอินผ่านเวปมาเรียบร้อยและไม่มีกระเป๋าโหลด จึงไปถึงสนามบินประมาณ 05.45 น. ซึ่งพอดีกับเวลา Boarding Time ตอน 6.05 น. เช้านี้เติมพลังกันด้วยกาแฟปั่นเมนูโปรดและนัตเกตไก่ KFC กันก่อนเดินทาง



Gate ที่ออกวันนี้ 47 เดินตรงไป ลงบันได แล้วเดินตรงไป อะไรจะไกลขนาดน้านนน แถมยังต้องนั่งรถบัสไป Gate อีกอาคารนึงด้วยนะ


08.00 น. ถึงสนามบินกระบี่อย่างปลอดภัย หมายเหตุ : เรื่องบินไลออนแอร์เสียงดังมากกกกกกกก ที่นั่ง 14F เราเลือกที่นั่งหน้าเครื่องยนต์หรือเปล่าเลยดังขนาดนี้ แต่ดังจนปวดหู เพื่อนก็บอกว่าดังจริง 



โปรแกรมวันแรกของเราเข้านี้ เราจะเช่ารถตู้จากสนามบินไป One day trip กันที่สระมรกต น้ำตกร้อน และวัดถ้ำเสือ โดยใช้บริการรถตู้ของพี่เอื้อมเดือน ที่มีโฆษณาอยู่ใน Pantip ในเรื่องการให้คำแนะนำหรือบริการจากคนขับค่อนข้างเฉยๆ และขับรถเหวี่ยงมาก
จุดแรกที่ไปเที่ยวก็เป็นสระมรกตค่ะ ด้านในสระมรกตห้ามเอาอาหารเข้านะคะ ดังนั้นถ้าหิวกินเข้ามาให้อิ่มก่อน ไม่งั่นต้องโดนแขวนถุงอาหารไว้ที่ราวแขวนถุงแบบนี้ค่ะ พวกเราก็โดนแขวนไข่ต้มไว้เหมือนกัน



ข้างๆกับที่ขายตั๋วเป็นธารน้ำเล็กๆค่ะ น้ำใสมากกกกก กอไก่ล้านตัว ต้อนรับได้ประทับใจมาก



จากนั้นเป็นการเดินเข้าไปสู่ด้านในของเพื่อไปสระมรกตค่ะ เราเลือกทางเดิน 1400 เมตร เพราะเห็นว่าทางทำไว้ดี เป็นคล้ายๆเส้นทางศึกษาธรรมชาติ การเลือกทางนี้ก็เหนื่อยพอสมควรนะคะ 



แต่ระหว่างทางหลังจากเดินไปเกือบใกล้ๆถึงสระมรกตแล้ว ก็จะเจอสระแก้วค่ะ นอกจากนี้ก็มีทางน้ำต่างๆระหว่างทางอีกเยอะเลยค่ะ น้ำใสมากๆทุกที่จริงๆ



ถึงแล้วค่ะ 1400 เมตรจบลงเสียที สระมรกต วันนี้คนจะว่าเยอะ ก็เยอะ จะว่าน้อย ก็น้อย ไม่ได้เยอะมากเท่าที่จินตนาการเอาไว้



เราถ่ายรูปกันอยู่พักๆก็ออกจากสระมรกตค่ะ เพราะเครื่องสำอางค์ยังไม่หลุด เดี๋ยวไปที่ถัดไปถ่ายรูปไม่สวย ฮ่าๆ จุดหมายถัดไปเป็นน้ำตกร้อนค่ะ ความจริงจุดนี้พวกเราลังเลกันพอควร เพราะว่าตอนเดินออกมาจากสระมรกตเจอน้องที่ทำงานของเพื่อนในทริปพอดี น้องบอกน้ำน้อยมาก คนก็เยอะ เราก็ชั่งใจกันพอสมควร แต่ไหนๆมาแล้วค่ะ รถก็จ้างมาแล้ว ไปๆให้มันรู้ละกันว่าน้ำตกร้อนมันเป็นยังไง

ใช้เวลาไม่นานมากเราก็มาถึงน้ำตกร้อนกันค่ะ หลังจ่ายค่าธรรมเนียม รถไปส่งเราถึงหน้าจุดตรวจตั๋วเลย เดินเข้าไปนิดเดียวก็เจอจุดแช่น้ำร้อนแล้ว
เราเป็นคนชอบน้ำร้อนมาก แช่เท้าลงไปเราว่าธรรมดา แต่เพื่อนๆบอกร้อนมาก กว่าจะปรับตัวได้ต้องแช่กันพักใหญ่



เดินต่อเข้าไปอีกนิดก็เป็นน้ำตกค่ะ มีคนเล่นน้ำไม่กี่คนก็ทำให้น้ำตกร้อนแน่นเลย เหอๆ ตรงจุดที่ร้อนมีอยู่นิดเดียวอ่า ผิดหวังหน่อยๆ หลังน้ำตกลงมาน้ำนี่อย่างเย็นเลย อุตส่าห์ตั้งใจมาเปียกนี่ยังไม่ได้เปียกเลย ฮ่าๆ


ใช้เวลาอยู่น้ำตกร้อนไม่ถึงครึ่งชั่วโมงค่ะ เพราะไม่ได้มีกิจกรรมอะไรมากมาย ออกจากน้ำตกร้อนตั้งใจจะไปวัดถ้ำเสือกันต่อ แต่ระหว่างแวะหาข้าวกินกันก่อน ได้ร้านโดยไม่ได้ตั้งใจมาจากพี่เภสัชกรแถวๆห้างโวค(หรือเปล่า) บอกให้ยูเทิร์นกลับไปนิดนึง จะมีร้านเปิบพิศดารอยู่ ผัดหมี่อร่อย เค้าว่างั้น ก็ตามเขาไปค่ะ ร้านที่ออกคือ ร้านป้าเหรียญ ค่ะ อยู่ตรงข้ามธนาคารออมสินเลยค่ะ



อาหารที่สั่งก็จัดหมี่ฮกเกี้ยนชามใหญ่มาเลยค่ะ แบ่งกันกิน 7 คน เพื่อนบอกอร่อยมาก มีหมูกรอบ หมูชิ้น หมึก กุ้ง แต่เราเคยกินแบบภูเก็ตอันนั้นเขาผัดแห้งๆ เราชอบแบบนั้นมากกว่า อันนี้เหมือนราดหน้าไปหน่อย



แกงส้มปลา(จำชื่อปลาไม่ได้) ชามนี้เป็ดน้ำตาไหลค่ะ เพื่อนอุตส่าห์กระซิบพี่เจ้าของร้านแล้วว่าลดเผ็ดลงหน่อยนะคะ แต่ชิมเข้าไปน้ำตาไหลจริงจังเลยค่ะ เผ็ดมากกกกก แต่รสชาติครบเครื่องนะ แค่เราไม่กินเผ็ดเท่านั้นเอง



ผัดผักรวม จานนี้ผักอร่อยค่ะ กรอบกำลังดี รสชาติกลมกล่อมถูกปากค่ะ



ขาหมู อันนี้เฉยๆ เนื้อแข็ง ธรรมดามาก



ยำกุ้งสด ตอนแรกเข้าใจว่ากุ้งสดคือกุ้งสดๆ เพิ่งออกทะเลแล้วเอามาลงครัว ผ่านความร้อนแล้วมาเสิร์ฟ พอยกมาที่ไหนได้ กุ้งสดๆ เพิ่งแกะเปลือกเลยนี่นา ตอนแรกมองตากัน จะยังไงดี แต่พอกินเท่านั้นแหละ ร้องจะกินกันอีกจาน น้ำยำเด็ดมาก กุ้งก็สดมาก เป็นเมนูเด็ดประจำทริปเลยค่ะ



หลังจากทานข้าวกันเสร็จ จุดหมายถัดไปคือวัดถ้ำเสือ แต่เนื่องจากเพื่อนสองคนของเราดันมาเป็นโรคผู้หญิงฉับพลัน เลยพับโปรแกรมวัดถ้ำเสือไปโดยปริยายแล้วมุ่งหน้าไปโรงแรมแทน 

โรงแรมของเราอย่างที่บอก เราเลือก Ibis Style เอาไว้ ที่ตั้งโรงแรมจะอยู่ตรงข้ามมัสยิดเลยค่ะ ห่างจากสามแยกตรงที่ขายตั๋วเรือหางยาวประมาณ 3 กิโล Ibis วันนี้มีที่ติเรื่องเดียวคือได้ห้องช้าค่ะ เราไปถึงตอนบ่ายสามโมง จองไว้ 4 ห้อง ได้ห้องเลยแค่ 2 ห้องคือห้องแบบธรรมดา Single Bed ส่วนห้อง Double Bed กับห้อง Family ได้หลังจาก Check in ประมาณ 2 ชั่วโมงเลยค่ะ


มาดูบรรยากาศโดยรวมกันบ้างนะคะ เริ่มจาก Welcome drink เลยค่ะ น้ำสัปปะรด หวานชื่นใจ กดทานได้เรื่อยๆ มันดีก็ตรงนี้



ที่นั่งของโรงแรม สีสันแสบทรวงดีมากค่ะ



มุมอินเทอเน็ท มีกิมมิคปีนคนปีนเขา ซิกเนเจอร์ของกระบี่อยู่ด้วยค่ะ



สระว่ายน้ำนี่ประทับใจมากนะ เพราะว่าเป็นน้ำอุ่น และเป็นน้ำเกลือ คือไม่แสบตาเลยเวลาเล่น บรรยากาศก็ดี วิวภูเขาหินปูนด้านหลัง ดีงามมาก



บาร์ต่างๆ เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันและตกแต่งก็เด่นดีค่ะ



มีโต๊ะพูลหรือโต๊ะสนุ๊กหว่าให้เล่นด้วยนะ



โรงแรมมีฟรี wifi ให้แขกทุกคน ความแรงก็แรงใช้ได้ 



สำหรับห้องพักแบบ Single Bedroom กับ Double Bedroom เราไม่ได้ถ่ายรูปมานะคะ ถ่ายมาแค่ห้อง Family ซึ่งเป็นห้องที่เรานอนเท่านั้น เรียกได้ว่าหารกันคนละ 1000 กับเพื่อนคุ้มมากค่ะ กับห้อง Family เพราะว่าห้องมีพื้นที่ได้เดินเหินกันไม่อึดอัด เพื่อเราใช้ห้องนี้เป็นที่ปาตี้ทั้งสองคืนเลยค่ะ

มีเตียง 2 ชั้น เรานอนชั้นล่าง ชั้นบนว่างค่ะ มีตุ๊กตาให้กอดด้วย ถูกใจคนติดหมอนข้างอย่างเราที่สุด

มื้อค่ำวันแรก เราเลือกหาอะไรกินที่อ่าวนางค่ะ ให้ตุ๊กๆมาปล่อยที่หาด แล้วเดินหาร้านกิน เราเลือกไม่กินอาหารทะเลพวกครัวธารา หรือร้านอาหารทะเลดังๆค่ะ เพราะว่าเราอยู่ชลบุรีเราก็กินกันเบื่อแล้ว และเราค่อนข้างมั่นใจว่ารสชาติทางบ้านเราดีกว่าแน่นอน เราเลยเลือกทานพวกพิซซ่าค่ะ เดินไปเดินมาก็มาหวยออกที่ร้านนี้ค่ะ ร้านอะไรไม่รู้ แต่รสชาติพิซซ่าใช้ได้เลยค่ะ แป้งบางกรอบ หน้าพิซซ่าที่เลือกเป็นแซวมอนรมควันกับแฮมเห็ด อร่อยทั้งสองอย่างค่ะ เพื่อนทานสลัดก็บอกว่ารสชาติด่ะ ลาซานญ่าใช้ได้แต่ไม่เด็ด สปาเก็ตตี้คาโบนาร่าธรรมดา ค่ะ



หมดแล้วค่ะ 1 วัน 1 คืน ในกระบี่ เราแยกย้ายกันเข้านอนและนัดกันตอนเช้า 8 โมงเพื่อลงมากินข้าวแล้วออกไปเหมาเรือไปทะเลแหวกค่ะ อาหารเช้าก็ตามมาตรฐาน Ibis ค่ะ ไม่ได้เยอะมาก เป็น American Breakfast ทั่วไป



หลังกินข้าวเสร็จก็วนไปเวียนมา กว่าจะได้ออกเรือโน่นค่ะ 10 โมงโน่น แต่เฉยๆค่ะ เราไม่ได้รีบเที่ยวเก็บ RC ขนาดนั้น หลังจากซื้อตั๋วเรือเสร็จก็เตรียมเสบียงไปกินบนเกาะกันค่ะ ออกเรือที่แรกที่ไปเลยคือทะเลแหวกค่ะ ซึ่งมันแหวกไปแล้วแหละ แต่ก็ต้องไปใช่ไหม เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง จังหวะเข้าใกล้ทะเลแหวกนี่เราสะพรึงมากค่ะ คนเยอะมากกกกกกกกกก แบบว่าทัวร์เรือลำใหญ่ประมาณ 3 ลำ และเรือหางยาวเรียงกันเป็นตับ ช่างต่างจากครั้งแรกที่มามากค่ะ ครั้งนั้นช่วงเย็นไม่มีคนเลย นี่ก็อาศัยเดินหามุมที่ไม่มีคนถ่ายรุปกันไป




เราถ่ายรูปบนทะเลแหวกกันพักเดียวค่ะ คือถ่ายรูปยังไงก็ติดคนน่ะ เลยเบื่อๆ ก็ออกไปเกาะปอดะดีกว่า แต่ก่อนไปเกาะปอดะก็ต้องไปชมเกาะไก่เป็นพิธีนิดนึงค่ะ พอเห็นเกาะไก่ก็บอกพี่คนขับว่าไปเลยพี่ หนูเห็นละ 



เราลงเกาะปอดะกันช่วงเที่ยงๆค่ะ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ทัวร์สี่เกาะต่างๆมาแวะทานข้าวกันที่เกาะปอดะ คนเยอะมากค่ะ ด้วยความที่เคยมาครั้งนึงแล้ว คราวที่แล้วพลาดมากค่ะ มัวนั่งอยู่แต่ตรงแลนด์มาร์คของเกาะ ไม่ได้เดินเล่นหรืออะไรเลย พอออดจากเกาะมา โอ้โห ข้างหลังมันสวยมากเลยนะ คราวนี้เราเลยเดินดุ่ยๆๆๆไปทางด้านในของเกาะเลยค่ะ ซึ่งพอเริ่มห่างจากตรงแลนด์มาร์คมาก็ไม่ค่อยมีคนค่ะ เลยได้จุดนั่งปูผ้ากันใต้ต้นไม้ ฟินมากค่ะ ไม่ค่อยมีใครมาวุ่นวาย 



เราตั้งใจจะปิคนิคกันบนเกาะปอดะนี้จนถึงสี่โมงเย็นเลยค่ะ บางคนก็นอนพัก บางคนก็เล่นน้ำ บางคนก็กินข้าวกันไป ยิ่งหลังจากช่วงที่ทัวร์ออกจากเกาะไปแล้ว คนไม่มีเลยค่ะ อย่างกะหาดส่วนตัว
ใกล้ๆสี่โมงเย็น เราเริ่มเก็บของกลับละค่ะ นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ถ่ายรูปกับแลนด์มาร์คของเกาะปอดะเลย มาถ่ายเอาเวลานี้ไม่เสียดายเลยค่ะ เพราะไม่ค่อยติดคน ไม่ต้องแย่งหามุมกันถ่ายรูปด้วย ฟินๆกันไป



จบทริปทัวร์สี่เกาะ แบบที่จริงๆแล้วไปอยู่สองที่ กลับไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่ วันนี้ตั้งใจไปหาข้าวต้มกินกันค่ะ แต่ก่อนร้านรวงจะเปิด มีเวลาเยอะมากๆๆๆ เลยนั่งๆ นอนๆ กินๆ ว่ายน้ำ นวดตัว ยาวๆเลยค่ะ ส่วนเพื่อนๆที่ไม่ได้นวดก็ไปนอนเล่นทางด้านหลังสระว่ายน้ำ จะมีดาดฟ้าเล็กๆอยู่ บรรยากาศตอนเย็นดีงามมากนะคะ



รูปข้าวที่ร้านข้าวต้มนี่ไม่ได้ถ่ายมาเลยค่ะ แต่เราเดินออกมาจากไอบิสได้แปปนึงก็เจอค่ะ ตรงข้ามกับเซเว่น อาหารรสชาติใช้ได้ แต่ซุปเปอร์ขาไก่ไม่อร่อย ขาไก่ไม่ยุ่ย แต่อย่างอืนโอเคค่ะ

หลังจากกินข้าวต้มก็แวะซื้อโรตีกันแปปนึง อันละ 40-60 บาท อร่อยดีค่ะ 



หลังจากปาตี้กันเล็กๆในห้อง เราก็รีบนอนค่ะ เพราะว่ามีเพื่อน 2 คนที่ต้องรีบตื่นแต่เช้าเพื่อไปสนามบินตอน 7 โมง ซึ่งนัดนัด Taxi เอาไว้ว่าให้มารับตอน 6 โมงเช้า แต่เราพลาดตรงที่เราลืมโทรไปย้ำกับ Taxi เพื่อนโทรมาตอน 6.15 บอกว่ารถยังไม่มา เรานี่ตาสว่างเลย โชคดีที่รถยังมาทัน พาไปส่งสนามบินได้ทันเวลา เพื่อนเลยเดินทางกลับอย่างปลอดภัย 



ส่วนพวกเราที่เหลือ 5 คนยังคงตกลงกันไม่ได้ว่าจะเอายังไงกับชีวิต แต่เนื่องจากตอนตื่นมาโทรหา Taxi ให้เพื่อน เราออกไปหลังห้องเจอภาพแสงอาทิตย์กำลังโผล่ขึ้นจากภูเขา เราเลยตัดสินใจว่า ไปไร่เลกันเถอะ



เนื่องจากว่ายังไม่ Check out ดังนั้นเราจึงมีเวลาไม่เยอะสำหรับการไปไร่เลย์ เราเลยกินข้าวกันไวมากตั้งแต่ตอนช่วงหกโมงกว่า กินเสร็จเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วนั่งรถฟรีของไอบิสไปที่อ่าวนางตอน 8 โมง แล้วซื้อตั๋วเรือหางยาว กว่าคนจะครบพอออกเรือ ก็ถึงไร่เลย์ก็ประมาณ 9 โมงกว่าๆ (นี่ขนาดว่ารีบกันแล้ว)

วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใสมากกกก ช่างต่างจากเมื่อวานจริงๆ เมื่อวานไม่มีแดดเลย เราเลือกไปลงที่ถ้ำพระนาง เพราะพี่คนขับเรือ Recommend มาว่าไปเที่ยวไร่เลตอนนี้ ถ้ำพระนางสวยสุดแล้ว เราก็ว่าตามนั้น พอเรือเลี้ยวเข้าจอดเท่านั้น ว๊าวววว สุดยอดมาก พลาให้นึกถึงโฆษณาเนสกาแฟ ที่พี่เรย์ แมคโดนอลบอกว่า ไร่เลย์ คือที่สุดของผม พี่เรย์จ๋า ไร่เลย์คือที่สุดของหนูเหมือนกันค่ะ



ตอนแรกเรากะว่ามาไร่เลย์ แค่มาถ่ายรูปสวยๆ แต่พอเห็นทรายขาวๆ น้ำใสๆ บอกเลยทำใจไม่ได้จริงๆที่จะเล่นน้ำ โดดคนแรกจ้า ไม่มีชุดมาเปลี่ยนด้วย แต่หาแคร์ไม่ ถ่ายรูปมาไม่เยอะค่ะ เพราะลงเล่นน้ำลืมกล้องไปเลย ฮ่าๆ



หมดเวลาแห่งความสุขค่ะ เพราะเรายังต้องกลับไปเก็บของ อาบน้ำ และเชคเอ้าท์กันอีก ร่ำลาไร่เลกันดีกว่า ตอนแรกว่าจะไม่มากระบี่แล้ว เพราะว่ามา 3 รอบแล้ว แต่พอต้องจากไร่เลแบบนี้ มีตั๋วถูกๆอีกสงสัยจะใจอ่อนจองมาแน่ๆ 



กลับมาเชคเอ้าท์ตอนเที่ยง ความจริงเลทไปนิดหน่อยจนฟร้อนท์โทรมาตาม ก็รีบกวาดสรรพสิ่งลงมาเก็บข้างล่างต่อ เพราะว่ากว่า Taxi จะมารับไปสนามบินอีกทีก็บ่ายโมง เลยยังพอมีเวลาแต่งหน้า จัดกระเป๋าและนอนเล่นกันพักใหญ่

สุดท้าย Taxi ส่งเราที่สนามบินกระบี่ก่อนเวลา ความจริงแล้ว Boarding Time ของเราคือ 14.55 น. แต่มาถึงสนามบินตั้งแต่ 14.00 น. โน่นแน่ะ เครื่องดีเลย์นิดหน่อย แต่คุณกัปตันซิ่งมาก Take off ช้าไป 15 นาที แต่ถึงดอนเมืองตามเวลาเดิม ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปคนละทาง เพื่อไปทำหน้าที่ของตัวเอง จบทริปสุดชิลล์กันอย่างประทับใจและมีความสุขมาก อย่างที่เปิดเรื่อง สถานที่ สำคัญน้อยกว่าเพื่อนร่วมทางจริงๆ




Create Date : 27 มกราคม 2559
Last Update : 27 มกราคม 2559 11:54:38 น.
Counter : 1078 Pageviews.

1 comments
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 28 มกราคม 2559 เวลา:3:18:32 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Data_Unix
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



เจ้าของ Blog นี้ชื่อต่ายนะคะ

หลงทางเข้ามา Blog นี้ก็จะเจอเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ชอบแบ่งปันและบันทึกเรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตค่ะ

อาจจะมีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้าง แต่ทั้งหมดนี้ คือความทรงจำที่กลัวจะลืมของเราค่ะ
All Blog