ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้ลงมือทำ
Group Blog
 
All Blogs
 

มาปลูกผักไฮโดรโปนิคกันเถอะ ตอนที่ 2 เอาผักลงน้ำ

หวาดดีทุกคนที่เข้ามาอ่าน


วันนี้เรามาปลูกผักไฮโดรโปนิคกันต่อดีกว่า จากคราวที่แล้วที่เราลงวิธีการเพาะเมล็ดในฟองน้ำไว้ ตอนนี้เราก็มาทำขั้นตอนต่อไปกันเลย  ลงให้ช้าหน่อยนะพอดีว่ากำลังทำแปลงอนุบาลอยู่ ก็เลยไม่ว่าง แต่ตอนนี้ทำแปลงอนุบาลเสร็จแล้วล่ะ มาเริ่มกันเลย

ตอนที่ 2 เอาผักลงน้ำ

อุปกรณ์ที่ต้องมีก็คือ

1. น้ำยาสำหรับปลูกผักไร้ดิน (อันนี้สำคัญมาก ไม่มีปลูกไม่ได้นะจ๊ะ)



ของที่ไหนยี่ห้ออะไรก็ได้ทั้งนั้น ปลูกได้เหมือนกันแหละ 

2. ขวดสำหรับใส่น้ำยาที่ปลูกผัก ขวดอะไรก็ได้ หรือจะเป็นกะละมัง ก็ได้ขอให้ใส่น้ำได้



เราเอาขวดน้ำที่กินหมดแล้วมาทำ

3. แผ่นโฟมหนาประมาณ 1 เซนติเมตร



4. คัตเตอร์ แล้วก็ไขควงแหลมๆสำหรับเจาะรูที่ขวด

อันนี้ไม่มีรูปอ่ะ


เมื่อมีอุปกรณ์ครบแล้วเราก็เริ่มจากขวดก่อน



เอามาตัดแบบนี้ แล้วก็



เจาะรูด้านบนสองรูไว้ใส่ แท่งพลาสหรือไม้เสียบลูกชิ้นเพื่อยกระดับน้ำ และเจาะขวดด้านล่าง 1 รูเพื่อปรับระดับน้ำ  อาจจะงงนิดนึง เดี๋ยวมาอธิบายให้ฟัง ดูไปเรื่อยๆก่อนนะ



ขวดเสร็จแล้วหน้าตาประมาณนี้

มาต่อที่แผ่นโฟม เอาแผ่นโฟมมาตัดให้เป็นสีเหลี่ยมแบบนี้



ตรงกลางเจาะเป็นรูสี่เหลี่ยม ขนาด 2x2 เซนติเมตร เอาไว้ใส่ฟองน้ำที่เราตัดและเพาะไว้ในblogตอนที่ 1 ซึ่งตอนนั้นตัดฟองน้ำขนาด 1"x1" ก็ประมาณ 2.5x2.5 เซนติเมตร ทำให้เวลาใส่จะได้คับพอดีไม่หลุดออก
ส่วนขนาดแผ่นโฟมให้ใส่ในขวดได้พอดีแบบนี้



เท่านี้ขวดปลูกแบบง่ายๆก็เสร็จแล้วพร้อมปลูก ต่อไปเราก็มาดูวิธีผสมน้ำยากันเลย


หาถังน้ำมาตวงน้ำ ในรูปผมตวงน้ำ 10 ลิตร แล้วขีดระดับไว้จะไ้ด้ไม่ต้องตวงบ่อยๆ  

ส่วนน้ำยาปลูกผักไฮโดรโปนิค มีอัตตราส่วน 1:200 เพราะฉนั้นน้ำ 10 ลิตร ต้องใช้น้ำยา 50 มิลลิลิตร



ตวงมาเลย Part A = 50 มิลลิลิตร  และ  Part B = 50 มิลลิลิตร  อ๊ะ....ลืมบอกไปว่าน้ำยาปลูกผักไฮโดรโปนิคจะแบ่งเป็น Part A กับ Part B ที่ต้องแบ่งเป็น 2 ขวดก็เพราะว่า น้ำยา Part A และ Part B ไม่สามารถผสมกันได้ในสภาพเข้มข้น เพราะมันจะทำปฏิกิริยากัน แต่สามารถผสมกันในสภาพที่เจือจางแล้วได้  หลังจากตวงเสร็จแล้วก็จัดการผสมเลย



เท Part A ลงไปก่อน


หลังจากนั้นก็เท Part B ตามลงไป  ( บางตำราบอกว่าเท A เสร็จแล้วรอประมาณ 6 ชม. แล้วค่อยเติม B ลงไป ) แต่ผมเติมไปเลยใครจะรอก็ได้น่ะ แต่เค้าขี้เกียจรออ่ะ

แล้วก็จะได้น้ำยาสีนี้



ผสมเสร็จแล้วก็เอาใส่ขวดที่เราตัดเลย



ในรูปจะเห็นว่าน้ำยาที่ผสมแล้วจะอยู่ที่ระดับรูที่ผมเจาะเอาไว้ที่ข้างขวด รูนี้เป็นตัวปรับระดับน้ำยาให้อยู่ระดับนี้ ถ้าน้ำยาแห้งให้เอาน้ำยาที่เราผสมเตรียมไ้ว้เติมลงไปเรื่อยๆ อย่าเอาน้ำเปล่าเติมน่ะมันจะเจือจางน้ำยา 

หลังจากเติมน้ำยาเสร็จแล้วเราก็เอาต้นไม้ที่เราเพาะในฟองน้ำมาใส่ในแผ่นโฟมที่เราตัดไว้





จะใส่จากด้านบน



หรือบางตำราก็ใส่จากด้านล่าง

เสร็จแล้วก็เป็นแบบนี้



แล้วก็เอาไปลอยในน้ำ



เสร็จแล้ววิธีปลูกผักไฮโดรโปนิค

หลังจากนี้เราก็คอยเติมน้ำเรื่อยๆ ตอนแรกๆน้ำจะยังลดไม่เร็ว แต่พอต้นโตแล้วน้ำจะลดเร็วมากกกก

หลังจากนี้ผ่านไปประมาณ 15 วัน ให้รากยากพอประมาณก็ต้องทำการลดระดับน้ำ (ในระบบแปลงปลูกจะเรียกอย่างนี้ ) หลักการก็คือเมื่อรากยาวขึ้น ให้ลดระดับน้ำให้ต่ำกว่าฟองน้ำประมาณ 4 เซนติเมตร ให้โคนรากสัมผัสอากาศ และปลายรากส่วนที่เหลืออยู่ในน้ำ เพื่อให้โคนรากพัฒนากลายเป็นรากอากาศ ทำให้ต้นไม้ได้รับออกซิเจนเพิ่มขึ้น แล้วต้นไม้จะโตเร็วมากในช่วงนี้   

กลับมาที่ขวดของเรา  การลดระดับน้ำโดยใช้ขวดบางคนอาจใช้วิธีการเติมน้ำให้ต่ำกว่าฟองน้ำ ซึ่งผมว่าต้องมากะปริมาณเอาเอง สมมติว่ามีขวดเยอะๆ ต้องมากะทุกอันแย่พอดี  ก็เลยคิดว่าระดับน้ำคงที่แล้วเรายกแผ่นโฟมลอยเอาดีกว่า เวลาเทน้ำก็ไม่ต้องกะอะไรมากเติมให้ล้นออกมาที่รูก็พอแสดงว่าน้ำได้ระดับที่เราต้องการแล้ว 

มาดูรูปการลดระดัีบน้ำกัน

ทำแบบนี้



รูที่ผมเจาะไว้สองรูด้านบนให้หาไม้เสียบลูกชิ้นหรืออะไรก็ได้  มาเสียบเป็นฐานรองรับโฟม



เท่านี้โคนรากก็โผล่พ้นน้ำแล้ว ( จริงๆต้นมันต้องโตกว่านี้นะตอนลดระดับอ่ะ อันนี้สาธิตให้ดูเฉยๆ)

พอเสร็จแล้วก็หาถุงดำมาสวมขวดเอาไว้ไม่ให้แดดส่องโดนน้ำยาในขวด ไม่ให้เกิดตะไคร่และน้ำจะได้ไม่ร้อนด้วย แบบนี้



เสร็จแล้วการปลูกผักไฮโดรโปนิค แบบง่ายๆ ทำเองได้ที่บ้าน  ลองไปทำกันดูนะครัีบ

อ้าว....อะไรเนี่ย สองตอนเอง....จบแล้วเหรอ  ไม่หรอก หลักการมีอยู่แค่นี้แต่การปลูกผักไฮโดรโปนิคยังมีวิธีการที่หลากหลาย และก็มีตัวแปรอีกหลายตัวที่ทำให้ผักที่เราปลูกโตอย่างที่เราต้องการหรือเปล่า ผมก็คนนึงหละที่อยากลองหลายๆวิธี ปลูกหลายๆอย่าง เช่น Aeroponic ก็อยากลอง  Aqoaponic ก็อยากลอง ถ้าทำตามแบบเดิมๆ แล้วจะมีแบบใหม่ๆ ได้ยังงัย จริงมั๊ย 

ไว้ลองอะไรใหม่ๆเกี่ยวกับการปลูกผักโดยไม่ใช้ดิน แล้วจะมาเล่าให้ฟังต่อนะ.....ราตรีสวัสดิ์ZZZZzzz

ปล.1ขวดทีเจาะรูระดับน้ำนะ ที่แรกผมเอาสายอ๊อกซิเจนตู้ปลาใส่ไปด้วยหละ แล้วเอาแก้วไปรองให้น้ำล้นใส่แก้ว แต่แฟนมาเห็นบอกว่า "อะไรนะ...ยากจัง....เป็นเค้้าไม่ทำตามหรอก" T^T ใครว่าไม่ยากจะเอาไปทำก็ได้นะ 
ปล.2ผมทำเพจไว้สงสัยอะไรตามไปดูไปคุยกันในเพจก็ได้นะครับ มีรูปแปลงผักที่ผมปลูกไว้ด้วยแหละ ตามไปที่นี้เลย ----->  http://www.facebook.com/songthaihidro




 

Create Date : 13 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2555 23:13:36 น.
Counter : 10828 Pageviews.  

มาปลูกผักไฮโดรโปนิคกันเถอะ ตอนที่ 1 เพาะเมล็ดด้วยฟองน้ำ

หวาดดีทุกคนที่เข้ามาอ่าน


มาปลูกผักไฮโดรโปนิคกันเถอะ เราชอบปลูกต้นไม้นะแต่เราเลิกปลูกในดินแล้ว เบื่อหญ้าก็ขึ้น โตก็ช้า ลองปลูกแบบไฮโดรโปนิคแล้วติดใจ โตเร็วมาก ชอบๆๆๆๆ เชื่อว่ามีบางคนกำลังสนใจอยากจะทำอยู่ เดี๋ยวเราจะค่อยๆลงวิธีทำให้ดูนะว่าทำยังงัย

ตอนที่ 1 การเพาะเมล็ดในฟองน้ำ

ก่อนที่เราจะปลูกในน้ำเราก็ต้องทำการเพาะเมล็ดกันก่อน โดยการเพาะมีหลายแบบ แต่เราว่าใช้ฟองน้ำง่ายสุดแระ หาซื้อก็ง่าย



อุปกรณ์ก็มี

1.ฟองน้ำ....เป็นฟองน้ำที่ขายตามร้านวัสดุก่อสร้าง หนา 3/4 นิ้ว 
2.คัตเตอร์คมๆ....ถ้าไม่คมจะตัดยากหน่อย
3.ไม้บรรทัด...หาที่ยาวกว่าฟองน้ำเป็นดีจะได้ทาบที่เดียว
4.ปากกาเมจิค....เอาไว้มาร์ครอยที่เราจะตัำด

อันดับต่อไป มาร์ครอยที่เราจะตัด ส่วนใหญ่เราจะตัดเป็นตารางขนาด 1 นิ้ว x 1 นิ้ว 



เสร็จแล้วก็เอาคัตเตอร์ตัดไม่ต้องขาดนะให้ด้านล่างติดกันอยู่นิดนึง



แบบนี้

แล้วหลังจากนั้นก็บากในร่องให้เป็นรูปกากบาทเพื่อที่จะหยอดเมล็ดลงไป



ต่อจากนี้ก็เอาฟองน้ำไปขยำในน้ำให้ชุ่มไปด้วยน้ำ แล้วค่อยเอาเมล็ดหยอดลงไปในร่องที่เรากากบาทไว้



เมล็ดที่หยอดเป็นเมล็ดผักอะไรก็ได้ ที่เราอยากจะปลูก บางคนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นเมล็ดเฉพาะสำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิค เมล็ดซองๆตามร้านขายต้นไม้ก็ปลูกได้นะ ส่วนเมล็ดที่เราใช้เป็นเมล็ดที่เคลือบดินชนิดพิเศษ เค้ารับประกันการงอกสูง เพราะเค้าำได้ทำการกระตุ้นงอกมาแล้ว ส่วนถ้าใครไม่ชัวร์ว่าเมล็ดที่ซื้อมาจะงอกหรือเปล่าเราก็มีอีกวิธีนึง คือ เอาเมล็ดแช่น้ำไว้คืนนึง แล้วรอมันงอกออกมาเป็นรากเล็กๆ ต่อจากนั้นก็เอาคีมปลายแหลมคีบอย่างเบามือ เอามาใส่ในรอยกากบาทของฟองน้ำ ก็ได้้เหมือนกัน แต่ต้องเบาืมือหน่อยนะ เราเคยหนักมือ ไปหน่อยเมล็ดเละเลย หลังจากหยอดเมล็ดแล้ว ก็เอาไปแช่ในถาดใส่น้ำ ให้ท่วมฟองน้ำ แบบนี้



แค่นี้ก็เสร็จแล้วสำหรับการเพาะเมล็ดด้วยฟองน้ำ  ต่อจากนี้ก็คอยดูอย่าให้น้ำในถาดแห้ง ถ้าผิวหน้าฟองน้ำแห้งก็เอาน้ำรดหน่อย เอาไว้ในที่ร่มก่อน หลังจากนี้ 2-3 วันก็จะออกมาเป็นแบบนี้



พอใบเลี้ยงสองใบออกมาแบบนี้ก็เอาออกมาโดนแดดได้เลย ไม่งั้นต้นจะยืด ไม่ต้องกลัวตาย ตายเป็นตาย ตายก็เพาะใหม่ อิๆ......ไม่ตายหรอกเราลองมาแล้ว ถ้ากลัวก็เอาไว้ในที่โดนแดดรำไรก่อนก็ได้


หลังจากนี้ก็ต้องเอาไปปลูกในน้ำต่อไป


แล้วจะมาต่อตอนที่ 2 ให้นะ ว่าทำยังงัยต่อ ชื่อตอนว่าอะไรดีนะ............คิดไม่ออก  ขอไปเตรียมรูปก่อนนะ แล้วจะมาลงตอนต่อไป อย่าลืมติดตามกันนะครับ



ปล.ผมทำเพจไว้ตามไปดูในเพจก็ได้นะครับ http://www.facebook.com/songthaihidro




 

Create Date : 17 ตุลาคม 2555    
Last Update : 20 ตุลาคม 2555 13:49:57 น.
Counter : 11149 Pageviews.  


oenkung
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add oenkung's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.